playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Below (Netflix) แนวสัตว์กินคนแบบซีรีส์ที่ไม่ได้สยอง แต่มีดราม่าซับพล็อตมากมายที่เข้ากันดี

Below

Summary

ซีรีส์แนวสัตว์ประหลาดกินคนที่ไม่ใช่แนวสยองขวัญโดยตรง ใครที่หวังว่าเรื่องนี้จะมีฉากแอ็กชั่นเยอะหรือฉากกินคนแหวะๆ ให้ข้ามไปเลยเพราะมันไม่ได้ตั้งใจทำมาเพื่อเป็นซีรีส์เกรดบีแบบที่หนังแนวนี้ชอบทำกัน แต่มันเป็นแนวดราม่าที่มีซับพล็อตมากมาย ทั้งความลับของตระกูลกับเมืองเล็กๆ ที่ทำอะไรก็ไม่รุ่ง แนวนักวิทยาศาสตร์กับทุนนิยมที่หวังเข้ามากอบโกย ปัญหาโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งละลายและพาสัตว์ประหลาดในทะเลลึกนี้มา ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นพวกสัตว์ทดลองหรือโดนสาร แต่เป็นแค่สัตว์ในทะเลลึกธรรมดาที่มีเรื่องเล่าโบราณผสมมาให้ดูขลังนิดหน่อย โดยที่ตัวสัตว์ประหลาดเองก็แทบไม่เห็นอะไรมากตามงบซีรีส์ที่คงมีจำกัด แต่มันก็มีฉากกับช่วงที่ระทึกได้ในช่วงแรก ก่อนที่ช่วงหลังจะกลายเป็นแนวสัตว์ประหลาดที่มีหัวใจ ซึ่งท้ายสุดของเรื่องก็ไม่ได้มีฉากแอ็กชั่นสู้กันอะไรทั้งสิ้น แต่มันก็ไม่เสียหายเพราะทั้งเรื่องนี้ก็ถูกปูมาด้วยดราม่าปัญหานิเวศน์กับสังคมทุนนิยมที่เกิดจากมนุษย์ร้ายๆ มากกว่าที่ตัวสัตว์ประหลาดครับ (ซีรีส์จบในตัว แต่มีทิ้งท้ายไว้ทำต่อได้ตามสูตร)

Overall
7/10
7/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • แนวสัตว์กินคนแบบซีรีส์
  • ซับพล็อตกลมกลืนไปกับเรื่องหลักได้ดี
  • นักแสดงพ่อลูกเล่นได้ดี
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • แอ็กชั่นน้อยมาก
  • เรื่องมีขลุกขลักกับตัวละครโง่ๆ อยู่บ้าง

ADBRO

Below มันซ่อนอยู่ใต้น้ำลึก ซีรีส์ Original Netflix แนวดราม่าสัตว์ประหลาด จำนวน 6 ตอนจบซีซั่น 1 เรื่องราวของชุมชนติดทะเลเล็กๆ ที่มีปัญหามากมายในตัวเองอยู่แล้ว ก่อนที่จะมีก้อนน้ำแข็งยักษ์ปริศนาลอยเข้ามาและพาสัตว์ประหลาดจากทะเลลึกตามมาด้วย

ซีรีส์ Below (ไม่สปอยล์)

ซีรีส์แนวสัตว์ประหลาดกินคนที่โดยปกติมักจะเป็นหนังเกรดบีมากกว่า แต่เรื่องนี้เหมือนผู้สร้าง ที่เคยเขียนบท จะมั่นใจตัวเองมากถึงขยายเรื่องราวแนวสัตว์กินคนนี้มาเป็นซีรีส์ความยาว 6 ตอน ซึ่งถึงมันกระชับก็จริง แต่ก็ต้องหาทางยัดใส่อะไรลงไปมากมาย อีกทั้งต้องสร้างสัตว์ประหลาดใน CG งบจำกัดแบบซีรีส์เล็กๆ ให้ได้อีกด้วย แถมดารานำเรื่องนี้คือ Josh Hartnett ที่ดังพอตัว ร่วมกับ Charlie Heaton จากสเตรนเจอร์ธิงส์ ที่มาเล่นเป็นคู่ตัวเอกพ่อลูก นี่จึงไม่ใช่ซีรีส์เกรดบีสักเท่าไหร่แน่ แต่มันเป็นความพยายามยกระดับแนวสัตว์ประหลาดกินคนให้มาเป็นเรื่องราวที่มีอะไรมากกว่า และมันก็ทำสำเร็จได้ดีพอตัวเลย แม้จะต้องเสียแนวทางเดิมไปก็ตาม

