playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

กดคลิกจองแผ่น PS4 ผ่านร้านบานาน่าที่นี่

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์

สรุป

สุดยอดซีรีส์ไซไฟทริลเลอร์โรมานซ์ แนวย้อนเวลาที่นำเสนอเรื่องราวได้ดาร์กสมชื่อเอามากๆ แม้ว่าไอเดียและพลอตในเรื่องจะคล้ายกับอนิเมะดังอย่าง Steins Gate มากพอสมควร แต่สำหรับคอซีรีส์แนะนำว่าทุกคนควรดูสักครั้ง มีบทสรุปที่ดีในแบบ “ดาร์กโรมานซ์”

Overall
10/10
10/10
Sending
เรตติ้งเฉลี่ยจากผู้อ่าน
5 (2 votes)

จุดเด่น

  • งานโปรดักชั่นเยี่ยม แม้ว่าสองซีซันแรก CG ดูหลอกตาไปบ้าง แต่ซีซันสามดีขึ้น
  • นักแสดงหลักและสมทบเยี่ยมมาก แม้ว่าจะใช้แค่ภาษาท่าทาง ไม่ได้มีบทพูด แต่สื่อทางแววตาดี
  • บทที่ซับซ้อนสุดงง น่าจะเป็นแนวย้อนเวลาที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา
  • แม้ว่าไอเดียและพลอตเรื่องจะคล้าย Steins Gate แม้กระทั่งแนวทางสรุปเรื่อง แต่เรื่อง Dark มีความทะเยอทะยานในการผูกเรื่องกว่า
  • เพลงประกอบ OST มีเอกลักษณ์เฉพาะสูงมาก

จุดด้อย

  • มีเส้นเรื่องของตัวละครที่ดูไม่จำเป็น โดยเฉพาะในสองซีซันแรก
  • บทสรุปของตัวละครหลักบางคนไม่ถูกพูดถึงในซีซันสาม ถือว่าน่าเสียดายนิดหน่อย
  • ตัวละครบางคนใช้แอร์ไทม์มากในสองซีซันที่ผ่านมา แต่ในซีซันสามที่เป็นบทสรุปกลับแทบไม่มีบท

Dark 1-2-3 รีวิว สปอย ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำของ Netflix จากเยอรมนี ย้อนเวลาเปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต เล่าเรื่องได้น่าลุ้น ระทึกขวัญ บรรยากาศดาร์กสมชื่อ พลอตคล้ายอนิเมะดังอย่าง Steins Gate ซึ่งแม้ว่าเรื่องราวจะเต็มไปด้วยความมืดหม่น และวิปลาสยังไง แต่ก็สรุปเรื่องราวได้โรมานซ์อย่างไม่น่าเชื่อ

สำหรับใครที่ชอบเรื่องไซไฟแนวเดียวกับ Steins Gate นี่เป็นซีรีส์ที่มีพล็อตเรื่องและไอเดียหลายอย่างคล้ายกันมาก แต่ก็มีความทะเยอทะยานที่ฉีกแนวอีกแบบ เป็นสุดยอดผลงานใน Netflix ที่ต้องรับชมครับ

Dark Trailer

 Dark (2017) on IMDb

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 1

Dark เรื่องย่อ 

เรื่องราวเริ่มขึ้นในเมืองวินเดม ชุมชนเมืองเล็กๆแถบชนบทของเยอรมนี ที่มีจุดเด่นคือมีการตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ที่นี่เป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบเงียบ แต่ก็เคยมีคดีเด็กหายสาบสูญที่ยังคลี่คลายไม่ได้เกิดขึ้น

ในปี 2019 เกิดเหตุการณ์ฆ่าตัวตายปริศนาของ มิเคล ที่ทำให้​ โยนาส ลูกชายของเขาต้องเข้ารับการบำบัดไประยะหนึ่ง

ต่อมาเมื่อโยนาสกลับมาเรียน วันหนึ่งเขาก็ได้ร่วมกับเพื่อนๆในกลุ่มไปสำรวจถ้ำลึกลับในป่าที่ลือกันว่ามีการเอายาไปซ่อนไว้โดยคนที่เคยหายไป แต่แล้วเหตุการณ์นี้กลับทำให้ มิเกล น้องชายที่ยังเด็กของ มาร์ธ่า ผู้หญิงที่โยนาสแอบชอบ ต้องหายตัวไปด้วย

