playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Unabomber (Netflix) การทดลองต้องห้ามที่ทำให้เด็กหนุ่มอัจฉริยะกลายเป็นมือระเบิดปีศาจ

Unabomber

Summary

หนังที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของยูนาบอมเบอร์ มือระเบิดชื่อดังที่สุดของอเมริกา โดยหยิบเอาเรื่องจริงส่วนหนึ่งของชีวิตเขาช่วงวัยรุ่นมาขยายแต่งเรื่องราวใหม่ขึ้นมาเองโดยอิงกับเรื่องจริงที่มีเปิดเผยออกมาบางส่วนในศาล นั่นก็คือการทดลองทางจิตวิทยาของมหาลัย Harvard ที่สร้างการทดสอบโต้วาทีทางปรัชญา ที่มีขึ้นเพียงแค่ต้องการทำลายจิตใจของอีกฝ่ายให้พังแตกสลาย ซึ่งนี่คือการบอกเล่าจุดกำเนิดที่แท้จริงของยูนาบอมเบอร์ที่ยังเป็นปริศนาว่าทำไมเด็กหนุ่มอัจฉริยะถึงกลายมาเป็นผู้ก่อการร้ายยาวนาน 18 ปีได้ ซึ่งหนังทำส่วนนี้ได้สนุกน่าติดตามและได้เห็นพัฒนาการความรุนแรงที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดพีคกับการก่อเหตุเสมือนเป็นยูนาบอมเบอร์ครั้งแรกที่นี่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นการแต่งเติมขึ้นมา โดยมีการตัดสลับกับช่วงที่ FBI ติดตามเขาในปีท้ายๆ ซึ่งเนื้อเรื่องส่วนนี้บอกเล่าตามจริงแทบทั้งหมด มันก็เลยดูธรรมดาไปสำหรับคนที่รู้เรื่องอยู่แล้วว่า FBI ไม่ได้ไขคดีด้วยตัวเอง ซึ่งใครที่ต้องการดูเรื่องจริงก็สามารถดูสารคดี 4 ตอนจบใน Nteflix ที่ชื่อ “ยูนาบอมเบอร์จากปากอาชญากร” ได้เลยครับ แนะนำว่าสนุกกว่าด้วยครับ

Overall
7/10
7/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • ขยายเรื่องจริงของการทดลองทางจิตที่ทำให้เกิดยูนาบอมเบอร์ขึ้นมา
  • นักแสดง Jacob Tremblay เล่นได้สมบทบาทมาก
  • มีพากย์ไทย

 

Cons

  • ส่วนของ FBI ค่อนข้างธรรมดา
  • มีการแต่งเติมเรื่องจริงหลายอย่าง

ADBRO

Unabomber ยูนาบอมเบอร์ ภาพยนตร์ Original Netflix แนวดราม่าจิตวิทยา จากคดีดังในประวัติศาสตร์ FBI กับการตามล่ามือระเบิดที่ใช้พัสดุไปรษณีย์ในการเล็งเป้าสังหารเหยื่อมาตลอด 17 ปี ผ่านการเจาะลึกปมการทดลองทางจิตวิทยาที่ทำให้เด็กหนุ่มอัจฉริยะกลายมาเป็นฆาตกรต่อเนื่องได้

รีวิว Unabomber

หนังที่เอาเรื่องราวของ Ted Kaczynski มือระเบิดชื่อดังในฉายา ยูนาบอมเบอร์ มาเล่าในทิศทางใหม่ แตกต่างจากเรื่องอื่นที่เคยมีมา (เคยสร้างทั้งเป็นหนัง สารคดี และซีรีส์มากกว่า 9 ครั้งแล้ว) โดยเรื่องนี้หันไปเล่าเรื่องจากมุมของการทดลองทางจิตวิทยาสมัยที่อยู่ Harvard โดยหยิบเอาเรื่องจริงที่ฝ่ายทนายของเขาใช้ต่อสู้คดีในช่วงท้ายว่า Ted โดนทดลองจิตวิทยาต่อเนื่อง 3 ปีจากอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ร่วมมือกับ CIA จนกลายเป็นจุดเริ่มของความวิกลจริต เพื่อให้เขาหลุดพ้นจากการโดนลงโทษประหารชีวิต ซึ่ง Ted ไม่ยอมรับว่าตัวเองบ้า และพยายามขอให้ตัวเองได้ว่าความเองไม่ใช้ทนายที่รัฐจัดหามา ซึ่งสุดท้ายเขาก็โดนโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีการลดหย่อนโทษ แต่ข้อมูลในการต่อสู้คดีนั้นมีแค่คลิปเสียงทดลองชิ้นเดียวว่าเป็นเรื่องจริง ในหนังเรื่องนี้จึงหยิบเอาจุดนี้มาขายแต่งเติมให้เป็นเรื่องราวช่วงนั้น ควบคู่กับการตามล่าเขาในปัจจุบัน

