playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

ปัญหาโลกแตก!!! iPad รุ่นไหนเหมาะกับใครที่สุด

iPad อีกหนึ่งนวัตกรรมเปลี่ยนโลกจาก Apple ที่ได้รับความนิยมอย่างมากไปทั้งโลก อีกทั้งในปัจจุบันนี้ก็มี iPad ที่เปิดตัวออกมาให้เลือกกันอย่างหลากหลาย ด้วยความสามารถ เสปคและราคาที่แตกต่างกัน ทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อได้ค่อนข้างลำบาก ซึ่งในปัจจุบัน iPad ทั้งหมดที่เปิดตัวมาแล้วจากทาง Apple มีให้เลือกด้วยกันถึง 4 รุ่น ซึ่งมีความเหมาะสมแตกต่างกันออกไปตามการใช้งานของแต่ละบุคคล โดยในครั้งนี้เราจะมาสรุปสั้นๆ และนำเสนออีกหนึ่งมุมมองของคนที่ได้ใช้ iPad เพื่อช่วยในการตัดสินใจให้ผู้อ่านทุกๆ คน ที่กำลังต้องการจะเลือกซื้อ iPad ได้เลือกกันว่าใครเหมาะสมที่จะซื้อ iPad รุ่นไหนกันบ้าง

iPad Generation 7

iPad Generation 7

ราคา

  • รุ่น wifi ความจุ 32 Gb 10,900 บาท
  • รุ่น wifi ความจุ 128 Gb 13,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 32 Gb 15,400 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 128 Gb 18,400 บาท

เสปคเบื้องต้น

  • จอภาพ retina ขนาด 10.2 นิ้ว แบบ LED พร้อม Multi-Touch และเทคโนโลยี IPS
  • ความละเอียดหน้าจอ 2160 x 1620 ที่ 264 ppi
  • มาพร้อม Touch ID
  • ชิพเซ็ต A10 Fusion
  • สามารถใช้งาน Apple Pencil รุ่นที่ 1
  • สามารถใช้งาน Smart Keyboard และคีย์บอร์ด Bluetooth
  • ช่องต่อ Lighting

เป็น iPad รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Apple ที่พึ่งเปิดตัวไปในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้ ซึ่งนับเป็น Generation ที่ 7 เข้าไปแล้ว โดยเปิดราคามาที่ 10,900 บาท อีกทั้งยังมาพร้อมกับ iPad OS ระบบปฏิบัติการใหม่ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเฉพาะที่สร้างขึ้นสำหรับ iPad ทำให้มีมีความสามารถในการใช้งานที่ใกล้เคียงคอมพิวเตอร์ PC มากขึ้น ซึ่งในรุ่นนี้เหมาะสำหรับนนักเรียน นักศึกษา ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเรียน เช่น นักศึกษาแพทย์ที่ไม่จำเป็นจะต้องพกชีทเรียนให้หนักกระเป๋า แต่เปลี่ยนเป็นพกเพียงแค่อุปกรณ์ชิ้นเดียว บุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้บริโภคสื่อออนไลน์ในชีวิตประจำวัน เช่น คนที่ต้องการอุปกรณ์ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนสำหรับการดู Netflix หรือสำหรับการเล่นเกมส์เป็นต้น โดยเป็นรุ่นที่สามารถใช้งานในเบื้องต้นได้อย่างครบถ้วน สามารถใช้งาน Apple Pencil 1 และ Smart Keyboard ได้ ทางด้านราคาจัดว่าถูกที่สุดตั้งแต่ iPad เคยเปิดตัวมา ทำให้สามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยราคาที่ค่อนข้างถูก และเป็นรุ่นที่เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย

 

iPad Mini

iPad mini

ราคา

  • รุ่น wifi ความจุ 64 Gb 13,900 บาท
  • รุ่น wifi ความจุ 256 Gb 18,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 64 Gb 18,400 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 256 Gb 23,400 บาท

เสปคเบื้องต้น

  • จอภาพ retina ขนาด 7.9 นิ้ว แบบ LED พร้อม Multi-Touch และเทคโนโลยี IPS
  • ความละเอียดหน้าจอ 2048 x 1536 ที่ 326 ppi
  • มาพร้อม Touch ID
  • ชิพเซ็ต A12 Bionic
  • สามารถใช้งาน Apple Pencil รุ่นที่ 1
  • สามารถใช้งานคีย์บอร์ด Bluetooth
  • ช่องต่อ Lighting

