playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Million-Follower Detective (Netflix) ฆาตกรรมจากคำทำนายที่ไลค์และแชร์มีค่ามากกว่าชีวิตคน

Summary

Million-Follower Detective เป็นซีรีส์อาชญากรรมจากไต้หวันที่มุ่งเป้าวิจารณ์สังคมโซเชียลมีเดียกับการเกิดขึ้นของเหล่าอินฟลูมากมายที่มีคนเชื่อติดตามเป็นล้านๆ จนทำให้เกิดผลกระทบกับสังคมในโลกจริงที่สังคมปัจจุบันไม่อาจจะปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ซึ่งซีรีส์เชื่อมโยงเข้ากับคดีฆาตกรรมที่มีคำทำนายที่กลายเป็นจริงจากอินฟลูแม่มดที่ทำนายว่าอินฟลูคนอื่นที่เป็นเป้าหมายต้องตาย ทำให้เรื่องราวดูลุ้นระทึกน่าติดตามว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง โดยมีปัญหาของช่องว่างระหว่างวัยของตัวเอกกับลูกสาวและรุ่นน้องที่ทำงานสอดแทรกเข้ามาได้อย่างกลมกลืนไปกับเรื่องราวสืบคดีโลกออนไลน์ 

แต่ปัญหาก็คือตัวคนร้ายถูกบอกใบ้จนคาดเดาได้ง่ายตั้งแต่แรกๆ เพราะมันมีฉากส่งสัญญาณบอกใบ้ชัดเจนมาก (ถ้าคุณดูแนวสืบสวนมาเยอะๆ) และความพยายามทำให้เรื่องราวคนร้ายซับซ้อนหลายชั้นจนสุดท้ายไม่ค่อยสมเหตุผลเท่าไหร่ จบแบบดูแล้วเซอร์ไพรส์ แต่ไม่ลงตัวแบบแปลกๆ ฉากฆาตกรรมก็ธรรมดาเพราะไปเน้นว่าคนร้ายหลอกล่อกดดันให้เหยื่อลงมือแทน ซึ่งมันต่างจากแนวฆาตกรรมต่อเนื่องเรื่องอื่น เพราะเรื่องนี้คือเน้นไปที่การทำนายของคนร้ายที่ดูหวือหวาเท่านั้น อีกทั้งจำนวน 8 ตอนก็มากไปจนทำให้เรื่องดูยืดยาวเกินจำเป็น แต่รวมๆ ก็ยังนับว่าเป็นซีรีส์จากไต้หวันที่มีคุณภาพดีพอควรค่าแก่การรับชมได้อยู่ครับ

Overall
6.5/10
6.5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • แนวฆาตกรรมผ่านโลกโซเชียลมีเดีย
  • บอกเล่าปัญหาของช่องว่างระหว่างวัยของตัวละคร
  • ผลกระทบของโลกออนไลน์สู่โลกจริง
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • เรื่องราวพยายามซับซ้อนจนเกินไป
  • ฉากฆาตกรรมธรรมดามาก
  • จำนวนตอนเยอะจนเกินไป

ADBRO

Million-Follower Detective นักสืบขวัญใจมหาชน ซีรีส์ Original Netflix แนวสืบสวนจากไต้หวัน 8 ตอนจบ เล่าเรื่องราวคดีฆาตกรรมเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ล้านฟอลโลเวอร์ ที่ “แม่มดบาบา” หมอดูไพ่ทาโรต์สวมหน้ากากที่มีผู้ติดตามนับล้าน จะทำนายการตายของพวกเขาอย่างแม่นยำ การทำนายทุกครั้งกลายเป็นไวรัล ยิ่งมีคนตายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดังขึ้นเท่านั้น 

 

รีวิว Million-Follower Detective นักสืบขวัญใจมหาชน (ไม่สปอยล์)

 

