รีวิว East of Eden (Netflix) พีเรียดดราม่าที่สำรวจความชั่วร้ายของมนุษย์ได้อย่างสวยงามจริงๆ
East of Eden
Summary
ลิมิเต็ดซีรีส์แนวพีเรียดดราม่าจากนิยายยุคเก่ามากปี 1952 ที่เรื่องราวที่นำเสนอไม่ได้เก่าไปตามอายุของนิยายเลย เพราะมันเป็นการนำเสนอประเด็นความชั่วร้ายของมนุษย์เกิดขึ้นมาได้อย่างไรผ่านชื่อเรื่องตามไบเบิลเรื่องการฆาตกรรมครั้งแรกของมนุษย์ โดยไม่ได้ใช้การถกเถียงทางปรัชญาหนักๆ มาเป็นจุดขาย แต่เป็นการนำเสนอเรื่องราวครอบครัวหนึ่งที่มีปมปัญหานี้จากรุ่นพ่อไปรุ่นลูก ผ่านช่วงเวลาในประวัติศาสตร์การก่อตั้งอเมริกายุคแรก โดยมีตัวร้ายหญิงที่โดดเด่นสุดๆ อย่าง Florence Pugh มารับบทนี้ โดยที่เธอเป็นตัวละครที่เกือบเรียกได้ว่า “ชั่วร้ายแต่กำเนิด” ใช้ความสวยเป็นหนทางการก่อกรรมทำชั่วมาตลอดชีวิต และสร้างบาดแผลทางใจให้ตระกูลตัวเอกในเรื่องทุกคน ซึ่งเธอลงทุนเล่นเป็นโสเภณีเปลือยกลายให้เห็นตลอดเรื่อง นอกจากนี้ยังมีตัวละครคนจีนรุ่นแรกที่เกิดในอเมริกาแต่ก็ยังถูกเหยียดเชื้อชาติมาเล่นเป็นคนใช้ในตระกูล โดยนำเสนอให้เขากลายเป็นที่พึ่งทางใจในบ้านที่ทุกคนมีรอยร้าวในใจได้อย่างสวยงาม ผ่านประเด็นคำสอนในไบเบิลที่มาจากตัวเขานำเข้ามาสอนทุกคนในบ้านให้เลือกดีหรือชั่วเองได้ ซึ่งซีรีส์เล่าเรื่องราวนี้ในแบบดราม่าเปลี่ยนผ่านยุคสมัยไปเรื่อยๆ อ้อยอิ่งช้าๆ แต่ก็สนุกและละเมียดละไม ตัวเรื่องเต็มไปด้วยปมความขัดแย้งภายในครอบครัวนี้มากมายที่น่าติดตามว่าจะคลี่คลายยังไง แต่ซีรีส์อาจจะตัดจบปมหลักแบบง่ายๆ ในตอนท้าย ซึ่งเป็นไปตามนิยาย แต่อาจจะไม่ถูกใจคนดูสักเท่าไหร่ เพราะมันเป็นการจบแบบปลายเปิดให้ทั้งตัวละครและผู้ชมตีความต่อจากนั้นเองครับ
Overall
7.5/10User Review
( votes)Pros
- เล่าเรื่องราวถึงจุดกำเนิดความชั่วร้ายของคน
- Florence Pugh ตีบทแตกชั่วได้ใจ
- งานภาพสวย
- มีพากย์ไทย
Cons
- ตัวละครน้องชายบทหายไปช่วงหลัง
- บทสรุปจบของตัวร้ายไปแบบเงียบๆ
East of Eden ลิมิเต็ดซีรีส์ Original Netflix แนวพีเรียดดราม่า 7 ตอนจบ เรื่องราวของการเปลี่ยนผ่านของครอบครัวหนึ่งที่มีปมความผิดบาปจากรุ่นพ่อสู่ลูกสืบทอดส่งต่อกันมาจนยุคสมัยเปลี่ยนไปก็ยังไม่จางหายไป
รีวิว East of Eden
ซีรีส์แนวพีเรียดที่สร้างจากนิยายเก่าแก่ปี 1952 ของ John Steinbeck และเคยเป็นหนังเวอร์ชันปี 1955 ที่ James Dean แสดงนำมาก่อน โดยเป็นเรื่องราวของตระกูล Trask ที่มีสองพี่น้องอยู่ในหุบเขาของแคลิฟอร์เนียในช่วงที่พึ่งบุกเบิกอเมริกา โดยมีพ่อที่คาดหวังเข้มงวดให้ลูกชายคนโตของเขาได้เป็นทหารเหมือนเขาที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในขณะที่คนรองกลับทอดทิ้งให้ทำไร่อยู่แต่ในบ้าน นั่นทำให้กลายเป็นรอยร้าวบาดหมางของพี่น้องคู่นี้ ก่อนที่จะมีหญิงสาวสวยถูกทำร้ายบาดเจ็บเจียนตายมาที่บ้าน และก็กลายเป็นชนวนเหตุให้ความบาดหมางนี้รุนแรงยิ่งขึ้นจนถึงรุ่นลูกของพวกเขา
