รีวิว Sins of Kujo คุโจ ยอดทนายบาป ซีรีส์ Netflix ที่ท้าทายขอบเขตความยุติธรรม!
Sins of Kujo คุโจ ยอดทนายบาป
Summary
Sins of Kujo เป็นซีรีส์ดราม่ากฎหมายญี่ปุ่นที่กล้าท้าทายมาตรฐานสังคม โดยเน้นไปที่ทนายความที่ปกป้องผู้ร้ายและยากูซ่าที่สังคมรังเกียจ โดยเป็นการนำเสนอแบบตามโลกจริงๆ เรื่องราวเน้นความเรียลของการช่วยให้อาชญากรพ้นผิดหรือโทษเบาลงตามกฏหมาย เพราะตัวเอกคุโจยึดถือว่า “ศีลธรรมต้องแยกจากกฏหมาย” ทำให้เรื่องนำเสนอแบบไม่แคร์ผู้ชมที่ต้องการเรื่องราวความดีเอาชนะความชั่วนั้นไม่ใช่กับเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องราวเต็มไปด้วยคดีที่เกี่ยวข้องกับโลกของยากูซ่าที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมแฝงสะท้อนปัญหาสังคมญี่ปุ่นแบบเทาๆ จนถึงดำสุดๆ ทำให้ดูแล้วผู้ชมจะรู้สึกว่ามันดาร์คหดหู่ตั้งแต่ต้นไปจนจบ แต่มันก็มีมุมมองที่อธิบายการตัดสินใจของตัวเอกอยู่เสมอ โดยนำเสนอไปพร้อมกับตัวละครรอบตัวคุโจที่อยู่ตรงข้ามคอยถ่วงดุลย์ทำให้เห็นว่าสุดท้ายแล้วการช่วยแบบไหนดีที่สุดกับลูกความมากกว่ากัน โดยมีเรื่องราวอีกด้านของอาชญากรเป็นอีกมุมมองที่คนปกติไม่เคยรู้เห็นออกมา อย่างเรื่องวงการ AV ญี่ปุ่นว่ามันถูกต้องแค่ไหน ซึ่งซีรีส์บังคับให้ผู้ชมตั้งคำถามกับแนวคิดเรื่องความยุติธรรมและศีลธรรมอยู่ตลอดเวลา ในตอนแรกก็สามารถวัดได้แล้วว่าผู้ชมจะรับไหวไหมเพราะทั้ง 10 ตอนนี้คุณจะไม่ได้เห็นอะไรที่แตกต่างไปมากนัก แต่จุดด้อยใหญ่มากก็คือทุกคดีแทบจะไม่มีฉากต่อสู้ในศาลเลย ซึ่งมันก็คงไม่ถูกใจสายที่ชอบแนวทนายต่อสู้ในศาลแน่นอน รวมถึงการจบแบบทิ้งปมที่ปูมาไว้มากมายก็น่าเสี่ยงว่าถ้าไม่ได้ทำต่อก็ไม่ควรดูเลยครับ
Overall
7/10User Review
( vote)Pros
- แนวกฏหมายช่วยอาชญากรคนผิดที่แตกต่างไปจากปกติ
- เรื่องราวดาร์คหดหู่แต่สะท้อนปัญหาสังคมญี่ปุ่นออกมาได้ดี
- นักแสดงเล่นได้อย่างเข้มข้น
- มีพากย์ไทย
Cons
- สร้างปมไว้หลายอย่างแล้วไม่จบในซีซั่นเลย
- แทบไม่มีฉากว่าความตอสู้กันในศาล
Sins of Kujo คุโจ ยอดทนายบาป ซีรีส์ญี่ปุ่น Original Netflix 10 ตอนจบซีซั่น 1 แนวดราม่า เรื่องราวของไทซะ คุโจ ทนายความที่รับงานปกป้องอาชญากรที่สังคมรังเกียจตั้งแต่นักเลงไปจนถึงยากูซ่า ด้วยหลักการที่ว่า “งานของทนายคือปกป้องลูกความ” ไม่ใช่ตัดสินว่าผิดหรือถูก ทนายต้องแยกศีลธรรมกับกฏหมายออกจากกัน!
