playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

วิเคราะห์สาเหตุทำไม Final Fantasy VII Remake พาร์ทแรกถึงได้สั้นนัก!

บทความวิเคราะห์สาเหตุที่ Final Fantasy VII Remake พาร์ทแรกมีเนื้อหาที่สั้น ฉบับโคตรมโน

Final Fantasy 7 Remake
Final Fantasy VII Remake
เหลืออีกไม่ถึงเดือนแล้วที่เกมที่โลกรออย่าง Final Fantasy VII Remake จะวางจำหน่ายหลังจากรอกันมานานเหลือเกิน แต่เชื่อว่าแฟนๆบางส่วนคงมีแอบกังวลอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะปัญหาความช้าในการพัฒนาเกมที่เงียบหายไปเกือบ 4 ปี อีกทั้งเนื้อหาที่สั้นมากเพราะจบแค่เมืองมิดการ์ ย่อมเป็นธรรมดาที่จะชวนสงสัยว่าพาร์ทต่อๆไปจะมีกำหนดออกเมื่อไหร่ และจะแบ่งออกเป็นกี่พาร์ทกันแน่

บทความนี้จะเป็นการนำเสนอแนวคิดที่ผมได้ทำการนำข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์ โดยใช้การพิจารณาจากมุมมองฝั่งผู้พัฒนามาร่วมด้วย เพื่อหาสาเหตุว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับเกมที่เกมเมอร์ทั้งโลกต่างเฝ้ารอคอย

 

จุดเริ่มต้นของโปรเจ็ค

ในช่วงปี 2004 หลังความสำเร็จของภาพยนตร์ Final Fantasy VII: Advent Children ทาง Square Enix ก็ได้เล่นกับจักรวาลของ Final Fantasy VII ด้วยการสร้าง Compilation of Final Fantasy VII ออกมามากมาย แต่สิ่งที่หลายๆคนคาดหวังไม่ใช่อะไรใหม่ๆแบบนั้น พวกเขาต้องการเกมรีเมคดั้งเดิมด้วยประสิทธิภาพของคอนโซลในยุคนั้นต่างหาก ซึ่งที่จริงแล้วเรื่องนี้ทาง Square Enix ก็คิดไว้เช่นกัน ทว่าโปรเจ็คได้ถูกหยุดไปก่อนเนื่องจากมีจำนวนเนื้อหาให้สร้างเยอะเกินไปสำหรับการสร้างเกมในคอนโซลยุคใหม่ๆ รวมถึงทีมงานหลักก็มีเกมสร้างล้นมือพอแล้ว อย่างดีก็แค่มี Tech Demo มาโชว์บน PlayStation 3 เท่านั้น ดังนั้นต่อให้มีกระแสเรียกร้องมากมายจากแฟนๆแค่ไหน แต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้จากทาง Square Enix เลย

PS3 Tech Demo vs PS4 Demo
เทียบกราฟิก PS3 Tech Demo กับ PS4 Demo

ในงาน E3 ปี 2015 หลังจากจบการแสดงโชว์ Trailer เกม World of Final Fantasy บนเวทีโชว์ของ Sony เสียงผู้ชมปรบมือในฮอลล์ก็ดังขึ้นพอเป็นพิธีประหนึ่งว่า อ้อเหรอ!? Final Fantasy ภาคสปินออฟอีกแล้ว แต่กลายเป็นว่า Trailer ต่อมากลับทำให้คนดูทั้งฮอลล์กรี๊ดลั่น รวมไปถึงชาวเน็ตที่ชมถ่ายทอดสดดีใจจนไม่อาจกลั้นความดีใจออกมาให้เห็น เมื่อ Final Fantasy VII ประกาศการรีเมคอย่างเป็นทางการบน PlayStation 4 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่แฟนๆเกมเกือบทั้งโลก ต่างรอคอยมาตลอด นาทีนี้เรียกได้ว่าเป็น The Best of E3 ของปี 2015 เลยก็ว่าได้ แต่ในขณะเดียวกันนี่ก็เป็นความผิดพลาดร้ายแรงครั้งสำคัญของ Square Enix เช่นกัน