ซีรีส์แนวพีเรียดย้อนยุคที่ดูเหมือนพล็อตเรื่องจะเชยๆ แต่เอาเข้าจริงๆ นี่เป็นเรื่องราวที่ไม่ว่ามนุษย์จะเปลี่ยนผ่านไปกี่ยุคสมัยก็ยังคงมีเรื่องราวแบบนี้อยู่ตลอดไป เพราะมันเล่าถึงการกำเนิดของความดีความชั่วในตัวคนมากกว่า โดยชื่อเรื่องอ้างอิงมาจากบทที่ 4 ในคัมภีร์ไบเบิล ถือเป็นเรื่องฆาตกรรมครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตามความเชื่อของศาสนายิว คริสต์ และอิสลาม คาอินและอาแบลเป็นบุตรชายของอาดัมและอีฟ สองมนุษย์คู่แรก หลังถูกขับออกจากสวนเอเดน แล้วคาอินก็ฆ่าอาแบลน้องชายของตัวเองจากความโกรธริษยาที่พระเจ้ายินดีกับน้องชายไม่ใช่ตน ซึ่งตัวละครในเรื่องจะแบ่งเป็นช่วงรุ่นพ่ออดัมกับชาร์ลส์กับรุ่นลูกแคลกับแอรอน โดยมีปมเดียวกันคือความรู้สึกรักของพ่อกับลูกไม่เท่ากัน จากความคาดหวังในการเลี้ยงดูที่ต่างกัน ก่อนจะกลายเป็นปมปัญหาพี่น้องที่ลามไปทำลายครอบครัวในเวลาต่อมา โดยเรื่องราวมันไม่ได้ซับซ้อนหรือมีหักมุมอะไรทั้งนั้น แต่เป็นการเล่าไปเรื่อยๆ ให้เห็นว่าจากจุดเล็กๆ ของปมในใจมันขยายใหญ่โตขึ้นได้อย่างไร แล้วความรู้สึกของลูกทั้งสองคนนั้นในแต่ละรุ่นจริงๆ แล้วรู้สึกอย่างไร เพราะสุดท้ายทั้งสองรุ่นนี้ก็ไม่มีใครทำตามคาดหวังของพ่อได้เลย และก็ลงมือทำบาปกับอีกฝ่าย โดยมาจากอารมณ์ชั่ววูบที่เกิดขึ้นเท่านั้น ซึ่งตัวเรื่องจะอ้างอิงถึงคำในไบเบิลที่มีการแปลตีความต่างศาสนากัน โดยต้นทางภาษาฮีบรูจริงๆ คือคำว่า timshel แปลได้ว่า “เจ้าอาจจะ” ไม่ใช่ “เจ้าจะ” (ตามคัมภีร์อเมริกาแปลผิดในยุคนั้น) ซึ่งเป็นคำกล่าวของพระเจ้าที่ให้ทางเลือกกับมนุษย์ว่าสุดท้ายแล้วการทำดีหรือชั่วนั้นขึ้นอยู่กับตัวตนคนนั้นเอง ซึ่งในเรื่องตัวละครทั้งสองยุคนี้ก็ไม่ใช่คนไม่ดี มีความรักพี่น้อง แต่แค่มีสิ่งที่มาทำให้เกิดปมปัญหานี้ขึ้นมาจากความคาดหวังของพ่อที่อยากให้ลูกเดินตามรอยสิ่งที่ตัวเองอยากเห็นและไม่เคยได้เป็นเท่านั้น
แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มันโดดเด่นขึ้นมาจริงๆ กลับเป็นตัวละครอื่นที่ซีรีส์เขียนบทเป็นมุมมองใหม่ต่างไปจากต้นฉบับด้วยการเล่ามุมมองของตัวร้ายในเรื่อง ซึ่งนั่นก็คือ Cathy Ames ที่รับบทโดย Florence Pugh นักแสดงชื่อดังจากบท Yelena Belova ในมาร์เวล โดยบทนี้เธอคือนางตัวร้ายที่ไม่ใช่นางเอก แต่เป็นบทเด่นที่เป็นตัวหลักทำให้ปัญหาในเรื่องมันลุกลามมากขึ้นไปอีกจากรุ่นพ่อไปยังลูก เธอเป็นตัวแทนของความชั่วที่เหมือนก่อกำเนิดตั้งแต่ยังเด็กๆ โดยใช้ความสวยล่อลวงผู้ชายให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตัวเองต้องการ จนกลายเป็นการทำให้ผู้ชายฆ่าตัวตายตั้งแต่เธอยังเด็ก