playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว The Last House (Netflix) หนังวันสิ้นโลกที่ไอเดียดูดีตอนแรกแค่นั้นจริงๆ

The Last House

Summary

นี่เป็นหนังวันสิ้นโลกที่เอาไอเดีย A Quiet Place มาปรับใช้ให้ติดกันอยู่ในบ้าน แต่ม้นทำได้ไม่ถึงไหน เอาแค่ความน่าเชื่อถือของการติดอยู่ในบ้านก็ไม่เมคเซนส์สุดๆ ถึงขั้นงี่เง่าไม่น่าเชื่อว่าจะคิดขึ้นแล้วเอามาใช้เป็นบทหนังวันสิ้นโลกจริงจังได้ ซึ่งถึงคุณจะยอมรับมันได้ แต่ระหว่างทางหนังเต็มไปด้วยเหตุผลกับวิธีการเอาตัวรอดในบ้านที่ดูแล้วก็มีแต่ข้อกังขาเต็มไปหมด แถมนักแสดงก็ไม่ลงทุนซูบผอมจริง ทั้งๆ ที่ทั้งเรื่องกำลังเล่นประเด็นนี้ว่าจะอดตายในบ้านนี้ หนึ่งเดียวที่ยังรอดูอยู่คือตัวประหลาดในเรื่องที่โผล่มาแวบๆ ก่อนมาไล่ล่าช่วงท้ายให้ดูตื่นเต้นเร้าใจหน่อย แต่สุดท้ายหนังก็วนกลับมาจบแบบสิ้นคิดสุดๆ เรียกว่าเป็นหนังที่มีแค่ไอเดียตั้งต้นที่หยิบฉวยเขามาใช้ให้ดูแปลกดีหน่อยเท่านั้น แต่ที่เหลือทั้งเรื่องคือบทแบบด้นสดกันไปเรื่อยๆ ไม่มีความสมเหตุแม้แต่น้อย ผ่านได้ผ่านเลย ยกเว้นอยากดูไอ้ตัวประหลาดในเรื่องที่ CG ทำออกมาดีหน่อยเท่านั้นครับ

Overall
5/10
5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • ไอเดียวันสิ้นโลกแบบติดอยู่ในบ้าน
  • CG ตัวประหลาดี
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • บทแย่ไม่สมเหตุผลทั้งเรื่อง
  • นักแสดงไม่ลงทุนให้สมจริง
  • ตอนจบสิ้นคิดมาก

 

ADBRO

The Last House บ้านหลังสุดท้าย ภาพยนตร์ Original Netflix แนวทริลเลอร์ เรื่องราวของครอบครัวที่ติดอยู่ในบ้านตัวเองท่ามกลางฝนที่ตกหนักไม่หยุดยาวนาน ก่อนจะพบว่าไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมก้นทั้งโลก

รีวิว The Last House

หนังวันสิ้นโลกที่ดูก็รู้เลยว่าเอาไอเดีย A Quiet Place มาใช้ เรื่องการเอาตัวรอดท่ามกลางวันสิ้นโลกที่ไม่รู้ที่มาไปเลยตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งไอเดียลึกลับแบบนี้มันก็ดูน่าสนใจดีว่าจะมาดัดแปลงต่อยอดให้เป็นอีกแบบที่แตกต่างได้ไง แต่สรุปแล้วนี่เป็นหนังที่ทำได้แค่ไอเดีย แต่บทอย่างกากสุดๆ จนเหมาะสมแล้วที่จะลงแค่สตรีมมิ่งเท่านั้น

ด้วยไอเดียเริ่มต้นที่ทุกครอบครัวถูกกักขังในบ้าน ตรงนี้มันก็มีปัญหาตั้งแต่แรกเริ่มแล้วว่าจะทำยังไงให้ผู้ชมเข้าใจได้ แต่หนังเลือกใช้วิธีอธิบายที่ประหลาด้วยการให้น้ำไหลไปยึดประตูไว้และซ่อมแซมกระจกที่อยู่ๆ ก็ทนทานจนทุบไม่แตกเหมือนกระจกกันกระสุน ซึ่งโอเคเอาล่ะเราผู้ชมก็คงคิดว่าเดี๋ยวหนังคงค่อยๆ เฉลยให้เข้าใจเหตุผลเองภายหลัง แต่กลายเป็นว่าไอ้จุดตั้งต้นแบบนี้หนังยังไม่สามารถอธิบายอะไรให้สมเหตุผลได้เลย มันไม่ใช่ว่าหนังละเลย แต่หนังใช้คำอธิบายแบบเต่าถุยมักง่ายมากๆ (สนใจอ่านสปอยล์ด้านล่าง) แล้วยังไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่แทบทุกอย่างในเรื่องเหมือนมีแค่ไอเดียปิ๊งขึ้นมาแล้วก็จับยัดใส่ลงไป แต่มันกลับไม่เมคเซนส์เลยกับการต้องหาทางเอาชีวิตรอดในบ้านที่ฝนข้างนอกก็ตกตลอด ก็ยังปลูกผักกินหาเนื้อมากินกันได้จนลูกโตผ่านไปเกือบสิบปีแบบนั้น และทุกปัญหาในเรื่องนี้ก็มีวิธีผ่านไปแบบง่ายๆ โดยที่ละเลยเรื่องอื่นมากมายว่าคนตายกันหมดโลกแล้วยังมีไฟฟ้าใช้ได้แบบนี้ ซึ่งหนังก็ไม่ได้ลืม เพราะช่วงหลังไฟก็ดับ แต่หนังละเลยมองข้ามข้อเท็จจริงที่ควรใส่มาไปหมด ซึ่งแทบทั้งเรื่องก็จะวนเวียนอยู่ในบ้านแบบเซอร์ไววัลโหมดเอาตัวรอดที่แสนจะน่าเบื่อมากกว่าน่าติดตาม มันแทบไม่ใกล้เคียงกับพวกหนังแนวติดในที่เดียวแล้วพยายามหาทางเอาตัวรอดเลยด้วยซ้ำ