ปัญหาของ Final Fantasy VII Remake

หลังจากงาน E3 2015 มาได้ครึ่งปี ในงาน Playstation Experience ช่วงปลายปี 2015 ค่าย Square Enix ได้ปล่อยของออกมา เป็น Trailer ใหม่เอี่ยมที่มีการโชว์เนื้อหาและระบบการเล่นช่วงต้นของเกม (ช่วงต้นจริงๆครับ 20 นาทีแรกของเกมดั้งเดิมได้เลย) ด้วยกราฟิกระดับเครื่อง PS4 สิ่งที่เห็นนั้นไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังเลย เกมในตำนานที่กำลังจะกลับมา ณ เวลานี้ขอแค่มีข่าวอะไรใหม่ๆล้วนแต่เป็นเรื่องน่ายินดีทั้งสิ้นครับ แต่มีปัญหาติดอยู่เรื่องเดียวคือ หลังจากงานนี้แล้วไม่มีข่าว FF7 Remake ไปโผล่ที่งานเกมไหนอีกเลย!?

Playstation Experience 2015
งาน PS Experience 2015 มีโชว์เกมเพลย์แว้บๆเรียกน้ำย่อย

ตลอดช่วงเวลา 2 ปีหลังจากนั้น ข่าว FF7 Remake นั้นเงียบไปราวกลับว่าไม่เคยประกาศไว้ ยังดีที่มี Final Fantasy XV ออกมาให้เล่นขัดดอกไปก่อน (จริงๆมันก็คือภาคหลักอะนะ แต่พูดซะเหมือนไม่เหลือความดีเลย 555) กลับกลายเป็นว่า FF15 นั้นดันเป็นเกมที่ทำไม่เสร็จซะงั้น ยิ่งทำให้เพิ่มความกังวลที่มีต่อ FF7 Remake เพิ่มเข้าไปอีก ที่จริงตอนประกาศรีเมคอย่างเป็นทางการนั้นก็มีการบอกไปเบื้องต้นแล้วว่าจะทำการแบ่งแยกเป็นพาร์ท แต่รับประกันว่าในแต่ละพาร์ทความยาวจะเทียบเท่าเกมปกติเกมหนึ่ง แม้เรื่องนี้ทำให้แฟนๆบางคนไม่ค่อยโอนัก แต่ก็พอทำใจรับได้ ยังไงมันก็รีเมคแล้วถ้าแบ่งเพื่อให้เนื้อหาไม่ขาดตกบกพร่องก็ถือเป็นอันใช้ได้ แต่การที่เกมเงียบหายแบบนี้ไม่ใช่ผลดีเลยจริงๆ

ในงานฉลองครบรอบ 30 ปี Final Fantasy ในปี 2017 ข่าวเกม FF7 Remake โผล่มาเพียงแค่ภาพ Key Visual สวยๆ กับคำตอบจากทาง Square Enix ที่ไม่ได้ช่วยให้แฟนๆรู้สึกดีขึ้นว่า “เรากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อพัฒนาให้ FF7 Remake ออกมาดีที่สุด”

Key Visual 2017
รูปนี้ก็คือ Key Visual ที่ว่านั่นแหละ!!

จากนั้นมาแฟนๆต่างทั้งลือทั้งลุ้นในงาน E3 2017, E3 2018 ก็ยังไม่มีวี่แววแม้แต่เงา โชคดีที่เรารู้ว่า Kingdom Hearts III งานหลักของคุณโนมุระ ผู้กำกับของ FF7 Remake ครั้งนี้กำลังจะวางขายต้นปี 2019 ทำให้โล่งใจอยู่บ้างว่า เราอาจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับ FF7 เสียที แต่กระนั้นแล้วก็ไม่มีข่าวอะไรอีกเลย จนกระทั่งปี 2019 ในงาน E3 มีการเผยรายละเอียดครั้งใหญ่ที่น่าดีใจและผิดหวังไปพร้อมกัน นั่นคือมีกำหนดวางจำหน่ายที่แน่นอนแล้วกับเนื้อหาพาร์ทแรกของเกมจะเป็นในช่วงมิดการ์ โดยที่จะมีการเสริมเนื้อหาใหม่ๆให้เทียบเท่าเกมใหญ่เกมหนึ่ง

