playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว The Terminal List SS2 ภาคต่อที่ด้อยลงทั้งหมด ยกเว้นความสมจริงทางทหาร

The Terminal List SS2

Summary

โดยรวมมันเลยกลายเป็นงานภาคต่อที่ครึ่งๆ กลางๆ เหมือนเป็นภาคขยายเชื่อมต่อกับ Dark Wolf  มากกว่าจะเป็นภาคหลักของตัวเอง ซึ่งในจุดนี้คนที่ชอบ Dark Wolf ก็คงชอบที่จะได้เห็นตัวละครชุดนั้นกลับมาอีกรอบทั้งหมด แต่ความเป็นภาคหลักที่ต้องเล่าเรื่องราวกับฉากแอ็กชั่นของรีชกลับดรอปลงอย่างมาก ฉากแอ็กชั่นใหญ่โหดสะใจไม่มีเลย ใหญ่สุดของเรื่องก็ดูไม่เท่ากับตอนแรกๆ ของภาคก่อนด้วยซ้ำ แต่เรื่องกลยุทธ์แทคติกต่างๆ ของทหารจริงๆ ซีรีส์ยังคงทำได้ดีเหมือนเดิม โดยเฉพาะฉากการคำนวนสไนเปอร์เทพยิงสวนกันที่ดีกว่าฉากแอ็กชั่นทั้งเรื่องและยังใส่ดราม่าลงไปในฉากนี้ได้ดีมากพอ (แต่มันก็ไม่ใช่ตัวเอกรีช) และการที่มีตัวละครจาก Dark Wolf  เข้ามาแบ่งปันก็ทำให้พวกนี้แย่งความเด่นรีชไปอีก อย่างเรฟที่มีฉากโผล่มาๆ สั้น แต่โหดดิบกว่า ซึ่งนี่คือจุดขายของภาคแรกเลยที่รีชมีก็เอาไปให้ตัวอื่นหมด เหลือเพียงแค่ขวานลากไส้อันเดียว แต่ก็ไม่เห็นไส้อะไร เหมือนโดนลดเรตลงมาอีก ส่วนเนื้อเรื่องที่ปรับปรุงจากนิยายใหม่ใช้ฉากหลังรัสเซียยูเครนกำลังจะเจรจาสันติภาพ แต่ถูกกกลุ่มก่อการร้ายตั้งใจทำลายเพื่อยื้อสงครามมันก็ดูร่วมสมัยสมจริงดี ครึ่งแรกดูดีเพราะมีโมเป็นตัวร้ายที่ทำให้ปมมันดูซับซ้อนว่าเขาทรยศจริงไหมต่างกับภาค Dark Wolf แต่พอกลางเรื่องเฉลยอย่างง่ายๆ หลังจากนั้นเรื่องก็กลายเป็นแนวฟอกขาว CIA ที่รีชกลายเป็นลูกทีมเข้าไปช่วยกอบกู้ประชาธิไตยสร้างสันติภาพในโลกได้อย่างปลอมมากต่างกับโลกจริงไปเลย แล้วซีรีส์ก็ไม่ได้จบเคลียร์หมด แต่ทิ้งตัวร้ายหลายคนไว้ไปทำภาคต่อจนเหมือนแอบหากินเกินไปหน่อย ทำให้สุดท้ายก็กลายเป็นภาคที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่เลย น่าผิดหวังหลายจุดมาก แม้ผมจะเป็นแฟนภาคแรกก็ยังต้องคิดมากถ้าจะแนะนำให้ใครดูครับ

Overall
6.5/10
6.5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • สานต่อเรื่องราวจาก Dark Wolf
  • ดึงปัญหาสงครามในโลกจริงๆ เข้ามาใช้เล่าเรื่องราว
  • มีพากย์ไทย

 

Cons

  • ฉากแอ็กชั่นน้อยไม่เดือด
  • ตัวละครกระจายไปเยอะจนลดบทเด่นของรีช
  • เนื้อเรื่องเน้นฟอกขาว CIA จนดูดีเกินไป

ADBRO

The Terminal List SS2 ซีรีส์ Amazon prime 8 ตอนจบ เรื่องของเจมส์ รีช ที่ไล่ล่าบัญชีแค้นจนหมดแล้ว เขากลับต้องมาทำภารกิจใหม่ไล่ล่าพวกเดียวกันที่กลายมาเป็นมือสังหารในกลุ่มก่อการร้ายที่กำลังสั่นคลอนทั้งโลก โดยใช้วิชาที่เขาเป็นคนสอนขึ้นมา

