playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว ปฏิบัติการกู้หวย เมื่อ Netflix หันมาทำหนังตลกตีหัวเข้าบ้านขายคนดูของตัวเองบ้าง

ปฏิบัติการกู้หวย The Lost Lotteries

Summary

หนังไทยจากงานสร้างเน็ตฟลิกซ์เองที่หันมาทำแนวตลกไทยตีหัวเข้าบ้านด้วยบทง่ายๆ เขียนกันขึ้นแบบลวกๆ เน้นยิงมุกควายเยอะเรี่ยราด ขำบ้างฝืดบ้าง ดราม่าก็ใส่มาพอแปะๆ ให้พยายามซึ้งมีแง่คิด แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรให้ประทับใจ ภารกิจไม่มีความลุ้น พระเอกนางเอกจืดจาง ตัวละครสมทบอย่างแพทกับสมจิตรดูมีอะไรมากกว่า เป็นหนังที่เน็ตฟลิกซ์กะทำมาทดสอบขายคนดูแนวนี้ที่มีจำนวนมากแต่ไม่ได้ไปดูโรง ซึ่งดูก็ได้ ไม่ดูก็ได้ แล้วแต่รสนิยมเลยครับ

Overall
5/10
5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • หนังตลกไทยจากทุนเน็ตฟลิกซ์เรื่องแรก
  • เน้นยิงมุกควายเยอะถี่ๆ
  • แพท ณปภา เซ็กซี่จริง
  • ได้นักมวย สมจิตร จงจอหอ มาคู่กับ  รถถัง แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต

 

Cons

  • บทเขียนมาลวกๆ กลวงๆ ถึงขั้นกาก
  • ช่วงหลังยืดแช่เรื่องไม่ไปไหน
  • ปมนางเอกเปิดไว้เพื่อทิ้งไว้ทำภาคต่อ
  • พยายามมีดราม่าเศร้าๆ ซึ้งๆ แต่มันไม่ได้

ปฏิบัติการกู้หวย The Lost Lotteries หนังตลก Netflix กับภารกิจโคตรปั่นของเหล่าคนกระจอกทั้งห้า ที่หาญกล้าวางแผนชิงลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 กลับคืนจากแก๊งมาเฟียตัวเอ้ โดยผู้กำกับ ไบค์แมน

รีวิว ปฏิบัติการกู้หวย The Lost Lotteries

หนังตลกไทยจากทุน Netflix เรื่องแรกเลยที่ทำออกมา ซึ่งจริงๆ ก่อนนี้เน็ตฟลิกซ์ก็พยายามสร้างแนวหนังไทยที่คนชื่นชอบอย่างผีมาหลายเรื่องแล้ว แต่ก็ไม่เคยเห็นไปจับหนังตลกตีหัวเข้าบ้านแบบหนังโรงที่คนไทยก่นด่ากันไม่น้อยว่าทำออกมาทำไม แต่กลายเป็นว่าหนังแนวนี้กลับกำไรดี แทบจะไม่มีขาดทุนเลยสักเรื่อง แถมพอหนังแนวนี้มาลงเน็ตฟลิกซ์ต่อให้รีวิวว่ากากกันจากโรงมาแค่ไหน ก็แทบจะติดอันดับ 1 ทุกเรื่องอยู่เสมอ (แต่กลุ่มลูกค้าพวกนี้ไม่ดูโรง) จนเน็ตฟลิกซ์เองก็คงเห็นยอดงามๆ ตรงนี้เช่นกันจึงได้ฤกษ์อนุมัติงานสร้างหนังตลกตีหัวเข้าบ้านลงสตรีมมิ่งเองบ้างดีกว่า ซึ่งก็เชื่อเลยว่าถ้าผลตอบรับดีนี่คงกลายเป็นอีกแนวที่เน็ตฟลิกซ์จะให้ทุนไทยทำต่อไปเรื่อยๆ อีกแน่ เพราะตัวเรื่องนี้เองตอนจบก็ยังทิ้งเชื้อแบบกะทำต่อไว้ชัดเจนโจ่งแจ้งมาก มากซะจนคิดว่าเผลอๆ เขียนบทเสร็จถ่ายทำต่อได้เลยดีกว่า