ซีรีส์สืบสวนไต้หวันที่เล่าเรื่องจับประเด็นสังคมปัจจุบันที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ดังมีอิทธิพลต่อโลกออนไลน์และความจริงมากมาย  สิ่งที่โดดเด่นคือการวิจารณ์สังคมโซเชียลมีเดียอย่างคมคาย ซีรีส์แสดงให้เห็นว่าความเร็วของข้อมูลออนไลน์ทำลายการสืบสวนได้อย่างไร ทุกครั้งที่ตำรวจพบหลักฐาน มันรั่วไหลออกไปบนโซเชียลภายในไม่กี่นาที ความคิดเห็นของคนนับล้านถูกทำให้เรื่องเหล่านั้นแตกกระจายกลายเป็นความจริงหลากหลายในใจพวกเขาทันที กลายเป็นปรากฏการณ์ไวรัล ผู้คนติดตามเพราะความตื่นเต้น ไม่ใช่เพราะเชื่อจากข้อเท็จจริงที่ควรได้รับการพิสูจน์ยืนยัน แต่เมื่อการทำนายกลายเป็นจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้คนเริ่มเชื่อ เริ่มแชร์ เริ่มทำให้มันกลายเป็นความจริงในแบบที่คนร้ายต้องการ ซึ่งซีรีส์ตั้งคำถามที่น่าสนใจไว้ว่า เมื่อโลกความจริงถูกกำหนดโดยจำนวนวิว ความยุติธรรมจากการทำงานของตำรวจจะถูกเบี่ยงเบนไปได้แค่ไหน

ซีรีส์สร้างตัวละครคนร้าย “แม่มดบาบา” ได้อย่างน่าสนใจด้วยหน้ากากลึกลับ เสียงที่ดัดแปลง รูปร่างที่เป็นเด็กผู้หญิง และการทำนายที่ขนลุก ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อสร้างภาพที่น่ากลัวและน่าหลงใหล โดยซีรีส์ค่อยๆ เปลือกชั้นของความลึกลับของบาบาออกทีละน้อย โดยมีดราม่าครอบครัวของตำรวจตัวเอกซ่อนอยู่ในนั้นด้วย โดยเชื่อมโยงความแค้นที่สะสมมานานจากเรื่องราวของอินฟลูล้านฟอลโลเวอร์ที่ตกเป็นเป้าหมาย โดยค่อยๆ เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้เห็นว่าความคึกคะนองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของพวกนี้ได้สร้างปีศาจร้ายน่ากลัวขึ้นได้ขนาดไหน

 

ส่วนของตำรวจตัวนักแสดง Ekin Cheng แสดงได้ยอดเยี่ยมในบท “เฉินเจียเริ่น” นักสืบรุ่นเก่าที่ต้องทำงานกับ “หลี่ซินผิง” ตำรวจหญิงคนรุ่นใหม่สายเทคโนโลยีที่เติบโตมากับโซเชียลมีเดีย ตัวละครของเขาไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ที่เก่งกาจมากมายอะไร แต่เป็นคนธรรมดาที่เหนื่อยล้า มีปัญหาส่วนตัวจากครอบครัวกับลูกสาวที่หายตัวไปพร้อมกับการเกิดคดีนี้ และต้องต่อสู้กับกระแสโซเชียลมากกว่าหลักฐานที่เขายึดถือ การแสดงของเขามีความซับซ้อนทางอารมณ์แสดงให้เห็นความขัดแย้งระหว่างหน้าที่การงานกับชีวิตส่วนตัวที่ต้องรับมือกับลูกสาว กลายเป็น “ช่องว่างระหว่างวัย” ที่ไม่อาจจะสานสัมพันธ์กันได้จนเป็นหนึ่งในต้นเหตุที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างคาดไม่ถึง 

ส่วนการทำงานระหว่างตำรวจรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ ก็กลายมาเป็นปัญหา “ช่องว่างระหว่างรุ่น” เมื่อ “เฉินเจียเริ่น” ใช้วิธีแบบเก่า สืบสวนจากหลักฐาน พูดคุยกับคนจริงๆ ตรวจการใช้มือถือเป็นหลัก ไม่ไว้ใจข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย ขณะที่นักสืบรุ่นใหม่เข้าใจโลกออนไลน์ รู้ว่าต้องติดตามกระแส วิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลยังไง ความขัดแย้งระหว่างพวกเขาทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงการทำงานของตำรวจอย่างไร และวิธีเก่าไม่ได้ใช้ไม่ได้เสมอไป บางครั้งต้องรวมกัน ซีรีส์แสดงให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันระหว่างรุ่นคือกุญแจสำคัญที่ต่างฝ่ายต้องปรับปรุงจูนเข้าหากัน ไม่ใช่การยึดติดกับวิธีของตัวเองเท่านั้น