รีวิว The Terminal List ซีรีส์ทุนสูงของคริส แพรตต์ กับแอ็กชั่นล้างแค้นสุดโหดจากเนวีซีลตัวจริง (ไม่มีสปอยล์)

 

รีวิว The Terminal List SS2

บอกก่อนเลยว่าผมเป็นแฟนของซีรีส์ชุดนี้มาตั้งแต่แรกที่นักวิจารณ์ต่างประเทศถล่มยับจนเหมือนกับจะไม่ได้เกิดตั้งแต่ตั้งไข่ฉาย แต่ด้วยความที่ผู้ชมทั่วโลกกลับมองสวนทางทำให้ซีรีส์จากนิยายของอดีตหน่วยซีลเรื่องนี้รอดกลับมาสร้างภาคต่อได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ แล้วการมาของ Dark Wolf  ก็ช่วยเติมเต็มเรื่องนี้ให้สมบูรณ์ขึ้นไปอีก จนกลายเป็นภาคแยกที่ได้ไฟเขียวทำต่อไปแล้ว แต่กับภาคหลักนี้คุณภาพกลับสวนทางกับทั้งสองภาคนั้นโดยสิ้นเชิง ไม่แน่ใจว่าเพราะงบไม่พอหรือต้องหั่นเรื่องราวไว้ทำต่อหรือไง แต่อะไรหลายๆ อย่างในเรื่องนี้ดูผิดองค์ประกอบจากภาคแรกไปหมด

เริ่มกันตั้งแต่ฉากแอ็กชั่นที่เป็นหัวใจของภาคแรก แน่นอนล่ะว่ามันยังเป็นซีรีส์ได้ Jack Carr ผู้เขียนที่เป็นซีลมาก่อนช่วยควบคุมงานสร้าง ทำให้ฉากการถืออาวุธและยุทธวิถีการมันดูสมจริงมากแบบที่วงในใช้กัน คุณจะได้เห็นการใช้ภาษาสื่อสารโค๊ดลับที่ต่างออกไปจากเรื่องอื่น รวมถึงวิธีคิดของตัวเอกที่ยังมีการมองที่แตกต่างที่ทำให้พวกเขารอดชีวิตมาได้ อย่างการให้เชื่อในสัญชาติญาณของตัวเองไว้ที่ภาค Dark Wolf  ก็ย้ำจุดนี้ไว้กับตัวเอกเบนกับเรฟคุยกันถึงจุดตัดตรงนี้ทำให้ทั้งคู่เลือกทางที่ต่างกันไป ในภาคนี้มีการเพิ่มเรื่องราวแนว CIA วางแผนลอบสังหารจัดเป้าหมายนอกประเทศเยอะ ซึ่งก็มีสไนเปอร์เป็นจุดเด่นของภาคนี้ที่ทั้งรีชกับเฟรดดี้เป็นคนได้โชว์ฉากการคำนวนทุกอย่างของสไนเปอร์เทพๆ ว่าเป็นอย่างไร โดยมีการดวลสไนเปอร์ระยะ 3 กิโลเมตร เป็นฉากสำคัญของเรื่องนี้ด้วย ซึ่งความสมจริงพวกนี้แหละที่พยุงซีรีส์เรื่องนี้ไว้ทั้งหมด แต่ปัญหามันคือทั้งเรื่องแทบไม่มีฉากแอ็กชั่นโลดโผนแบบภาคแรกเลยแม้แต่ฉากเดียว! ใครที่หวังว่าจะได้เห็นฉากระเบิดถล่มทลายแบบเดิมไม่มี ฉากการบุกเข้าไปจัดการแบบตอน 5 ของภาคเดิมก็ไม่มี ฉากตอนไคลแม็กของเรื่องก็ทำเหมือนจะมี แต่ก็เป็นแค่ฉากยิงในโกดังเก่าธรรมดา อีกฝ่ายก็ไม่ใช่มืออาชีพอะไรเลย สิ่งที่มีเหลือทิ้งไว้ก็แค่ฉากการใช้ขวานสับอกลากไส้ (แต่ก็ไม่เห็นไส้แบบเดิมนะ) ซึ่งพอฉากพวกนี้เหือดหายไปหมด เรตความรุนแรงก็น้อยลง แล้วยังต้องมีตัวละครหลายตัวเพิ่มมาให้มีฉากที่ “เกือบๆ จะเป็นแอ็กชั่น” อย่างตัวนักข่าวหญิงจากภาคแรกที่คราวนี้กลับมาลงสนามต้องใช้ปืนสู้ด้วย มันก็เลยกลายเป็นฉากโชว์ของรีชหายมากขึ้นไปอีก แต่ฉากของเรฟที่มีสั้นๆ ในเรื่องนี้กลับออกมาดี เป็นการใช้ทั้งสมองและความคิดเพื่อจัดการศัตรูได้อย่างซาดิสม์มาก ดีกว่ารีชที่เป็นตัวเอกซะอีกครับ

