playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว 17 วัยเปลี่ยนโลก การเดินทางแห่งความเศร้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

17 วัยเปลี่ยนโลก (Seventeen) Netflix

สรุป

สำหรับใครที่ชอบแนวการเดินทางของตัวละครเพื่อค้นหาความหมายของคนตนเอง เป็นอีกเรื่องที่แนะนำให้ดู โดยตัวหนังมันให้อะไรกับเราเยอะมาก ทั้งในครอบครัว ปัญหาการรับผิดชอบของตัวละครแต่ละคนในเรื่อง และอีกเรื่องคือวิวในเรื่องนี้สวยมากๆ

Overall
7.5/10
7.5/10
Sending
User Review
3 (3 votes)
Comments Rating 0 (0 reviews)

Pros

  • เนื้อเรื่องดีมากๆ
  • วิวในเรื่องสวยน่าไปมากๆ
  • ความสัมพันธ์ตัวละครทำออกมาได้ดี

Cons

  • การเล่าประเด็นในบางเรื่องขาดหายไป
  • หนังค่อนข้างเอื่อยช่วงกลางเรื่อง

17 วัยเปลี่ยนโลก (Seventeen) เรื่องราวของเฮคเตอร์ (Hector) ที่หนีออกจากสถานพินิจเพื่อพยายามตามหาสุนัขบำบัดที่เขาเลี้ยงและฝึกสอนในสถานพินิจแห่งนี้ แต่ว่าในอีก 2 วันเขาจะอายุ 18 ปี ทำให้เขาเริ่มเขาสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว ถ้าเฮคเตอร์ทำผิดกฎหมายผิดในระหว่างนี้ละก็ เขาจะโดนส่งเข้าคุกทันที มันจึงเป็นเรื่องสุดลำบากให้กับพี่ชายของเขาอย่าง อิชมาร์ ทำให้เขาต้องร่วมเดินทางพร้อมกับน้องชายของเขาเพื่อตามหาสุนัขที่หายไป คลิกรับชมผ่าน Netflix ได้ที่นี้

ตัวอย่างหนัง Seventeen หรือ 17 วัยเปลี่ยนโลก

สำหรับเรื่อง Seventeen นั้นเป็นการดำเนินเรื่องราวผ่านมุมมองของ เฮคเตอร์ เป็นซะส่วนใหญ่ เราจะได้เห็นมุมมองเขาที่มีต่อพี่ชายของเขาว่าเป็นอย่างไรกันบ้างกับความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดีซักเท่าไหร่ในตอนแรก โดยตัวหนังจะค่อยๆพาไปทำความรู้จักถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาทีละนิด ผ่านปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่างเรื่อง ปัญหาที่น้องชายก่อขึ้นตลอด แต่ อิชมาร์ ที่เป็นพี่ใหญ่ก็ไม่ได้บ่นอะไรมากมายและยังคอยเป็นห่วงน้องชายอย่าง เฮคเตอร์ เสมอมา มันเป็นเรื่องราวที่สุขปนทุกข์เข้ามาตลอดเวลาเลยที่หนังพยายามสื่อออกมา มันทำให้เราไม่รู้ว่าจะยิ้มหรือจะเศร้ากันแน่กันแน่ในระหว่างการเดินทางของพวกเขา   เหมือนผู้ใหญ่ที่ปลอบใจเด็กที่พึ่งทำผิดมาแล้วบอกว่า “ไม่เป็นไรนะทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดี” ทั้งที่มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นก็ได้ นี้แหละเป็นจุดเด่นของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้

สำหรับวิธีการเล่าเรื่องนี้ในเรื่อง Seventeen นั้นเป็นการเล่าที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนเป็นการดำเนินเรื่องในลักษณะเส้นตรง และไม่ได้หวือหวาอะไรในฉาก อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่คนดูอย่างเราอาจจะต้องคิดเองบ้างผ่านทางการกระทำของตัวละคร และในการดำเนินเรื่องแบบนี้ส่วนใหญ่ อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้มันไม่มีฉากเอื่อยๆบ้างในระหว่างทางซึ่งหนังเรื่องนี้ยังดึงจิตใจของคนดูให้อินไปกับตัวหนังได้อย่างเต็มที่ซักเท่าไหร่กับความสัมพันธ์ของสองพี่น้องนี้ แถมยังไม่ตรงคอนเซปต์ที่อยู่ในเรื่องนี้อีกด้วยในเรื่องของหมาที่เป็นโจทย์หลักของเรื่อง แต่กลับเป็นโจทย์รองลงมาจากประเด็นเรื่องครอบครัวซะได้ ทำให้ประเด็นเกี่ยวกับน้องหมาในเรื่องนี้มีนิดเดียวเองทั้งที่มันเหมือนจะเยอะ

ส่วนที่ประทับใจของหนังเรื่องนี้จริงๆก็คงเป็นการเลือกสถานที่ในการถ่ายทำ ซึ่งแต่ละฉากยอมรับเลยว่ามันสวยมากๆ ทิวทัศน์ต่างๆ ในระหว่างการเดินทางคือธรรมชาติที่น่าลุ่มหลงและน่าไปมากๆ ด้วยวิวที่สวยงามบวกด้วยบ้านสไตล์ชนบทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผมเชื่อเลยถ้าเรื่องนี้มีการให้ทุนเพื่อการโปรโมทการท่องเที่ยวของสเปนเพราะมันน่าเที่ยวมากๆในแต่ละฉาก  ส่วนเรื่องต่อไปที่ประทับใจคือ มุกที่สองพี่น้องเล่นกันในระหว่างทาง ซึ่ง เฮคเตอร์ เป็นเด็กพิเศษอาจจะไม่มีความคิดเรื่องมุกหรือคำเสียดสีซักเท่าไหร่ในตอนแรก แต่พอ อิชมาร์ มาสอนการเล่นมุก มันทำให้เราเห็นถึงพัฒนาการของตัวละครที่ดีขึ้นและความสัมพันธ์ที่ชัดเจนมากขึ้นระหว่างการเดินทาง

เรื่องนี้เป็นหนังที่มาจาก สเปน นะ ไม่ใช่ Hollywood จาก อเมริกา ทำให้สำเนียงหรือภาษาเป็นภาษาสเปนเลย ซึ่งฟังมันอาจจะแปลกๆ ซักนิดหนึ่งด้วยที่ว่าความเร็วของระดับการพูดและโทนเสียงที่แหลมมันอาจจะขัดหูบางคนไปบ้าง มันก็คุ้มค่าที่จะให้ลอง แต่ถ้าใครไม่ชอบจริงๆ ก็มีเสียง ภาษาอังกฤษ ให้เลือกเหมือนกันสำเนียงก็ดูเข้ากับตัวละครด้วยทำให้ดูง่ายค่อนข้างเยอะเลย

อ่านรีวิวหนัง Netflix ในเว็บไซต์เพิ่มเติมคลิกที่นี่

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!