playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิวซีรีส์ The Trap (Netflix) จิตวิทยาสืบสวนที่เดินเรื่องลึกลับซับซ้อนจนเกินเหตุ….

The Trap

Summary

ซีรีส์สืบสวนจิตวิทยาที่มีพล็อตไอเดียน่าสนใจด้วยการที่ตัวเอกกลัวการออกจากบ้านแต่ต้องตามจับฆาตกรที่ฆ่าน้องสาวเมื่อสิบปีก่อนให้ได้ แต่ซีรีส์มีปัญหาคือดันไปเล่าเรื่องที่ไม่ได้ยากเท่าไหร่ ให้กลายเป็นอภิมหายากและซับซ้อนด้วยการใส่ปมลวงสารพัดเข้าไป ทั้งจิตวิทยาของตัวนางเอกที่มีปมปัญหาหลายโรคเหลือเกินจนไม่แน่ใจว่าเรื่องไหนจริงหรือเท็จ พยานข้อเท็จจริงที่เรื่องพยายามเล่าซ้อนให้หลายตัวละครดูน่าสงสัยแบบเกินเบอร์ และการที่เอานิยายที่นางเอกแต่งมาเล่าซ้อนกับเรื่องจริงเข้าไปอีก มันเลยกลายเป็นการเดินเรื่องที่ชวนปวดหัวแบบที่ไม่เข้าท่ามากๆ อีกทั้งตอนเฉลยก็ดูธรรมดาไปหมดเพราะสูตรนี้คนดูซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ก็คงคุ้นเคยกันมาจากแฟรนไชนส์ฮาร์ลานโคเบนกันอยู่แล้ว และทำได้ดีกว่าด้วย ที่เหลือที่พอชมได้จริงๆ คือการแสดงของนางเอกมันดูน่าติดตามความบ้าผสมคนปกติได้อย่างน่าสนใจจนจบเรื่องโดยไม่หลุด แต่มันก็ทำได้แค่พอพยุงให้ซีรีส์ไม่ล้มลงไปกองกับพื้นได้เท่านั้นเองครับ

 

Overall
6/10
6/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • การแสดงของนางเอก
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • การเดินเรื่องซับซ้อนจนเกินไป
  • ตอนจบธรรมดาไม่แปลกใหม่

 

ADBRO

The Trap กับดัก ซีรีส์ Original Netflix เยอรมัน แนวสืบสวน 6 ตอนจบ มีพากย์ไทย เรื่องราวของนักเขียนนิยายขายดีที่ไม่ก้าวออกจากบ้านมาสิบปี นับจากคืนที่เห็นน้องสาวถูกฆ่า โดยที่คดียังไม่เคยมีคำตอบ แล้ววันหนึ่งเธอเห็นหน้าชายคนหนึ่งในทีวี และมั่นใจว่าเขาคือคนนั้น เธอจึงหาทางเพื่อพิสูจน์ความจริงนี้ให้ได้โดยไม่ออกจากบ้าน

รีวิวซีรีส์ The Trap กับดัก

ซีรีส์เยอรมันที่มีไอเดียน่าสนใจ โดยพล็อตก็ดันไปคล้ายๆ กับซีรีส์เกาหลีเรื่อง กับดักจับลวง (Mousetrap) เรื่องของตัวนักเขียนที่เป็นโรคไม่กล้าออกจากบ้าน แต่มีสิ่งที่ทำให้ต้องเผชิญกับต้นตอปัญหานี้โดยตรง แถมเรื่องยังดันทำเป็นแนวจิตวิทยาซับซ้อนมากเหมือนกันอีก แต่สิ่งที่ต่างคือซีรีส์ของเยอรมันนี้ซับซ้อนชวนปวดหัวแบบไม่เข้าท่า ทั้งๆ ที่ปลายทางสุดท้ายก็ค่อนข้างธรรมดามากด้วย ชวนให้คิดถึงแนวทางของฮาร์ลาน โคเบน แต่สู้กับแฟรนไชนส์ชุดนั้นไม่ได้เลย แม้เรื่องที่ด้อยสุดของโคเบนก็ยังทำได้ดีกว่ามากทั้งในการเล่าและการคลายปมปริศนาที่มีมูลเหตุแรงจูงใจที่ดีกว่า