แต่จุดด้อยก็คือเรื่องราวบางส่วนคาดเดาได้ง่ายเกินไป ถ้าคุณดูซีรีส์สืบสวนมามาก คุณจะเดาได้แน่นอนตั้งแต่ตอนแรกๆ ว่าใครคือคนร้ายเพราะซีรีส์แทบจะจงใจทำให้ตัวละครนี้ดูน่าสงสัยแบบประหลาดจนกลายเป็นสัญญาณตัวร้ายชัดเจนเกินไป และความยาว 8 ตอนก็รู้สึกมากเกินไปจริงๆ ซีรีส์ดูยืดมากไป มีฉากที่เล่าเหตุการณ์คลายปมบางส่วนแบบซ้ำไปมาๆ และพยายามทำให้เรื่องราวฆาตกรรมออกมาซับซ้อนจนเกินไปมากๆ สุดท้ายก็เลยกลายเป็นแนวหักมุมจนหลังแอ่นกับตอนจบที่ไม่ค่อยสมเหตุผลเท่าไหร่จริงๆ (แม้จะดูเว่อร์เซอร์ไพรส์ดีก็ตาม แต่มันไม่ลงตัวแบบแปลกๆ)

ส่วนฉากฆาตกรรมในเรื่องนี้ก็ดูธรรมดา นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าซีรีส์พยายามวางเรื่องราวให้คนร้ายเป้นผู้บงการให้เหยื่อไปถูกกระทำ ทำให้เรื่องนี้ไม่ได้มีฉากฆาตกรรมพิสดารอะไรทั้งนั้น ซึ่งต่างจากแนวสืบสวนปกติที่ต้องมีจุดเด่นของคนร้าย ซึ่งในเรื่องนี้ไปตกอยู่ที่ตัวการทำนายของแม่มดบาบากับคลื่นมหาชนที่หลงเชื่อเรื่องราวมากกว่า ทำให้มันดูจืดๆ ไปพอสมควรเลย

 

สรุป

Million-Follower Detective เป็นซีรีส์อาชญากรรมจากไต้หวันที่มุ่งเป้าวิจารณ์สังคมโซเชียลมีเดียกับการเกิดขึ้นของเหล่าอินฟลูมากมายที่มีคนเชื่อติดตามเป็นล้านๆ จนทำให้เกิดผลกระทบกับสังคมในโลกจริงที่สังคมปัจจุบันไม่อาจจะปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ซึ่งซีรีส์เชื่อมโยงเข้ากับคดีฆาตกรรมที่มีคำทำนายที่กลายเป็นจริงจากอินฟลูแม่มดที่ทำนายว่าอินฟลูคนอื่นที่เป็นเป้าหมายต้องตาย ทำให้เรื่องราวดูลุ้นระทึกน่าติดตามว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง โดยมีปัญหาของช่องว่างระหว่างวัยของตัวเอกกับลูกสาวและรุ่นน้องที่ทำงานสอดแทรกเข้ามาได้อย่างกลมกลืนไปกับเรื่องราวสืบคดีโลกออนไลน์ 

แต่ปัญหาก็คือตัวคนร้ายถูกบอกใบ้จนคาดเดาได้ง่ายตั้งแต่แรกๆ เพราะมันมีฉากส่งสัญญาณบอกใบ้ชัดเจนมาก (ถ้าคุณดูแนวสืบสวนมาเยอะๆ) และความพยายามทำให้เรื่องราวคนร้ายซับซ้อนหลายชั้นจนสุดท้ายไม่ค่อยสมเหตุผลเท่าไหร่ จบแบบดูแล้วเซอร์ไพรส์ แต่ไม่ลงตัวแบบแปลกๆ ฉากฆาตกรรมก็ธรรมดาเพราะไปเน้นว่าคนร้ายหลอกล่อกดดันให้เหยื่อลงมือแทน ซึ่งมันต่างจากแนวฆาตกรรมต่อเนื่องเรื่องอื่น เพราะเรื่องนี้คือเน้นไปที่การทำนายของคนร้ายที่ดูหวือหวาเท่านั้น อีกทั้งจำนวน 8 ตอนก็มากไปจนทำให้เรื่องดูยืดยาวเกินจำเป็น แต่รวมๆ ก็ยังนับว่าเป็นซีรีส์จากไต้หวันที่มีคุณภาพดีพอควรค่าแก่การรับชมได้อยู่ครับ

 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------