รีวิว บูรพาอาถรรพ์ (The East Palace) Netflix ทุ่มทุนสร้างยัด CG อลังการจนล้นมากเกินจำเป็น
บูรพาอาถรรพ์
Summary
นี่เป็นซีรีส์พีเรียดแฟนตาซีสยองขวัญที่ทุ่มทุนสร้างอลังการมากกว่า Kingdom จริงๆ แทบทุกฉากพยายามพาเข้าสู่การต่อสู้ในโลกวิญญาณเพื่อขาย CG ที่อัดกันมาเต็มเหนี่ยวแทบจะเป็น 70-80% ของทั้งเรื่อง หาฉากที่ไม่ใช้ CG ได้น้อยกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็ดีสำหรับคนชอบอะไรแบบนี้แน่นอน แต่ซีรีส์ก็มีปัญหาตรงความซ้ำของฉากโลกวิญญาณที่ยัดแต่ฉากสีแดงๆ มาทั้งเรื่อง เหมือนพยายามเป็นไซเลนฮิลล์เวอร์ชั่นเกาหลีที่ขายผีร้ายตัวประหลาดกันจนมากเกินไป โดยที่ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้แปลกใหม่เลยกับพล็อตคำสาปร้ายในวัง ซึ่งซีรีส์ก็คงรู้ดีว่ามันซ้ำ เลยพยายามเล่นท่ายากหลอกผู้ชมให้วนกับสามตัวร้ายหลักว่าใครกันแน่คือตัวจริง วนอยู่นั่นแหละจนพอเฉลยมาก็งั้นๆ ซะอีก แต่ถึงเรื่องจะเต็มไปด้วยฉากเลือดสาดกับดราม่าการเมืองในวังก็ยังไม่พ้นว่าต้องมีแนวรักโรแมนติกใส่เข้าไป ซึ่งจุดนี้ซีรีส์ทำได้ดีกว่าซะอีกในการที่พยายามผูกสัมพันธ์ชนชั้นฐานะที่แตกต่างของตัวเอกทั้งคู่กับสกิลที่มีไม่เหมือนกันเพื่อเอามาช่วยกัน แต่น่าเสียดายที่ว่ามันก็ยังอยู่ในสูตรสำเร็จจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งตามสูตร เพื่อจะขายการเดินทางสานต่อความรักของทั้งคู่ในซีซั่น 2 ต่อไปครับ
Overall
7/10User Review
( votes)Pros
- CG งานสร้างอลังการมาก
- ดราม่าการเมืองในวัง
- เคมีของนักแสดงดี
- งานภาพโลเคชั่นสวย
- มีพากย์ไทย
Cons
- เนื้อเรื่องไม่แปลกใหม่และพยายามเล่นท่ายากเกินไป
- ยัด CG มาจนเกินจำเป็น
บูรพาอาถรรพ์ The East Palace ซีรีส์เกาหลี Original Netflix 8 ตอนจบ แนวพีเรียดแฟนตาซีสยองขวัญ เรื่องราวของนักล่าผีที่โดนจับเข้ามาในวังหลวงเพื่อแก้คำสาปผีร้ายที่หมายปลิดชีวิตของเชื้อพระวงศ์ราชวงศ์ไปให้หมดสิ้น เพียงแต่ว่าสิ่งนี้มันเกิดขึ้นจากผีร้ายจริงหรือไม่
รีวิว บูรพาอาถรรพ์ The East Palace
เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคโชซอน เมื่อวิญญาณร้ายจากบึงน้ำเก่าแก่เริ่มเก็บชีวิตองค์ชายในราชวงศ์ไปทีละคน จนเหลือเพียงองค์ชายรัชทายาทองค์เดียว กษัตริย์ (รับบทโดย Cho Seung-woo) จึงลักลอบเรียกตัว “กูชอน” (Nam Joo-hyuk) นักล่าผีที่สามารถเดินทางข้ามไปยังโลกวิญญาณได้ มาร่วมมือกับ “แซงกัง” (Roh Yoon-seo) นางกำนัลผู้ได้ยินเสียงคนตายและมีความลับส่วนตัวซ่อนอยู่ ทั้งสองต้องแฝงตัวเข้าไปในส่วนลึกของพระราชวัง เพื่อไขปริศนาการสาปแช่งและกวาดล้างวิญญาณร้ายที่หลอกหลอนราชวงศ์อยู่
ซีรีส์เกาหลีฟอร์มยักษ์ของ Netfllix ที่ไม่มีตัวเลขทุนสร้างออกมา แต่งานสร้างหลายอย่างก็ยืนยันชัดว่านี่น่าจะเป็นโปรเจ็กต์ย้อนยุคที่ใหญ่กว่าซีรีส์ Kingdom ซึ่งตอนนี้สภาพคือไม่โดนแคนเซิล แต่ก็ไม่ได้อนุมัติให้ทำต่อ เหมือนตากแห้งแขวนไว้ทำเป็นเนื้อแดดเดียวแบบนั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีถึงจะมีซีซั่น 3 ซึ่งการที่ Netflix หันมาทุ่มเงินให้เรื่องนี้มากกว่าก็อาจจะเป็นคำตอบอย่างหนึ่งที่ชี้ชะตา Kingdom ไปในตัวว่าโดนละความสนใจไปแล้ว ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบได้เหมือนกัน
แต่การที่ Netflix หันมาสร้างเรื่องนี้โดยเท่าที่เห็นคือทุ่มทุนใช้งบ CG แบบไม่บันยะบันยังมันก็ไม่ได้ถึงความสำเร็จที่ดีกว่า เพราะถึงงานสร้างทุกฉากอลังการงและละเมียดละไมกับฉากและเครื่องแต่งกายทุกอย่างเนี๊ยบสุดๆ แต่ปัญหามันก็เหมือนพวกหนังจีนหรือแม้แต่ฮอลลีวู๊ดที่มีกันมาก่อนก็คือ CG ถูกเอามาถมทับอย่างอื่นจนเฝือเกินจำเป็น ซึ่งทั้งเรื่องนี้แทบจะทุกฉากจะพยายามหาทางพาตัวเอกกูชอนกับนางเอกแซงกังให้เข้าไปในภพวิญญาณกันตลอด เพราะเรื่องนี้ทั้งคู่คือคนที่สัมผัสผีร้ายได้คนละแบบ กูชอนมองเห็นผีแต่ไม่ได้ยินเสียง แซงกังได้ยินแต่มองไม่เห็น ต่างคนต่างใช้ความสามารถร่วมกันเพื่อทำภารกิจวนเวียนปราบผีร้ายในวัง ซึ่งในเรื่องก็ตั้งศัพท์ใหม่ขึ้นมาเรียกว่า “กวีแม” หรือภาษาไทยก็คือพวกผีตายโหงพยาบาทจนยึดติดสถานที่หลอกหลอนผู้คนไปเรื่อยนั่นแหละ ซึ่งทั้งเรื่องจะมีศัพท์เฉพาะที่เรียกอะไรต่างๆ ในโลกวิญญาณมากมาย จนแอบปวดหัวกับการที่ไม่แปลมาเป็นไทยเหมือนกัน (แต่ก็เข้าใจว่าต้องยึดดั้งเดิมไว้) ซึ่งพอตัวเรื่องเน้นแบบนี้ก็ทำให้การใช้ CG ในเรื่องถูกโหมกระหน่ำให้ผีร้ายดูแปลกประหลาดมากมายหน้าตาไม่ซ้ำกัน จนเหมือนกำลังดูพวกหนังอย่าง