ซีรีส์เริ่มต้นด้วยโจทย์ว่านางเอกเห็นคนที่คิดว่าฆ่าน้องสาวในทีวีแต่ตัวเองออกไปจากบ้านไม่ได้ เธอจึงหาทางวางแผนให้เขามาหาที่บ้านนี้เพื่อเก็บ DNA ไปพิสูจน์ว่าตรงกันจริงไหมกับตัวอย่าง DNA เมื่อสิบปีก่อน โดยการวางแผนเขียนนิยายฆาตกรรมเล่าเรื่องน้องสาวของตัวเองออกมาโดยแทนตัวเองลงไป แล้วจะเชิญให้นักข่าวที่เธอเห็นในทีวีมาทำสกู๊ปสัมภาษณ์เธอ โดยระหว่างนั้นก็เตรียมแผนการรองรับความเป็นไปได้ต่างๆ นาๆ ไว้ ซึ่งไอเดียมันก็ดูดีอยู่หรอก แต่ปัญหาคือซีรีส์เอาฉากในนิยายที่เธอเขียนมาปนกับเรื่องจริงที่เป็นอยู่จนทำให้ดูแล้วชวนสับสนหลายต่อหลายครั้ง แถมยังวางพล็อตเรื่องให้เธอป่วยเป็นโรคจิตอย่างอื่นเพิ่มอีก มีจิตแพทย์ที่ต้องเข้ามาฟังเธอทุกอาทิตย์ ซีรีส์พยายามทำให้เรื่องที่เราเห็นในตอนแรกมาผสมกับเรื่องในนิยายพร้อมกับอาการป่วยที่เธออาจจะจิตหลอนเองก็ได้

จริงๆ การวางพล็อตสองชั้นให้คนดูเริ่มสงสัยว่าจริงๆ แล้วเรื่องที่นางเอกเล่ามาตั้งแต่แรกมันจริงไหม มันก็ชวนให้ดูลึกลับดีพอแล้ว แต่ซีรีส์กลับปั่นต่อสร้างเรื่องอีกด้านที่ไม่ใช่ของนางเอกเพิ่มให้ชวนงงกับสงสัยขึ้นไปอีก โดยเป็นเรื่องราวของเจ้าของสำนักพิมพ์ที่สนิทเป็นเพื่อนกับเธอก็มีลับลมคมในมีเรื่องราวของตัวเองอีกม้วนที่ต่างไป แค่นั้นยังไม่พอตัวนักข่าวที่นางเอกเชื่อว่าเป็นฆาตกรก็ดันทำตัวลึกลับเหมือนทั้งใช่และไม่ใช่ มีนักสืบที่เหนื่อยหน่ายกับการที่ต้องมาตามคดีของเธอต่อและยังสงสัยว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่กับคดีที่จบไปแล้ว พอปมที่ใส่เข้ามามันเยอะและเริ่มพันกันยุ่งเหยิงไปหมดว่าอะไรคือของจริงหรือปลอม มันก็ทำให้คนดูอย่างเราแทบจะบอกว่าพอเหอะรีบเฉลยให้จบๆ ไปได้แล้วเพราะมันเหนื่อยกับปมหลอกมากมายที่ทั้งเรื่องใส่ไว้มากกว่าจะอยากดูต่อสักเท่าไหร่แล้ว (แม้ตอนเริ่มมาจะน่าติดตามมากก็เถอะ)

