playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Left-Handed Girl เด็กมือซ้าย (Netflix) ปัญหาทัศนคติความเชื่อผิดๆ ของครอบครัวคนจีนที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น

Summary

หนังไต้หวันสายรางวัลเต็มตัวที่เดินเรื่องเรียบๆ ฟีลกู๊ดเบาๆ เจือจางปนอยู่กับความดาร์คเล็กๆ ตามสไตล์หนังไต้หวันที่เป็นเอกลักษณ์มาตลอด โดยเป็นเรื่องราวของเด็กหญิงตัวน้อยที่ถนัดมือซ้าย ภายใต้คำสั่งสอนของคนรุ่นก่อนที่เชื่อว่าคือมือปีศาจอย่าไปใช้ ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลทำให้เด็กสับสนจนเกิดพัฒนาการทางจิตไปในทางที่ผิด โดยเธอโทษสิ่งที่ตัวเองทำไม่ดีลงไปที่มือข้างนี้เสมอ แต่หนังก็ไม่ได้ทำให้เรื่องของเด็กหญิงตัวเอกดูเลวร้ายอะไรมาก ออกใสๆ เบาๆ ซึ่งนักแสดงเด็กเล่นเก่งมากจนโดดเด่นเป็นตัวหลักของเรื่องได้ แต่หัวใจหลักของเรื่องนี้จริงๆ ก็คือปัญหาทัศนคติครอบครัวคนจีนกับลูกผู้หญิง ซึ่งเรื่องบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ประกอบแบบผิวๆ ผ่านชีวิตของแม่กับลูกสาวคนโตที่มีปัญหาความไม่เข้าใจกัน จนกระทั่งความลับมาเผยในงานแซยิดของครอบครัวใหญ่ ที่ดูเลวร้ายมากในสายตาคนจีนที่คนนอกอาจจะไม่เข้าใจ (ต้องมีความเข้าใจผังตระกูลคนจีนพอสมควร) แต่ตัวหนังก็ไม่ได้ใจร้ายจบแบบหดหู่ ยังมีฟีลกู๊ดเล็กๆ ตามมาเมื่อทุกอย่างคลี่คลายไปตามปกติ เพราะทุกอย่างที่หนังนำเสนอก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ในสังคมทุกชนชาติ เพียงแต่ทัศนคติครอบครัวคนจีนไปกดทับไว้เท่านั้น

นี่จึงเป็นหนังดี แต่ไม่ได้สนุกมาก อาศัยการร้อยเรียงเรื่องราวเพื่อไปเฉลยตอนจบได้อย่างคมกริบถึงประเด็นปัญหาที่อยากนำเสนอ ซึ่งก็ถือว่าสมกับเป็นตัวแทนไปชิงออสการ์ 2026 ของไต้หวันอยู่ครับ (แต่ส่วนตัวชอบ A Sun กว่ามากๆ)

Overall
7/10
7/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • หนังสายรางวัลของไต้หวันชิงออสการ์ 2026
  • ประเด็นความเชื่อมือซ้ายของคนรุ่นเก่าที่ส่งผลต่อเด็ก
  • ปัญหาครอบครัวคนจีนที่พยายามกดทับปัญหาลูกผู้หญิงไว้
  • นักแสดงเด็กเก่งมาก
  • มีพากย์ไทย

 

Cons

  • เรื่องราวเรียบๆ มากไปหน่อย

 

ADBRO

Left-Handed Girl เด็กมือซ้าย ภาพยนตร์ Original Netflix แนวดราม่าจากไต้หวัน ถ่ายทอดเรื่องราวของแม่ลูกติดที่พาลูกสาว 2 คนกลับมายังกรุงไทเปหลังจากใช้ชีวิตอยู่ในชนบทมาหลายปี เพื่อเปิดแผงขายของในตลาดกลางคืนอันคึกคัก แต่เมื่อคุณตาหัวโบราณห้ามไม่ให้หลานสาวคนเล็กที่ถนัดซ้ายใช้ “”มือปีศาจ”” ของเธอ ความลับของครอบครัวหลายชั่วอายุคนก็เริ่มเผยออกมา

 

รีวิว Left-Handed Girl เด็กมือซ้าย (ไม่สปอยล์)

หนังไต้หวันสายรางวัลที่ถูกส่งเข้าประกวดหลายเวที โดยถูกเลือกเป็นตัวแทนไต้หวันเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยมปี 2026 ด้วย ซึ่งดีกรีของตัวหนังก็ถึงพร้อมในแง่นั้นเน็ตฟลิกซ์ถึงซื้อมาลงฉายทั่วโลกได้ครับ 