ส่วนตัวผู้เขียนเองไม่ได้เข้าโรงดูหนังไทยมานานเพราะไม่มีเรื่องไหนที่เข้าตาจนรู้สึกว่าต้องไปดูโรง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนไม่ได้ตามหรือแอนตี้หนังไทยอะไร เรียกว่าดูได้หมด และผลงานเรื่องนี้ก็เป็นของผู้กำกับ พฤกษ์ เอมะรุจิ ที่ดังมาจากไบค์แมนเรื่องแรก และผู้เขียนเองก็ชอบมาก กับความดราม่า+ตลก+รัก ที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกบทหนังดีเกินคาดจากที่เห็นภายนอกมาก ภาค 2 ก็ตามไปดูทันทีและก็ผิดหวังที่ผู้กำกับที่เหมือนอาศัยความดังของภาคแรกรีบทำต่อแบบตีหัวเข้าบ้านกันดื้อๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไร เพราะบทเข้าขั้นแย่แบบที่ยังคงพยายามเป้นสูตรสำเร็จของผู้กำกับ โดยใช้ตัวเอกวัยรุ่นหล่อสวยน่ารักมาเป็นตัวละครที่พาทุกคนไปผจญภัยทำอะไรสักอย่าง โดยมีทีมตัวตลกสมทบรายล้อมตามมา (จะว่าไปมันก็อาจจะเป็นสูตสำเร็จแนวนี้ของทุกผู้กำกับเลยก็ได้มั้ง) ระหว่างนั้นก็ยัดมุกตลกควายๆ ใส่เข้ามารัวๆ แบบยิงไป 10 ต้องมีโดนขำบ้างสัก 3-4 มุกก็ถือว่าสำเร็จแล้วประมาณนี้ ซึ่งผู้เขียนก็ขำนะในช่วงแรกๆ แต่พอหนังดำเนินไปเรื่อยๆ ช่วงหลังเริ่มฝืดสนิท ภารกิจบุกเข้าชิงหวยก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีอะไรให้ลุ้น ยิ่งเจอบทช่วงหลังที่ยืดเยื้อสุดๆ แบบบางฉากแทบจะแช่กล้องกินเวลาไปเรื่อยๆ เพื่อจะหามุกมายิงใส่ไม่ให้เป็นเดดแอร์เท่านั้น แล้วตัวเรื่องก็พยายามจะเอามุกการเมืองด่าประยุทธ์มาแทรกไว้ในเรื่องหลายอย่าง ตั้งแต่ตัวย่อ ผนงรจตกม มุกเรือดำน้ำ มุกสะดุดโพเดียม ซึ่งโอเคว่าคนที่เกลียดประยุทธ์ก็คงชอบ ประมาณว่าเออมีหนังไทยด่าล้อเลียนได้ลงเน็ตฟลิกซ์ให้คนฮาๆ แต่เอาจริงๆ มันก็เป็นมุกแบบสิ้นคิด แค่หยิบที่คนด่ากันมาใช้ไม่ได้มีความครีเอทอะไรใหม่ๆ เหมือนอย่างโน๊ตอุดมนั่นยังดีกว่ามากมาย 

ผู้กำกับพยายามเอานักมวยมาเล่นหนังอย่าง สมจิตร จงจอหอ มาคู่กับ  รถถัง แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ซึ่งมารับเล่นหนังครั้งแรก โดยบทก็เขียนยัดมาเลยว่าให้เป็นนักมวยเก่ากับปัจจุบันมาสู้กัน โดยสมจิตรเล่นเป็นคนหน้าเหมือนตัวเอง ซึ่งก็เป็นความพยายามขายล้อเลียนตัวเองที่พอฮาได้อยู่ แต่ตัวรถถังนี่มาแบบไม่รู้จะตลกอะไรตรงไหน เพราะบทพูดก็ไม่มี แค่เป็นฉากต่อยเล่นตลกไปเรื่อยไม่ขำเลยสักนิด 

แล้วก็ตามสูตรผู้กำกับที่พยายามยัดดราม่าซึ้งๆ แบบเดิมเหมือนไบค์แมนคือ บทแม่ลูก บทพระเอกกับนางเอก ตัวเรื่องพยายามให้มีปมดราม่าเศร้าๆ อย่างแม่ถูกพ่อทิ้ง มาขายหวยเลี้ยงลูกใน กทม.จนพอมีพออยู่ได้ก็มาตกท่อ ทำให้พระเอกต้องมารับบทคนขายหวย (หล่อ) แทนแม่ที่ไม่สามารถทำงานเดินไปไหนมาไหนได้อีกแล้ว แล้วก็มีเรื่องของนางเอกที่พ่อโดนเก๋งหรูเมาแล้วขับชนจนโคม่า ต้องหาเงินมารักษากับสู้คดีฟ้องร้องให้ชนะ ซึ่งตัวเรื่องก็ดูเหมือนวางไว้ดีมีอะไรที่น่าจะช่วยเคลียร์ปิดปมนี้ตอนท้ายได้ซึ้งๆ แต่กลายเป็นปมที่เปิดคาไว้เผื่อทำภาคต่อซะงั้น ซึ่งไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่

ตัวละครที่เด่นสุดในเรื่องคงเป็นพริตตี้ขายของสารพัดที่ แพท ณปภา ตันตระกูล เล่นมากกว่า เพราะลุคเซ็กซี่ตัวจริงกับบทมันได้ แล้วก็มีฉากฮาๆ ขายความเซ็กซี่กันเต็มๆ และถึงไม่ตลก ผู้ชมก็ยังต้องจ้องตาไม่กระพริบกับฉากเหล่านั้นอยู่ดีครับ 

เรียกว่าเป็นหนังไทยตีหัวเข้าบ้านด้วยบทง่ายๆ เขียนกันขึ้นแบบลวกๆ ไม่ต้องมีอะไรให้คิดมาก ดูก็ได้ ไม่ดูก็ได้ ไม่มีความประทับใจอะไรพิเศษครับ

 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!