ในรุ่นถัดมานี้นับว่าเป็นรุ่นเล็กที่สุดของ iPad ก็ว่าได้ ( ถึงแม้ราคาจะไม่เล็กสุดก็เถอะ ) เป็นรุ่นที่เน้นความสะดวกสบายในการพกพามีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ก็ยังคงมาพร้อมกับชิพที่ค่อนข้างแรงอยู่อย่างมากในปัจจุบัน โดยเป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกมส์มากกว่าการทำงาน เนื่องจากเป็น iPad ที่มีขนาดหน้าจอเล็กที่สุดซึ่งการใช้งานที่เหมาะสมสำหรับรุ่นนี้ เช่น การเล่น Social Media การดูหนัง ละคร และ Netflix ถึงแม้ว่าจะรองรับการใช้งาน Apple Pencil 1 และ คีย์บอร์ด Bluetooth แต่ด้วยขนาดหน้าจอที่เล็กทำให้ไม่เหมาะสำหรับการจดบันทึกข้อความมากเท่าไหร่นัก ซึ่งก็คือไม่เหมาะกับนักศึกษาที่ต้องการใช้เพื่อจดบันทึกในการเรียน แต่เหมาะสำหรับให้เด็กๆ สำหรับใช้เป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะ และคนชราที่มีลักษณะใช้งานที่ไม่ได้หนักมากนัก และด้วยความแรงของชิพเซ็ต A12 Bionic ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะนำไปเล่นเกมส์ เนื่องจากความแรงและขนาดของรุ่นนี้เหมาะสมกับการเล่นเกมส์เป็นอย่างมากและยังทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้อีกนานหลายปีเลยทีเดียว

 

iPad Air

iPad Air

ราคา

  • รุ่น wifi ความจุ 64 Gb 17,900 บาท
  • รุ่น wifi ความจุ 256 Gb 22,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ  64 Gb 22,400 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 256 Gb 27,400 บาท

เสปคเบื้องต้น

  • จอภาพ retina ขนาด 10.5 นิ้ว แบบ LED พร้อม Multi-Touch และเทคโนโลยี IPS
  • ความละเอียดหน้าจอ 2224 x 1668 ที่ 264 ppi
  • มาพร้อม Touch ID
  • ชิพเซ็ต A12 Bionic
  • สามารถใช้งาน Apple Pencil รุ่นที่ 1
  • สามารถใช้งาน Smart Keyboard และคีย์บอร์ด Bluetooth
  • ช่องต่อ Lighting

iPad Air นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ iPad ในราคาที่กลางๆ แต่ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องแรงถึงขนาดรุ่น Pro แต่ก็ยังต้องการเสปคที่แรงมากกว่าในรุ่นปกติ เนื่องจากเป็นตัวที่จัดให้อยู่ในรุ่นกลางและให้ชิพเซ็ตมาเป็น A12 Bionic ทำให้เป็นรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจและเพียงอย่างเหลือเชื่อสำหรับการใช้งานปกติ เช่น การดูหนังหรือเล่น Social Media หรือสำหรับการเรียน อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการตัดต่อวิดีโอและแต่งภาพได้ในเบื้องต้นอีกด้วย ซึ่งในรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่เหมาะกับ นักเรียน นักศึกษาหรือคนวัยทำงานเช่นกัน แต่มีความพิเศษตรงที่อาจมีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานด้านการตัดต่อวิดีโอหรือแต่งรูปภาพ โดยที่มีงบอยู่ในวงที่จำกัดนั่นเอง

 

iPad Pro

iPad Pro

iPad Pro 11

ราคา

  • รุ่น wifi ความจุ 64 Gb 28,900 บาท
  • รุ่น wifi ความจุ 256 Gb 33,900 บาท
  • รุ่น wifi ความจุ 512 Gb 40,900 บาท
  • รุ่น wifi ความจุ 1 Tb 47,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ  64 Gb 33,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 256 Gb 38,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 512 Gb 45,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 1 Tb 52,900 บาท

เสปคเบื้องต้น

  • จอภาพ liquid retina ขนาด 11 นิ้ว แบบ LED พร้อม Multi-Touch และเทคโนโลยี IPS
  • ความละเอียดหน้าจอ 2388 x 1668 ที่ 264 ppi
  • มาพร้อม Face ID
  • ชิพเซ็ต A12X Bionic
  • สามารถใช้งาน Apple Pencil รุ่นที่ 2
  • สามารถใช้งาน Smart Keyboard Folio และคีย์บอร์ด Bluetooth
  • ช่องต่อ USB-C

iPad Pro 12.9

ราคา

  • รุ่น wifi ความจุ 64 Gb 35,900 บาท
  • รุ่น wifi ความจุ 256 Gb 30,900 บาท
  • รุ่น wifi ความจุ 512 Gb 47,900 บาท
  • รุ่น wifi ความจุ 1 Tb 54,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ  64 Gb 40,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 256 Gb 45,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 512 Gb 52,900 บาท
  • รุ่น wifi+cellular ความจุ 1 Tb 59,900 บาท