แล้วนี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นความวิปลาสของเรื่องราวทั้งหมด ที่ทำให้โยนาส และผู้ที่เกี่ยวข้องในเมืองนี้พยายามค้นหาว่าแท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งคนดูจะพบว่า เรื่องราวมันไปไกลยิ่งกว่าแค่คดีเด็กหายเอามากๆ

Dark ตัวละคร

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 2โยนาส ครูเกอร์ ลูกชายของ มิคาเอล และ ฮันนาห์ ตัวละครเอกที่ถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของเรื่อง ซึ่งตัวตนของเขาทำให้เกิดเรื่องราวหลักที่อยู่ในซีซัน 1-2

โยนาสเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่ค่อนข้างมีโลกส่วนตัว เขามีความแคลงใจในสาเหตุการตายของพ่อคือ มิเกล เขายังมีความรักอยู่กับ มาร์ธ่า แต่ภายหลังจึงพบว่าความรักของพวกเขาเป็นเรื่องต้องห้าม

ประโยคหนึ่งที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของเรื่องนี้คือที่เขาชอบพูดกับมาร์ธ่าว่า “พวกเราสองคนเป็นคู่แท้ อย่าได้เชื่อเป็นอื่น” ซึ่งหลังจากเรื่องราวจบลง มันก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ (ลองอ่านในสปอยบทสรุปตอนจบ)

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 3

มาร์ธ่า นีลเซ่น ลูกสาวของ อูลริช และ คาธารีน่า เรื่องราวของเธอเป็นตัวแปรระดับกุญแจสำคัญมากอีกหนึ่งของเรื่องราวที่ถูกเฉลยในซีซัน 3

มาร์ธ่าเป็นเด็กสาววัยรุ่นที่ต้องการใช้ชีวิตอย่างธรรมดา เธอมีความรักกับโยนาส แต่ก็พบว่าเรื่องราวระหว่างพวกเธอมันมีเบื้องหลังซับซ้อนกว่านั้น มาร์ธ่ามีบุคลิกที่มุ่งมั่นเกินกว่าภาพลักษณ์ภายนอก

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 4

Dark Season 1-2-3 รีวิว

สุดยอดซีรีส์สัญชาติเยอรมนีเรื่องนี้ เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่คนดูอาจจะต้องดูแบบเก็บรายละเอียดตั้งใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลย ชนิดที่ว่าหากเราพลาดซีนไหนหรือคำพูดประโยคไหนไป อาจจะดูไม่รู้เรื่องเอาเลยก็ได้ แต่ตัวซีรีส์ก็ไม่ได้ทำออกมาในแบบที่ดูยากหรือน่าเบื่อ ในทางกลับกันมันนำเสนอเรื่องราวได้มีสีสัน สนุก น่าติดตามเอามากๆทั้งในส่วนของดราม่าชีวิตตัวละครและปมปริศนาในเรื่องที่มีพลอตรองเต็มไปหมด

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 5

สำหรับจุดที่ทำให้คนดูอาจจะรู้สึกปวดหัวที่สุดของเรื่องนี้อยู่ที่ “การย้อนเวลา” ที่ได้ส่งผลกระทบในระดับลูกโซ่ของกลุ่มตัวละครเกือบทั้งเรื่อง และไม่ไช่แค่คนไม่กี่คน แต่มันยังทำให้เกิดผลกระทบทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต เนื่องจากเมื่อตัวละครหนึ่งได้ย้อนเวลากลับไปอดีต แล้วกลายเป็นว่าเขาทำให้เกิดวงจรสุดอุบาทว์ขึ้นมา ดังนั้นนี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่สุดของเรื่องทั้งใน 2 ซีซันแรกที่คนดูจะได้ดูเรื่องราวผ่านกลุ่มตัวละครต่างๆ แล้วต้องมาเรียบเรียงเอาเองในระหว่างที่รับชมว่า ใครทำอะไรบ้าง ถึงได้เกิดเหตุการณ์และวงจรต่างๆ ขึ้น