 

หนังไต้หวันเรื่องนี้ก็ยังมีความพิเศษโดดเด่นจากบทเรียบๆ แต่สะท้อนปัญหาสังคมได้ดี มีความอบอุ่นแทรกอยู่ในใจกลางปัญหาเหมือนเรื่องอื่นๆ ที่เป็นสไตล์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของไต้หวันจริงๆ ซึ่งก็เหมือน GDH ของไทย แต่ทำออกมาแต่คนละบริบทสังคมกันเท่านั้น 

หนังเล่าเรื่องราวของแม่เลี้ยงเดี่ยวและลูกสาวสองคนที่ย้ายกลับมาอยู่ไทเปเพื่อเปิดแผงขายก๋วยเตี๋ยวในตลาดกลางคืน โดยมุ่งเน้นเล่าเรื่องสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก 2 คนต่างวัยกัน โดยมีอดีตสามีที่เจ็บป่วยใกล้ตายกับพ่อค้าหนุ่มแผงใกล้ๆ ที่พยายามมาจีบเธอเป็นแบ็คกราวด์ประกอบในเรื่องราวเล็กๆ นี้

 

เรื่องราวเล่าถึงความลำบากทางการเงินของตัวละครแม่กับพี่สาว ซึ่งงานที่ทำนั้นก็ได้ไม่มาก แล้วยังสร้างแต่ปัญหากลับมาจนทำให้ทั้งคู่เดือดร้อน ต่างโทษกันไปมาว่าใครเป็นคนผิด เมื่อแม่ก็ไม่มีเงินส่งเสียลูกสาวเรียนทั้งๆ เรียนดี ลูกสาวเองก็ไม่เคารพเชื่อฟังแม่เลยแม้แต่น้อย ซึ่งปัญหาของผู้ใหญ่ที่ได้ส่งผลกระทบไปยังลูกสาวคนเล็กอย่างไม่ตั้งใจ

หนังเล่นเรื่องปมการเผชิญหน้ากับความเชื่อและความคาดหวังของคนรุ่นเก่า โดยเฉพาะเรื่องความเชื่อที่ว่า “มือซ้ายเป็นของปีศาจ” ซึ่งทำให้ตัวละครเด็กหญิงคนเล็ก “อี๋จิง” ต้องรู้สึกอายที่เธอถนัดซ้ายและโดนอากงดุด่า ในขณะที่อาม่าก็โอ๋หลานคนเล็ก จนเกิดความสับสนว่ามือข้างนี้เป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆ ที่เธอพบเจอหรือไม่ เมื่อเธอเริ่มลักเล็กขโมยน้อยในตลาดกลางคืน โดยอาศัยความเป็นเด็กทำให้ไม่มีใครจับได้ แต่หนังก็ไม่ได้ทำให้ปัญหานี้ออกมาเลวร้ายมากเป็นเพียงแค่ปมเล็กๆ ที่แสดงให้เห็นปัญหาของความเชื่อผิดๆ ที่คนรุ่นเก่าถ่ายทอดปลูกฝังมารุ่นต่อรุ่นจนทำให้เกิดปัญหาเชื่อมโยงต่อไปยังการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ในภายหลัง ซึ่งอี๋จิงก็ได้รับบทเรียนในเรื่องนี้เมื่อพึ่งมารู้จากพี่สาวว่ามือนี้ไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นเธอเองนั่นแหละที่พยายามโบ้ยความผิดไปให้มือตามที่อากงดุด่าไว้ ซึ่งตัวนักแสดง Nina Ye ถ่ายทอดความน่ารักและการสำนึกผิดแบบเด็กๆ ออกมาได้ดีจนน่าประทับใจในการแสดง มีฉากที่แอบน้ำตาไหลเล็กๆ ออกมาด้วย ซึ่งด้วยอายุน้อยขนาดนี้ถือว่าเธอเก่งเกินตัวมากจริงๆ (มีผลงานมาแล้วหลายเรื่อง)