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า นี่ไม่ใช่แนวสัตว์ประหลาดกินคนที่เน้นความสยองอะไรมาก แม้มันจะมีอยู่บ้างในช่วงแรกที่ทำให้เห็นว่าไอ้ตัวในน้ำนี่มันโหดร้าย เพื่อทำให้แนวทางสัตว์กินคนมันได้ผลกับเรื่องราวที่ชาวบ้านในเมืองนี้ต้องแตกตื่นจากการมาของมัน แต่หัวใจของเรื่องมันก็ไม่ใช่แนวสัตว์ร้ายกินคนไปเรื่อย แต่เป็นแนวสิ่งแวดล้อมและปัญหาทุนนิยมกับโลกร้อน ผสมกับที่มาของตำนานในอดีตนิดหน่อย โดยที่มันก็ไม่ใช่ตัวประหลาดอะไรมากมาย แค่มาจากน้ำลึกในมหาสมุทรเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ซีรีส์ตั้งใจใส่ไว้เป็นพล็อตรองรับเรื่องราวต้นตอปัญหาการมาของมันและตัวร้ายตัวจริงที่เป็นมนุษย์มากกว่า นั่นทำให้ซีรีส์มีเรื่องราวสัตว์ประหลาดแทรกไม่เยอะมาก แทบไม่เห็นตัวชัดๆ เลยก็ว่าได้ มันมีฉากโผล่มาทำร้ายคนแค่พอหอมปากหอมคอ แอ็กชั่นน้อยมาก ใครที่หวังตรงนี้โดยเฉพาะพวกคอหนังสัตว์ประหลาดนี่ข้ามไปได้เลยดีกว่า โดยเฉพาะตอนจบท้ายเรื่องตามสูตรแนวนี้ที่ต้องเป็นฉากแอ็กชั่นต่อสู้กับสัตว์ร้าย

แต่ถึงแบบนั้นการที่ซีรีส์ผูกเอาพล็อตรองมาผูกเป็นเรื่องราวการดำเนินเรื่องก็ทำออกมาดีไม่น้อย ซีรีส์มีพล็อตรองหลายอย่างในแต่ละช่วง อย่างช่วงแรกคือการมาของนักวิทยาศาสตร์กับนายทุนที่หวังเอาเรื่องสัตว์ประหลาดนี้มาหากินเข้าตัว ซีรีส์สามารถผูกเรื่องราวนี้เข้ากับการที่ตัวเอกคาลวินกำลังหาทางจัดการสัตว์ประหลาดได้อย่างแนบเนียน และเป็นช่วงที่มีฉากแอ็กชั่นมากสุดแล้ว โดยเฉพาะฉากในเรือดำน้ำลงไปเจอกับมัน ซีรีส์ออกแบบในงบจำกัดและทำได้ดีเลยกับการให้สัตว์ประหลาดปรากฏตัวนิดๆ หน่อยๆ แต่เรื่องก็ดูระทึกได้เลยเหมือนกัน โดยที่ช่วงเวลานั้นเรื่องก็สร้างปัญหาให้เกิดกับคนบนบกไปด้วย จากการได้รับสารพิษจากก้อนน้ำแข็งที่ชาวบ้านเอามาจากทะเลมากิน แล้วกลายเป็นโรคบ้าคลั่ง ซึ่งซีรีส์มีการผูกโรคนี้เชื่อมโยงเข้ากับโรคที่มีจริงในสัตว์ ก่อนที่จบช่วงนี้จะกลายมาเป็นเรื่องราวการคลี่คลายปมปัญหาของพ่อที่ตายไปตอนเด็กกับปมปัญหาของเมืองนี้ที่มีปัญหาทำอะไรก็ไม่รุ่ง เพราะชาวบ้านถูกห้ามทำประมงต้องหาน้ำแข็งสะอาดมาขายตระกูลเศรษฐีที่เป็นเจ้าของเมืองนี้อยู่ ซึ่งเรื่องซ่อนปมนี้ไว้ตั้งแต่แรกก่อนมาคลายในช่วงกลางเรื่องเป็นตอนยาวที่พาไปถึงปริศนาเจ้าตัวสัตว์ประหลาดด้วย แม้เรื่องมันจะดูบ้าๆ แต่มันก็สวมเข้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีเลย ซึ่งตั้งแต่ช่วงนี้ไปนี่ไม่ใช่แนวสัตว์ประหลาดกินคนอีกแล้ว แต่กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีหัวใจ มีธรรมชาติมีชีวิตของมัน ก่อนที่จะไปต่อที่การมาของกองทัพที่มาพร้อมนายทุนที่พร้อมกำจัดเจ้าตัวนี้โดยซ่อนเร้นจุดประสงค์ที่แท้จริงไว้ ซึ่งเรื่องก็หาทางให้กลุ่มครอบครัวตัวเอกรวมใจกันหาทางคลี่คลายวิกฤตนี้ได้แบบชิลๆ ซึ่วไม่มีฉากแอ็กชั่นหวือหวาอะไรเลย แต่มันก็ตอบโจทย์ที่เรื่องต้องการปูมาทั้งหมด และจบเจ้าตัวสัตว์ประหลาดได้ค่อนข้างดีเลย