การที่เกมถูกแบ่งออกเป็นหลายๆพาร์ทก็ไม่ค่อยดีแล้ว ตลอดมาพวกเราต่างไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกมทั้งหมดจะมีกี่พาร์ทกันแน่ ดังนั้นการที่ออกมาประกาศว่าเนื้อหาหลักจะเน้นเนื้อเรื่องช่วงมิดการ์ แต่เฮ้! มิดการ์ที่ว่ามันช่วงต้นของเกมในแผ่น 1 เองนะ (จากทั้งหมด 3 แผ่น ของ PS1) มันทำให้ทั้งสงสัยและผิดหวังว่า พวกเอ็งทำอะไรกันอยู่ ใช้เวลาเกือบ 4 ปีในการพัฒนาเกมเกมเดียว ซ้ำยังไปได้แค่ 30% ของเกมแผ่นแรก (30% เป็นการประมาณของผมนะครับ) เรื่องนี้ก่อให้เกิดกระแสเชิงลบไม่น้อยในหมู่แฟนๆ ต่างก็มีทั้งแฟนๆที่ไม่ทิ้งศรัทธาและพยายามอวยต่อ แฟนๆที่หมดศรัทธาประหนึ่งอยากจะบอกว่ากับพวกอวยว่าเอ็งยังไม่เข็ดกับ FF15 อีกเหรอ!? บางคนถึงขั้นไม่ซื้อ แต่จะรอตอนเกมออกจนครบเลยก็มี

Midgar Remake
สรุปว่าทั้งเกมเราจะวิ่งวนแต่ในนี้นี่แหละครับ!

พูดแล้วก็อยากจะถามทีมงานว่า มันเกิดอะไรขึ้น(กับพวกเอ็ง)กันแน่!?

ทุกปัญหาย่อมมีสาเหตุ ผมจะเสนอทฤษฎีเป็นรายข้อไป เรื่องนี้ขอออกตัวไว้ก่อนว่าในบางข้อก็เป็นการมโนล้วนๆ แต่ถ้าจะให้ถูกต้องตามหลักการหน่อยคือวิเคราะห์ข้อมูลจากข่าวต่างๆ ทำไมเกมถึงได้สั้นและก็ช้าได้เยี่ยงนี้ ลองคิดดู FF7 คือเกมความหวังของมวลมนุษยชาติเลยนะ แล้วจะมาทำเล่นๆแบบนี้ได้ไงกัน มันต้องมีสาเหตุสิครับ

1. เวลาที่เลือกมาเปิดตัวเกมอย่างเป็นทางการ

ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ไปไกล เราสามารถเห็นเกมที่สร้างกราฟิกได้สมจริง เกมเพลย์ที่ซับซ้อน งานภาพ งานศิลป์ งานดนตรี ทำให้บางเกมเกือบจะกลายเป็นงานภาพยนตร์ขนาดใหญ่ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คอมพิวเตอร์ยังมีประสิทธิภาพต่ำ ไม่สามารถประมวลผลสูงๆได้ แถมความจุก็มีน้อย ข้อจำกัดเหล่านี้ทำไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดมาก ใน FF7 ของเก่าแค่ฉากของเมืองเมืองนึง ใช้เพียงแค่ภาพวาดไม่กี่ภาพก็เพียงพอแล้ว ยกตัวอย่างเมืองคาล์มนี่อย่างดีก็ไม่เกิน 10 ภาพ (เผลอๆไม่ถึง 5 ภาพด้วยมั้งถ้าผมจำไม่ผิด) แต่ปัจจุบันต้องสร้างทุกอย่างเป็นสามมิติ บ้าน โต๊ะ ประตู หน้าต่าง ไหนจะลายของตึก ลายของบ้านอีก ภายในบ้านที่เข้าได้ก็ต้องทำฉากเพิ่ม ปริมาณงานมันเพิ่มมหาศาลครับ นี่ผมยังไม่พูดเรื่องเสียงที่ต้องใช้เสียงพากย์ และการเคลื่อนไหวของคนที่ต้องใช้การโมชั่นแคปเจอร์มาทำเลยนะ จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าเกมขนาดใหญ่ในปัจจุบันปริมาณงานเยอะมากครับ ต้องการทั้งคนและเวลาในการทำ ทำให้โดยส่วนใหญ่แล้วเกมขนาดใหญ่จะใช้เวลาสร้างกันประมาณ 3-5 ปี