ซึ่งผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของเรื่องจากการย้อนเวลาก็คือ การทำให้เกิดวันสิ้นโลกในปี 2019 ที่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์นี้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเป็นผลมาจากการที่ตัวละครบางคนไปยุ่งกับการเปิดถังที่เก็บสสารสีดำบางส่วนที่เรียกว่าอนุภาคพระเจ้า ที่อยู่ในโรงงานนิวเคลียร์

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 6ในซีซันแรก เรื่องราวเน้นไปที่การสืบค้นหาความจริงของการย้อนเวลาในถ้ำปริศนา ผ่านทางตัวละครเอกอย่างโยนาส และนักสืบอูลริค กระทั่งตอนจบซีซันแรก เรื่องราวได้เปิดเผยเหตุการณ์ที่พลังงานดังกล่าวระเบิดออกมาจนนำมาสู่วันสิ้นโลก และทำให้เราเห็นภาพในโลกอนาคตที่ล่มสลายว่ามีสภาพยังไง

ในซีซันสอง เรื่องราวได้เผยว่า สถานการณ์ทำให้ โยนาส ได้กลายมาเป็นนักท่องกาลเวลาได้ยังไง รวมถึงการที่โยนาสในวัยรุ่นได้พบกับโยนาสที่เป็นนักท่องเวลาไปแล้วในวัยกลางคน แล้วไม่เพียงเท่านั้น ตัวละครในช่วงเวลาอื่นๆก็ได้เริ่มมากับตัวเองกันมากขึ้น รวมถึงการที่อูลริคย้อนเวลาไปทำให้เรื่องราวในอดีตมันยุ่งเหยิงกว่าเดิม

อีกทั้งการที่บางตัวละครเลือกที่จะใช้การย้อนเวลาไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์หรือทำตามความปรารถนาของตนเองมากกว่าจะสนใจเรื่องอื่นๆ และจบซีซันสองด้วยการที่เราเริ่มจะมองเห็นการแบ่งฝ่ายที่ชัดเจนระหว่าง อดัม และอีกฝั่งที่ส่งคนของตนเองเข้ามาผลักดันให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆและต่อสู้ตามเป้าหมายในการแทรกแซงไทม์ไลน์ของตน รวมถึงการเฉลยว่า อดัมคือใครกันแน่ และจบซีซันสองด้วยการเปิดเผยว่า ไม่ใช่แค่ไทม์ไลน์ที่แตกต่างกัน แต่มันยังมี “เวิร์ลไลน์” คือโลกที่แตกต่างกันอยู่อีก

โดยโลกที่ว่านั้นมีจุดแตกต่างกันก็คือ โลกแรกคือโลกที่มีโยนาส และโลกสองคือโลกที่ไม่มีโยนาส ซึ่งนี่เองคือสิ่งที่เราจะได้รับชมใน ซีซัน 3

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 7

ในซีซันสาม เรื่องราวต่อเนื่องมาจากตอนจบซีซันสอง เมื่อเราจะได้พบว่า มาร์ธ่า นางเอกของเรื่องนี้ ก็เป็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญมากในระดับเป็นตัวฟันเฟืองของทั้งสองโลกไม่แพ้โยนาสเลยทีเดียว โดยในซีซันสาม เรื่องราวจะเล่าในมุมของตัวละครโยนาสที่หลุดเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง เป็นโลกที่ไม่มีตัวเขาเกิดขึ้นมา

 สปอยล์

เพราะมิเกลไม่ได้ถูกพาตัวย้อนเวลากลับมา ทำให้มิเกลไม่ได้มาแต่งงานกับฮันนาห์ จึงไม่ได้ให้กำเนิดโยนาส

ซึ่งโลกที่ไม่มีโยนาส ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ดีไปกว่าโลกที่มีเขาเท่าไรนัก อีกทั้งสถานการณ์ก็ยังพาไปถึงวันสิ้นโลกอยู่ดี

โดยในซีซันสาม มาร์ธ่า จะมาเป็นตัวหลักในการเดินเรื่องอีกคน ทำให้เราเห็นสภาพโลกที่สอง ที่ไม่มีโยนาส และได้เห็นว่าในขณะที่ฝั่งหนึ่งมีอดัมที่ต้องการค้นหาและทำลายปมของวงจรอุบาทว์ อีกฝั่งหนึ่งก็มี เอวา ที่พยายามทำให้เกิดปมขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อรักษาวงจรนี้เอาไว้ชั่วนิรันดร์ เรื่องราวจึงเสมือนเป็นการต่อสู้ขับเคี่ยวกันระหว่าง อดัม และ เอวา (อดัม และ อีฟ ตามที่ทั้งสองตัวละครเคลมไว้) โดยมีตัวตนของ โยนาส จากโลกแรก และ มาร์ธ่า จากโลกสอง เป็นตัวแปรสำคัญ

