playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Monster: The Lizzie Borden Story แต่งเรื่องในคดีใหม่หมดจนดูแปลกแยกเกินไป

Monster: The Lizzie Borden Story

Summary

ซีรีส์ Monster ที่ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมเป๊ะๆ แบบท้าทายสังคมด้วยการเล่าเรื่องเบื้องหลังฆาตกรต่อเนื่องให้ดูน่าสงสารเห็นใจ โดยที่ผ่านมาก็มีการบิดเรื่องไปมาอยู่บ้าง แต่คราวนี้ไม่ใช่การบิด แต่เป็นการสร้างเรื่องลิซซี่ บอร์เดน ขึ้นมาใหม่หมด โดยแทบไม่มีความจริงหลงเหลืออยู่เลย โดยมีประเด็นเด็กสาวที่ถูกพ่อแม่กระทำย่ำยีจนเป็นจุดกำเนิดคดีเพื่อเชื่อมโยงเธอเข้ากับการเรียกร้องสิทธิสตรีในยุคนั้น แถมยังเอาอีกคดีผู้หญิงฆาตกรต่อเนื่องจริงในปัจจุบันมาดัดแปลงใหม่หมดให้เป็นด้อมผู้คลั่งไคล้ ลิซซี่ บอร์เดน พ่วงกับงานภาพที่ย้อนยุคและตั้งใจให้ภาพฟุ้งเฟ้อเหมือนฝันในการนำเสนอโลกของลิซซี่ที่ต้องเจอพ่อแม่ใจร้ายกับความรักหญิงหญิงในยุคนั้น มันเลยทำให้ซีซั่นนี้ค่อนข้างแปลกแยกมากและไม่ค่อยสนุกในช่วงแรกเลย ช่วงครึ่งหลังค่อยดีขึ้นมาหน่อยกับการนำเสนอว่าความโด่งดังของเธอส่งผลมาจนถึงปัจจุบันได้ยังไง แต่ทั้งนี้ก็ต้องเข้าใจว่าแทบทั้งหมดคือเรื่องแต่งใหม่ล้วนๆ จนทำให้ซีซั่นนี้แอบน่าผิดหวังที่ผู้สร้างเลือกทางนำเสนอผิดจากข้อเท็จจริงกันอย่างชัดเจนขนาดนี้ครับ

Overall
6.5/10
6.5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • ย้อนยุคกับฆาตกรหญิง
  • นักแสดงนำที่เล่นได้ดีมาก
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • สร้างเรื่องราวของคดีใหม่หมดจนเกินไป
  • ประเด็นความเท่าเทียมทางเพศที่ดูยัดเยียด

ADBRO

Monster: The Lizzie Borden Story ซีรีส์ Original Newtflix 8 ตอนจบ เรื่องราวในปี 1892 ของ ลิซซี่ บอร์เดน ฆาตกรฆ่าพ่อแม่ด้วยขวานสับกระหน่ำไม่ยั้ง ด้วยความคับแค้นใจที่ถูกดขี่มาตั้งแต่เด็ก แต่เธอก็ได้กลายมาเป็นนักเรียกร้องสิทธิสตรีในช่วงเวลาที่สหรัฐอเมริกายังกีดกันสิทธิการเลือกตั้งของผู้หญิงอยู่

รีวิว MONSTER: The Ed Gein Story (Netflix) วัฒนธรรมฉกฉวยเรื่องราวฆาตกรไปทำเงินที่น่ารังเกียจ…

รีวิว Monster: The Lizzie Borden Story

ซีรีส์สำรวจเบื้องลึกด้านหลังของเหล่าฆาตกรต่อเนื่องชื่อดัง โดยคราวนี้หันมาโฟกัสฆาตกรหญิงเป็นครั้งแรก เล่าเรื่องราวของ Lizzie Borden (รับบทโดย Ella Beatty ) หญิงสาวที่อาศัยอยู่ในเมือง Fall River รัฐแมสซาชูเซตส์ ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ภายใต้การกดขี่ของแม่เลี้ยงใจร้าย Abby (Rebecca Hall) และพ่อผู้เย็นชา Andrew (Charlie Hunnam) จนความสัมพันธ์กับ Bridget Sullivan สาวใช้คนใหม่ของบ้าน (Vicky Krieps) กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่พาเธอเดินไปสู่เส้นทางเลือดสาดที่โด่งดังไปทั่วประเทศ