รีวิว Sins of Kujo คุโจ ยอดทนายบาป
ซีรีส์ทนายจากมังงะญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องราวผิดแผกไปจากปกติเลย ด้วยการเล่าเรื่องของทนายที่รับว่าความให้เหล่าอาชญากร ซึ่งในญี่ปุ่นก็คือพวกแก๊งยากูซ่า และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่แนวยากูซ่าถูกใส่ความ แต่เป็นทนายที่ช่วยเหลือคนผิดจริงๆ ให้รับโทษน้อยลงหรือบิดคดีให้ไม่มีความผิดไปเลย โดยการใช้ข้อกฏหมายมาสู้กับอีกฝ่ายที่เป็นโจทย์ฟ้อง ซึ่งทั้งเรื่องก็คือคนที่ถูกกระทำมาด้วย ซึ่งความแปลกนี้เองทำให้เรื่องนี้โดดเด่น เพราะมันไม่ใช่การดูซีรีส์เพื่อเอาใจช่วยให้คนที่ตกเป็นเหยื่อได้พลิกชนะเลยแม้แต่คดีเดียว!
ด้วยมุมการเสนอเรื่องราวที่แตกต่างไปจากทุกเรื่องที่เคยมีมา ทำให้ผู้ชมอาจจะคิดว่าซีรีส์กำลังนำเสนอการช่วยเหลือคนผิด ส่งเสริมอาชญากรรม แบบซีรีส์ Breaking Bad คนดีแตกแล้วจบด้วยการชดใช้กรรมแบบนั้นหรือ ก็บอกเลยว่าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นยังเล่าเรื่องว่าตัวเอกทำด้วยความจำเป็น แต่หลงระเริงไปกับเงินจากการค้ายา ซึ่งมันเป็นสูตรสำเร็จทำให้มีหลายเรื่องทำตามมามากมาย แต่กับคุโจ (Yûya Yagira) ตรงกันข้าม เขาเป็นทนายที่มีจุดยืนแบบนี้มาแต่แรกแล้วว่า “กฏหมายกับศีลธรรมต้องแยกจากกัน” ถึงจะดูว่าคดีนั้นผิดศีลธรรม จริธรรมต่างๆ นาๆ แต่กฏหมายก็ต้องรับใช้ตามตัวบทที่เขียนขึ้นมา ยกตัวอย่างคดีแรกที่ลูกน้องยากูซ่าเมาแล้วขับรถชนพ่อที่พาลูกซ้อนท้าย พ่อตายคาที่ ลูกสาวขาขาด แทนที่ซีรีส์จะเล่าเรื่องให้มีความเห็นใจเหยื่อ แต่เปล่าเลย ซีรีส์เลือกเล่าเรื่องการชวยเหลือลูกน้องยากูซ่าโดยการเก็บมือถือไว้ แล้วรอให้แอลกอฮอล์ลดลงจนตรวจจับไม่ได้ ก่อนไปมอบตัวกับทนาย แล้วใช้เทคนิคสารพัดพวกนี้ทำให้ลูกความรอด โดยมีฉากที่แม่ของเด็กกับลูกสาวที่ขาขาดนั่งฟังคำตัดสินที่ยากูซ่าคนนี้รอดแล้วดีใจ ซึ่งตอนแรกนี่มันคือคดีที่ตั้งใจบอกเล่าและท้าสายสามัญสำนึกของผู้ชมกันตรงๆ ว่านี่คือโลกจริงที่เป็นอยู่ของกฏหมาย และวัดกันไปเลยว่าใครทนรับแนวทางเรื่องแบบนี้ได้ก็ดูต่อไปให้จบได้เช่นกัน
