รีวิว The Truthers (Netflix) ความจริงที่ซับซ้อน ฉีกสะท้อนปัญหาสังคม
The Truthers
Summary
หนังจากทีมสร้าง Elite ที่ยังคงเขียนบทในสไตล์สเปนได้เก่งมากในการทำเรื่องราวคดีที่ดูเหมือนอุบัติเหตุธรรมดาให้มันซับซ้อนซ่อนเงื่อนงำหลอกผู้ชมให้สงสัยตามไปพร้อมกันได้ตั้งแต่ต้นจบถึงฉากปิดท้ายเรื่องที่ชวนอึ้งถึงความจริงที่เกิดขึ้นทั่วโลกที่ยากจะแก้ไขได้แล้ว โดยที่เรื่องราวก็สะท้อนปัญหาสังคมปัจจุบันไว้ได้อย่างแยบยล ซึ่งหนังทำได้ดีที่มิกซ์รวมเรื่องราวที่ดูเผินๆ เหมือนอุบัติเหตุให้ขยายวงไปใหญ่โตในตอนจบได้อย่างเกินคาด นักแสดงก็เล่นได้ดีทำให้ผู้ชมไม่แน่ใจได้ตลอดเวลาว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นจริงหรือเป็นแค่เรื่องราวที่นางเอกคิดไปเอง ทำให้แม้แต่ตัวนางเอกเองก็คือผู้ต้องสงสัยในคดีที่เกิดขึ้นด้วย เพียงแต่ว่าถ้าผู้ชมไม่ตระหนักถึงปัญหาสังคมที่หนังตั้งใจสื่อสารออกมาอย่างจริงจัง มันก็กลายเป็นหนังธรรมดาที่ดูแล้วจบไปเฉยๆ ได้เหมือนกันครับ
Overall
7/10User Review
( votes)Pros
- สะท้อนปัญหาสังคมที่ยากจะแก้ไข
- นักแสดงหลักทั้งคู่เล่นได้ดี
- มีพากย์ไทย
Cons
- ปมปัญหาสำคัญอาจะไม่โดนกับผู้ชมวงกว้าง
The Truthers ผู้แสวงหาความจริง ภาพยนตร์ Original Netflix จากสเปน แนวทริลเลอร์จิตวิทยา ลูกสาวที่ตัดขาดจากครอบครัวต้องกลับไปบ้านเกิดที่แม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำ แต่เธอพบเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นและเริ่มสงสัยว่าพ่ออาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของแม่
รีวิว The Truthers (ไม่สปอยล์)
เรื่องราวของ Ruth (Stéphanie Magnin) ดีเจสาววัย 30 ที่ตัดขาดจากครอบครัวมานาน ต้องกลับบ้านเกิดอีกครั้งหลังแม่ของเธอเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ พบศพในห้องน้ำที่ล็อกจากด้านใน พร้อมแก้วไวน์แดงข้างตัว ทั้งที่แม่ไม่ใช่คนดื่มและไม่เคยล็อกประตู เมื่อกลับมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับ Martin (José Coronado) พ่อของเธอที่หลังเกษียณกลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว และหมกมุ่นอยู่กับทฤษฎีสมคบคิดบางอย่าง ความสัมพันธ์ระหว่างสองพ่อลูกยิ่งตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ Ruth เริ่มสงสัยว่าพ่อของเธอเองอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของแม่
หนังเรื่องนี้มาจาก Carlos Montero และ Darío Madrona ทีมผู้สร้างซีรีส์ Elite ซึ่งผู้ชมที่เคยดูก็คงรู้ว่ามันไม่ใช่ซีรีส์วัยรุ่นปกติ แต่เป็นคดีฆาตกรรมปริศนาต่อเนื่องในโรงเรียนไฮสคูลไฮโซที่ซับซ้อนมาก หนังเรื่องนี้ก็เช่นกัน นี่ก็ไม่ใช่หนังทริลเลอร์ธรรมดาแน่นอน ตัวเรื่องเริ่มต้นขึ้นด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลากับผู้สูงอายุที่ลื่นล้มในห้องน้ำ ก่อนที่หนังจะค่อยๆ ทำให้เห็นปริศนาหลายอย่างผ่านสายตาของนางเอกที่สนิทกับแม่และจดจำรายละเอียดเล็กน้อยของชีวิตแม่ได้ จนทำให้เธอเริ่มตั้งข้อสงสัยขึ้นมา ก่อนหาทางสืบสวนด้วยตัวเองร่วมกับอดีตแฟนสมัยวัยรุ่นที่ยังคงไม่ค่อยมีอนาคตในหน้าที่การงานนัก โดยมีตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้เข้ามาเกี่ยวข้องคอยช่วยเหลือและตรวจสอบสิ่งที่เธอพยายามตั้งข้อสังเกตุให้ตำรวจอย่างเขารับรู้ ซึ่งหนังทำเรื่องราวให้ทุกคนเหมือนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จนกลายเป็นเหมือนเธอเองที่คิดเรื่องนี้ไปเอง ซึ่งหนังทำได้สำเร็จจริงๆ ไม่มากก็น้อยผู้ชมต้องเริ่มสงสัย ไม่แน่ใจ และคล้อยตามเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับนางเอก เพียงแต่ว่าที่สุดแล้วสิ่งที่เธอคิดนั้นมันเป็นจริงได้หรือไม่ นี่คือจุดขายที่หนังหลอกล่อผู้ชมให้ติดตามไปจนถึงฉากสุดท้ายของเรื่องได้แน่นอน และอาจจะเกินคาดกับจุดเริ่มต้นเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วย
ถึงหนังจะเล่าเรื่องจากมุมของนางเอก แต่ตัวละครหลักอีกคนก็คือพ่อของเธอที่มีบทบาทสำคัญทำให้เรื่องดูซับซ้อนมากขึ้นไปอีก โดยปกติเขาก็พยายามห่วงใยสอบถามเธอมากเกินไป แต่อีกมุมมองหนึ่งก็เหมือนคนเป็นพ่อที่ห่วงลูกสาวที่พึ่งเสียแม่ไป โดยพ่อสนใจติดตามเรื่องราวเด็กที่หายตัวไปในเมืองแล้วพยายามค้นหากันอยู่ยังไม่เจอ พ่อสงสัยว่าบริษัทยาใหญ่ในเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเอาเด็กไปทดลอง ซึ่งมันดูฟังแล้วเหมือนคนบ้าสติไม่ดี แต่พ่อก็เล่าเรื่องโดยยกทฤษฎีในเน็ตที่มีกลุ่มคนมากมายเชื่อเรื่องนี้เหมือนกันพร้อมหลักฐานประกอบที่ดูแล้วคล้อยตามได้จริงๆ ซึ่งนี่เป็นจุดที่ทำให้ระหว่างทางผู้ชมเริ่มรู้สึกว่าภายเบื้องหลังมันน่าจะลึกและขยายวงไปมากกว่าที่เห็น โดยมีพ่อเป็นตัวหลักของเรื่องราวอีกส่วนที่หนังแบ่งพื้นที่ไว้ให้ผมชมคิดว่าสองคดีนี้มันจะมาเกี่ยวข้องกันได้ยังไง ซึ่งก็ต้องชมว่าหนังสามารถหาจุดที่ผสมเรื่องราวให้เชื่อมต่อกันได้อย่างเซอร์ไพรส์ไม่คาดคิดว่าจะมาเป็นแบบนี้ได้ เรียกว่ายังไงผู้ชมก็เดาไม่ออก โดยเฉพาะช่วงท้ายที่หักมุมติดๆ กัน และเป็นการหักมุมที่น่าสลดใจเพราะมันสะท้อนไปถึงปัญาหาสังคม ที่คนในยุคนี้เองที่ก่อร่างสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาจนเป็นปัญหาไปทั่วโลกด้วยครับ
หนังหักมุมให้นางเอกเข้าใจผิดสร้างทฤษฎีขึ้นมาเองว่าพ่อเป็นคนร้ายเพราะหมกหมุ่นกับความเชื่อของตัวเองจนเกินไป ก่อนที่เรื่องจะหักมุมอีกรอบว่าจริงๆ แล้วแม่ตายด้วยอุบัติเหตุก็จริง แต่เป็นเพราะแม่ไปเห็นสิ่งที่พ่อกำลังเตรียมจะทำในลักษณะก่อการร้ายกับบริษัทยาแล้วหยุดเขาไว้ไม่ได้ ก่อนที่ตอนจบจะหักมุมอีกรอบว่าพ่อที่พลีชีพไปก่อนนี้กลายเป็นถูกสังคมในเน็ตเอาไปแห่โหนแต่งเติมทฤษฎีสมคบคิดนั้นให้เลวร้ายหนักกว่าเดิมจนกลายเป็นการประท้วงลงถนนใหญ่ โดยที่เธอเองก็ไม่สามารถพุดความจริงแล้วทำให้ใครเชื่อได้เลย เพราะทุกคนคิดว่าเธอกำลังกลัวจะถูกบริษัทยาปิดปากไปด้วย
สรุป หนังจากทีมสร้าง Elite ที่ยังคงเขียนบทในสไตล์สเปนได้เก่งมากในการทำเรื่องราวคดีที่ดูเหมือนอุบัติเหตุธรรมดาให้มันซับซ้อนซ่อนเงื่อนงำหลอกผู้ชมให้สงสัยตามไปพร้อมกันได้ตั้งแต่ต้นจบถึงฉากปิดท้ายเรื่องที่ชวนอึ้งถึงความจริงที่เกิดขึ้นทั่วโลกที่ยากจะแก้ไขได้แล้ว โดยที่เรื่องราวก็สะท้อนปัญหาสังคมปัจจุบันไว้ได้อย่างแยบยล ซึ่งหนังทำได้ดีที่มิกซ์รวมเรื่องราวที่ดูเผินๆ เหมือนอุบัติเหตุให้ขยายวงไปใหญ่โตในตอนจบได้อย่างเกินคาด นักแสดงก็เล่นได้ดีทำให้ผู้ชมไม่แน่ใจได้ตลอดเวลาว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นจริงหรือเป็นแค่เรื่องราวที่นางเอกคิดไปเอง ทำให้แม้แต่ตัวนางเอกเองก็คือผู้ต้องสงสัยในคดีที่เกิดขึ้นด้วย เพียงแต่ว่าถ้าผู้ชมไม่ตระหนักถึงปัญหาสังคมที่หนังตั้งใจสื่อสารออกมาอย่างจริงจัง มันก็กลายเป็นหนังธรรมดาที่ดูแล้วจบไปเฉยๆ ได้เหมือนกันครับ