จุดเด่นที่สุดก็คือช่วงวัยเด็ก (รับบทโดย Jacob Tremblay) ที่ตัวเรื่องนำเสนอชีวิตของ Ted ที่ได้ทุนจากความอัจฉริยะไอคิว 160+ จนได้เข้า Harvard ในวัยเพียง 16 ปี โดนพ่อแม่ให้เรียนคณิตศาสตร์เพื่อให้เป็นหน้าตาของบ้าน แต่เขากลับไปเจอการทดลองที่จัดหาคนมาโต้วาทีทางปรัชญา ซึ่งเขาชื่นชอบอยากเป็นนักปรัชญามากว่า และก็ได้พบว่าการทดลองนี้มันเป็นมากกว่าแค่การโต้วาที แต่มันคือเกมจิตวิทยาที่คู่โต้วาทีพยายามแหกกฏและทำลายความคิดอุดมคติของเขาให้พังลงให้ได้ ซึ่งเรื่องนำเสนอให้เห็นว่าจากที่ Ted เป็นเด็กหนุ่มที่อยู่ในกฏระเบียบเรียบร้อย เขากลับเริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่เขาเชื่อมันเป็นแค่อุดมการณ์สวยหรูที่เป็นจริงไม่ได้ถ้าไม่แหกกฏ ซึ่งหนังแสดงให้เห็นว่าขนาดอัจฉริยะที่เชื่อมั่นในตัวเองอย่างสูงก็สามารถพังทลายลงได้ทุกเมื่อ เพราะเขาแพ้โต้วาทีตั้งแต่การทดลองครั้งแรกเลย โดยที่คู่โต้ของเขาคือขั้วตรงข้ามกับเขาทุกอย่าง ช่วงนี้คือหนังทำได้สนุก ดุเดือด ไต่ระดับความแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งของการทดลองที่ลงลึกเปิดแผลใหม่ๆ ให้เขาอยู่เรื่อยๆ ว่าเชื่อมั่นแค่ไหนก็พังได้เสมอ และทำให้เห็นว่าการทดลองแบบนี้กับคนมันสามารถสร้างปีศาจขึ้นมาได้เลยจริงๆ ซึ่งในคดีจริงนักจิตวิทยาก็เชื่อว่าเป็นบ่อเกิดของยูนาบอมเบอร์จริงๆ เพียงแต่เจ้าตัวจริงไม่เคยยอมรับว่าการทดลองนี้มีผลกับเขา เพราะถ้ายอมรับก็เท่ากับว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดเป็นแค่เรื่องของคนวิกลจริต ซึ่งในช่วงท้ายเรื่องก็คือจุดพีคที่ Ted เริ่มโต้กลับไปยังศาสตราจารย์ Henry Murray ผู้สร้างการทดลองนี้ (รับบทโดย Russell Crowe) โดยใช้ลักษณะการก่อเหตุแบบยูนาบอมเบอร์มาใช้ ซึ่งหนังหักมุมและตัดสลับกับเรื่องราวในปัจจุบันที่เขากำลังจะโดนจับที่กระท่อมในป่า และทำให้เรื่องราวช่วงท้ายนี้ลุ้นมากว่าสิ่งที่ Ted ส่งให้ศาสตราจารย์นั้นคืออะไร