Resident evil หรือ เมืองหมอกไซเลนฮิลล์ ปานนั้นเลย ซึ่งมันก็ดีแน่กับคนที่ชอบดูงานแฟนตาซีสยองขวัญที่ CG เนี๊ยบมาก แต่มันก็เยอะจนมากจนรู้สึกว่าบางทีไม่ต้องมากขนาดนี้ก็ได้ เพราะเวลาที่ต้องเข้าโลกวิญญาณฉากก็ต้องเป็นอีกภพสีแดงๆ จนดูซ้ำๆ 8 ตอนทำให้เรื่องเหมือนวนในเมืองหมอกที่เริ่มเบื่อแล้ว จากที่แปลกใหม่ในตอนแรกๆ หลังคือเอาเถอะอยากให้มีตัวอะไรออกมาก็ได้ไปหมดแล้ว
ส่วนตัวเรื่องราวการสืบคดีตามหาผีร้าย ซีรีส์ก็ไม่แปลกใหม่ในเรื่องราวแนวนี้ เพราะมีทำกันมาจนเฝือแล้วกับคำสาปราชวงศ์ ที่พยายามโยงเข้ากับการปกครองและขึ้นเป็นราชาแบบมือเปื้อนเลือด ซึ่งซีรีส์เหมือนก็รู้ตัวเองในจุดนี้ดีเลยพยายามทำจุดนี้ให้มันมีปมซับซ้อนเล่นท่ายากขึ้น โดยมีตัวร้ายหลักอยู่ 3 ตัวที่เรื่องก็ไม่ได้จะปกปิดตัวละครพวกนี้ไว้เพราะเป็นคนสำคัญในแนวราชวงศ์เสมอนั่นก็คือ ราชา พระพันปี ขุนนางใกล้ชิดราชา ทั้ง 3 คนนี้ต่างแสดงให้เห็นว่ามีปมเกี่ยวข้องกับผีร้ายตั้งแต่แรก แล้วก็ผลัดกันมีบทที่เหมือนจะเป็นคนร้ายตัวจริงอยู่เสมอ โดยกูชอนก็ค่อยๆ สืบเจอว่ามีผีร้ายตรงนี้ในวัง พอรู้เรื่องว่าเกี่ยวข้องกับใครก็ปราบมัน แต่คำสาปก็ยังไม่คลาย กลายเป็นเหมือนการไล่ล่าตามหาคดีที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังผีร้ายนี้อีกที ในมุมของการวางเรื่องให้มันซับซ้อนหักมุมก็อาจะดูดี แต่พอพลิกไปพลิกมาซ้อนกันหลายชั้นวนกันอยู่แต่ 3 คนนี้มันก็เลยเหมือนการเขียนบทวนไปวนมาเล่นท่ายากเกินเหตุ บางช่วงถึงกับรู้สึกว่าเหมือนให้เอไอเขียนบทให้มันวนจงกลมผูกกันไปมาให้วุ่นวายมากจนเกินไปจริงๆ แล้วสุดท้ายพอเฉลยเรื่องราวจริงก็ไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไร แทบจะธรรมดามากๆ ด้วยซ้ำครับ
ด้วยความที่เป็นซีรีส์เกาหลีก็หนีไม่พ้นต้องใส่แนวรักเสริมเข้ามาแม้ทั้งเรื่องจะวุ่นวายอยู่กับการผีทุกนาที ซีรีส์พยายามอย่างมากที่จะให้ทั้งคู่มีซัมติงกัน ด้วยสูตรสำเร็จเดิมๆ จากตอนแรกทั้งคู่เกลียดกันแต่ต้องช่วยกัน ไปๆ มาๆ ก็แอบมีใจให้กันจากภารกิจที่ต่างฝ่ายต่างทุ่มเทช่วยให้อีกคนรอด ซึ่งมันก็ดีแหละ นักแสดงทั้งคู่ก็เคมีเข้ากันได้เลย จนรู้สึกว่าเป็นส่วนดีของเรื่องมากกว่าฉากบู๊แฟนตาซีปราบผีในเรื่องซะอีก แต่มันก็ดูเป็นพล็อตเดิมๆ ที่ผู้ชมต่างเดาได้หมด แล้วตอนจบก็ไม่ได้มีการหักมุมกับความสัมพันธ์นี้ให้ดูแปลกใหม่เลย ซีรีส์ยังเลือกเส้นทางจบแบบง่ายๆ แฮปปี้เอนดิ้ง โดยวางเรื่องไว้ไปต่อซีซั่นเป็นการผจญภัยกับสานรักของทั้งคู่เพิ่มได้อีกครับ

