รีวิว บันทึกจากหลังห้อง Notes from the Last Row (Netflix) ขายการแสดงของชเวมินชิกล้วนๆ
บันทึกจากหลังห้อง
Summary
เป็นซีรีส์เกมจิตวิทยาที่ขายการแสดงของ “ชเวมินชิก” ในบทตัวเอกที่ลุ่มหลงคลั่งไคล้สิ่งที่เขาขาดหายไปในชีวิตอย่างหนัก จนรู้สึกอยากติดตามดูว่าจะบ้าได้ถึงขั้นไหน ซึ่งเรื่องเล่าด้วยบทสนทนาช้าๆ สร้างความน่าอึดอัดไปเรื่อยๆ ไม่ได้พึ่งฉากรุนแรงอะไร แม้เรื่องจะปูไปถึงการมีคดีฆาตกรมก็ตามที แต่ปัญหาคือเรื่องมีจุดที่ใช้ความบังเอิญมาทำให้เรื่องดูสมจริง แต่มันก็ไม่ได้สมเหตุผลในตอนเฉลย แล้วตัวลูกศิษย์คู่ปรับก็ไม่ได้ดูมีพรสวรรค์อย่างที่เรื่องกล่าวอ้างให้เชื่อได้เลย ตอนเฉลยก็ไม่ได้หักมุมอะไรนัก จนออกแนวน่าผิดหวังอยู่พอสมควรกับการเดินเรื่องมาทั้งหมดแล้วจบง่ายๆ แบบนี้ครับ
Overall
6.5/10User Review
( votes)Pros
- แนวเกมจิตวิทยา
- การแสดงของชเวมินชิก
- มีพากย์ไทย
Cons
- คาดเดาตอนจบได้ง่าย
- จุดบังเอิญไม่สมเหตุผล
- ตัวลูกศิษย์ไม่ได้ดูมีพรสวรรค์จริง
Notes from the Last Row บันทึกจากหลังห้อง ซีรีส์เกาหลี Original Netflix 6 ตอนจบ เรื่องราวของศาสตราจารย์วรรณคดีที่ล้มเหลวจากการเขียนนิยายได้เพียงเล่มเดียว จนเมือเขาพบนักศึกษาที่นั่งแถวหลังสุดของห้องเขียนการบ้านส่งมา เขาพบว่างานเขียนนี้มีพรสวรรค์จึงชวนเขามาเรียนตัวต่อตัว โดยไม่รู้ตัวว่าเขากำลังถูกดึงเข้าไปพัวพันในเรื่องราวที่อิงมาจากชีวิตจริงนั้น
รีวิว Notes from the Last Row บันทึกจากหลังห้อง
ซีรีส์ของทาง Netflix ที่ดัดแปลงจากบทละครเวทีชื่อดังของสเปน El chico de la última fila (Juan Mayorga) เล่าเรื่องของ ฮอมุนโอ ศาสตราจารย์วรรณคดีผู้เคยเป็นนักเขียนนิยาย แต่ผลงานเล่มเดียวที่ตีพิมพ์กลับล้มเหลวจนเขาไม่กล้าเขียนอะไรอีกเลยนับสิบปี ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น มีปัญหากับภรรยาที่อดทนอยู่ด้วยกันมานาน และต่อนักศึกษาที่เขามองว่าไร้ความสามารถ จนวันหนึ่งเขาสังเกตเห็น อีคัง นักศึกษาวิศวกรรมที่นั่งแถวหลังสุดของห้องเสมอ งานเขียนของอีคังกลับมีพรสวรรค์เฉียบคมเกินคาด มุนโอจึงชวนให้อีคังมาเรียนเขียนแบบตัวต่อตัว โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกดึงเข้าไปในเรื่องราวที่อีคังแต่งขึ้น ซึ่งดูเหมือนอ้างอิงจากครอบครัวเพื่อนนักศึกษาคนหนึ่งจริง ๆ ยิ่งอ่านมากเท่าไหร่ เส้นแบ่งระหว่างนิยายกับชีวิตจริงก็ยิ่งพร่าเลือน จนเรื่องบนหน้ากระดาษเริ่มส่งผลกระทบย้อนกลับมาสู่ชีวิตของทุกคนที่เกี่ยวข้อง
