playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว Slow Horses รวมทีมสายลับเกรดล่าง MI6 ที่แตกต่างจากทุกเรื่องที่เคยมีมา (ไม่มีสปอยล์)

Slow Horses

Summary

ซีรีส์สายลับแนวใหม่ที่ทีมตัวเอกคือพวกเกรดล่างของ MI6 เน้นเรื่องราวงานสายลับสกปรกเพื่อชาติที่แปลกใหม่ไม่เหมือนเรื่องไหน 3 ตอนแรกจะชวนงงจับทิศทางของเรื่องไม่ถูกอยู่บ้าง แต่พอจากนั้นไปแล้วนี่คือแนวสายลับที่จริงจังหักเหลี่ยมชิงไหวพริบสนุกมาก จบเคลียร์หมดทุกอย่างในซีซั่น โดยจบแบบเทาๆ ไม่โลกสวยอีกต่างหาก นอกจากนี้ยังฉายตัวอย่างที่ถ่ายทำไว้แล้วของซีซั่นต่อไปให้ดูทันที ซึ่งนี่จะเป็นซีรีส์ที่ยิงยาวต่อเนื่องไปอีกหลายปีของแอปเปิลแน่นอนครับ (นิยายมี 11 เล่มในตอนนี้ออกทุกปี)

Overall
7.5/10
7.5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • รวมทีมสายลับเกรดล่างของ MI6
  • ภารกิจสายลับทำงานสกปรกแบบสมจริงกว่าเรื่องอื่นๆ
  • แกรี่ โอลด์แมนเล่นเป็นตัวเอกหลัก
  • หักเหลี่ยมชิงไหวพริบเยอะ
  • ฉากจบแบบเทาๆ สกปรกไม่โลกสวย
  • ใส่ปมปัญหาเหยียดเชื้อชาติลึกในรายละเอียด

Cons

  • 3 ตอนแรกดูสับสนไม่รู้ว่าเรื่องจะไปทิศทางไหน
  • ศัพท์สายลับแปลกๆ ในเรื่องไม่มีอธิบาย ให้ทำความเข้าใจเอง

Slow Horses ซีรีส์ Apple TV+ แนวสายลับ 6 ตอนจบ จากนิยายชุดชื่อดังของอังกฤษ ว่าด้วยเรื่องราวของทีมสายลับชั้นล่างสุดของ MI6 หน่วยงานสายลับอังกฤษ ทีซึ่งต้องมาพัวพันกับปัญหาความลับระดับชาติ
 Slow Horses (2022) on IMDb

ตัวอย่าง Slow Horses

รีวิวนี้ไม่มีสปอยล์เนื้อหาสำคัญ

ซีรีส์เรื่องนี้ทำจากนิยายชุดของ Mick Herron นักเขียนอังกฤษ ซึ่งเรื่องนี้ทำมาจากนิยายเล่มแรกของชุดนี้ในปี 2010 ในชื่อเดียวกัน และก็ถูกวางไว้ทำต่อเนื่องยาวต่อไปแน่ๆ (ถึงตอนนี้มีแล้ว 11 เล่ม) ซึ่งว่าด้วยกลุ่มตัวเอกสายลับต๊อกต๋อยที่ถูกคัดออกจากทีม MI6 หลัก แล้วต้องมาอยู่รวมกันในชื่อหน่วย Slow Horses อ่านว่า สลอเฮาส์ แปลว่า ม้าล่วง ซึ่งก็หมายถึงม้าแข่งที่ถูกปลดทิ้งในแบบเดียวกัน โดยมีหัวหน้าทีม แจ็คสัน แลมบ์ ที่เล่นโดย แกรี โอลด์แมน มาเป็นตัวเอกหลักดาราแม่หเล็กตัวหลักของเรื่องนี้ โดยมีตัวเอก ริเวอร์ คาร์ทไรท์ (River Cartwright  รับบทโดย Jack Lowden )เป็นสายลับมือใหม่ที่ทำงานพลาดจนโดนสั่งย้ายมาอยู่ที่นี่ แล้วเขาก็ต้องพบกับความว่างเปล่าอยู่ไปวันๆ ของหน่วยงานนี้ ที่เหมือนรวมพวกถูกดองไม่มีอนาคต แต่ริเวอร์กลับพยายามตามหางานหาภารกิจใหญ่เพื่อหวังกลับไปยัง Mi6 อีกครั้ง จนได้มาพบกับความลับบางอย่างที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับคดีลักพาตัวหนุ่มมุสลิมไปขู่ฆ่าตัดคอออนไลน์ แต่การที่เขาสอดรู้สอดเห็นนี้ก็กลายเป็นการนำภัยร้ายมาสู่ทั้งทีมจนได้

ถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ในแนวสายลับเลย เพราะปกติยังไงตัวเอกก็ต้องสังกัดหน่วยงานหลัก แต่เรื่องนี้สร้างหน่วยงานจำลองขึ้นมาทีมสลอเฮาส์นี้ไม่ได้มีจริงๆ แล้วนอกจากนั้นเรื่องนี้ยังสร้างพวกศัพท์ทีมงานสายลับใหม่ๆ ขึ้นอีกหลายคำ อย่าง DOG ในเรื่องนี้คือทีมเก็บกวาดสังหารของ MI6 ซึ่งก็ไม่เคยมีมาก่อน แล้วก็ยังมีแนวทางการเล่าเรื่องสายลับแนวจริงจังกับการทำงานสกปรกมากกว่าพวกภารกิจกู้โลกในแบบสายลับเรื่องอื่นๆ ที่เราเคยดูมา เรียกว่าเป็นของแปลกในกลุ่มสายลับด้วยกันเลยก็ได้

ซึ่งการที่เรื่องนี้มีแนวทางของเรื่องที่แปลก ในช่วงแรกของเรื่อง 1-3 ตอนอาจจะสร้างความงุนงงให้กับคนดูไม่น้อย เพราะตัวเรื่องแทบไม่อธิบายอะไรคนดูเลย ตัวละครหลักก็เยอะมาก ทั้งทีมสลอเฮาส์เองกับทีม MI6 ที่มีบทบาทคู่กัน แถมยังมีศัพท์แปลกๆ เรียกเป็นรหัสลับแบบที่ว่าชวนงงเข้าไปอีก นอกจากนั้นตัวละครหลักหัวหน้าทีมก็เหมือนไม่ทำงานทำการอะไรเลย มีแต่บทพูดแดกดันลูกทีมตลอดเวลา 3 ตอนแรกไม่มีภารกิจอะไรให้เห็นทั้งนั้น ตัวเรื่องก็ยังตัดสลับเรื่องของหนุ่มมุสลิมที่โดนขู่ฆ่าแทรกมาอีก โดยไม่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มตัวเอกในสลอเฮาส์ให้เห็นเลย โดยที่เรื่องก็ไม่ได้รู้สึกชวนให้สนุกตามแนวสายลับสักเท่าไหร่ เนื่องจากมันไม่ได้ภารกิจอะไรเลยนอกจากเห็นริเวอร์นั่งคุ้ยขยะในที่ทำงาน จนเกือบจะเหมือนเป็นแนวเสียดสีสายลับตกงานเลยด้วยซ้ำ

