Dead-End Job (Netflix) งานสนุก จะตาย สยองขวัญตลกร้ายไปกับงานบัดซบที่ล่อคนไปตาย!
Dead-End Job
Summary
ซีรีส์สยองขวัญแยกตอนละ 1 งาน 1 ที่จัดเต็มในเรื่องราวกับฉากสยองขวัญที่ทำออกมาดูดีมาก มีความแตกต่างกันไปในแต่ละตอน แม้จะเป็นสูตรสำเร็จแนวเอาเงินมหาศาลมาหลอกให้ไปทำงานเสี่ยงอันตราย แต่มันก็ลงตัวทั้งคอนเซ็ปต์การเอางานพาร์ทไทม์ที่ไม่ต้องแคร์สวัสดิการลูกจ้างมาใช้โดยปรับให้เป็นงานโหดนรกกับการเจอพวกผีปีศาจเรื่องเหนือธรรมชาติแยกแตกต่างกันไป โดยที่ผสมความตลกร้ายที่ขำได้จริงๆ และยังมีดราม่าความสัมพันธ์พี่น้องที่สอดแทรกได้อย่างลงตัวพอดีๆ ซึ่งเรื่องไต่ระดับฉากสยองและความแปลกประหลาดของงานได้มากขึ้นเรื่อยๆ และดึงดูดผู้ชมให้ติดตามความลึกลับว่าจะเฉลยออกมาได้ยังไง แต่ก็นั่นแหละสุดท้ายเรื่องก็ไปหมดพลังเอาตอนท้ายกลายเป็นแฟนตาซีผีปีศาจที่ดูธรรมดาเกินจากจุดเปิดเรื่องที่น่าจะมีอะไรเด็ดกว่านี้ แล้วยังทิ้งค้างปริศนาไว้มากมายตอนจบ โดยที่ติดป้ายไว้ว่าเป็นลิมิเต็ดซีรีส์ ก็เลยไม่รู้ว่าถ้าไม่ได้ทำต่อจะจบแบบนี้ทำไมกัน ตั้งใจลอยแพผู้ชมกันตั้งแต่แรกงั้นหรือ? แต่ถึงตอนท้ายจะเป็นแบบนี้ก็ยังแนะนำว่าควรดูอยู่ดีเพราะมันก็ไม่ใช่ซีรีส์ที่จะมองข้ามไปได้ง่ายๆ ถ้าไม่ได้ลองดูตัดสินใจด้วยตัวเองก่อนครับ
Overall
7.5/10User Review
( vote)Pros
- ความสยองขวัญแยกตอนแตกต่างกัน
- เอางานพาร์ทไทม์มาผสมกับสยองขวัญได้ลงตัว
- งาน CG ทำได้ดีในระดับซีรีส์ดีๆ
- การแสดงยอดเยี่ยม
- มีความตลกร้ายแทรกตลอด
- มีพากย์ไทย
Cons
- ตอนจบทิ้งค้างลอยแพปริศนาไว้เยอะมาก
Dead-End Job งานสนุก จะตาย ซีรีส์ Original Netflix แนวสยองขวัญ 8 ตอนจบ ชายหนุ่มผู้จมอยู่ในกองหนี้ ตัดสินใจรับงานพาร์ตไทม์จ่ายหนักจากบริษัทลึกลับ แต่ความพยายามที่จะหาเงินก้อนโตกลับกลายเป็นฝันร้ายสุดสยอง
รีวิว Dead-End Job งานสนุก จะตาย
ซีรีส์ที่เขียนบทสร้างขึ้นมาใหม่ของ Netflix ที่พล็อตมีความคุ้นๆ เหมือนแนว Webtoon มาก แต่จากที่ค้นดูไม่พบว่ามีการประกาศชัดเจน แต่ด้วยเรื่องราวส่วนผสมของดราม่าสยองขวัญสูตรฮิตเอาเงินแลกกับงานอันตรายมันก็ทำให้เนื้อเรื่องยังไงก็น่าติดตามไปโดยปริยาย เพราะคนดูก็อยากรู้ว่ามันจะไปจบที่ตรงไหน และงานใหม่ที่เข้ามาเรื่อยๆ นั้นจะน่ากลัวแตกต่างจากตอนแรกๆ ได้มากแค่ไหน พวกนี้คือสูตรที่ถูกล็อคไว้และผู้เขียนต้องหาทางแก้มันให้ได้ แก้ได้ก็สนุก แก้ไม่ได้ก็จบ สำหรับเรื่องนี้คือมันแก้ได้เกือบหมดแล้ว แต่สุดท้ายก็ไปตันที่ตอนจบกันซะดื้อๆ
ซีรีส์เริ่มด้วย ตัวเอก บยอนฮยอกจุน ตกลงไปอยู่ในวังวนหนี้และพยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ ก่อนจะไปรับงานชั่วคราวลึกลับที่ให้ค่าจ้างสูงผิดปกติ แต่เมื่อทำงานจริง เขาก็พบว่ามีบางอย่างผิดมหันต์ แต่ละงานคือสถานที่ใหม่ กฎใหม่ และอันตรายที่ไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ตัวตลกชวนขนลุก เหตุประหลาดในโรงหนัง และการทดลองทางคลินิกที่น่ากลัว