ในส่วนของเนื้อเรื่องในภาคนี้กลายมาเป็นแทบจะตรงข้ามกับภาคแรก เพราะรีชกลายมาเป็นทำงานรับใช้ CIA แม้ทั้งเรื่องจะบอกว่าตัวเองไม่ต้องการขึ้นตรงกับใคร แต่ทั้งเรื่องก็คืออยู่ภายใต้ทีมปฏิบัติการ CIA ทั้งหมด โดยช่วงแรกคือการแก้ปมที่ค้างไว้ว่าเบนตายจริงหรือไม่ อันนี้คงไม่ต้องมาสืบอะไรเพราะเรื่องเปิดมาก็แสดงให้เห็นเลย ก่อนเรื่องเนื้องอกที่ยังค้างในหัวก็ใช้วิธีง่ายๆ โดย CIA บอกว่าได้ตรวจสอบจากลูกน้องรีชที่ตายไปแล้วรู้ว่าผ่าตัดได้ ตอนนี้ก็กินยาป้องกันไว้ก่อน จบงานค่อยมาผ่า ก็เล่นกันง่ายๆ แบบนี้เลย ถึงทั้งเรื่องมีฉากที่รีชยังปวดหัวเห็นภาพหลอน แต่ก็คือการเอาจุดนี้มาใช้เล่าถึงอดีตถึงตัวละครที่ตายไปอย่างเบน มันก็ดูเข้าท่าดี แต่มันกลับไม่ส่งผลถึงฉากแอ็กชั่นเลยแม้แต่นิด (ตอนเล็งสไนเปอร์ปวดหัวก็กรอกยากิน จบ!)

หลังจากเคลียร์ปัญหาส่วนตัวแล้วก็มาเข้าเรื่องคือ โม ฟารุค ตัวละครเด่นในภาค Dark Wolf  ที่คราวนี้กลับมาเป็นตัวร้าย ซึ่งมันก็ทำเรื่องราวให้น่าสงสัยติดตามดีว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนกลายเป็นผู้ก่อการร้ายเอง ซึ่งรีชก็ตามล่าหาคำตอบผ่านปฏิบัติการไล่ล่าของ CIA ที่เขาเลือกเชื่อว่าโมไม่เปลี่ยนไป แต่คนรอบตัวก็บอกว่าเบนที่เขาสนิทที่สุดยังเปลี่ยนไปได้เลย ซึ่งครึ่งแรกคือการตามล่าเขา เรื่องราวถือว่ายังมีความน่าติดตามลึกลับดูซับซ้อนดี แต่พอเฉลยแล้วก็กลายเป็นอะไรทุกอย่างกลับง่ายไปหมด แล้วก็เปลี่ยนให้ครึ่งหลังกลายเป็นภารกิจทำลายองค์กรร้ายอัลไกด้ายุคใหม่ที่มีบอสใหญ่ไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่เบื้องหลัง ซึ่งโอเคและผมหลอกว่าใครเป็นตัวร้ายในเรื่องนี้ทำออกมาใช้ได้ โดยการเอาเรื่องสถานการณ์จริงของรัสเซียยูเครนมาเป็นฉากหลัง ซึ่ง Jack Carr เองเขียนไว้ก่อนรัสเซียเริ่มบุก แต่มาปรับตอนสร้างซีรีส์ให้เป็นช่วงสุดท้ายใกล้ๆ จบแล้วโดยทั้งโลกพยายามหาทางเจรจาสงบสงคราม โดยมีอเมริกาเข้ามาเกี่ยวพร้อมกับแผนที่มีตัวละครนักการเมืองพยายามหากินกับสงคราม ซึ่งพวกนี้เป็นทฤษฎีสมคบคิดที่เราได้ยินกันมาตลอดในโลกจริง ซึ่งมันก็ดีที่ซีรีส์สร้างเรื่องราวยึดโยงเรื่องจริงแล้วตีแผ่บางส่วนมันออกมา แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นเรื่องราวที่สดใหม่อะไรแล้ว เหมือนกำลังดูการพยายามโปปากานดาของอเมริกามากกว่า ผ่านการทำงานของ CIA ที่เจมรีชไปอยู่ด้วย จนกลายเป็นงานฟอกขาวให้องค์กรนี้ที่มีส่วนอยู่เบื้องหลังสงครามในโลกไปแทน ซึ่งดูแล้วไม่โอเคเลย แม้แต่ความลับเรื่องพ่อของรีชที่ซีรีส์ทิ้งไว้เล็กๆ ตอนท้ายก็ยังเป็นแนวขาวมากกว่าเทาหรือดำ จนกลายเป็นเรื่องราวที่จืดมากในตอนจบ แต่ก็เป็นงานการแสดงที่ทำให้ คริส แพตต์ แสดงออกมาได้ดีมากกับการทุ่มบทบาทของชายผู้ทิ้งทุกสิ่งเพื่อล้างแค้นจนหมดแล้วจะหาทางไปต่อกับชีวิตยังไงในตอนจบ แต่ซีรีส์ขยักปมตัวร้ายบางคนทิ้งไว้ไปต่อซีซั่น 3 ด้วยทำให้ไม่จบสนิทได้จริงๆ