และเธอก็รู้ว่าเธอมีความฉลาดและอำนาจในการล่อลวงผู้ชายได้ทุกคน ซึ่งตัวเรื่องเปิดมาที่พี่น้องอดัมกับชาร์ลส์ได้มาเจอเธอถูกทำร้ายเจียนตาย ก่อนกลายเป็นว่าอดัมหลงเสน่ห์เธอทั้งๆ ที่น้องชายพยายามเตือนว่าเธอเป็นงูพิษ ซึ่งความชั่วของเธอนั้นเลวร้ายมากจนถึงการวางแผนฆาตกรรมอย่างแนบเนียน แต่สิ่งที่ร้ายกาจกว่าคือเธอไร้ซึ่งความรักและมองโลกในแบบที่มีแต่ความชั่วร้ายที่เธอต้องคอยแต่หาโอกาสฉกฉวยอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีคนมาทำดีแค่ไหนเธอก็มองว่าเป็นความประสงค์ร้ายจากมุมมองของเธอ ซึ่งเรื่องก็ให้มีที่มาว่าทำไมเธอคิดแบบนี้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ และก็ไม่แปลกใจเลยว่าถ้าในโลกจริงจะมีตัวละครแบบนี้เกิดขึ้นได้จริงๆ ซึ่ง Florence Pugh เองก็เป็นผู้อำนวยการสร้างของเรื่องนี้ด้วย และลงทุนเล่นบทหญิงร้ายที่ชื่นชอบอาชีพโสเภณีจากใจ เพราะมันทำให้สามารถกุมความลับลูกค้าไว้ได้มากมาย เธอลงทุนเล่นบทนี้เปลือยกายเห็นท่อนบนตลอด ซึ่งเรียกว่าทุ่มสุดตัวกันจริงๆ และมันก็ส่งผลให้ตัวละครนี้โดดเด่นมากในเรื่องนี้ จนทำให้ฉากที่ไม่มีเธอดูแล้วกลายเป็นเรื่องดราม่าเรียบๆ ต่างกับตอนที่เธออยู่ที่ผู้ชมจะไม่มีทางเข้าใจความคิดของผู้หญิงร้ายขนาดนี้ได้เลยจริงๆ
ซีรีส์ยังนำเสนอบทเด่นอีกคนเป็น “ลี “คนใช้บ้านตระกูล Trask รับบทโดย Hoon Lee นักแสดงเชื้อสายจีนที่คุ้นหน้าตากันจากหนังหลายเรื่อง ลีคือตัวละครคนจีนที่มาเกิดในอเมริการุ่นแรก แต่ก็ยังมีปัญหาเข้ากับสังคมยุคนั้นไม่ได้จากการถูกเหยียดเชื้อชาติ แม้จะทำตัวแต่งกายแบบอเมริกันก็เข้าไม่ได้และถูกชาวจีนด้วยกันรังเกียจ จนการมาเป็นคนใช้บ้านนี้ที่ดูเหมือนเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เขากลับเป็นที่พึ่งทางใจให้กับคนในบ้านทุกคน และก็เป็นคนที่ถกเถียงถึงประเด็นความชั่วแต่กำเนิดของมนุษย์จากการที่เขาชอบอ่านศึกษาเรื่องต่างๆ โดยมีความฝันอยากเป็นเจ้าของร้านหนังสือในอเมริกา ซึ่งเรื่องนำเสนอให้ลีมีความสุขุมนุ่มลึกแบบเอเชีย แต่ก็สามารถเข้าใจวัฒนธรรมอเมริกันได้ด้วย ทำให้ลีเป็นตัวละครที่เหมือนเป็นทุกอย่างของบ้าน และบทก็เด่นให้ลีได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ โดยที่เรื่องราวของเขาก็คือการได้เห็นปัญหาการเปลี่ยนผ่านของลูกชายอดัมทั้งสองคน และพยายามสั่งสอนให้ทั้งคู่เป็นคนดี โดยมีคัมภีร์ไบเบิลเป็นที่ตั้งจากการที่เขานำคำว่า timshel เข้ามาในบ้านหลังนี้และให้โอกาสทุกคนได้เลือกมันเอง แม้แต่ตัวลีเองด้วยก็เช่นกันที่สุดท้ายเขาก็เข้าใจว่าเขาไม่ใช่คนใช้ แต่บ้านนี้เขาก็คือคนที่มีส่วนร่วมสร้างมันขึ้นมาด้วย ซึ่งบทนี้มันน่าประทับใจมากจริงๆ