หนังสนุกในช่วงวัยรุ่นเพราะตัวเรื่องทั้งสดใหม่และขยายเรื่องราวที่คนไม่เคยรู้มาก่อนให้ชัดเจนขึ้นว่า Ted โดนกระทำการทดลองที่ผิดจริยธรรมในสมัยเด็กจริงๆ แต่พอเรื่องราวตัดกลับมาฝั่ง FBI ทุกอย่างมันกลับธรรมดามาก เพราะมันเล่าเรื่องราวการที่ FBI พยายามไล่จับยูนาบอมเบอร์แบบคว้าน้ำเหลวตลอด และไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ตัวจริงได้เลยด้วยซ้ำ เพราะตัวคดีจริงคนที่ให้เบาะแสจนจับกุมได้คือน้องชายกับน้องสะใภ้ของ Ted เอง จากหลักฐานที่ Ted เคยเขียนจดหมายแถลงการณ์ทิ้งไว้ในบ้านแม่ ซึ่งมันไปตรงกับแถลงการณ์จริงที่เขาปล่อยออกสื่อภายหลังและน้องชายไปเจอ ดังนั้นเรื่องช่วงนี้มันเลยไม่ลึกหรือสดใหม่อะไร แม้จะสร้างตัวละครหญิงที่เป็นนักภาษาศาสตร์มาช่วยจับกุม แต่ด้วยความที่หนังเล่าตามจริงก็เลยได้แค่เป็นคนที่พยายามกระตุกต่อมเอ๊ะให้ทีม แต่ทีม FBI ในตอนนั้นก็ไม่ได้อยากเชื่อทิศทางที่เธอบอกเล่านักว่าชายคนนี้ต้องเป็นคนเรียนสูง กลุ่มเป้าหมายมันผิดจากที่ทีมเก่าสืบมาตลอด (ยอมรับไปก็เสียหน้าเสียหายหมด) แต่ในมุมคนดูที่ไม่รู้เรื่องยูนาบอมเบอร์มาก่อนก็น่าจะยังลุ้นระทึกกับการตามสืบสวนที่ล้มเหลวนี้ได้อยู่ แต่ถ้าเทียบกับครึ่งวัยเด็กคือโทนหนังต่างกันมาก และวัยเด็กทำให้ได้สนุกตื่นเต้นน่าติดตามมากกว่าจริงๆ แม้จะเป็นแค่การโต้วาทีกันไปมาเท่านั้น แต่ก็เหมือนการสะสมระเบิดที่รอวันปะทุในภายหลังนั่นเอง

สรุป หนังที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของยูนาบอมเบอร์ มือระเบิดชื่อดังที่สุดของอเมริกา โดยหยิบเอาเรื่องจริงส่วนหนึ่งของชีวิตเขาช่วงวัยรุ่นมาขยายแต่งเรื่องราวใหม่ขึ้นมาเองโดยอิงกับเรื่องจริงที่มีเปิดเผยออกมาบางส่วนในศาล นั่นก็คือการทดลองทางจิตวิทยาของมหาลัย Harvard ที่สร้างการทดสอบโต้วาทีทางปรัชญา ที่มีขึ้นเพียงแค่ต้องการทำลายจิตใจของอีกฝ่ายให้พังแตกสลาย ซึ่งนี่คือการบอกเล่าจุดกำเนิดที่แท้จริงของยูนาบอมเบอร์ที่ยังเป็นปริศนาว่าทำไมเด็กหนุ่มอัจฉริยะถึงกลายมาเป็นผู้ก่อการร้ายยาวนาน 18 ปีได้ ซึ่งหนังทำส่วนนี้ได้สนุกน่าติดตามและได้เห็นพัฒนาการความรุนแรงที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดพีคกับการก่อเหตุเสมือนเป็นยูนาบอมเบอร์ครั้งแรกที่นี่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นการแต่งเติมขึ้นมา โดยมีการตัดสลับกับช่วงที่ FBI ติดตามเขาในปีท้ายๆ ซึ่งเนื้อเรื่องส่วนนี้บอกเล่าตามจริงแทบทั้งหมด มันก็เลยดูธรรมดาไปสำหรับคนที่รู้เรื่องอยู่แล้วว่า FBI ไม่ได้ไขคดีด้วยตัวเอง ซึ่งใครที่ต้องการดูเรื่องจริงก็สามารถดูสารคดี 4 ตอนจบใน Nteflix ที่ชื่อ “ยูนาบอมเบอร์จากปากอาชญากร” ได้เลยครับ แนะนำว่าสนุกกว่าด้วยครับ

 

 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------