รีวิว Fallout SS2 (Prime) เคารพต้นฉบับเกมอย่างมั่นคง แต่ก็ไม่ทิ้งผู้ชมทั่วไปด้วย
Fallout SS2
Summary
Fallout ซีซั่น 2 พิสูจน์แล้วว่าซีซั่น 1 ไม่ใช่แค่ความโชคดีที่ทำเกมดังออกมาได้ใจแฟนๆ แต่การเคารพต้นฉบับเกมอย่างมั่นคงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการดัดแปลงเกมที่ดีที่สุดที่เคยสร้างมาเลย ซึ่งทำให้เรื่องราวใน New Vegas มันตอบสนองทั้งแฟนเกมและผู้ชมทั่วไปที่อาจจะมีงงกับหลายอย่างอยู่บ้าง แต่ซีรีส์ก็พาผู้ชมทั้งหมดสนุกสนานครบรสไปกับ ดราม่าสะเทือนใจ แอ็กชั่น ตลกเสียดสี และความรักกับความหวังที่ยังมีหลงเหลืออยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยการกลายพันธ์ทั้งร่างกายและจิตใจหลังนิวเคลียร์ลงเมื่อ 200 ปีก่อนได้ มันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบเท่าซีซั่นแรกอยู่บ้าง โดยเฉพาะการทิ้งเรื่องราวมากมายไว้ไปต่อซีซั่น 3 แต่มันก็ต่อยอดทะเยอทะยาน สนุก และได้รับการยืนยันไฟเขียวทำต่อแล้ว ซึ่งถ้ายังเดินหน้าแบบนี้ไปก็น่าจะเป็นซีรีส์จากเกมที่ทรงคุณค่ามากที่สุดที่เคยมีมาจริงๆ ครับ
Overall
8/10User Review
( votes)Pros
- งานสร้างทั้งหมดยังคงเคารพเกมได้อย่างมั่นคงมาก
- งานโปรดักชั่นที่สมจริงมากขึ้น
- การพัฒนาตัวละครเป็นคนใหม่ต่างจากซีซั่นแรก
- มีพากย์ไทย
Cons
- ทิ้งปริศนาไว้มากมายเพื่อไปต่อซีซั่น 3
- ช่วงกลางเรื่องมียืดๆ
Fallout SS2 ซีรีส์ amazon prime 8 ตอนจบ เรื่องราวการเดินทางของ Lucy MacLean และ The Ghoul เพื่อติดตาม ติดตาม Hank MacLean พ่อของ Lucy ผู้รับผิดชอบต่อการทำลาย Shady Sands พาพวกเขาไปสู่ New Vegas
รีวิวซีรีส์ Fallout (Prime) รวมพลคนสิ้นโลกบันเทิงแบบโลกแตกโดยเคารพและให้เกียรติต้นฉบับมาก!
รีวิว Fallout SS2
เกม Fallout: New Vegas ปี 2010 ซึ่งเป็นหนึ่งในเกมที่มีคนชื่นชอบมากที่สุดในแฟรนไชส์ นี่คือการขยายขอบเขตของซีรีส์ไปสู่จักรวาลที่กว้างใหญ่และซับซ้อนยิ่งขึ้น ด้วยเรื่องราวความซับซ้อนของตัวเกมที่มีโลกแตกต่างมากมายและเชื่อมต่อไปยังส่วนที่ยังไม่ถูกเปิดเผยมาตลอด แม้แต่ภาคนี้เองก็เป็นเหมือนแค่ภาคคั่นกลางที่โหมโรงไปสู่จุดที่ลึกลับยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก
ภาคนี้การเพิ่มเข้ามาที่สำคัญที่สุดคือ Justin Theroux ในบท Robert House หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mr. House ตัวละครสำคัญจากเกม Fallout: New Vegas ผู้ควบคุมเมือง New Vegas ด้วยวิสัยทัศน์และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า Theroux นำความลึกลับและเสน่ห์มาสู่ตัวละครที่แฟนเกมรอคอยมานาน Mr. House ไม่ใช่แค่ผู้ร้ายธรรมดา