แต่เมื่อจบ 3 ตอนแรกแล้วตัวเรื่องจะเข้าสู่ของจริง เป็นภารกิจจริงที่เรื่องเหมือนเปลี่ยนโหมดมาเข้มข้นแบบแนวสายลับชิงไหวพริบ โหด เดือด อันตราย กลายเป็นแนวสายลับที่จริงจังมากผิดกับ 3 ตอนแรกไปเลย แล้วก็ยิงยาวสนุกต่อเนื่องไปจนจบ แต่จะไม่ใช่แนวแอ็กชั่นบู๊อะไรมากมาย แต่เป็นแนวสะเทือนอารมณ์ ทำให้เห็นเบื้องหลังของภารกิจสายลับจริงๆ ที่ไม่ได้ไปกู้โลก แต่กลับวนเวียนเกี่ยวข้องกับงานสกปรกที่ไม่มีใครทำ จนต้องมาใช้ให้สายลับเหล่านี้ทำ ซึ่งเรื่องก็จบเคลียร์ปมเรื่องราวที่เปิดไว้ในซีซั่นนี้ได้จนหมด ก่อนที่จะทิ้งท้ายเปิดปมใหม่ขึ้นมา แล้วยังเซอร์ไพรซ์ด้วยตัวอย่างซีซั่นต่อไปแบบเต็มๆ ที่เข้าใจว่าถ่ายไว้แล้วถึงเปิดให้ดูได้เยอะขนาดนี้ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะกลายเป็นซีรีส์สายลับทำยาวๆ เกินสิบปีของแอปเปิลแน่ๆ จากความกระชับของเรื่องราวแค่ 6 ตอนซึ่งกำลังดี แล้วก็มีพื้นจากนิยายที่ดีมาก่อนด้วย น่าจะทำให้เราได้ดูเรื่องนี้ต่อเนื่องไวกว่าซีรีส์ตามปกติแน่นอนครับ

นอกจากเรื่องสายลับแล้ว ในเรื่องยังใส่ประเด็นปมปัญหาเหยียดเชื้อชาติผู้อพยพของอังกฤษมาไว้ด้วย แล้วก็ไม่ได้เล่นแบบผิวๆ แต่ลงลึกจัดหนัก ให้เห็นถึงเบื้องลึกของความเกลียดชังของพวกขวาจัดที่เอาความรักชาติมาทำร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จากแค่ความเชื่อศาสนา เชื้อชาติ ที่แตกต่างกันเท่านั้น แต่ตัวเรื่องก็ไม่ได้ยัดให้ขวาจัดกลายเป็นฝ่ายเลวร้ายแบบทื่อๆ ในกล่มนั้นก็ยังมีทั้งคนดีคนไม่ดี คนที่คิดได้ แล้วก็ยังโยงใยไปถึงเรื่องการเมืองระดับชาติ ที่จุดยืนทางการเมืองขวาจัดปะทะซ้ายจัดเหมือนเป็นกระแสรุนแรงชี้ผลคะแนนเลือกตั้งในประเทศทางยุโรปกับอเมริกาได้ ซึ่งตัวเรื่องก็นำจุดนี้มาผูกเข้าไว้กับภารกิจสายลับในเรื่องที่ทำให้เราได้เห็นความเน่าเฟะของการเมืองที่ฉกฉวยหาผลประโยชน์จากเรื่องนี้โดยไม่รู้สึกผิดใดๆ และก็ต้องบอกไว้เลยว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้จบเคลียร์ปมแบบขาวสะอาด แต่กลับเลือกจบปมเรื่องราวต่างๆ แบบเทาๆ คนดีก็ไม่ได้ดีตอบแทนอะไร คนชั่วกลับได้ดีลอยนวลมีหน้ามีตาในสังคม ซึ่งอาจจะไม่ใช่การจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งประทับใจคนดูนัก แต่ก็เป็นแนวทางการเล่นเรื่องสายลับที่ดูจริงจังเป็นไปได้มากกว่าพวกสายลับกู้โลกทั้งหลายครับ

สรุปนี่เป็นซีรีส์สั้นๆ 6 ตอนจบที่ไม่อยากให้พลาด 3 ตอนแรกอาจจะปูเรื่องราวต่างๆ ได้ชวนงงไปบ้าง แต่หลังจากนั้นคือดีมาก จนไม่อยากให้พลาดซีรีส์ชุดของแอปเปิลเลยครับ

 

ติดตามอ่านรีวิวหนัง/ซีรีส์ใน Apple TV+ คลิกที่นี่

 

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!