ซีซั่นนี้ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือการเล่าที่มาของฆาตกรที่มักจะทำให้ผู้ชมรู้สึกเห็นใจเบื้องลึกที่ครอบครัวคนเหล่านี้มีปัญหา จนกลายเป็นโรคจิตต้องมาก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าที่ผ่านมามันเรียกเสียงก่นด่าจากเหยื่อที่ถูกกระทำว่าซีรีส์ชุดนี้บิดเบือนหากินกับการทำให้ฆาตกรกลายมาเป็นเหยื่อเพื่อลดทอนการกระทำอันเลวร้ายนั้นลงไปจริงๆ ซีซั่นที่ผ่านมาผู้สร้างก็เลยย้อนกลับด้วยการเล่าเรื่องของ เอ็ด กีน ที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจของผู้สร้างภาพยนตร์สยองขวัญยุคต้นๆ ของฮอลลีวู๊ด โดยที่เจ้าตัวไม่ได้เต็มใจให้ไปบิดเบือนแบบนั้นเลย ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะเป็นการตบหน้าพวกที่มาวิจารณ์กันเต็มๆ ทำนอง ปากว่าตาบขยิบ มือถือสากปากถือศีล มาคราวนี้กับเรื่องราวของ ลิซซี่ บอร์เดน ก็มีความคล้ายกันในจุดนี้ เพราะไม่มีใครรู้เรื่องจริงว่าเป็นยังไงเพราะตัวเธอเองถูกศาลตัดสินว่าบริสุทธิ์ จนกลายเป็นบุคคลชื่อดังในที่สุดหลังคำตัดสินออกมา ตัวเธอก็ไม่เคยออกมาเล่าเรื่องคดีนี้อีกนอกจากคำให้การในศาล ซึ่งทำให้เรื่องเล่าของเธอทั้งหมดที่สังคมได้รับรู้ภายหลังนั้นเป็นการแต่งเติมเพิ่มขึ้นมาเองทั้งสิ้น รวมถึงซีรีส์เวอร์ชั่นด้วยก็เป็นเรื่องแต่งขึ้นมาใหม่ด้วยเช่นกัน

ด้วยความที่เรื่องถูกแต่งใหม่ทั้งหมด นี่จึงไม่ใช่ซีรีส์ที่ทำตัวเป็นกึ่งสารคดีอีกแล้ว ผู้สร้างตั้งใจเชื่อมโยงเรื่องราวคดีของเธอเข้ากับสิทธิการเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศของผู้หญิงตั้งแต่ยุคนั้นจนถึงปัจจุบัน ตัวเรื่องสร้างให้พ่อกับแม่ของลิซซี่โคตรชั่วร้ายสุดๆ แทบจะเป็นปีศาจมากกว่าตัวลิซซี่เองตั้งแต่แรกไปเลย ทั้งการพูดเหยียดหยามลูกตลอดเวลา แบบที่บทพูดไม่เคยมีเว้นวรรคว่าจะไม่ด่าเลยสักคำ การกระทำย่ำยีหญิงรับใช้ที่จ้างมาอย่างการสาดอาหารร้อนๆ ใส่หน้าเพียงเพราะไม่พอใจอะไรนิดหน่อย ซีรีส์ใช้เวลาสองตอนแสดงความชั่วของพ่อแม่จนสุดทาง ซึ่งเอาจริงๆ มันโคตรน่าเบื่อมากกับเรื่องราวช่วงนี้ ก่อนที่การวางแผนฆาตกรรมจะเริ่มต้นขึ้นในตอน 3  ก่อนที่ตอน 4 จะหักมุมนิดหน่อยด้วยการพาผู้ชมกลับมายังยุคปัจจุบันที่มีฆาตกรอีกคนที่คลั่งไคล้ลิซซี่แล้วเลียนแบบตามรอยเธอจากหนังสือที่ถูกแต่งเติมขึ้นมาใหม่ ซึ่งเธอเป็นฆาตกรต่อเนื่องหญิงตัวจริง แต่ว่าไม่เคยมีความเชื่อมโยงหรือคลั่งไคล้ลิซซี่เลย เรียกว่าผู้สร้างตั้งใจด้นสด 2 คดีฆาตกรรมคนละช่วงเวลาให้มาเป็นเรื่องเดียวกันเพื่อจะเล่นปมเรียกร้องสิทธิสตรีล้วนๆ ซึ่งมันไม่ดีเลยกับการทำแบบนี้ แต่ในมุมของการสร้างสตอรี่ใหม่ก็ถือว่าผู้สร้างเก่งที่ดึงให้ช่วงเวลาในอดีตมาพบกับปัจจุบันได้จริงๆ เพราะตัวฆาตกรหญิงในปัจจุบันก็เป็นตัวเชื่อมถ่ายทอดเหตุการณ์หลังจากลิซซี่ลงมือไปว่าเกิดอะไรขึ้น โดยการเล่าสลับไปมาเพื่อให้เห็นว่าผลกระทบของคดีในอดีตส่งผลยังไงมาถึงสังคมปัจจุบันที่บ้านของลิซี่กลายเป็นที่พักที่มีชื่อเสียงสำหรับคนคลั่งไคล้ประวัติศาสตร์สยองขวัญแบบนี้ครับ