ถึงซีรีส์จะเล่าเรื่องการช่วยเหลืออาชญากรคนผิดกันแบบไม่มีปิดบัง แต่ทุกตอนซีรีส์ก็จะพยายามหาแง่มุมของเหยื่อมาบอกเล่าควบคู่ไปด้วย อย่างคดีแรกที่กล่าวมา เรื่องราวก็มีตอหลังการตัดสินต่อไปอีก ซึ่งซีรีส์ก็หาทางอธิบายความชอบธรรมของโลกจริงตามกฏหมายที่เป็นอยู่ให้ผู้ชมเข้าใจได้ แต่ยอมรับได้ไหมเป็นคนละเรื่องกัน และในระหว่างคดีก็มีจุดที่ทำให้เห็นว่ามันสามารถพลิกเรื่องราวได้เช่นกัน เพราะพ่อที่ขี่จักรยานถูกชนก็มีเรื่องราวลึกกว่าที่เห็นและก็เป็นประโยชน์กับลูกความ ทำให้คุโจต้องงัดเอาเรื่องนี้มาใช้ทำให้ลูกความพ้นผิดจนได้ เรียกว่าซีรีส์เลือกเล่าเรื่องราวแบบเรียลๆ สมจริง เน้นหดหู่ทุกตอน ไม่มีช่วงสดใสบันเทิงเลยแม้แต่น้อย เพราะมันคึอเรื่องราวของทนายที่ช่วยอาชญากรคนผิดให้รอดพ้นคดีจริงๆ
แต่ถึงคุโจจะเป็นคนที่ทำงานโดยมีจุดยืนแบบนั้น แต่ซีรีส์ก็ใส่เรื่องราวที่มาของความเป็นตัวเขาให้ผู้ชมได้เข้าใจตัวตนเนื้อแท้อย่างลึกซึ้งว่าไม่ใช่เขาเป็นคนไม่ดีไปด้วย เพียงแต่เขามีจุดยืนแยกกฏหมายออกจากศีลธรรมออกจากกันอย่างเด็ดขาดมาตั้งแต่เด็ก โดยโยงเรื่องราวเข้ากับ ชินจิ คาราซุมะ (Hokuto Matsumura)ทนายหนุ่มคนใหม่จาก ม.โตเกียวที่สมัครมาทำงานกับคุโจเอง โดยเขามีจุดยืนตรงข้ามกับคุโจชัดเจน แต่เลือกมาทำงานด้วยเพราะต้องการเข้าใจคุโจจากอดีตที่เขามีในวัยเด็ก ซึ่งซีรีส์แสดงให้เห็นความขัดแย้งของชินจิต่อการทำคดีของคุโจตลอด แต่ในฝั่งคุโจเองเขาไม่ตัดสินใครและเลือกรับฟังมากกว่าจะโต้แย้ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สอดคล้องกับการทำคดีของเขา ซีรีส์เอาชินจิมาถ่วงดุลย์และทำให้เห็นว่ามุมมองของชินจิเองก็ช่วยเหลือลูกความได้แต่คนละทาง เพียงแต่ว่าวิ่งที่ชินจิทำตามอุดมการณ์อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ลูกความต้องการมากที่สุด และทางออกของเรื่องนี้จึงเป็นเหมือนการพบกันครึ่งทางของทั้งคู่ โดยมีมุมของชินจิช่วยหล่อเลี้ยงให้รู้สึกว่าอย่างน้อยนี่ก็ไม่ใชซีรีส์ดาร์คเลวสุดขั้ว และตัวคุโจเองก็ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นด้วยเช่นกัน
ซีรีส์ยังมีตัวละครรอบตัวแบบชินจิมาเสริมอีกก็คือ ฮิโตมิ ยาคุชิมาเอะ (Elaiza Ikeda) นักสังคมสงเคราะห์ที่อยู่ประจำสำนักงานทนาย เป็นเหมือนนางเอกของเรื่อง แต่ก็ไม่ได้เป็นแนวรักโรแมนติก เธอเป็นตัวละครที่มีจุดยืนไม่ชอบการทำงานของคุโจ แต่ก็เข้าใจคุโจ และงานของคุโจก็พาเธอไปหาคนชายขอบของสังคมที่เป็นสิ่งที่เธออยากช่วยเหลือมากที่สุด ซึ่งในเรื่องนี้เธอเป็นตัวละครที่ย้อนแย้งในตัวเอง แต่ก็เป็นเหมือนคนจริงๆ ที่ต้องทำงานกับสิ่งที่ไม่ชอบเพียงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการแลกกันมา (ไม่ได้หมายถึงเงิน) ซึ่งมันอาจจะประหลาดๆ เข้าใจยากสักหน่อย แต่ซีรีส์ก็ทำให้เธอเป็นตัวกลางของทั้งคู่ในสำนักงานนั้นสดใสขึ้นมาบ้างหลังจากที่มีแต่เรื่องร้ายๆ ตลอดเวลา