สิ่งที่ต้องชมคือการแสดงของตัวเอกสองพ่อลูก Josh Hartnett กับ Charlie Heaton ในเรื่องนี้คนพ่อเป็นคนที่อยู่ในเมืองนี้มาตลอดไม่ได้ออกไปไหน และมีความฝันอยากทำประมง แต่ถูกกฏหมายห้ามทำ เขาเล่าความฝันนี้ให้พวกลูกๆ ฟังตอนที่พวกเขากลับมารวมตัวกันประจำปีที่นี่ แต่ลูกก็ไม่ซื้อความฝันของพ่อ มีแค่ลูกชายคนโตที่ Charlie Heaton แสดงยังอยู่ติดกับเมืองนี้กับพ่อมาตลอด และเขาก็เป็นคนไม่เอาไหนหลังจากที่แม่เสียไป บทเลยเป็นลูกชายที่ทำตัวบ้าๆ บอๆ ไปวันๆ พ่อเองก็ดูแคลนลูกชายไม่เชื่อว่าเขาจะทำอะไรได้ดี แต่การมาของสัตว์ประหลาดนี้ทำให้ทั้งคู่ต่างรู้ว่าตัวเองก็มีปัญหาและพยายามแก้ไขมันร่วมกัน แม้จะขัดแย้งกันตลอด ซึ่งซีรีส์ทำให้บทที่ดูเป็นชาวบ้านธรรมดานี้มีความน่าสนใจ เคมีเข้ากันอย่างมากและนำทั้งคู่ไปเป็นแกนนำในการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดได้อย่างน่าชม

 

ซีรีส์จบเรื่องราวได้ในตัวแบบไม่ค้าง แต่ก็ยังทิ้งท้ายไว้เผื่อทำต่อตามสูตรแนวนี้ ซึ่งไม่ผิดอะไร และก็น่าดูเหมือนกันว่าพอหมดเรื่องดราม่าในเมืองนี้แล้ว ซีรีส์จะยกระดับไปเป็นแนวสัตว์ประหลาดจริงจังได้ตามที่ทิ้งไว้ในตอนจบของเรื่องนี้หรือเปล่าครับ

สรุป ซีรีส์แนวสัตว์ประหลาดกินคนที่ไม่ใช่แนวสยองขวัญโดยตรง ใครที่หวังว่าเรื่องนี้จะมีฉากแอ็กชั่นเยอะหรือฉากกินคนแหวะๆ ให้ข้ามไปเลยเพราะมันไม่ได้ตั้งใจทำมาเพื่อเป็นซีรีส์เกรดบีแบบที่หนังแนวนี้ชอบทำกัน แต่มันเป็นแนวดราม่าที่มีซับพล็อตมากมาย ทั้งความลับของตระกูลกับเมืองเล็กๆ ที่ทำอะไรก็ไม่รุ่ง แนวนักวิทยาศาสตร์กับทุนนิยมที่หวังเข้ามากอบโกย ปัญหาโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งละลายและพาสัตว์ประหลาดในทะเลลึกนี้มา ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นพวกสัตว์ทดลองหรือโดนสาร แต่เป็นแค่สัตว์ในทะเลลึกธรรมดาที่มีเรื่องเล่าโบราณผสมมาให้ดูขลังนิดหน่อย โดยที่ตัวสัตว์ประหลาดเองก็แทบไม่เห็นอะไรมากตามงบซีรีส์ที่คงมีจำกัด แต่มันก็มีฉากกับช่วงที่ระทึกได้ในช่วงแรก ก่อนที่ช่วงหลังจะกลายเป็นแนวสัตว์ประหลาดที่มีหัวใจ ซึ่งท้ายสุดของเรื่องก็ไม่ได้มีฉากแอ็กชั่นสู้กันอะไรทั้งสิ้น แต่มันก็ไม่เสียหายเพราะทั้งเรื่องนี้ก็ถูกปูมาด้วยดราม่าปัญหานิเวศน์กับสังคมทุนนิยมที่เกิดจากมนุษย์ร้ายๆ มากกว่าที่ตัวสัตว์ประหลาดครับ (ซีรีส์จบในตัว แต่มีทิ้งท้ายไว้ทำต่อได้ตามสูตร)

 

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------