สรุป โดยรวมมันเลยกลายเป็นงานภาคต่อที่ครึ่งๆ กลางๆ เหมือนเป็นภาคขยายเชื่อมต่อกับ Dark Wolf  มากกว่าจะเป็นภาคหลักของตัวเอง ซึ่งในจุดนี้คนที่ชอบ Dark Wolf ก็คงชอบที่จะได้เห็นตัวละครชุดนั้นกลับมาอีกรอบทั้งหมด แต่ความเป็นภาคหลักที่ต้องเล่าเรื่องราวกับฉากแอ็กชั่นของรีชกลับดรอปลงอย่างมาก ฉากแอ็กชั่นใหญ่โหดสะใจไม่มีเลย ใหญ่สุดของเรื่องก็ดูไม่เท่ากับตอนแรกๆ ของภาคก่อนด้วยซ้ำ แต่เรื่องกลยุทธ์แทคติกต่างๆ ของทหารจริงๆ ซีรีส์ยังคงทำได้ดีเหมือนเดิม โดยเฉพาะฉากการคำนวนสไนเปอร์เทพยิงสวนกันที่ดีกว่าฉากแอ็กชั่นทั้งเรื่องและยังใส่ดราม่าลงไปในฉากนี้ได้ดีมากพอ (แต่มันก็ไม่ใช่ตัวเอกรีช) และการที่มีตัวละครจาก Dark Wolf  เข้ามาแบ่งปันก็ทำให้พวกนี้แย่งความเด่นรีชไปอีก อย่างเรฟที่มีฉากโผล่มาๆ สั้น แต่โหดดิบกว่า ซึ่งนี่คือจุดขายของภาคแรกเลยที่รีชมีก็เอาไปให้ตัวอื่นหมด เหลือเพียงแค่ขวานลากไส้อันเดียว แต่ก็ไม่เห็นไส้อะไร เหมือนโดนลดเรตลงมาอีก ส่วนเนื้อเรื่องที่ปรับปรุงจากนิยายใหม่ใช้ฉากหลังรัสเซียยูเครนกำลังจะเจรจาสันติภาพ แต่ถูกกกลุ่มก่อการร้ายตั้งใจทำลายเพื่อยื้อสงครามมันก็ดูร่วมสมัยสมจริงดี ครึ่งแรกดูดีเพราะมีโมเป็นตัวร้ายที่ทำให้ปมมันดูซับซ้อนว่าเขาทรยศจริงไหมต่างกับภาค Dark Wolf แต่พอกลางเรื่องเฉลยอย่างง่ายๆ หลังจากนั้นเรื่องก็กลายเป็นแนวฟอกขาว CIA ที่รีชกลายเป็นลูกทีมเข้าไปช่วยกอบกู้ประชาธิไตยสร้างสันติภาพในโลกได้อย่างปลอมมากต่างกับโลกจริงไปเลย แล้วซีรีส์ก็ไม่ได้จบเคลียร์หมด แต่ทิ้งตัวร้ายหลายคนไว้ไปทำภาคต่อจนเหมือนแอบหากินเกินไปหน่อย ทำให้สุดท้ายก็กลายเป็นภาคที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่เลย น่าผิดหวังหลายจุดมาก แม้ผมจะเป็นแฟนภาคแรกก็ยังต้องคิดมากถ้าจะแนะนำให้ใครดูครับ

 

 

อ่านรีวิวหนังซีรีส์ Amazon Prime VIDEO เพิ่มคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------