รีวิว Mousetrap กับดักจับลวง (Netflix) เล่าเรื่องดีสดใหม่กับการขโมยปมอัตลักษณ์ แต่ปมเยอะจนเกินจำเป็น
Mousetrap
Summary
ซีรีส์เกาหลีแนวทริลเลอร์ที่เล่นกับเรื่องการขโมยอัตลักษณ์ทุกรูปแบบในปัจจุบันที่เป็นสังคมดิจิตัล ว่าการทำให้คนๆ หนึ่งหายไปจากสังคมโดยการแทนตัวตนเข้าไปนั้นทำได้หรือไม่ ซึ่งซีรีส์ทำจุดนี้ได้ดีและตีกรอบแก้ปัญหาความเป็นไปได้ในปลอมตัวตนไว้หมด ตัวเรื่องเล่าด้วยการจับคู่หูที่แตกต่างระหว่างเจ้าหนี้ที่ตามฆ่าลูกหนี้แต่กลับต้องมาช่วยพิสูจน์ตัวตนเพื่อให้ได้เงินกลับมาแทน ซึ่งความสัมพันธ์ของตัวเอกทั้งคู่ต่างเติมเต็มกันและกันจนน่าติดตามเอาใจช่วย แต่เรื่องราวที่ลึกลงไปคือการตามหาแรงจูงใจคนร้ายว่าต้องการอะไรถึงปลอมตัวตนขโมยกันทั้งชีวิตไปแบบนี้ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่ซีรีส์เลือกสร้างปมขึ้นมามากมายเพียงเพื่อไว้ขายจุดหักมุมเสิร์ฟคนดูเยอะๆ แต่พอมันสะสมเข้ามาติดๆ กันจนเยอะเกินไปคนดูมีงงแน่นอน แล้วซีรีส์ก็มีจำนวนตอนที่เยอะมาก ทำให้หลายปมกลายเป็นการยืดเรื่องแล้วเฉลยแบบเสียเวลาไปเปล่าๆ แล้วพอปมเยอะมากก็ทำให้เวลาขมวดตอนท้ายมีจุดไม่สมเหตุผลเข้ามาเพิ่มอีก ถึงขั้นบางจุดเกินความเป็นจริงไปเลย แต่ด้วยเรื่องราวที่แปลกแตกต่างและสดใหม่ก็ยังถือว่านี่คือซีรีส์ที่ฉีกแนวทางออกไปแล้วยังดูได้สนุกตื่นเต้นน่ารับชมได้อยู่ครับ
Overall
7/10User Review
( votes)Pros
- แนวอาชญากรรมขโมยอัตลักษณ์แบบดิจิตอล
- ความสัมพันธ์คู่หูตัวเอก
- ฉากแอ็กชั่นมีความรุนแรงสูง
- มีพากย์ไทย
Cons
- ปมเยอะเกินจนสุดท้ายไม่สมเหตุผล
- เล่าเรื่องหลายตอนช้าแบบเสียเปล่า
Mousetrap กับดักจับลวง ซีรีส์เกาหลี Original Netflix แนวดราม่าทริลเลอร์ 10 ตอนจบ มีพากย์ไทย เมื่อนักเขียนนิรนามชื่อดังผู้ไร้เพื่อน ไร้สังคม โดนขโมยตัวตนโดยชายปริศนา เขาจึงต้องดิ้นรนพิสูจน์ตัวตน ก่อนจะถูกขโมยทุกสิ่งทุกอย่างไป
รีวิว Mousetrap กับดักจับลวง
ซีรีส์นี้ดัดแปลงจากเว็บตูนของ Kakao Entertainment เรื่อง Field Mouse โดย Ludovico ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านเกาหลีเรื่องหนูที่แปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ด้วยการกินเล็บที่ถูกตัดทิ้งของคน เล่าเรื่องราวของ เจมุนแจ (Ryu Jun-yeol) นักเขียนผู้ใช้ชีวิตสันโดษบนคอนโดหรูหราแบบโดดเดี่ยวเพราะเป็นโรคแพนิคกลัวการออกข้างนอกหลังจากพ่อแม่ตายด้วยอุบัติเหตุที่ไม่ปกติ วันหนึ่งระบบสแกนลายนิ้วมือในโทรศัพท์จู่ๆ ก็ใช้งานไม่ได้ เพื่อนสนิทที่คอยช่วยจัดการทุกอย่างในชีวิตก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขาไม่มีทางพิสูจน์ตัวเองได้อีกต่อไปว่าคือมุนแจตัวจริง เพราะมีชายลึกลับฉายา “The Rat (หนู)” ขโมยชื่อ ตัวตน และทรัพย์สินทั้งหมดของเขาไปครอบครอง เพื่อทวงคืนชีวิตของตัวเอง เขาจำต้องจับมือกับโนจา (Sul Kyung-gu) เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบผู้เคยตามทวงหนี้เขามาก่อน ทั้งคู่ที่ไม่น่าจะมาอยู่ฝั่งเดียวกันได้ ต้องร่วมมือกันไล่ล่าหา “หนู” ตัวจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง
ซีรีส์เกาหลีแนวทริลเลอร์ที่เล่นกับเรื่องราวการขโมยอัตลักษณ์ร่วมสมัย เมื่อทุกอย่างถูกผูกเข้ากับดิจิตัลเพื่อยืนยันตัวตน แล้วถ้ามีใครสักคนสวมรอยเข้ามาแก้ไขข้อมูลในนั้นได้คุณจะเหลืออะไรที่ยืนยันตัวจริงคุณได้ ซึ่งเรื่องก็เริ่มด้วยการไล่ปิดโอกาสได้ตัวตนคืนมาของตัวเอกไปทีละอย่าง ตั้งแต่หน้าตาก็โดนสวมรอยไปก่อนแล้ว แถมมันยังรู้เรื่องราวชีวิตของเขาอย่างละเอียด เพื่อนสมัยเรียนก็ยืนยันว่าเขาไม่ใช่ตัวจริง แม้จะจำเรื่องราวที่เรียนกันมาได้หมด แต่เนื่องจากเขาไม่ได้ติดต่อใครมาตลอดสามปี พอไปตรวจสอบตัวตนการลงทะเบียนกับรัฐก็พบถูกสวมรอยเปลี่ยนแปลงไปแล้ว หรือแม้แต่งานเขียนที่ไม่น่าจะลอกเลียนได้ก็ยังถูกเขียนนิยายขึ้นมาใหม่ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ลงมือเขียนเรื่องนี้เลย ซึ่งซีรีส์ไล่ปิดช่องโหว่ที่ทำให้ผู้ชมคิดตามว่าเรื่องนี้เป็นไปได้แค่ไหนจนเกือบหมด ก่อนที่จะเดินเรื่องต่อด้วยแนวคู่หูจำเป็น เมื่อคนเดียวที่จำเขาได้คือ โนจา อดีตเจ้าพ่อที่เป็นเจ้าหนี้เก่าที่เขาหนีหนี้มานั่นเอง ซึ่งเรื่องสร้างความสัมพันธ์ที่ทั้งประหลาดและแตกต่างได้ดี เมื่อคนที่เราอยากหนีและอยากฆ่าเราที่สุดกลับเป็นคนเดียวที่พึ่งได้ในเวลานี้ ทำให้เรื่องมันดูมีมิติการเล่นเรื่องราวได้ลึก ทั้งอดีตที่ทั้งคู่เคยรู้จักกันมาก่อนและอดีตของโนจาที่หวังกลับใจมาเป็นนักสืบตามหาคนหาย ซีรีส์เล่าเรื่องตรงนี้ได้สนุกลุ้นระทึกน่าติดตามไปกับการตามหาความจริงที่แสนซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากๆ นี้ได้จริงๆ
แต่ปัญหาของเรื่องกลับอยู่ที่การวางเรื่องราวไว้ซับซ้อนมากเกินไปนี่แหละ เมื่อเรื่องใส่ตัวละครสมทบเข้ามามากมาย อย่างตำรวจที่ตามสืบเรื่องนี้โดยบังเอิญก็ดันกลายมาเป็นตัวละครสำคัญของคดีนี้ไปแบบเหลือเชื่อมากๆ ตัวแก๊งปลอมตัวตนที่ใส่มาตั้งแต่แรกก็วางบทเสียยืดยาวมากมายทั้งอดีตที่อยากฆ่าโนจากับการปลอมตัวตนในคดีของเจมุนแจที่ปนกันตั้งแต่แรก โดยเรื่องพยายามใส่ปมเข้ามากมายให้เป็นเหมือนปมหลอกว่าคนร้ายคือใครและทำได้ยังไงบลาๆ ซึ่งเรื่องก็พยายามเคลียร์ไปเรื่อยๆ ได้ดีสมเหตุผลน่าติดตามตลอด จนกระทั่งช่วงท้ายเรื่องหลายอย่างที่ใส่มาไม่สมเหตุผลเอาซะเลย โดยเฉพาะบทของโนจาที่แม้ตัวละครนี้จะทำหน้าที่ซัพพอร์ทเรื่องได้ดีมากจนเป็นเหมือนตัวเอกหลักอีกคนที่คนดูเอาใจช่วยว่าเขาจะช่วยเจมุนแจและไถ่บาปที่ตัวเองก่อไว้ได้ไหม แต่พอถึงจุดต้องลงเรื่องก็เอากันง่ายๆ แล้วกลับดึงขึ้นมาใหม่ แล้วก็วนกลับไปอีก โดยคำอธิบายก็ไม่สมเหตุผลเลย หรืออย่างแรงจูงใจของคนร้ายก็เอามาตีปนกับประวัติของตัวเอกเพื่อให้มันดูหักมุมทวิสต์ซ้อนกันจนเริ่มไม่สมเหตุผล