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 8Dark สปอยล์ขั้นรุนแรง

ถือว่าเป็นการสปอยล์ขั้นรุนแรงเลยก็ว่าได้ ว่าที่จริงแล้ว ใครเป็นลูกใคร ใครรักใคร ใครเกี่ยวข้องกับใคร ซึ่งเราก็จะพบว่าบรรดาชื่อของตัวละครบางคนและแนวคิดบางอย่างจะมีส่วนพ้องกับในคีมภีร์ไบเบิลด้วย ไม่ว่าจะเป็น อดัม เอวา (อีฟ) มิเกล (มิคาเอล) โยนาส โนอาห์ 

อาจกล่าวได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้มีการแฝงแนวคิดและปรัชญาที่อิงและล้อคริสต์ศาสนาเข้าไปในตัวส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องสวรรค์ ที่ในซีรีส์นำเสนอว่า “ความมืดรึเปล่า ที่เป็นสวรรค์” ตามชื่อ Dark และถ้าหากเราลองมองทุกอย่างให้หลุดไปจากแค่การมีสองสิ่งที่คู่ขนานกัน เช่นในกรณีของ อดัม และ เอวา ที่เป็นมนุษย์คู่แรกที่ให้กำเนิดมนุษย์ตามความเชื่อในไบเบิล เราอาจจะค้นพบว่าที่จริงแล้ว มนุษย์ก็ไม่ได้เกิดจากชายหญิงคู่แรกของโลกตามที่คริสต์ศาสนาสอนไว้ 

หรืออาจกล่าวได้ว่า ความจริงแท้หรือสัจธรรมที่มนุษย์เรารับรู้ แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงแค่หยดน้ำเล็กๆ ของสิ่งที่ยิ่งใหญ่และลึกล้ำอย่างมหาสมุทร ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวละครในเรื่องได้พูดไว้ในช่วงท้ายเรื่อง 

จากนี้เป็นการสปอยขั้นรุนแรง เพื่ออธิบายการย้อนเวลา ที่ส่งผลกระทบหลักๆในเรื่องราว โดยเฉพาะสองตัวละครเอก ไปจนถึงการอธิบายตอนจบ

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 9

 สปอยล์โลกแรก อยู่ใน ss1-2

โยนาส – เกิดจาก มิเกล ถูกส่งตัวย้อนเวลามาปี 1986 แล้วไปพบรักกับฮันนาห์ จนมีลูกเกิดขึ้นมาคือโยนาส เป็นจุดเริ่มสำคัญของวงจร

อูลริค – เส้นเรื่องของอูลริคจะเป็นส่วนสำคัญในสองซีซันแรก เนื่องจากการหายตัวไปของมัดส์ น้องชายของเขาในวัยเด็ก และการหายตัวไปของมิเกล ลูกชายคนเล็ก ทำให้เขาฝังใจกับการค้นหาปริศนา และตามสืบว่าใครคือคนร้ายที่จับตัวลูกชายเขาไป ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกับคนที่จับตัวมัดส์ด้วย สุดท้ายแล้วเขาพบว่าถ้ำลึกลับเป็นช่องทางข้ามวลา เมื่อข้ามไปยุค 50 เขาจึงตามหาคนที่เขาสงสัยว่าเป็นคนร้าย นั่นคือ เฮลเกอ แต่การกระทำของเขาที่ทำร้ายเฮลเกอในวัยเด็ก ก็ส่งผลกระทบต่อการข้ามโลก (ในซีซันสาม) ส่วนอูลริคก็ถูกจับขังไว้ในยุค 50ตระกูลนีลเซ่น (ตระกูลของมาร์ธ่า) – ที่จริงแล้ว การกำเนิดของตระกูลนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอดีต เนื่องจากต้นตระกูลคนสำคัญคือ แอ็กเนส เป็นเด็กสาวที่เกิดมาจากการที่ บาร์โทส (หนึ่งในเพื่อนของโยนาสและมาร์ธ่า) ถูกพาตัวย้อนเวลาหนีวันสิ้นโลกไปอยู่ในปี 1890 ซึ่งเขาได้ใช้ชีวิตต่อมาจนกระทั่งได้พบกับเด็กสาวคือ ซิลยา แล้วทั้งสองก็มีลูกกันสองคนคือ ฮันโน และ แอ็กเนส

