playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว WAR MACHINE (Netflix) หุ่นยักษ์ Predator พบกับ Reacher …

Summary

War Machine คือหนังแอ็กชั่นบันเทิงแบบป๊อบคอร์นที่สนุกแบบง่ายๆ โดยใช้โทนเรื่องเอเลี่ยนบุกโลกผสมกับ Predator และจับพระเอกหุ่นล่ำกล้ามโตอย่าง Alan Ritchson มาลุยกับสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ในการสู้กับมัน แต่ก็นั่นแหละมันก็ยังเป็นสูตรสำเร็จที่มักง่ายเมื่อสุดท้ายหุ่นสังหารยักษ์ต่างดาวก็มีจุดอ่อนแบบโง่ๆ จนน่าผิดหวัง เพียงแต่ระหว่างทางหนังก็ยังทำได้ดีกับฉากแอ็กชั่นต่างๆ ที่เขาเล่นเองทั้งหมด ซึ่งทำให้การไล่ล่านี้ดูสนุกตื่นได้อยู่ ผสมกับปมทางจิตใจที่ค้างคามาช่วยทำให้ตัวละครนี้มีมิติมากขึ้น เพียงแต่ว่า CG ของหุ่นในหลายฉากก็ไม่ดีนักจนเหมือนเกม และช่วง 30 นาทีแรกของหนังก็หมดเวลาไปกับภาพการฝึกทหารอเมริกาเดิมๆ จนน่าเบื่อเพราะผู้ชมต้องการเพียงแค่มาดูฉากการสู้กับหุ่นเท่านั้นครับ

Overall
6.5/10
6.5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • เอเลี่ยนบุกโลกผสมกับ Predator
  • พระเอก Alan Ritchson
  • ฉากเรต R รุนแรง
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • ช่วง 30 นาทีแรกวนเวียนกับการฝึกซ้อมจนน่าเบื่อ
  • เนื้อเรื่องสูตรสำเร็จมาก
  • จุดอ่อนหุ่นกากสุดๆ

ADBRO

WAR MACHINE สงครามจักรกล ถล่มโลก ภาพยนตร์ Original Netflix เรื่องราวของทหารผ่านศึกที่ไปสมัครเป็นทหารเรนเจอร์หน่วยแนวหน้าชั้นยอดของอเมริกา แต่ในระหว่างการฝึกขั้นสุดท้าย ทีมของเขากลับได้ไปพบเจอเครื่องจักรสังหารจากนอกโลกที่ตามทำลายล้างมนุษย์ทุกคนอย่างโหดเหี้ยม

รีวิว WAR MACHINE

 

หนังเปิดด้วยฉากสองปีก่อน 81 (Alan Ritchson) อดีตทหารวิศวกรรมรบ ช่วยกองคาราวานทหารของน้องชายในอัฟกานิสถาน ซึ่งน้องชายพยายามชักชวนให้เขาเข้า RASP (Ranger Assessment and Selection Program) โครงการคัดเลือก Army Rangers ที่โหดที่สุด แต่พวกเขาถูกโจมตี น้องชายเสียชีวิต 81 บาดเจ็บและรอดชีวิต

เวลาปัจจุบัน 81 เข้า RASP เพื่อทำตามความฝันของน้องชาย ผ่านการฝึกโหดร้าย ก่อนที่ภารกิจสุดท้ายคือค้นหานักบินที่ตกและช่วยเหลือ ผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่ถูกส่งเข้าไปในป่า แต่สิ่งที่พวกเขาพบไม่ใช่นักบิน แต่เป็นยานอวกาศเอเลี่ยนที่ตก และยานนั้นเปลี่ยนร่างเป็นหุ่นยนต์สังหารขนาดมหึมาที่มีอาวุธครบครัน และตามไล่ลาฆ่าพวกเขาอย่างไม่หยุดยั้ง

หนังแอ็กชั่นไซไฟที่ไอเดียคือการเอาพวกหนังเอเลี่ยนถล่มโลกมาผสมกับการไล่ล่าแบบ Predator ซึ่งแน่นอนว่ามันก็โม้แตกมาก เพราะเหมือนเอาเอเลี่ยนสุดโหดที่ฆ่าแทบไม่ได้ 2 แนวมามิกซ์รวมกัน โดยให้ Alan Ritchson ที่ดังจาก Jack Reacher กับบทบาทพี่ยักษ์กล้ามโตเดินทุบคน มาเล่นเป็นตัวเอกคนเดียวลุยแหลก โดยที่บทบาทของคนอื่นเป็นแค่ตัวประกอบที่ทุกคนมีแต่ตัวเลขให้จดจำเพื่อรอวันตายไปแบบหนังสแลชเชอร์เท่านั้น