อีกอย่างที่ซีรีส์ทำได้ไม่ดีมากคือการพยายามให้มีเรื่องราวเยอะเกินจำเป็น จนกลายเป็นซีรีส์ 10 ตอนที่ยาวเกินไป หลายอย่างเป็นน้ำที่ถูกขยายมาเป็นมาเป็นเนื้อ ซึ่งพอเฉลยมันก็คือน้ำอยู่ดี เท่ากับว่าที่ดูมาบางตอนเป็นแค่ปมหลอกให้คนดูกันง่ายๆ หรือบางทีก็เนิบๆ ช้าๆ จนเกินไป ซึ่งถ้าเรื่องนี้เป็น 8 ตอนจบน่าจะทำให้มันกระชับและลงตัวดีกว่านี้เยอะเลยครับ

ตัวนักแสดง Ryu Jun-yeol นั้นต้องเล่นสองบทบาท ซึ่งเขาสลัดคราบพระเอกมาตัวละครคนที่วิตกกังวล เป็นโรคแพนิค อึดอัดกับการเข้าสังคม และไม่พร้อมกับโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย ความสับสนและอ่อนแอนี้ทำให้ตัวละครดูสมจริงขึ้นมาเลย และบางช่วงถึงขั้นดูแล้วอึดอัดใจตามสถานการณ์ที่แสนสิ้นหวังนั้นตามไปด้วย ในอีกด้านคือตัวร้ายที่เลียนแบบเขาในเวลาออกหน้าในสังคมที่ดูเหมือนคนป่วยที่สลัดอาการแพนิคและออกมามารับแสงในสังคมได้แล้ว แต่เบื้องหลังก็โหดเหี้ยมยามที่เป็นตัวเองที่ซ่อนกายอยู่ในร่างของเจมุนแจ โดยที่ทั้งเรื่องไม่รู้แรงจูงใจว่าคืออะไรกันแน่ ทำให้เป็นเหมือนจอมบงการที่น่ากลัวและวิปลาศมาก
ส่วน Sul Kyung-gu แสดงความโหดเหี้ยมเด็ดเดี่ยวในการตามล่าคนกับงานที่เขาได้รับได้อย่างพอดิบพอดี เขาเป็นมืออาชีพด้านการตามหาคนที่มีทั้งความมั่นใจและความระแวดระวังจากประสบการณ์ในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันช่วยเซฟชีวิตของเขาได้ตลอด และความแตกต่างของทั้งคู่พอเข้ามารวมกันก็กลายเป็นแรงดึงดูดสำคัญของซีรีส์ ทำให้เรื่องราวน่าติดตามว่าปลายสุดของเรื่องราวทั้งคู่นี้จะลงเอยได้ดีแค่ไหนครับ
สรุป ซีรีส์เกาหลีแนวทริลเลอร์ที่เล่นกับเรื่องการขโมยอัตลักษณ์ทุกรูปแบบในปัจจุบันที่เป็นสังคมดิจิตัล ว่าการทำให้คนๆ หนึ่งหายไปจากสังคมโดยการแทนตัวตนเข้าไปนั้นทำได้หรือไม่ ซึ่งซีรีส์ทำจุดนี้ได้ดีและตีกรอบแก้ปัญหาความเป็นไปได้ในปลอมตัวตนไว้หมด ตัวเรื่องเล่าด้วยการจับคู่หูที่แตกต่างระหว่างเจ้าหนี้ที่ตามฆ่าลูกหนี้แต่กลับต้องมาช่วยพิสูจน์ตัวตนเพื่อให้ได้เงินกลับมาแทน ซึ่งความสัมพันธ์ของตัวเอกทั้งคู่ต่างเติมเต็มกันและกันจนน่าติดตามเอาใจช่วย แต่เรื่องราวที่ลึกลงไปคือการตามหาแรงจูงใจคนร้ายว่าต้องการอะไรถึงปลอมตัวตนขโมยกันทั้งชีวิตไปแบบนี้ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่ซีรีส์เลือกสร้างปมขึ้นมามากมายเพียงเพื่อไว้ขายจุดหักมุมเสิร์ฟคนดูเยอะๆ แต่พอมันสะสมเข้ามาติดๆ กันจนเยอะเกินไปคนดูมีงงแน่นอน แล้วซีรีส์ก็มีจำนวนตอนที่เยอะมาก ทำให้หลายปมกลายเป็นการยืดเรื่องแล้วเฉลยแบบเสียเวลาไปเปล่าๆ แล้วพอปมเยอะมากก็ทำให้เวลาขมวดตอนท้ายมีจุดไม่สมเหตุผลเข้ามาเพิ่มอีก ถึงขั้นบางจุดเกินความเป็นจริงไปเลย แต่ด้วยเรื่องราวที่แปลกแตกต่างและสดใหม่ก็ยังถือว่านี่คือซีรีส์ที่ฉีกแนวทางออกไปแล้วยังดูได้สนุกตื่นเต้นน่ารับชมได้อยู่ครับ