ภายหลัง แอ็กเนส ได้มีลูกชายคือ ทรอนเทอ ซึ่งก็เป็นพ่อของอูลริค นีลเซ่น

เท่ากับว่า ตระกูลนีลเซ่น ถือกำเนิดขึ้นได้เพราะแอ็กเนส แต่การที่มีตัวตนของเธอเกิดขึ้นได้ก็เพราะ บาร์โทสย้อนเวลากลับไปอดีต

ฮันนาห์ – การย้อนเวลาทำให้เธอกลับไปอยู่ในยุค 60 และเลือกที่จะคบชู้กับเอกอน ทีเดอมันน์ที่ยังเป็นนายตำรวจในยุคนั้น จนกระทั่งเธอได้ลูกสาวคือซิลยา ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็พากลับมาหาโยนาสในยุค 1910 แต่เวลานั้น โยนาสกำลังกลายสภาพเป็นอดัมที่มีความบิดเบี้ยวและจิตใจโหดเหี้ยมเลือดเย็น เพราะได้รับผลกระทบจากการย้อนเวลาหลายครั้งไปแล้ว และจากนั้นอดัม ก็ฆ่าฮันนาห์ แล้วพาซิลยาย้อนเวลากลับไปอีก เพื่อให้เธอได้ไปพบกับบาร์โทสในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งนั่นเองที่จะเป็นการให้กำเนิดตระกูลนีลเซ่นในภายหลัง เนื่องจากแอ็กเนสคือต้นตระกูลคนสำคัญ

โนอาห์ – เดิมเขามีเจตนาที่จะหาทางช่วยเหลือและแก้ไขการย้อนเวลา แต่เนื่องจากในอนาคต ลูกสาวของเขาและเอลิซาเบธได้ถูกเอลิซาเบธและชาล็อตเธ่อในโลกอนาคตมาชิงตัวไป เขาจึงย้อนเวลากลับไปตามหา

ปริศนาของโนอาห์เป็นอีกคีย์สำคัญ เนื่องจากที่จริงแล้ว เขาก็คือฮันโน (ชื่อจริงสลับด้านกัน) ในขณะที่ภรรยาของเขาเอลิซาเบธ ที่จริงแล้วคือลูกสาวของชาล็อตเธ่อ ซึ่งให้กำเนิดชาล็อตเธ่ออีกที !!!????

ชาล็อตเธ่อ – ตัวตนของเธอเป็นหนึ่งในวังวนอุบาทว์ที่มัดปมของเรื่องราวไว้ หรือเราจะกล่าวว่าตัวละครนี้เป็นหนึ่งในบั๊คของไทม์ไลน์ในเรื่องนี้ก็ว่าได้ เนื่องจากคนดูจะรับรู้มาตลอดว่า เธอคือหลานสาวของ ทันส์เฮ้าส์ เจ้าของร้านนาฬิกาและเป็นนักเขียนกับนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่มีความสามารถ แต่ที่จริงเขามาเปิดเผยความจริงให้เธอได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งเขาสูญเสียลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานสาว จากอุบัติเหตุรถยนต์ แล้ววันนั้นก็มีคนเอาทารกหญิงคนหนึ่งมามอบให้เขา จึงกลายมาเป็นชาล็อตเธ่อ คนปัจจุบัน ซึ่งคนที่เอามาให้เขา ที่จริงก็คือเอลิซาเบธในโลกอนาคตที่เกิดวันสิ้นโลกไปแล้วนั่นเอง