แต่เป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ ความบ้าคลั่ง และแผนการที่ซับซ้อนสำหรับอนาคตของมนุษยชาติ ซึ่งเรื่องราวของเขาก็เดินหน้าโดยมี The Ghoul/Cooper Howard เป็นการเล่าแฟลชแบ็คกลับมาถึงปัจจุบันว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งคู่ และเขาคือบอสตัวร้ายที่อยู่เบื้องหลังแผนการระเบิดนิวเคลียร์ล้างโลกนี้หรือไม่ โดยมี Hank MacLean พ่อของ Lucy ก็มาทำการทดลองลับต่อไปที่เมืองแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเขาก็กลายเป็นตัวละครที่ซับซ้อนมากขึ้น จากคนที่ดูเหมือนผู้ร้ายธรรมดา เขากลายเป็นบุคคลที่มีแรงจูงใจและความเชื่อของตัวเอง นำไปสู่จุดที่ก้าวเข้าสู่ด้านมืดเพื่อนำสิ่งดีมาทำให้โลกนี้เกิดสันติสุขขึ้นมาตามความเชื่อของเขา ซึ่ง Lucy เองก็ต้องชั่งน้ำหนักว่าสิ่งที่พ่อทำนั้นคือความถูกต้องจริงๆ หรือไม่
Fallout ซีซั่น 2 ยังคงสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างความมืดมนกับอารมณ์ขัน ฉากที่โหดร้ายและสยดสยองผสมมุกตลกที่ฉลาดและหยอกเย้าความเป็นอเมริกันชน โดยซีรีส์ไม่กลัวที่จะมืดมน มีการทรยศ การตาย ความสิ้นหวัง แต่ก็ไม่ลืมเตือนเราว่าแม้ในโลกหลังนิวเคลียร์ ก็ยังมีช่วงเวลาแห่งความหวัง มิตรภาพ และความตลกขบขันซุกซ่อนอยู่เสมอ
ตัวรักแสดง Ella Purnell ยังคงเป็นหัวใจของซีรีส์ Lucy ในซีซั่น 2 พัฒนาต่อจากสาวน้อยไร้เดียงสาจาก Vault 33 สู่ผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายของโลก Purnell แสดงการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างน่าเชื่อ โดยไม่สูญเสียความบริสุทธิ์และความมุ่งมั่นที่ทำให้ Lucy เป็นที่รักของผู้ชม
Walton Goggins ในบท The Ghoul/Cooper Howard ยังคงเป็นดาวเด่น ซีซั่น 2 เจาะลึกอดีตของเขามากขึ้น แสดงให้เห็นว่าเขากลายเป็นนักฆ่าที่ไร้ความปรานีได้อย่างไร โดยเขาแสดงสมดุลระหว่างความโหดร้ายและความเปราะบางได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Aaron Moten ในบท Maximus ได้รับการพัฒนาตัวละครที่ดีขึ้น ซีซั่น 2 ให้เวลากับเขามากขึ้นในการสำรวจความขัดแย้งระหว่างความภักดีต่อ Brotherhood of Steel กับความรู้สึกส่วนตัว ซึ่งเขาเปลี่ยนไปจากซีซั่นแรกมากกลายเป็นมาเป็นนักรบชั้นนำที่พร้อมทำตามคำสั่งได้อย่างเด็ดขาด แต่ก็มีจุดเปราะบางที่สุดท้ายเขาก็ต้องตัดสินใจเลือกว่าจะทิ้งตัวตนใหม่นี้กลับไปหา Lucy แฟนสาวคนดีที่เขาพบเจอและเชื่อใจมากหรือไม่
งานโปรดักชั่นของซีซั่น 2 ชัดเจนว่าสูงขึ้น New Vegas ถูกสร้างขึ้นอย่างตระการตา จาก Freeside ที่เต็มไปด้วยคนยากจน ไปจนถึง Lucky 38 casino ที่หรูหรา ทุกสถานที่รู้สึกเหมือนถูกฉีกออกมาจากเกมโดยตรง