อีกจุดที่รู้สึกว่าซีรีส์ตั้งใจจับผู้ชมแบบหว่านไปทุกวัยไปหน่อยก็คือ ตัวเรื่องพยายามทำให้ตัวผีร้ายกวีแมทุกตัวดูน่ากลัว แต่กลับสร้างตัวหนึ่งให้น่ารักเพื่อมาเป็นผู้ช่วยพระเอกกันชัดๆ ทั้งรูปลักษณ์ท่าทางเหมือนตุ๊กตา เวลาตัวนี้ออกมามันดึงทำให้เรื่องดูเป็นแนวตลกเหมือนหนังเด็กไปเลย ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นเลยเพราะเนื้อเรื่องจริงๆ คือดราม่าการเมืองกับการปราบผีที่เลือดสาดโหดร้ายกันอยู่ตลอด ซึ่งดีแล้ว แต่พอตัดอารมณ์กันแบบนี้มันเลยดูไม่จำเป็นเลยที่ต้องตั้งใจทำให้มันน่ารักจนหลุดธีมแบบนี้ครับ
สรุป นี่เป็นซีรีส์พีเรียดแฟนตาซีสยองขวัญที่ทุ่มทุนสร้างอลังการมากกว่า Kingdom จริงๆ แทบทุกฉากพยายามพาเข้าสู่การต่อสู้ในโลกวิญญาณเพื่อขาย CG ที่อัดกันมาเต็มเหนี่ยวแทบจะเป็น 70-80% ของทั้งเรื่อง หาฉากที่ไม่ใช้ CG ได้น้อยกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็ดีสำหรับคนชอบอะไรแบบนี้แน่นอน แต่ซีรีส์ก็มีปัญหาตรงความซ้ำของฉากโลกวิญญาณที่ยัดแต่ฉากสีแดงๆ มาทั้งเรื่อง เหมือนพยายามเป็นไซเลนฮิลล์เวอร์ชั่นเกาหลีที่ขายผีร้ายตัวประหลาดกันจนมากเกินไป โดยที่ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้แปลกใหม่เลยกับพล็อตคำสาปร้ายในวัง ซึ่งซีรีส์ก็คงรู้ดีว่ามันซ้ำ เลยพยายามเล่นท่ายากหลอกผู้ชมให้วนกับสามตัวร้ายหลักว่าใครกันแน่คือตัวจริง วนอยู่นั่นแหละจนพอเฉลยมาก็งั้นๆ ซะอีก แต่ถึงเรื่องจะเต็มไปด้วยฉากเลือดสาดกับดราม่าการเมืองในวังก็ยังไม่พ้นว่าต้องมีแนวรักโรแมนติกใส่เข้าไป ซึ่งจุดนี้ซีรีส์ทำได้ดีกว่าซะอีกในการที่พยายามผูกสัมพันธ์ชนชั้นฐานะที่แตกต่างของตัวเอกทั้งคู่กับสกิลที่มีไม่เหมือนกันเพื่อเอามาช่วยกัน แต่น่าเสียดายที่ว่ามันก็ยังอยู่ในสูตรสำเร็จจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งตามสูตร เพื่อจะขายการเดินทางสานต่อความรักของทั้งคู่ในซีซั่น 2 ต่อไปครับ