เคลาเดีย – มีสองไทม์ไลน์หลักของตัวละครนี้คือ เคลาเดียในยุค 80 ที่ทำงานเป็นผู้บริหารของโรงงานนิวเคลียร์ อีกไทม์ไลน์คือเธอกลายเป็นนักท่องเวลา (ตัวละครป้าแก่ผมขาว) ที่มักโผล่ออกมาอย่างเป็นปริศนาในเรื่อง เธอเป็นฟันเฟืองสำคัญของเรื่องราวนี้ที่ต้องการสืบหาว่า อะไรคือสิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของลูปนรกอุบาทว์นี้และต้องการปลดมันให้ได้ ในท้ายที่สุดเคลาเดียก็ได้ค้นพบหนทางจนได้ ซึ่งนำมาสู่ลูปสุดท้ายในเรื่องที่เราได้ดูกันตั้งแต่แรกจนถึงตอนสุดท้ายของซีซัน 3

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 10

 สปอยล์โลกสอง อยู่ใน ss3

ซีซัน 3 จะหันมาบอกเล่าเรื่องในโลกที่สอง คือโลกที่ไม่มีโยนาส สำหรับรายละเอียดหลักไม่ได้ต่างจากโลกแรก ยกเว้นจุดเล็กๆน้อยๆ

แต่ที่สำคัญคือ ถ้าหากโลกแรกมีอดัม (โยนาส) เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการย้อนเวลา โลกนี้ก็จะมี อีฟ หรือ เอวา (มาร์ธ่า) เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เพียงแต่เป้าหมายของสองคนแตกต่างกัน เนื่องจากอดัมต้องการหาทางทำลายสิ่งที่เป็นปมของวงจรอุบาทว์ แตเอวาจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาวงจรนี้ไว้

ส่วนสาเหตุที่ต้องรักษาวงจร เนื่องจาก มาร์ธ่า ได้ไปมีอะไรกับ โยนาส (จากโลกแรก) จนตั้งท้อง ซึ่งลูกชายของพวกเธอที่เกิดขึ้นมาจะมีลักษณะที่ปากแหว่ง ตามยีนส์ด้อย จากการ โยนาสและมาร์่ธ่า ที่จริงแล้วถือว่าเป็นป้าและหลาน จากการย้อนเวลา ซึ่งหากไม่มีการย้อนเวลาที่มิเกล น้องชายของเธอถูกพาตัวไป ก็จะทำให้โยนาสไม่ได้เกิด และลูกชายของเธอก็จะไม่ได้เกิดไปด้วย ดังนั้นมาร์ธ่า ที่กลายเป็นอีฟหรือเอวา จึงต้องทำกระบวนการซ้ำๆในโลกแรกให้เกิดขึ้น เพื่อรักษาให้วงจรของโลกแรกยังอยู่ในสภาพนี้ไว้

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 11 สปอยล์ตอนจบ อธิบาย

เคลาเดีย ได้ออกเดินทางข้ามเวลาและพยายามค้นหาว่า อะไรคือต้นกำเนิด เป้าหมายของเธอคือต้องการรักษาชีวิตเรกีนา ลูกสาวของเธอไว้ เพราะทั้งสองโลก เรกีนาเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั้งหมด

เคลาเดียได้เกิดความคิดใหม่ว่า ที่จริงแล้ว การหลุดพ้นจากวงจร อาจจะไม่ใช่การเลือกรักษาโลกใดโลกหนึ่งในสองโลกเอาไว้ ด้วยแนวคิดว่า ให้มองออกไปจากกรอบเล็กๆของโลกที่ครอบเราไว้ หมายความว่าอาจจะมี “โลกที่สาม” ซึ่งเป็นโลกต้นกำเนิดที่แท้จริงที่ทำให้เกิดสองโลกสุดอุบาทว์อย่างที่เห็นอยู่ สุดท้ายเคลาเดียได้ข้อสรุปว่า ไม่ใช่แค่ โยนาส (อดัม) ที่เป็นตัวตนผิดแผกจากโลกเท่านั้น แต่ มาร์ธ่า (เอวา) ก็เป็นตัวตนที่ไม่ควรเกิดขึ้นมาเช่นกัน ดังนั้นทางที่จะช่วยทุกอย่างไว้ รวมถึงหยุดวันสิ้นโลก จึงอยู่ที่การย้อนกลับไป โลกที่สามซึ่งเป็น โลกต้นกำเนิด (Beta) ที่แท้จริง