ซีรีส์ยังสร้างฉากเรื่องราวในยุคสมัยพึ่งเริ่มสร้างอเมริกาไล่มาจนถึงช่วงสงครามโลกทางยุโรป โดยมีเหตุการณ์เล็กๆ เข้ามาประกอบช่วงเวลาเหล่านั้นอย่าง การเกณฑ์หารไปไล่ฆ่าอินเดียนแดงที่อดัมเองไม่ได้อยากทำ แต่ถูกพ่อให้ไปเป็นทหาร หรือการเข้ามาของรถไฟและน้ำแข็งที่อเมริกาห่างไกลกันมากจนทำให้ตระกูล Trask อยากทำธุรกิจขนผักแช่แข็งส่งไปทั่วอเมริกา ซึ่งเรื่องราวเล็กๆ เหล่านี้ได้เข้ามาช่วยเติมเต็มให้เห็นประวัติศาสตร์ของอเมริกาผ่านเรื่องราวของตระกูลนี้ได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าซีรีส์จะเล่าเรื่องราวดราม่าได้ลุ่มลึกและดีงามมาก แต่ซีรีส์ก็มีปัญหากับการเติมไม่เต็มกับตัวละครที่สร้างมาดี แต่ถูกตัดบทไปในช่วงหลังอย่างชาร์ลส์น้องชายของอดัมตัวเอก ซีรีสฺสร้างบทความขัดแย้งและมีการทิ้งชนวนปมเหตุใหญ่ไปยังลูกชายทั้งสองคนของอดัม แต่ซีรีส์กลับตัดบทไม่ได้เล่าเรื่องเขาอีกเลย จนไปโผล่เอาตอนท้ายๆ นิดหน่อย ทำให้ช่องว่างตรงนี้เรื่องราวมันดูขาดหายไปอย่างมาก และตัวร้าย Cathy เองก็เลือกจบลงแบบเงียบๆ แม้จะเข้าใจเหตุผล แต่ว่าซีรีส์ยังไม่สามารถลงน้ำหนักให้คนดูเข้าใจได้มากพอจริงๆ ว่าหญิงชั่วร้ายขนาดนี้ยอมจบแบบนี้ได้ยังไงครับ
สรุป ลิมิเต็ดซีรีส์แนวพีเรียดดราม่าจากนิยายยุคเก่ามากปี 1952 ที่เรื่องราวที่นำเสนอไม่ได้เก่าไปตามอายุของนิยายเลย เพราะมันเป็นการนำเสนอประเด็นความชั่วร้ายของมนุษย์เกิดขึ้นมาได้อย่างไรผ่านชื่อเรื่องตามไบเบิลเรื่องการฆาตกรรมครั้งแรกของมนุษย์ โดยไม่ได้ใช้การถกเถียงทางปรัชญาหนักๆ มาเป็นจุดขาย แต่เป็นการนำเสนอเรื่องราวครอบครัวหนึ่งที่มีปมปัญหานี้จากรุ่นพ่อไปรุ่นลูก ผ่านช่วงเวลาในประวัติศาสตร์การก่อตั้งอเมริกายุคแรก โดยมีตัวร้ายหญิงที่โดดเด่นสุดๆ อย่าง Florence Pugh มารับบทนี้ โดยที่เธอเป็นตัวละครที่เกือบเรียกได้ว่า “ชั่วร้ายแต่กำเนิด” ใช้ความสวยเป็นหนทางการก่อกรรมทำชั่วมาตลอดชีวิต และสร้างบาดแผลทางใจให้ตระกูลตัวเอกในเรื่องทุกคน ซึ่งเธอลงทุนเล่นเป็นโสเภณีเปลือยกลายให้เห็นตลอดเรื่อง นอกจากนี้ยังมีตัวละครคนจีนรุ่นแรกที่เกิดในอเมริกาแต่ก็ยังถูกเหยียดเชื้อชาติมาเล่นเป็นคนใช้ในตระกูล โดยนำเสนอให้เขากลายเป็นที่พึ่งทางใจในบ้านที่ทุกคนมีรอยร้าวในใจได้อย่างสวยงาม ผ่านประเด็นคำสอนในไบเบิลที่มาจากตัวเขานำเข้ามาสอนทุกคนในบ้านให้เลือกดีหรือชั่วเองได้ ซึ่งซีรีส์เล่าเรื่องราวนี้ในแบบดราม่าเปลี่ยนผ่านยุคสมัยไปเรื่อยๆ อ้อยอิ่งช้าๆ แต่ก็สนุกและละเมียดละไม ตัวเรื่องเต็มไปด้วยปมความขัดแย้งภายในครอบครัวนี้มากมายที่น่าติดตามว่าจะคลี่คลายยังไง แต่ซีรีส์อาจจะตัดจบปมหลักแบบง่ายๆ ในตอนท้าย ซึ่งเป็นไปตามนิยาย แต่อาจจะไม่ถูกใจคนดูสักเท่าไหร่ เพราะมันเป็นการจบแบบปลายเปิดให้ทั้งตัวละครและผู้ชมตีความต่อจากนั้นเองครับ