Kalm
เมือง Kalm ฉบับดั้งเดิม ภาพเดียวเอาอยู่ ใช้ได้ทั้งเมือง

ประเด็นอยู่ที่เวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปิดตัวครับ ซึ่งดูเหมือนว่า Square Enix ยังติดนิสัยมาจากยุคเก่าๆที่มักจะประกาศสร้างเกมตอนเพิ่งเริ่มโปรเจ็คใหม่ๆเลย ดูจาก Kingdom Hearts III ได้ครับ ประกาศปี 2013 ขายปี 2019 ใช้เวลาเกือบ 6 ปี ในขณะที่ค่ายอื่นเขาทำไปเยอะๆก่อนแล้วค่อยเริ่มประกาศกัน อย่าง Monster Hunter: World ของ Capcom ก็ทำแบบเปิดตัวปีนี้ขายจริงปีหน้า เรียกว่าทำให้แฟนๆไม่เสียเวลารอเก้อ เพราะพอรู้ข่าวว่าเกมนี้กำลังสร้าง ก็จะได้เล่นในเร็วๆนี้แล้ว แล้วแบบนี้ใครมันจะไปด่า นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไม Square Enix พลาดเรื่องระยะเวลาเปิดตัวที่เหมาะสมครับ (จริงๆค่าย Capcom ก็ถือว่าเปิดตัวแล้วขายเร็วไปนะ ปกติค่ายอื่นๆเขานิยมเปิดตัวประมาณ 2 ปี ก่อนขายจริง เช่น God of War เปิดตัว 2016 ขาย 2018)

MHW
Capcom ยุคใหม่เปิดตัวปีนี้ เล่นปีหน้าครับ!!

2. ปัญหาภายในระหว่างการสร้าง

ในช่วงที่เงียบหายไปของ FF7 นั้นมีข่าวหลุดมาจากนักสร้างเกมคนหนึ่งซึ่งอ้างว่ามีส่วนร่วมภายในระหว่างสองบริษัท เขาเล่าว่าทาง Square Enix ได้ส่งมอบงานส่วนหนึ่งให้ทีม CyberConnect 2 ที่มีผลงานอย่าง Naruto Ultimate Ninja มาแล้วหลายๆภาค ซึ่งเชื่อว่าทาง Square Enix ต้องการให้ช่วยในด้านของแอ็คชั่นของเกมในภาครีเมค ทว่าตลอดสองปี (2016-2017) ที่ผ่านมา งานของ CyberConnect2 นั้นใช้ไม่ได้เลย ทำให้ Square Enix ต้องดึงโปรเจ็คกลับมาสร้างเองทั้งหมด ถ้าหากเรื่องนี้จริง นั่นแปลว่าโปรเจ็ครีเมค FF7 ในตลอดสองปีนั้นแทบจะไม่ได้มีการเริ่มต้นใดๆเลย

3. ผู้กำกับผู้มากด้วยโปรเจ็ค

แม้ว่าการรีเมคครั้งนี้จะมีมือฉมังมากประสบการณ์อย่างคุณคิตาเสะ เป็นโปรดิวเซอร์ กับคุณฮามะกุจิ ที่เป็นผู้กำกับร่วม แต่งานของคุณโนมูระในฐานะผู้กำกับอีกคนยังคงถือว่าล้นมือ เนื่องจากต้องแบ่งเวลาไปให้กับ Kingdom Hearts III ซึ่งก็ล่าช้าไม่แพ้กัน ทำให้คุณโนมุระต้องแบ่งงานทำโดยที่ไม่อาจโฟกัสไปที่งานใดงานหนึ่งเป็นพิเศษ จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โปรเจ็คช้าไปกว่าที่ควรจะเป็น

Tetsuya Nomura
งานดีแน่นวลครับ แต่รอหน่อยนะ (โนมูระไม่ได้กล่าวไว้)