แต่จะไปโลกนั้นได้ ต้องอาศัยพลังงานมหาศาลของวันสิ้นโลกในทั้งสองโลกที่จะทำให้เกิดช่วงเวลาหยุดนิ่งชั่วขณะ แล้วจึงใช้เครื่องมือย้อนเวลาพาตัวทั้งโยนาสและมาร์ธ่าข้ามไปยังปี 1986 ของโลกต้นกำเนิด ซึ่งเคลาเดียพบว่า ทุกอย่างเริ่มมาจากการที่ ทันส์เฮ้าส์ ผู้ซึ่งเศร้าโศกจากการเสีย ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานสาว จากอุบัติเหตุรถยนต์ จึงได้สร้างเครื่องย้อนเวลาขึ้นมา แล้วผลจากเหตุการณ์นี้เองทำให้โลกเกิดการแยกเป็นสอง ที่มาเป็นโลกในเรื่อง Dark ทั้ง 3 ซีซัน

ดังนั้นโยนาสและมาร์ธ่า จะต้องเข้าไปช่วยไม่ให้ลูกชายและลูกสะใภ้ของทันส์เฮ้าส์ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งเมื่อช่วยได้สำเร็จ ทันส์เฮ้าส์และครอบครัวลงเอยด้วยดี ก็จะไม่มีการสร้างเครื่องย้อนเวลา โลกก็ไม่แตกแยกเป็นสอง วันสิ้นโลกก็ไม่เกิดขึ้น และตัวตนของโยนาสกับมาร์ธ่า ก็จะสลายไปด้วย รวมถึงตระกูลนีลเซ่น

ตอนจบจะเห็นว่า ในโลกต้นกำเนิด คนที่มีชีวิตอย่างที่ควรจะเห็น ก็มานั่งกินอาหารกันตามปกติ โดยที่ไม่มีตระกูลนีลเซ่น ไม่มีชาล็อตเธ่อ ที่ถือว่าเป็นบัคของไทม์ไลน์ โลกก็ไปอย่างที่มันควรจะเป็นตามปกติ

 สปอยล์ตอนจบ สรุปว่าใครอยู่ ใครหาย ในตอนจบ คลิกด้านล่างได้เลย

สรุปในโลกที่สาม หรือ โลกต้นกำเนิด ที่ไม่มีการสร้างเครื่องย้อนเวลา

กลุ่มคนที่หาย หรือไม่ได้เกิด

โยนาส – เมื่อมิเกลไม่ได้ย้อนเวลา โยนาสก็ไม่ได้เกิด

มาร์ธ่า และทั้งตระกูลนีลเซ่น – ต้นตระกูลคนสำคัญคือแอ็กเนสไม่ได้เกิด เพราะบาโทสไม่ได้ย้อนเวลากลับไปยุค 1890 ไม่ได้ไปเจอซิลยา ทำให้แอ็กเนสไม่ได้เกิด ส่วนซิลยาก็ไม่ได้เกิด เพราะฮันนาห์ไม่ได้ย้อนไปมีอะไรกับ อีกอน ทีเดอมันน์ และไม่สามารถส่งซิลยากลับไปเจอบาโทสได้

ชาล็อตเธ่อ – ไม่ได้เกิด เพราะเธอคือลูกสาวของ โนอาห์ และเอลิซาเบธในอนาคต แล้วถูกย้อนพากลับมาให้ทันส์เฮ้าส์เลี้ยง

กลุ่มคนที่ยังอยู่ โดยเฉพาะในฉาก Last Supper ซีนสุดท้าย

ฮันนาห์ – ในโลกต้้นกำเนิด ไม่ได้เจอกับอูลริค แต่มารักกับ ทอร์เบน โวลเลอร์ ตั้งท้องลูกและจะตั้งชื่อว่า โยนาส

คาธารีน่า – ไม่ได้พบกับอูลริค

ปีเตอร์ – ไม่ได้พบกับ ชาร์ล็อตเธ่อ เปิดตัวว่าเป็นรักร่วมเพศแล้วมาพบรักกับแบร์นาเด็ตที่แปลงเพศแทน

พี่น้องโวลเลอร์ ทั้งทอร์เบน และแบร์นาเด็ต – ทอร์เบนได้พบรักกับฮันนาห์ แบร์นาเด็ตพบรักกับปีเตอร์แบบเปิดตัวได้