นอกจากแต่งเรื่องใหม่แล้ว ซีรีส์ยังนำเสนอธีมเรื่องที่ฟุ้งๆ เหมือนอยู่ในฝันกันตลอดเรื่อง โดยลิซซี่เองรักสัตว์และมีความรักกับสาวรับใช้คนใหม่ที่ก้าวเข้ามาทำงานในบ้านนี้ด้วยความพิเศษในตัวเองหลายอย่าง ซีรีส์ใช้งานภาพที่ไม่ใช่แนวสยองขวัญเลยกับการนำเสนอเธอให้เหมือนพวกเจ้าหญิงน้อยซื่อๆ ที่ตกอยู่ในอำนาจของพวกพ่อมดแม่มดใจร้าย นั่นทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เกือบจะดูเป็นแฟนตาซีไปเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่มีฉากเลือดสาดโหดๆ มาคั่นบางเวลาเท่านั้น ซึ่งมันก็ดูแปลกดี แต่อีกมุมก็รู้สึกว่าดูเกินจริงมากเกินไปกับการนำเสนอชีวิตฆาตกรชื่อดังในอดีตแบบนี้ครับ

 

ส่วนจุดสำคัญของเรื่องว่าเธอรอดจากการตัดสินว่าผิดได้ยังไง ซีรีส์ไม่ได้หยิบฉากในคดีจริงมาใช้เลยแม้แต่น้อย แต่กลับแต่งเรื่องใหม่ให้มีตัวละครนักแสดงสาวที่บังเอิญรู้จักกับลิซซี่ก่อนเกิดคดี แล้วเธอก็ก้าวเข้ามาเป็นโค้ชสอนการแสดงที่ช่วยหลอกล่อลูกขุนให้ตัดสินว่าเธอไม่ผิด (เรื่องจริงคือเธอรอดเพราะไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกลับมาที่เธอได้เลย) ซึ่งซีรีส์ก็เล่นสนุกกับการให้ลิซซี่จากเด็กสาวที่ดูซื่อๆ ได้เล่นละครตบตาจริงให้คนเชื่อ ซึ่งเอาจริงๆ ช่วงหลังนี้อาจจะดูสนุกกว่าตอนที่เธอก่อคดีซะอีก และนักแสดงก็เล่นเป็นลิซซี่จากสาวซื่อๆ มาเป็นร้ายลึกซื่อๆ ได้อยู่หมัด นักแสดงในซีรีส์ Monster นี้เก่งทุกคนจริงๆ ไม่ว่าบทนั้นจะเป็นไงตัวนักแสดงก็สวมวิญญาณเล่นตามบทจนทำให้คนดูอินตามได้จริงๆ

สรุป ซีรีส์ Monster ที่ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมเป๊ะๆ แบบท้าทายสังคมด้วยการเล่าเรื่องเบื้องหลังฆาตกรต่อเนื่องให้ดูน่าสงสารเห็นใจ โดยที่ผ่านมาก็มีการบิดเรื่องไปมาอยู่บ้าง แต่คราวนี้ไม่ใช่การบิด แต่เป็นการสร้างเรื่องลิซซี่ บอร์เดน ขึ้นมาใหม่หมด โดยแทบไม่มีความจริงหลงเหลืออยู่เลย โดยมีประเด็นเด็กสาวที่ถูกพ่อแม่กระทำย่ำยีจนเป็นจุดกำเนิดคดีเพื่อเชื่อมโยงเธอเข้ากับการเรียกร้องสิทธิสตรีในยุคนั้น แถมยังเอาอีกคดีผู้หญิงฆาตกรต่อเนื่องจริงในปัจจุบันมาดัดแปลงใหม่หมดให้เป็นด้อมผู้คลั่งไคล้ ลิซซี่ บอร์เดน พ่วงกับงานภาพที่ย้อนยุคและตั้งใจให้ภาพฟุ้งเฟ้อเหมือนฝันในการนำเสนอโลกของลิซซี่ที่ต้องเจอพ่อแม่ใจร้ายกับความรักหญิงหญิงในยุคนั้น มันเลยทำให้ซีซั่นนี้ค่อนข้างแปลกแยกมากและไม่ค่อยสนุกในช่วงแรกเลย ช่วงครึ่งหลังค่อยดีขึ้นมาหน่อยกับการนำเสนอว่าความโด่งดังของเธอส่งผลมาจนถึงปัจจุบันได้ยังไง แต่ทั้งนี้ก็ต้องเข้าใจว่าแทบทั้งหมดคือเรื่องแต่งใหม่ล้วนๆ จนทำให้ซีซั่นนี้แอบน่าผิดหวังที่ผู้สร้างเลือกทางนำเสนอผิดจากข้อเท็จจริงกันอย่างชัดเจนขนาดนี้ครับ

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------