4. ปัญหาทางเทคนิคของการสร้างและจังหวะที่เหมาะสมของเนื้อหาที่จะจบในพาร์ทแรก

ข้อนี้ถือเป็นไฮไลท์ของบทความนี้เลยครับ เพราะมันคือการวิเคราะห์ของผมโดยอิงจากข่าวและปัญหาต่างๆ ทำไมเกมถึงทำเสร็จช้า และแม้ว่าจะใช้เวลาไปมากแล้วแต่เนื้อหายังอยู่เพียงแค่มิดการ์? ดังนั้นมันจึงเป็นการคาดเดาแนะนำให้ฟังหูไว้หูก่อน ตรงนี้ผมขอแยกย่อยหัวข้อลงไปอีก

1) ปัญหาของการแบ่งพาร์ทที่แน่นอน
คำถามแรกคือทั้งๆที่สร้างนานแต่กลับให้จบตรงหนีออกจากมิดการ์ แล้วแบบนี้อีกกี่พาร์ทเกมถึงจะจบ? แม้แต่ Square Enix ยังพูดเองเลยว่า พวกเขาก็ไม่รู้เช่นว่าจะแบ่งเกมเป็นกี่พาร์ท แต่ตอนนี้พวกเขากำลังโฟกัสที่พาร์ทแรกเป็นหลัก นั่นทำให้ความเชื่อมันใน FF7 Remake ยิ่งแย่ขึ้นไปอีก แต่เชื่อเถอะครับว่าทุกอย่างย่อมมีเหตุผล ผมคิดว่าทาง Square Enix คงมีคิดไว้ในใจแล้วว่าจะทำกี่พาร์ทดี ที่ไม่ประกาศเพราะไม่อยากให้เป็นกระแสว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะอาจมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมก็ได้ ผมไม่คิดว่าจะมีคนบ้าที่ไหนทำงานใหญ่โดยไม่มีการวางสโคปงานเอาไว้เลย ดังนั้นไม่แปลกที่ข้อมูลบางอย่างก็ยังเปิดเผยไม่ได้จนกว่าจะได้ลองทำจริงครับ

2) ปัญหาด้านขนาดของเวิลด์แมป
จุดที่จะเป็นปัญหาทางเทคนิคของโลก FF7 นั้นคือเวิลด์แมป ในเวอร์ชั่น PS1 นั้น ฉากเวิลด์แมปจะเป็นลักษณะย่อๆส่วนจำลองภูมิศาสตร์คร่าวๆ ไม่ได้เน้นความสมจริงมากนัก แต่ทว่าในภาครีเมคนี้ ทุกอย่างทำด้วยความสมจริงหมด ไซส์ตัวละครก็สมจริงไม่กล้ามป็อปอายแบบเก่าแล้ว ดังนั้นอัตราส่วนต่างๆก็ต้องปรับให้สมจริงตาม จริงอยู่ว่าพวกเขาเคยมีเกมอย่าง FF15 มาแล้ว การทำเกมให้เป็น Open World ไม่น่าจะใช่ปัญหาหลัก แต่อย่าลืมว่า FF15 จำกัดพื้นที่ในการสำรวจมากแม้ว่าจะเป็น Open World แต่ก็ให้เราสำรวจได้เพียงส่วนเดียวเท่านั้น ขณะที่ FF7 นั้นเป็นโลกที่กว้างมาก เมืองมีหลายเมือง ภูมิศาสตร์อีกหลายแบบ โดยเฉพาะแค่มิดการ์นับว่าเป็นมหานครของโลก FF7 แล้ว แถมยังเป็นเนื้อหาหลักที่อยู่ในพาร์ทแรกด้วย การจะจำลองมหานครมิดการ์ในอัตราส่วนสมจริงก็นับว่างานเยอะแล้ว หากจะต้องสร้างเวิลด์แมปด้วย จะกลายเป็นต้องสร้างเวิล์ดแมปที่สมจริงสำหรับช่วงพาร์ทแรกไว้ด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้นงานก็จะยิ่งเยอะมากขึ้นไปอีกครับ