เรกีนา – จากฉากที่ร่วมโต๊ะอาหารในตอนจบ คาดว่าจะไม่ต้องล้มป่วยและเสียชีวิตเพราะโรคมะเร็งแบบในสองไทม์ไลน์ที่ผ่านมาแล้ว

รีวิว Dark Spoil ซีรีส์ไซไฟสุดล้ำ ย้อนเวลา เปลี่ยนอดีต ปัจจุบัน อนาคต กับบทสรุปแบบดาร์กโรมานซ์ 12สำหรับประโยคสำคัญที่ถือว่าเป็น “กุญแจ” ในการไขหนทางแก้ปัญหาทุกอย่างในตอนจบก็คือคำพูดที่มีการพูดไว้ในช่วงท้ายของซีซันสามว่า

สิ่งที่เรารู้อาจเป็นเพียงน้ำหยดหนึ่ง

หากมองออกไปด้านนอกเราจะพบมหาสมุทร

หากมองในมุมหนึ่ง การมีอยู่ของทั้งสองโลกหลักในเรื่อง Dark แม้จะดูเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ เสมือนเป็นการดำรงอยู่ระหว่างแสงและเงา ผู้ชายและผู้หญิง อดัมและเอวา ขั้วตรงข้ามที่ให้กำเนิดชีวิตและสรรพสิ่ง แต่ถ้าลอง “พลิกมุมมอง” เพียงแค่นิดเดียว มองออกไปให้ไกลจากกรอบของการแบ่งแยกเป็นสอง เราอาจจะพบความจริงที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ตรงนี้เสมือนเป็นการล้อเลียนและแอบกักศาสนาก็ได้ว่า ลองมองออกไปให้ไกลจนพบมหาสมุทร (วิทยาศาสตร์) ดูสิ อาจจะพบทางแก้ปัญหาทั้งหมดก็ได้

แต่ในบทสรุปของเรื่อง ก็ไม่ได้ต่อต้านศาสนาอะไรขนาดนั้น เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ดลใจให้เหตุการณ์สำคัญทีจะเป็นต้นกำเนิดของเรื่องทั้งหมด ก็มาจาก แรงดลใจเล็กๆ ที่บางทีเราอาจจะได้รับจากสิ่งที่อธิบายไม่ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ (เช่น เทวดา) ก็เป็นได้

สรุปภาพรวมแล้ว นี่เป็นสุดยอดซีรีส์ไซไฟแนวย้อนเวลาที่มีการนำเสนอเรื่องราวได้ดาร์กสมชื่อเอามากๆ ถึงแม้ว่าไอเดียและพลอตในเรื่องจะคล้ายกับอนิเมะดังอย่าง Steins Gate มากพอสมควร แต่สำหรับคอซีรีส์แนะว่าทุกคนควรดูสักครั้ง ที่สำคัญคือ เรื่องราวที่สุดแสนจะชวนงงและระทึกขวัญนี้ กลับไปสู่สรุปที่เป็น “ดาร์กโรมานซ์” ได้อย่างยอดเยี่ยมเอามากๆ สามารถรับชมทั้ง 3 ซีซันได้เลยใน Netflix 

ติดตามบทความทั้งหมดของผู้เขียนคลิกที่นี่

Reference

https://dark-netflix.fandom.com/wiki/Dark_Wiki

ตัวกรอง
Generic filters
คะแนน
Filter by Categories

แนวหนัง: Stream itSuper Heroแอ็กชั่นดราม่าตลกรักวัยรุ่นComing of Ageทริลเลอร์สืบสวนอาชญากรรมสยองขวัญผีซอมบี้ไซไฟแฟนตาซีอนิเมะAnimationเพลงกีฬาสงครามประวัติศาสตร์สารคดีชีวประวัติเรื่องจริงเด็กครอบครัวผู้หญิงLGTBซีรีส์ฝรั่งซีรีส์เกาหลีซีรีส์จีนซีรีส์ญี่ปุ่นหนังอินเดีย

ดาบพิฆาตอสูร ตอนจบ สปอยและสรุปการต่อสู้ทั้งหมดระหว่าง ทันจิโร่ เหล่าเสาหลัก กับ มุซัน ตั้งแต่บทสุดท้าย จนถึงฉากจบ