แล้วสิ่งที่แย่คือตอนที่เรื่องเฉลยชุดแรกมาก่อน แทนที่จะรู้สึกว้าว กลับกลายเป็นเฉยๆ เหมือนแค่ซีรีส์มันกั๊กฉากเล่าไม่หมดในตอนแรกแค่นั้น พอเฉลยชุดที่สองกับสามซ้ำในตอนจบแล้วรู้สึกเสียดาย คือจริงๆ เรื่องไม่จำเป็นต้องพยายามเล่าให้ซับซ้อนขนาดนี้เลยก็ได้ เพราะปมสุดท้ายว่าใครคือฆาตกรก็ธรรมดา แถมยังดูไม่ค่อยสมเหตุผลด้วยเลยว่าจะทำแบบนั้นไปทำไม กลายเป็นการปิดจบแบบฮาร์ลานโคเบนที่มักจะทิ้งท้ายให้คนดูคิด แต่กับเรื่องนี้แรงจูงใจมันไม่พอให้ทำแบบนั้นได้เลย หรือก็มีทางที่ดีกว่าด้วยเพราะตัวนางเอกก็เรียกว่าเป็นคนฉลาดมากขนาดนั้นอยู่แล้วครับ

แต่ถึงเรื่องจะชวนสับสนมากแค่ไหน ก็ต้องยอมรับว่าการแสดงของตัวเอก Friederike Becht นั้นทำให้เรื่องมันยังดูน่าติดตามได้ดีจริงๆ เพราะนางเอกเธอก็เล่นบทที่เป็นเหมือนคนบ้าโรคจิตผสมกับคนปกติธรรมดา แถมยังเล่นเป็นตัวละครในนิยายซ้ำไปด้วย การแสดงที่เปลี่ยนไปมาจนทำให้คนสับสนว่าตัวจริงเธอคือใครนั้นทำได้จริงๆ ซึ่งเธอดึงผู้ชมจดจ่ออยู่กับการแสดงของเธอได้จนจบเรื่อง เป็นข้อดีที่ต้องขอชมจริงๆ

 

สรุป ซีรีส์สืบสวนจิตวิทยาที่มีพล็อตไอเดียน่าสนใจด้วยการที่ตัวเอกกลัวการออกจากบ้านแต่ต้องตามจับฆาตกรที่ฆ่าน้องสาวเมื่อสิบปีก่อนให้ได้ แต่ซีรีส์มีปัญหาคือดันไปเล่าเรื่องที่ไม่ได้ยากเท่าไหร่ ให้กลายเป็นอภิมหายากและซับซ้อนด้วยการใส่ปมลวงสารพัดเข้าไป ทั้งจิตวิทยาของตัวนางเอกที่มีปมปัญหาหลายโรคเหลือเกินจนไม่แน่ใจว่าเรื่องไหนจริงหรือเท็จ พยานข้อเท็จจริงที่เรื่องพยายามเล่าซ้อนให้หลายตัวละครดูน่าสงสัยแบบเกินเบอร์ และการที่เอานิยายที่นางเอกแต่งมาเล่าซ้อนกับเรื่องจริงเข้าไปอีก มันเลยกลายเป็นการเดินเรื่องที่ชวนปวดหัวแบบที่ไม่เข้าท่ามากๆ อีกทั้งตอนเฉลยก็ดูธรรมดาไปหมดเพราะสูตรนี้คนดูซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ก็คงคุ้นเคยกันมาจากแฟรนไชนส์ฮาร์ลานโคเบนกันอยู่แล้ว และทำได้ดีกว่าด้วย ที่เหลือที่พอชมได้จริงๆ คือการแสดงของนางเอกมันดูน่าติดตามความบ้าผสมคนปกติได้อย่างน่าสนใจจนจบเรื่องโดยไม่หลุด แต่มันก็ทำได้แค่พอพยุงให้ซีรีส์ไม่ล้มลงไปกองกับพื้นได้เท่านั้นเองครับ

 

 

 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------