World map compare
เทียบสเกลของฉากแผนที่โลก ระหว่างภาค 7 ดั้งเดิมกับภาค 15

3) ปัญหาด้านเทคโนโลยีของคอนโซล
เรื่องนี้เกี่ยวเนื่องมาจากข้อที่แล้ว การสร้างเวิลด์แมปอันเป็นปัญหาหลักของการพัฒนา FF7 Remake แม้ว่าพาร์ทแรกจะใช้เวิลด์แมพไม่เยอะก็จริง แต่โดยปกติแล้วเวลาทำงานใหญ่ๆซักชิ้น มันก็ต้องสร้างทั้งหมดแบบหยาบๆขึ้นมาก่อนเพื่อประเมินว่าถ้าสร้างต่อไปจะมีปัญหาหรือไม่ จากนั้นจึงค่อยมาโฟกัสในส่วนที่จะนำเสนอ แล้วค่อยลงมือทำรายละเอียดจริงๆ ผมเชื่อว่าทางทีมงานก็ต้องคิดแบบเดียวกัน เนื่องจากเวิลด์แมปของเก่าเป็นการย่อสเกลให้ผิดไซส์จากความเป็นจริง การจะสร้างโลกของ FF7 ในสเกลจริงๆจึงต้องสร้างทั้งหมดแบบหยาบๆรอไว้ก่อน เมื่อทำเช่นนี้ จุดที่ต้องพิจารณาต่อมาคือเรื่องของรายละเอียดที่จะลงในเวิลด์แมป

4) ความสวยของกราฟิก
รายละเอียดของเวิลด์แมปนับว่าสำคัญครับ เพราะปัจจุบันแม้ว่าเทคโนโลยีของ PS4 จะทำภาพได้สวยแค่ไหน แต่ถ้าจำนวนที่ต้องแสดงผลเยอะๆพร้อมกันในหน้าจอเดียวกัน รายละเอียดของวัตถุต่างๆต้องดรอปลง เช่นป่า ต้นไม้ต่างๆ ซึ่งพวกนี้มีการทำเป็นปกติอยู่ในแล้วในทุกๆเกมที่เป็นลักษณะแบบนี้ ยิ่งเป็นเกม Open World ที่ไม่มีการตัดฉาก หากจะแสดงผลทุกอย่างพร้อมกันคุณภาพก็ต้องดรอปครับ ดูอย่าง FF14 ถ้าเทียบกับ FF7 Remake แล้วจะเห็นได้ชัดว่าภาพต่างกันแค่ไหน แต่ที่จะเป็นปัญหาคือ “ยานเหาะ” โดยปกติแล้วในซีรีส์ FF เราสามารถบังคับยานเหาะไปลงที่ไหนก็ได้ และเป็นพาหนะที่เดินทางไว ถ้าภาพระดับ FF14 ยังพอว่า แต่ FF7 Remake ภาพสวยไปไกลกว่านั้นมาก

FF14 Flying
ฉากบินใน FF14 ที่แม้จะแสดงผลได้เต็มที่แต่อย่าลืมว่าภาพยังด้อยกว่า FF7 Remake มากนัก

ผมเคยจำบทสัมภาษณ์ของคุณทาบาตะ ผู้กำกับ FF15 เกี่ยวกับปัญหาการสร้างยานเหาะใน FF15 ซึ่งพวกเขาตัดสินใจใช้รถเรกาเลียแปลงร่างเป็นยานเหาะขนาดเล็กแทน ปัญหาที่คุณทาบาตะพบก็คือ เขาไม่สามารถใส่ยานเหาะขนาดใหญ่ลงไปได้ เพราะลำพังการประมวลผลภาพที่แสดงรายละเอียดทุกอย่างบนพื้นจากมุมมองบนฟ้าก็เป็นเรื่องยากแล้ว เนื่องจากมีวัตถุจำนวนมากต้องแสดงผล การทำยานเหาะที่เคลื่อนที่ได้ไวยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ เพราะจะส่งผลให้การโหลดวัตถุในระยะสายตาถัดไปไม่ทัน ดังนั้นจึงต้องใช้เรกาเลียที่มีขนาดเล็กและบินได้ช้าดังที่เราเห็นใน FF15 จึงจะสามารถเป็นไปได้บ้าง ลองนึกดูว่าหากเป็นยานใหญ่ๆอย่างไฮวินด์ใน FF7 ที่ต้องบินผ่านมหานครมิดการ์ เครื่อง PS4 จะรับไหวได้อย่างไร?

FF15 Flying
ยานเหาะของ FF15 บินช้าเป็นเต่าคลานเลยครับลูกเพ่!!