ซีรีส์เล่าเรื่องคดีจบเป็นเคสๆ 1-2 ตอนต่อคดี ตอนละประมาณ 40 นาที แต่เรื่องราวในทุกคดีจะเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับปัญหาอาชญากรรมที่ซ่อนเร้นในญี่ปุ่นผ่านโลกของยากูซ่า อย่าง บ้านพักคนชราที่มียากูซ่าเข้าไปครอบงำบังคับให้คนแก่เซ็นพินัยกรรม เด็กสาวที่ถูกหลอกเข้าไปในวงการ AV แพะรับคดีแทนยากูซ่า ซึ่งทุกคดีมีมุมมองที่ต้องการขุดคุ้ยโลกของอาชญากรรมเหล่านั้นขึ้นมาให้ผู้ชมได้รับรู้เป็นเหมือนการเตือนภัยสังคมทางอ้อม อย่างคดีเด็กสาว AV ก็ทำให้เห็นที่มาที่ไปของการเข้าไปในวงการนี้อย่างชัดเจนว่าเป็นขบวนการค้ามนุษย์แบบหนึ่ง โดยที่มีพวกหนุ่มหล่อบาร์โฮสมาเกี่ยวข้อง แต่ซีรีส์ก็ทำให้เห็นด้านใจของวงการพวกนี้ด้วยว่ามันก็มีช่วงที่สวยงามแบบที่เจ้าตัวอยากได้มาตลอดเช่นกัน ซึ่งการตัดสินของแต่ละคนนั่นเป็นสิ่งที่คุโจไม่ต้องการไปยุ่งและพยายามหาทางช่วยทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดกับลูกความก็พอ
นอกจากนี้แล้วทุกตอนที่ซีรีส์เล่าแยกกัน แต่ก็มีจุดเชื่อมโยงกันคือ เคงโกะ มิบุ (Keita Machida)เจ้าของร้านซ่อมรถที่มีความเชื่อมโยงลึกกับโลกใต้ดินของยากูซ่า ตัวละครนี้คือคนที่อยู่ท่ามกลางเส้นแบ่งโลกทั้งสองและเป็นตัวเชื่อมพาคดีมาหาให้คุโจตลอด แต่เขาเองก็มีเรื่องราวลึกส่วนตัวกับหัวหน้าแก๊งยากูซ่า ซึ่งซีรีส์วางเรื่องทิ้งไว้ไปต่อซีซั่น 2 อยู่ และก็ทำให้มิบุเป็นตัวละครที่คาดเดาไม่ได้ว่าเขาจะดีหรือร้าย แต่ที่แน่ๆ คือเขาชอบการทำงานของคุโจและก็รักษาขอบเขตความสัมพันธ์แบบนี้ไว้ได้ตลอด
ซีรีส์มีการเล่าเรื่องที่แปลกแตกต่างน่าติดตาม แต่จุดอ่อนของ Sins of Kujo ตรงๆ ก็คือนี่ไม่ใช่ซีรีส์ที่ดูแล้วรู้สึกดี มีความอึดอัดมากมายกับการตัดสินใจทุกครั้งของตัวเอกที่ขัดแย้งกับสังคมปกติตลอดเวลา แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของเขากับชินจิทนายหนุ่มที่พยายามช่วยเขาก็ยังเป็นความสัมพันธ์แบบที่ต่างคนต่างทำงาน ไม่ได้มาสานกันได้ในเรื่องส่วนตัว ซึ่งความแปลกของเรื่องนี้จะรบกวนจิตใจผู้ชมไปตลอดจนจบ