เสปคเบื้องต้น

  • จอภาพ liquid retina ขนาด 12.9 นิ้ว แบบ LED พร้อม Multi-Touch และเทคโนโลยี IPS
  • ความละเอียดหน้าจอ 2732 x 2048 ที่ 264 pp
  • มาพร้อม Face ID
  • ชิพเซ็ต A12X Bionic
  • สามารถใช้งาน Apple Pencil รุ่นที่ 2
  • สามารถใช้งาน Smart Keyboard Folio และคีย์บอร์ด Bluetooth
  • ช่องต่อ USB-C

จัดว่าเป็นรุ่น Top สุดของทาง iPad จาก Apple ซึ่งนับได้ว่าเป็น Tablet ตัวหนึ่งที่มีความครบครันและชิพมีความแรงมากที่สุดในโลกด้วยเสปคและฟีเจอร์ที่จัดมาให้อย่างครบเครื่อง โดยจากการที่รองรับ Apple Pencil 2 ทำให้มีความสะดวกสบายในการใช้งานมากกว่ารุ่นแรก ( ถึงตอนใช้จริงผมจะทำมันหลุดตลอดก็เถอะ ) และการมาพร้อมกับ Smart Keyboard Folio ทำให้สามารถใช้งานแทนคอมพิวเตอร์ PC ได้ในระดับนึงเลยทีเดียว ( ถึงแม้จะมีข้อสังเกตตรงที่ราคาค่อนข้างแรงกว่าคีย์บอร์ดบลูทูธปกติอย่างมากก็ตาม ) นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นมากมายที่ช่วยซัพพอร์ตความสามารถของ iPad Pro ทำให้ผู้ที่ต้องการทำงานกราฟฟิกหนักๆ เช่น lumafusion procreate goodnotes เป็นต้น ซึ่งทำให้บางคนก็หันมาพก iPad Pro ใส่กระเป๋าแทนโน้ตบุ๊กไปแล้วหลายคนเช่นกัน ซึ่งในรุ่นขนาดหน้าจอ 11 นิ้ว นั้นเหมาะสำหรับคนวัยทำงานที่มีทุนค่อนข้างสูงที่ต้องการ iPad ที่สามารถทำงานแทน PC ในระดับหนึ่งหรือผู้ที่ต้องการใช้สำหรับการทำพรีเซ็นต์หรือการขายงานให้กับลูกค้า และคนทั่วไปที่ต้องการซื้อ iPad ที่มีความครบเครื่องมากที่สุดโดยไม่มีข้อจำกัดด้านราคา และในรุ่นขนาดหน้าจอ 12.9 นิ้วเหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการใช้งานการตัดต่อหรือกราฟฟิกหนักๆ เช่น นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ คณะที่เกียวข้องกับการทำเกมส์และอนิเมชั่น คณะสถาปัตย์ และผู้ที่ต้องการใช้งานการตัดต่อหนักๆ กราฟฟิกสูงๆ ที่ต้องการขนาดหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดที่จะเป็นไปได้ รวมถึงจิตรกรและนักออกแบบที่ต้องการวาดภาพด้วยอุปกรณ์ที่พกพาง่ายและมีการตอบสนองที่ดีที่สุดที่จะเป็นไปได้

 

จากที่เราได้สรุปมาให้นั้นเป็นเพียงแค่แนวทางในการเลือกซื้อ iPad สำหรับผู้อ่านที่กำลังตัดสินใจจะซื้อ iPad มาเป็นอีกหนึ่ง device เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน โดยที่ได้เแนะนำไปนั้นเป็นมุมมองจากการที่ได้พบเห็นและสอบถามคนรอบตัวเลือกและตัดสินใจซื้อ iPad มาเป็นอีกมุมมองหนึ่ง เพื่อช่วยให้ผู้อ่านทุกคนได้ตัดสินใจซื้อสิ่งที่เหมาะกับตัวเองที่สุดได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง

 

เปรียบเทียบการพัฒนาของ Huawei Mate 30

ตัวกรอง
Generic filters
คะแนน
Filter by Categories

แนวหนัง: Stream itSuper Heroแอ็กชั่นดราม่าตลกรักวัยรุ่นComing of Ageทริลเลอร์สืบสวนอาชญากรรมสยองขวัญผีซอมบี้ไซไฟแฟนตาซีอนิเมะAnimationเพลงกีฬาสงครามประวัติศาสตร์สารคดีชีวประวัติเรื่องจริงเด็กครอบครัวผู้หญิงLGTBซีรีส์ฝรั่งซีรีส์เกาหลีซีรีส์จีนซีรีส์ญี่ปุ่นหนังอินเดีย

Leave A Reply

ติดตาม Locke And Key ซีซั่น 2 จะมีอะไร? พร้อมเคลียร์ประเด็นคาใจในซีซั่น 1