ผมเชื่อว่าระหว่างที่ทีมงาน Square Enix กำลังปวดหัวกับเรื่องนี้ ก็พบทางออกที่ลงตัวจากการแจ้งสเปคของ PS5 จากทาง Sony เดาว่าน่าจะเป็นช่วงต้นๆปี 2018 Sony น่าจะเปิดเผยสเปคเบื้องต้นของ PS5 ให้กับผู้พัฒนาเกมทั่วโลกที่เคยร่วมธุรกิจไว้ (ย้ำนะครับว่านี่เป็นการเดาว่าเปิดเผยเฉพาะผู้พัฒนา) และ Square Enix เองก็ได้รับข้อมูลนี้เช่นกัน โดย PS5 นั้นนอกจากการประมวลผลที่ดีเลิศแล้ว สิ่งที่สำคัญคือใช้ SSD เพื่อลดปัญหาการโหลดวัตถุช้า ด้วยเหตุนี้ผมเลยคิดว่าทีมงานคงคุยปรับแผนกันใหม่ จากเดิมที่พาร์ทแรกอาจจะให้ไปจบไกลกว่านั้น (เช่นจบบนเรือก่อนถึงคอสต้าเดลโซล หรืออย่างมากก็ไปไกลถึงโกลด์โซลเซอร์) ก็เปลี่ยนแผนมาเป็น จบแค่มิดการ์อย่างเดียวพอ จะได้ประหยัดเวลาการสร้างเวิลด์แมพในไว้ไปสร้างในภายหลัง และกำหนดให้พาร์ทแรกลงใน PS4 ได้ทัน เพราะเคยไปสัญญาในตอนเปิดตัวแล้วว่าจะลงใน PS4 ก่อน ไม่เช่นนั้นจะหักหลังแฟนๆเกมที่ซื้อเครื่อง PS4 มาเพื่อรอเล่น  Final Fantasy VII Remake โดยเฉพาะ

Midgar
ฉากยานไฮวินด์บินเข้ามิดการ์ของเวอร์ชั่นดั้งเดิม ลองนึกว่าหากเป็นมิดการ์ของรีเมคถ้าสเปคไม่ดีพอฉากนี้เชื่อว่ามีกระตุก

ลองมาสรุปแผนหยาบๆของทาง Square Enix ก่อนหลังรู้เรื่องสเปค PS5 กันดู

แผนเก่าที่วางไว้
1. FF7 Remake พาร์ทแรก เนื้อหาช่วงต้นเกมไปจนถึงเกือบจะช่วงกลางๆแผ่น 1 ลง PS4 กำหนดวางขายในปี 2020 กลางปี (หมิ่นเหม่จะวางขายดีเลย์ แต่ไม่ควรจะเป็นปลายปี ส่วน PS5 จะลงขายพาร์ท 1 พ่วงพาร์ท 2)
2. FF7 Remake พาร์ทต่อๆไป ลงทั้ง PS4 และ PS5 และยังไม่กำหนดวันวางขาย

แผนใหม่หลังทราบสเปค PS5 จากทาง Sony
1. FF7 Remake พาร์ทแรก จบในมิดการ์ + เพิ่มเนื้อหาที่ไม่เคยมีในมิดการ์ ลง PS4 กำหนดวางขายในปี 2020 ต้นปี (ของ PS5 ลงขายพาร์ท 1 พ่วงพาร์ท 2)
2. FF7 Remake พาร์ทต่อๆไป ลงใน PS5 และยังไม่กำหนดวันวางขาย

สำหรับข้อแรกนั้น เนื่องการมาของ PS5 และเพื่อความสะดวกในการทำเวิลด์แมป ทีมงานจึงตัดเนื้อหาส่วนที่ออกจากมิดการ์ไปเพื่อให้ได้เวลาทำเวิลด์แมปที่ละเอียดและมีคุณภาพ รองรับประสิทธิภาพของเครื่อง PS5 ในขณะเดียวกันแม้งานจะน้อยลงก็จริง แต่เนื้อหาของพาร์ทแรกจะสั้นมากๆ ทางทีมงานจึงต้องเพิ่มเนือเรื่องเสริมมายัด ดังที่เห็นใน Trailer ตัวใหม่ เพื่อให้เกมนั้นสามารถเล่นได้นานเป็นเหมือนเกมเต็มเกมหนึ่ง ผมคิดว่าตรงนี้อาจมีการรียูสฉากในหลายๆมิชชั่นบ้าง ตอนเกมออกถ้าจะโดนด่าก็เรื่องนี้แหละ 555