ซีรีส์ใช้โครงเรื่องแบบเกมจิตวิทยา ที่เล่นกับเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เขียนกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงปะปนกัน โดยตัวเอกฮอมุนโอเป็นคนมีปมล้มเหลวในอดีตที่อยู่ๆ ก็มาพบกับหนทางใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ เขาจึงรีบคว้าโอกาสนั้นไว้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ก็คือการช่วยอีคังเขียนนิยายส่งประกวดจนได้รางวัลและเขาได้ความดีความชอบจากการเป็นผู้สอน แต่การตัดสินใจนั้นทำให้เขาลุ่มหลงหน้ามืดตามัว ซึ่งซีรีส์เล่าเรื่องโดยพยายามทำให้สิ่งที่ฮอมุนโอรับรู้ผ่านการบ้านของอีคังดูเหมือนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง โดยมีเหตุการณ์จริงแทรกปะปนเข้ามาอยู่ตลอดเวลาช่วยยืนยันการบ้านนั้นอีกที เรื่องจะค่อยๆ ไต่ระดับจากการสังเกตุเฝ้ามองชีวิตเพื่อนของอีคังที่เรียกว่าครอบครัวเปอร์เฟ็กต์ แต่ลึกๆ แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างเห็น แล้วก็ลามถึงรอยร้าวในครอบครัวที่นำไปสู่ฉากฆาตกรรม ซึ่งซีรีส์สร้างความอึดอัดและระแวงได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งฉากความรุนแรงอะไรมาก
ซีรีส์เล่าเรื่องได้น่าอึดอัดเต็มไปด้วยความรู้สึกน่ารังเกียจชิงชังกับการกระทำของฮอมุนโอที่ปล่อยพลังงานด้านลบออกมาแทบตลอดเวลา ซึ่งนักแสดงชเวมินชิกที่เป็นระดับตำนานของเกาหลีใต้นั้นแสดงในบทนี้ได้สมบทบาทและลากให้ผู้ชมใจจดใจจ่อดูการกระทำที่ค่อยๆ บ้าคลั่งของเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในอีกมุมหนึ่งบทของเรื่องนี้ก็มีปัญหาเพราะมันใช้ความบังเอิญมาทำให้สถานการณ์ในเรื่องดูสมจริงเกินไป แล้วตัวอีคังเองที่ถูกมองว่ามีพรสวรรค์ก็ไม่ได้มีบทบาทแสดงให้เห็นว่าเป็นอย่างนั้นเลยจนดูไม่น่าเชื่อถือ ในงานเขียนที่ว่ามีพรสวรรค์ก็ไม่รู้สึกว่ามีสำนวนที่ดีอะไร มันเป็นเรื่องเล่าเฉยๆ แต่ซีรีส์ก็ยังต้องการให้ผู้ชมเชื่อตามว่าหมอนี่มันเจ๋ง แต่มันไม่ได้ผลและยังมีผลสะท้อนกลับไปทำให้ตัวเอกฮอมูนโอดูแย่ลงจากความเขลาเบาปัญญาที่ถูกเรื่องราวของอีคังครอบงำได้ง่ายๆ เกินไป ซึ่งผู้ชมก็คงคาดเดาเรื่องราวตอนจบนี้ได้ไม่ยากไปด้วยครับ
สรุปโดยรวม เป็นซีรีส์เกมจิตวิทยาที่ขายการแสดงของ “ชเวมินชิก” ในบทตัวเอกที่ลุ่มหลงคลั่งไคล้สิ่งที่เขาขาดหายไปในชีวิตอย่างหนัก จนรู้สึกอยากติดตามดูว่าจะบ้าได้ถึงขั้นไหน ซึ่งเรื่องเล่าด้วยบทสนทนาช้าๆ สร้างความน่าอึดอัดไปเรื่อยๆ ไม่ได้พึ่งฉากรุนแรงอะไร แม้เรื่องจะปูไปถึงการมีคดีฆาตกรมก็ตามที แต่ปัญหาคือเรื่องมีจุดที่ใช้ความบังเอิญมาทำให้เรื่องดูสมจริง แต่มันก็ไม่ได้สมเหตุผลในตอนเฉลย แล้วตัวลูกศิษย์คู่ปรับก็ไม่ได้ดูมีพรสวรรค์อย่างที่เรื่องกล่าวอ้างให้เชื่อได้เลย ตอนเฉลยก็ไม่ได้หักมุมอะไรนัก จนออกแนวน่าผิดหวังอยู่พอสมควรกับการเดินเรื่องมาทั้งหมดแล้วจบง่ายๆ แบบนี้ครับ