ฉากแอ็กชั่นยิ่งใหญ่และมีสเกลกว่าซีซั่น 1 การต่อสู้กับ Deathclaws, การปะทะกับ Caesar’s Legion, ฉาก shootout ใน New Vegas Strip ทุกอย่างดูสมจริงและน่าตื่นเต้น การถ่ายทำในแคลิฟอร์เนีย รวมถึง Valley Plaza mall ใน North Hollywood ที่ถูกเปลี่ยนเป็น New Vegas Strip ให้ความรู้สึกของโลกที่กว้างใหญ่และมีชีวิตชีวาอย่างสมจริง
ซีซั่น 2 เต็มไปด้วย easter eggs และการอ้างอิงถึงเกม แฟนเกมจะได้เห็นสถานที่และตัวละครที่คุ้นเคยมีชีวิตชีวาบนจอ นี่คือซีรีส์ที่ถอดแบบเกมมาตรงๆ แบบเคารพสุดๆ แต่ซีรีส์ก็ไม่ทิ้งผู้ชมที่ไม่เคยเล่นเกม ทุกอย่างถูกอธิบายพอให้เข้าใจ แม้จะไม่เข้าใจก็ยังดูสนุกลื่นไหลไปได้
แต่ปัญหาที่ชัดเจนที่สุดของซีซั่น 2 คือจังหวะที่ช้าลงในตอนกลางๆ ซีซั่น ตอนที่ 3-5 โดยเฉพาะรู้สึกว่าเนิ่นนาน มีฉากสนทนายาวๆ ไม่กระชับเรื่องราวแบบซีซั่น 1 ที่ทำได้ดีทุกตอนมีจุดประสงค์และเคลื่อนเรื่องราวไปข้างหน้า ซีซั่น 2 บางครั้งรู้สึกว่ากำลังซื้อเวลาหรือยืดเรื่องเพื่อให้ครบ 8 ตอน ซึ่งก็คงเพราะเรื่องราวต่อจากนี้มีความลับซ่อนอยู่มากมาย โดยเฉพาะเรื่องราวของ Norm MacLean (Moisés Arias) และการสืบสวนเกี่ยวกับ Vault-Tec ได้รับเวลาน้อยกว่าที่ควร ทั้งที่เป็นส่วนสำคัญของปริศนาใหญ่ที่เป็นคีย์สำคัญของซีซั่น 3 จนทำให้ตอนจบของซีซั่น 2 เป็นการตัดจบที่ค้างคามาก มันเปิดคำถามใหม่มากกว่าตอบคำถามเก่า และมีฉากหลังเอนด์เครดิตทิ้งท้ายไว้อีก สำหรับแฟนที่ต้องการการให้ปิดเรื่องจบในซีซั่นนี้อาจทำให้ผิดหวัง แต่สำหรับคนที่พร้อมจะรอซีซั่น 3 มันเป็นการตั้งฉากที่น่าตื่นเต้นมากเช่นกันครับ
สรุป
Fallout ซีซั่น 2 พิสูจน์แล้วว่าซีซั่น 1 ไม่ใช่แค่ความโชคดีที่ทำเกมดังออกมาได้ใจแฟนๆ แต่การเคารพต้นฉบับเกมอย่างมั่นคงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการดัดแปลงเกมที่ดีที่สุดที่เคยสร้างมาเลย ซึ่งทำให้เรื่องราวใน New Vegas มันตอบสนองทั้งแฟนเกมและผู้ชมทั่วไปที่อาจจะมีงงกับหลายอย่างอยู่บ้าง แต่ซีรีส์ก็พาผู้ชมทั้งหมดสนุกสนานครบรสไปกับ ดราม่าสะเทือนใจ แอ็กชั่น ตลกเสียดสี และความรักกับความหวังที่ยังมีหลงเหลืออยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยการกลายพันธ์ทั้งร่างกายและจิตใจหลังนิวเคลียร์ลงเมื่อ 200 ปีก่อนได้ มันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบเท่าซีซั่นแรกอยู่บ้าง โดยเฉพาะการทิ้งเรื่องราวมากมายไว้ไปต่อซีซั่น 3 แต่มันก็ต่อยอดทะเยอทะยาน สนุก และได้รับการยืนยันไฟเขียวทำต่อแล้ว ซึ่งถ้ายังเดินหน้าแบบนี้ไปก็น่าจะเป็นซีรีส์จากเกมที่ทรงคุณค่ามากที่สุดที่เคยมีมาจริงๆ ครับ