Jessie
Final Fantasy VII Remake ฉบับรีเมคจะเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ เพื่อไม่ให้เกมมีคอนเทนท์น้อยเกินไป และความยาวเปรียบเสมือนเกมเต็มเกมหนึ่ง

ในส่วนของข้อสองที่ไม่ลง PS4 เนื่องจากเป็นช่วงปลายยุคของ PS4 แล้ว และด้วยเวิลด์แมปที่เป็นเนื้อหาถัดไปถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับ PS5 ทำให้ PS4 ไม่สามารถที่จะรันกราฟิกที่จะแสดงผลภาพเยอะๆจนทำให้โหลดไม่ทันได้แน่ๆครับ ด้วยเหตุนี้เอง ผมเลยเชื่อว่าทีมงานคงมีการปรับแผนกันกระทันหัน เพื่อที่จะทำให้งานเบาลง และเป็นการสร้างเวิลด์แมปที่มีคุณภาพบน PS5 ไปด้วยในตัว เพราะหากต้องสร้างเวิลด์แมพที่ลง PS4 ได้ด้วย คงจะทำให้คุณภาพตกลงเยอะอย่างน่าเสียดาย

จากที่กล่าวมาแม้ว่าจะเป็นการคาดเดา แต่ปัญหาทางเทคนิคเรื่องเวิลด์แมปและประสิทธิภาพของ PS4 นั้นเป็นเรื่องจริง หากว่าการวิเคราะห์นี้มีส่วนถูก ไม่แน่ว่าการยอมปล่อยให้เกมมีเนื้อหาส่วนแรกน้อยกว่าที่ควรอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะทำให้เนื้อหาถัดๆไปนั้นสามารถใช้ประสิทธิภาพของ PS5 ได้เต็มที่ ให้สมกับเป็นเกมที่ทุกคนรอคอยมานาน


สำหรับกำหนดวางจำหน่าย Final Fantasy VII Remake ลงบนเครื่อง Playstation 4 วันที่ 10 เมษายน 2563 นี้
ส่วนของแพลทฟอร์มอื่นยังไม่มีกำหนด แต่เบื้องต้นจะไม่ไปลงที่อื่นอย่างน้อย 1 ปี

ส่วนของราคาและชุดสำหรับนักสะสมที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจากประกาศของ Square Enix Asia จะมีด้วยกัน 3 ชุด
ชุดปกติ
ชุดนี้จะมาเฉพาะตัวเกมเท่านั้น ราคา 1,890 บาท
ชุด Deluxe Edition
ตัวเกมจะมาในรูปแบบกล่องเหล็กพร้อมกล่องปกลายพิเศษ หนังสือ Art Book แผ่น CD เพลง และ DLC สำหรับอัญเชิญมนต์อสูรพิเศษ 2,490 บาท
ชุด 1st Class Edition
จะมีของเหมือนกับชุด Deluxe แต่เพิ่มเติมด้วย โมเดล Play Art Kai Cloud Strife และมอเตอร์ไซค์สุดเท่ Hardy Daytona 10,990 บาท


อ่านบทความของผู้เขียนเพิ่มเติมที่นี่

รีวิวจัดเต็มเกมมิ่งเฮดโฟนระดับมืออาชีพ Steelseries Arctis Pro Wireless

ตัวกรอง
Generic filters
คะแนน
Filter by Categories

แนวหนัง: Stream itSuper Heroแอ็กชั่นดราม่าตลกรักวัยรุ่นComing of Ageทริลเลอร์สืบสวนอาชญากรรมสยองขวัญผีซอมบี้ไซไฟแฟนตาซีอนิเมะAnimationเพลงกีฬาสงครามประวัติศาสตร์สารคดีชีวประวัติเรื่องจริงเด็กครอบครัวผู้หญิงLGTBซีรีส์ฝรั่งซีรีส์เกาหลีซีรีส์จีนซีรีส์ญี่ปุ่นหนังอินเดีย

Dark Desire ซีรีส์แนวอีโรติกทริลเลอร์ 18+ ที่มีดีเกินกว่าที่คิด แนะนำห้ามพลาด!