ตัวเรื่องเหลือจุดเดียวที่ยังพอจะดึงให้ผู้ชมติดตามได้คือที่มาของเหตุการณ์ประหลาดนี้ โดยที่มีสัตว์ประหลาดลึกลับโผล่มาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก แล้วก็หายไป ก่อนกลับมาเป็นไฮไลท์ช่วงหลังว่าไอ้เจ้านี่แหละคือต้นเหตุ แต่มันคืออะไรทำไมทำแบบนี้ ซึ่งก็บอกเลยว่าเหตุผลโคตรจะงี่เง่าไม่เมคเซนส์มากๆ แถมการที่มันยังจ้องจะฆ่าคนนี่ก็ดูป่วยมากว่าทำแบบนี้ได้ทั้งโลก ยังจะมามีปัญหาอะไรกับบ้านหลังนี้หลังเดียวได้ ซึ่งถึงแม้ CG มันจะดูดีอยู่ ฉากไล่ล่ามีความน่าตื่นใจอยู่บ้างตามประสาหนังสัตว์ระหลาด แต่สุดท้ายหนังก็หาทางออกจากตัวประหลาดพร้อมกับวันสิ้นโลกนี้ได้แบบสิ้นคิดมากๆๆๆๆ (อารมณ์แบบมุกมาธา เรียกชื่อแม่ของซูเปอร์แมนกับแบทแมนนั่นเลย) แล้วตอนสุดท้ายก็ยังจะดันทิ้งไว้เผื่อทำต่อได้อีกแบบ A Quiet Place day 1 แต่บอกเลยจบเถอะพอแค่นี้แหละกับหนังที่มีแต่ไอเดียตั้งต้น ที่เหลือคืออะไรไม่รู้ยัดๆ มาให้ดูยาวๆ แค่นั้น (หนังเกือบสองชั่วโมง แต่ดูแล้วทรมานยาวนานกว่าเวลาจริงอีก)

ส่วนตัวนักแสดงก็พอกัน โอเคแหละหนังอย่าง A Quiet Place มีเอเลี่ยนเป็นจุดขายหลัก แต่การแสดงของนักแสดงทุกภาคก็ดีไม่แพ้กัน แต่กับเรื่องนี้คือ ไม่รู้สึกอยากเอาใจช่วยใครเลยจริงๆ พ่อแม่พยายามช่วย แต่ลูกเหมือนตัวถ่วง แล้วพอโตขึ้นมาก็มีวีนพ่อแม่อีก นี่หนังวันสิ้นโลกนะจะทำตัววัยรุ่นมีปัญหาไปทำไมอีก แล้วการติดในบ้านอดอาหารกันเดือนแรก แต่ทุกคนแค่เหมือนอดน้ำซูบไปนิดเดียวมันก็ตะหงิดๆ แล้ว สุดท้ายทั้งเรื่องก็ไม่มีใครโทรมจริง (แม้จะบอกว่าหากินได้แต่อาหารมันก็น้อยอยู่ดี) จนทำให้หนังดูล้มเหลวในตัวมันเองเพราะขาดการทุ่มเทใส่ใจทำให้เหมือนจริงครับ

 

หนังอธิบายที่มาของตัวประหลาดด้วยความเชื่อของเด็กว่า มันเป็นพวกคราเคนที่อยู่ในทะเลที่มนุษย์ยังไปไม่ถึง แล้วสามารถเสกประตูไม่ให้เปิดกับทำฝนตกจนน้ำท่วมโลกได้

สรุป นี่เป็นหนังวันสิ้นโลกที่เอาไอเดีย A Quiet Place มาปรับใช้ให้ติดกันอยู่ในบ้าน แต่ม้นทำได้ไม่ถึงไหน เอาแค่ความน่าเชื่อถือของการติดอยู่ในบ้านก็ไม่เมคเซนส์สุดๆ ถึงขั้นงี่เง่าไม่น่าเชื่อว่าจะคิดขึ้นแล้วเอามาใช้เป็นบทหนังวันสิ้นโลกจริงจังได้ ซึ่งถึงคุณจะยอมรับมันได้ แต่ระหว่างทางหนังเต็มไปด้วยเหตุผลกับวิธีการเอาตัวรอดในบ้านที่ดูแล้วก็มีแต่ข้อกังขาเต็มไปหมด แถมนักแสดงก็ไม่ลงทุนซูบผอมจริง ทั้งๆ ที่ทั้งเรื่องกำลังเล่นประเด็นนี้ว่าจะอดตายในบ้านนี้ หนึ่งเดียวที่ยังรอดูอยู่คือตัวประหลาดในเรื่องที่โผล่มาแวบๆ ก่อนมาไล่ล่าช่วงท้ายให้ดูตื่นเต้นเร้าใจหน่อย แต่สุดท้ายหนังก็วนกลับมาจบแบบสิ้นคิดสุดๆ เรียกว่าเป็นหนังที่มีแค่ไอเดียตั้งต้นที่หยิบฉวยเขามาใช้ให้ดูแปลกดีหน่อยเท่านั้น แต่ที่เหลือทั้งเรื่องคือบทแบบด้นสดกันไปเรื่อยๆ ไม่มีความสมเหตุแม้แต่น้อย ผ่านได้ผ่านเลย ยกเว้นอยากดูไอ้ตัวประหลาดในเรื่องที่ CG ทำออกมาดีหน่อยเท่านั้นครับ

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------