ด้วยจุดขายที่โม้เหลือเชื่อมากว่าพระเอกจะสู้กับหุ่นสังหารขนาดยักษ์นี้ได้ยังไงโดยที่อาวุธก็ไม่มีเพราะเขาอยู่ภารกิจทดสอบสุดท้าย หนังเลยเป็นการไล่ล่าที่ส่วนใหญ่ทั้งทีมก็เอาแต่หนี และก็ค่อยๆ ตายไปเรื่อยๆ ซึ่งเต็มไปด้วยฉากติดเรต R ร่างกายฉีกขาดเละเทะ ก่อนที่พระเอกจะคิดวิธีปราบได้แบบเดียวกับ Predator ที่สุดท้ายศัตรูร้ายแค่ไหนก็มีข้อจำกัด ซึ่งมันก็ไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรนักหรอก ออกจะดูโง่ๆ ด้วยซ้ำกับเทคโนโลยีต่างดาวที่ต้องมาแพ้ง่ายๆ แบบนี้

แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าระหว่างทางการไล่ล่าหนังก็ทำได้ดี โดย Alan Ritchson เล่นสตันท์เกือบทั้งหมดด้วยตัวเอง เดินใต้น้ำแบกน้ำหนัก วิ่งผ่านแม่น้ำเชี่ยว ปีนหน้าผา กระโดดลงน้ำตก ทุกอย่างทำจริง ไม่ใช่ตัวสแตนด์อินหรือ CGI การแสดงของเขามีทั้งความแข็งแกร่งทางกายภาพและความเปราะบางทางอารมณ์ผสมกัน 81 ไม่ใช่ฮีโร่ไร้ที่ติ เขาเป็นชายคนหนึ่งที่กำลังเศร้าโศก รู้สึกผิดที่ไม่สามารถช่วยน้องชาย และพยายามพิสูจน์ตัวเอง Ritchson แสดงความเจ็บปวดภายในได้น่าเชื่อ เหมือนบทใน Jack Reacher ที่เราก็เห็นมุมด้านนี้ของเขาที่แสดงออกมาเช่นกัน ความมีมนุษยธรรมนี้ทำให้ตัวละครนี้มีมิติมากกว่าหนังแอ็กชั่นเกลื่อนกลาดทั่วไปไม่น้อย

แม้หนังจะภูมิใจว่า Alan Ritchson เล่นเองจริงๆ แต่หุ่นสังหารก็เป็น CGI เกือบทั้งหมด และบางฉากก็ดูปลอม โดยเฉพาะเมื่อมันเคลื่อนไหวเร็วหรือระเบิด จะเห็นฉากเบลอๆ ไม่ลงตัว จนบางฉากดูเหมือนเกมมากกว่าหนังด้วยซ้ำ

นอกจากนี้หนังในครึ่งชั่วโมงแรกช้ามากและเล่นสูตรการเล่าเรื่องเน้นอวยทหารอเมริกาแบบเดิมๆ ที่เห็นมาในทุกเรื่อง ผู้บังคับบัญชาตะโกน ทหารวิ่ง ใครบางคนพูดมาก ใครบางคนเงียบ ทุกอย่างวนไปวนมาทั้งๆ ที่ผู้ชมมารอดูการต่อสู้กับหุ่นมากกว่าจะมาดูการฝึกซ้อมที่เกินเวลาไปฟรีๆ กว่าครึ่งชั่วโมง โดยแทบไม่ได้มีความหมายอะไรกับเรื่องมากด้วย จนดูน่าเบื่อไปเลย

หนังจบลงด้วยการขายภาคต่อ โดยบอกว่ามีหุ่นเอเลี่ยนมากกว่านี้  ซึ่งผู้สร้าง Patrick Hughes และ Alan Ritchson ยืนยันว่าภาค 2 ชื่อ War Machines (มีการเติม s แทนเลข 2 แบบ Aliens) โดยวางแผนไว้แล้ว แต่ต้องรอดูว่า Netflix จะไฟเขียวกับความสำเร็จของเรื่องนี้มากแค่ไหน (ไม่มีการเผยต้นทุนการสร้าง)

สรุป

War Machine คือหนังแอ็กชั่นบันเทิงแบบป๊อบคอร์นที่สนุกแบบง่ายๆ โดยใช้โทนเรื่องเอเลี่ยนบุกโลกผสมกับ Predator และจับพระเอกหุ่นล่ำกล้ามโตอย่าง Alan Ritchson มาลุยกับสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้ในการสู้กับมัน แต่ก็นั่นแหละมันก็ยังเป็นสูตรสำเร็จที่มักง่ายเมื่อสุดท้ายหุ่นสังหารยักษ์ต่างดาวก็มีจุดอ่อนแบบโง่ๆ จนน่าผิดหวัง เพียงแต่ระหว่างทางหนังก็ยังทำได้ดีกับฉากแอ็กชั่นต่างๆ ที่เขาเล่นเองทั้งหมด ซึ่งทำให้การไล่ล่านี้ดูสนุกตื่นได้อยู่ ผสมกับปมทางจิตใจที่ค้างคามาช่วยทำให้ตัวละครนี้มีมิติมากขึ้น เพียงแต่ว่า CG ของหุ่นในหลายฉากก็ไม่ดีนักจนเหมือนเกม และช่วง 30 นาทีแรกของหนังก็หมดเวลาไปกับภาพการฝึกทหารอเมริกาเดิมๆ จนน่าเบื่อเพราะผู้ชมต้องการเพียงแค่มาดูฉากการสู้กับหุ่นเท่านั้นครับ

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------