อีกจุดที่ซีรีส์มีปัญหาก็คือ ทุกคดีแทบจะไม่มีฉากต่อสู้ในศาลเลย ซึ่งมันอาจจะแปลกที่แนวทนายกลับขาดตกตรงนี้ไป แต่ในมุมของซีรีส์เองต้องการเล่าเรื่องแนวทางการต่อสู้หามุมช่วยลูกความคุโจนอกศาลมากกว่า ก็ทำให้พอทุกตอนตัดจบที่คำตัดสินออกมาดื้อๆ ก็พอเข้าใจได้ แต่มันก็ทำให้ซีรีส์ดูจะไม่กล้าแสดงให้เห็นการต่อสู้คดีโต้แย้งด้วยเหตุผลกันจริงๆ (มีน้อยฉากมาก) และก็ทำให้เรื่องต้องรวบรัดตัดจบไปทุกตอนด้วยครับ
นอกจากนี้แล้วการที่เรื่องทิ้งปมตัวละครไว้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตอนท้ายที่ใส่ปมปัญหากับตำรวจทำให้คุโจอาจจะต้องถูกถอดออกจากทนายและยังมีเรื่องของมิบุกับหัวหน้าแก๊งที่เลยเถิดจนน่าจะเอาไม่อยู่ โดยซีรีส์ปูปมพวกนี้มาตลอดและรวมตัวละครหลายตอนเข้าไว้ด้วยกัน แต่ดันจบแบบค้างคาไม่ถึงไหน ทำให้ดูแล้วน่าหงุดหงิดเหมือนกัน ยิ่งถ้าไม่มีไฟเขียวซีซั่น 2 ด้วยก็จะกลายเป็นซีรีส์ที่ไม่ควรดูเลยด้วยครับ
สรุป
Sins of Kujo เป็นซีรีส์ดราม่ากฎหมายญี่ปุ่นที่กล้าท้าทายมาตรฐานสังคม โดยเน้นไปที่ทนายความที่ปกป้องผู้ร้ายและยากูซ่าที่สังคมรังเกียจ โดยเป็นการนำเสนอแบบตามโลกจริงๆ เรื่องราวเน้นความเรียลของการช่วยให้อาชญากรพ้นผิดหรือโทษเบาลงตามกฏหมาย เพราะตัวเอกคุโจยึดถือว่า “ศีลธรรมต้องแยกจากกฏหมาย” ทำให้เรื่องนำเสนอแบบไม่แคร์ผู้ชมที่ต้องการเรื่องราวความดีเอาชนะความชั่วนั้นไม่ใช่กับเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องราวเต็มไปด้วยคดีที่เกี่ยวข้องกับโลกของยากูซ่าที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมแฝงสะท้อนปัญหาสังคมญี่ปุ่นแบบเทาๆ จนถึงดำสุดๆ ทำให้ดูแล้วผู้ชมจะรู้สึกว่ามันดาร์คหดหู่ตั้งแต่ต้นไปจนจบ แต่มันก็มีมุมมองที่อธิบายการตัดสินใจของตัวเอกอยู่เสมอ โดยนำเสนอไปพร้อมกับตัวละครรอบตัวคุโจที่อยู่ตรงข้ามคอยถ่วงดุลย์ทำให้เห็นว่าสุดท้ายแล้วการช่วยแบบไหนดีที่สุดกับลูกความมากกว่ากัน โดยมีเรื่องราวอีกด้านของอาชญากรเป็นอีกมุมมองที่คนปกติไม่เคยรู้เห็นออกมา อย่างเรื่องวงการ AV ญี่ปุ่นว่ามันถูกต้องแค่ไหน ซึ่งซีรีส์บังคับให้ผู้ชมตั้งคำถามกับแนวคิดเรื่องความยุติธรรมและศีลธรรมอยู่ตลอดเวลา ในตอนแรกก็สามารถวัดได้แล้วว่าผู้ชมจะรับไหวไหมเพราะทั้ง 10 ตอนนี้คุณจะไม่ได้เห็นอะไรที่แตกต่างไปมากนัก แต่จุดด้อยใหญ่มากก็คือทุกคดีแทบจะไม่มีฉากต่อสู้ในศาลเลย ซึ่งมันก็คงไม่ถูกใจสายที่ชอบแนวทนายต่อสู้ในศาลแน่นอน รวมถึงการจบแบบทิ้งปมที่ปูมาไว้มากมายก็น่าเสี่ยงว่าถ้าไม่ได้ทำต่อก็ไม่ควรดูเลยครับ
ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่