ตัวหนังซุกซ่อนส่วนที่เป็นความลับหัวใจของเรื่องไว้ โดยผ่านการเล่าเรื่องครอบครัวคนจีนที่มีความนับถือรุ่นกันอย่างเคร่งครัด หนังสอดแทรกเรื่องราวตัวละครญาติพี่น้องคนจีนผสมปนเปไปกับเรื่องราวการสู้ชีวิตของแม่ที่พยายามหาทางเลี้ยงลูกสองคนให้รอด โดยไม่ได้ทำให้คนเอะใจว่าตัวละครพวกนี้มาเกี่ยวข้องอะไร จนกระทั่งตอนท้ายไคลแม็กซ์ถึงระเบิดออกมากลางงานเลี้ยงแซยิดอาม่า ซึ่งเป็นงานฉลองวันเกิดครบ 60 ปีบริบูรณ์ ตามคติของชาวจีนที่เรียกว่างานมงคลรวมญาติพี่น้องทั้งหมดมาเจอกัน ความลับของครอบครัวนี้จึงถูกเปิดเผย โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวอี๋จิงที่เธอไม่ได้ก่อเรื่องนี้ขึ้นมาเลย ซึ่งแม้มันจะดูเลวร้ายมากในสายตาครอบครัวคนจีนรุ่นเก่า แต่ความจริงมันก็กลายเป็นเรื่องปกติของทุกสังคมที่มีแบบเดียวกัน ซึ่งหนังก็ไม่ได้ทำให้ฉากนี้ดูหดหู่ แต่หันไปสะท้อนผลลัพธ์เมื่อความจริงเปิดเผยมาแบบเดียวกับช่วงเวลาของมือปีศาจที่อี๋จิงขโมยของ ซึ่งทุกคนก็คงไม่รู้จะไปโทษใครได้เมื่อทัศนคติค่านิยมในการไม่ยอมรับความจริงของผู้หญิงที่มีลูกแล้วเกิดมาจากคนรุ่นก่อนสั่งสอนกันมาแบบนั้นเอง

 

สรุป 

หนังไต้หวันสายรางวัลเต็มตัวที่เดินเรื่องเรียบๆ ฟีลกู๊ดเบาๆ เจือจางปนอยู่กับความดาร์คเล็กๆ ตามสไตล์หนังไต้หวันที่เป็นเอกลักษณ์มาตลอด โดยเป็นเรื่องราวของเด็กหญิงตัวน้อยที่ถนัดมือซ้าย ภายใต้คำสั่งสอนของคนรุ่นก่อนที่เชื่อว่าคือมือปีศาจอย่าไปใช้ ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลทำให้เด็กสับสนจนเกิดพัฒนาการทางจิตไปในทางที่ผิด โดยเธอโทษสิ่งที่ตัวเองทำไม่ดีลงไปที่มือข้างนี้เสมอ แต่หนังก็ไม่ได้ทำให้เรื่องของเด็กหญิงตัวเอกดูเลวร้ายอะไรมาก ออกใสๆ เบาๆ ซึ่งนักแสดงเด็กเล่นเก่งมากจนโดดเด่นเป็นตัวหลักของเรื่องได้ แต่หัวใจหลักของเรื่องนี้จริงๆ ก็คือปัญหาทัศนคติครอบครัวคนจีนกับลูกผู้หญิง ซึ่งเรื่องบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ประกอบแบบผิวๆ ผ่านชีวิตของแม่กับลูกสาวคนโตที่มีปัญหาความไม่เข้าใจกัน จนกระทั่งความลับมาเผยในงานแซยิดของครอบครัวใหญ่ ที่ดูเลวร้ายมากในสายตาคนจีนที่คนนอกอาจจะไม่เข้าใจ (ต้องมีความเข้าใจผังตระกูลคนจีนพอสมควร) แต่ตัวหนังก็ไม่ได้ใจร้ายจบแบบหดหู่ ยังมีฟีลกู๊ดเล็กๆ ตามมาเมื่อทุกอย่างคลี่คลายไปตามปกติ เพราะทุกอย่างที่หนังนำเสนอก็คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ในสังคมทุกชนชาติ เพียงแต่ทัศนคติครอบครัวคนจีนไปกดทับไว้เท่านั้น

นี่จึงเป็นหนังดี แต่ไม่ได้สนุกมาก อาศัยการร้อยเรียงเรื่องราวเพื่อไปเฉลยตอนจบได้อย่างคมกริบถึงประเด็นปัญหาที่อยากนำเสนอ ซึ่งก็ถือว่าสมกับเป็นตัวแทนไปชิงออสการ์ 2026 ของไต้หวันอยู่ครับ (แต่ส่วนตัวชอบ A Sun กว่ามากๆ)

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------