ตัวเรื่องประสบความสำเร็จมากกับตอนแรกที่เป็นงานร้านสะดวกซื้อที่มีกฏเขียนไว้แปลกๆ ว่าห้ามเข้าห้องเก็บของ เจอตัวประหลาดให้ใช้ไม้กางเขน ต้องรีบเช็คของให้ทันเวลาในห้องเก็บของบลาๆ ซึ่งกฏพวกนี้ก็เหมือนเรื่องเล่าที่ตัวเอกต้องทำการพิสูจน์เพื่อผ่านงานกะดึกนี้ให้ได้ ซึ่งมันก็กลายเป็นฉากสยองขวัญสุดๆ รับรองเลยว่าตอนแรกมันสามารถตรึงผู้ชมไว้กับฉากสยองที่เรื่องจัดเต็มมากและไม่ได้ซ้ำกับเรื่องไหนมาก่อน อีกทั้งยังเป็นงาน CG ที่ดูดีมากกับการสร้างสัตว์ประหลาดให้อาละวาดในร้านสะดวกซื้อเล็กๆ ที่ไม่มีคนมาเข้าร้านนี้เลยตลอดคืน นอกจากผู้ช่วยอีกคนที่มีนิสัยประหลาดๆ ชอบเรื่องผีสยองขวัญอยู่แล้ว แต่เขาคนนี้ใช่คนแน่หรือนี่คือตอนที่เล่นกับทั้งฉากสยองและจิตวิทยาประสาทหลอนเล็กๆ ได้เป็นอย่างดี
ด้วยความที่เรื่องเล่าแบบชัดเจนด้วยการแบ่ง 1 ตอน 1 งาน 1 เรื่องสยองขวัญ ดังนั้นตัวเรื่องจึงต้องพยายามสร้างเหตุผลให้ตัวเอกต้องยอมรับงานอีกไปเรื่อยๆ ได้หลังจากแค่ผ่านตอนแรกมาก็แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วว่าใครจะมารับงานอีก แต่ซีรีส์ก็สามารถทำจุดนี้ได้สำเร็จตลอดเรื่องโดยไม่มีปัญหาคาใจคนดู โดยตอน 2 เป็นเรื่องของการตามติดการทำงานของตัวตลกที่เรื่องมันก็ทำได้ตลกจริงและสยองจริง ให้อารมณ์เหมือนเพนนีไวซ์ใน IT ของสตีเฟนคิงเปี๊ยบเลย แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับลอกมาเพราะยังมีจุดขายความเป็นตัวเองมากพอ ก่อนที่ตอน 3 จะเล่นกับสถานที่ปริศนาที่เหมือนเอา Inception มาเล่นเป็นแนวสยองขวัญกับฉากที่หมุนไปมาได้แล้วหลอกล่อให้ตัวเอกที่ต้องส่งนมทั่วตึกนั้นให้ส่งไม่ทัน ซึ่งซีรีส์วางปมคั่นกลางไว้เหมือนพักครึ่งทางก่อนจะพลิกเอาตัวละครน้องสาวพระเอกมาช่วยสานต่อความน่ากลัวหลังจากนั้นได้อีกจากงานโรงหนัง ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทตัวเอกจากที่แหยๆ มาเป็นน้องสาวสุดแกร่งที่มีแค่ปมนักกีฬาในวัยเด็กทำให้เรื่องราวสยองขวัญในพาร์ทของเธอดูแตกต่างทั้งการเล่าเรื่องและการพบเจอกับสิ่งเหนือธรรมชาติในโรงหนังนั้นได้ดีมาก เหมือนเป็นสตาร์ทจุดเริ่มต้นของแบบตอนแรกอีกครั้ง ทำให้เรื่องดูสดใหม่น่าสนใจต่อเนื่อง และเมื่อเรื่องราวรวมตัวเอกทั้งสองคนมาไว้ด้วยกันก็กลายเป็นธีมสยองขวัญแบบการทดลองชีวะแบบ Resident Evil ซึ่งมันก็ดูเข้าท่ามากเมื่อนำมาผสมกับงานยอมเป็นคนทดลองยาใหม่ของบริษัทยักษ์ใหญ่กลางเมืองที่มีเรื่องโคตรสยองขวัญเกิดขึ้นในตึกนี้แบบเงียบๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เรื่องราวทำทิ้งไว้ให้ตัวเอกสงสัยว่านี่มันเป็นงานอะไรกันแน่ และสิ่งที่พวกเขาเจอคืออะไรอย่างได้ผลไปถึงคนดูจริงๆ ก่อนที่ช่วงท้ายคือการเฉลยปมทั้งหมด
ซีรีส์เล่าเรื่องได้ทั้งสนุก สยอง ตลก พร้อมกับปริศนาลึกลับที่ชวนติดตามว่างานนี้คืออะไรได้เป็นอย่างดี โดยการผสมปนเปสูตรนี้ได้อย่างลงตัวทุกตอน จนกระทั่งไปตอนเฉลยสุดท้ายนี่แหละดันมีปัญหา เพราะตัวเรื่องก็เหมือนหมดมุกกันดื้อๆ จากสูตรที่ผสมกันดีแล้วกลับกลายมาเป็นแนวแฟนตาซีผีปีศาจที่แสนธรรมดาไปเลยในตอนจบ และเรื่องก็จบแบบไม่มีคำตอบให้ตัวเอกและผู้ชมปล่อยให้ไปคิดเอง โดยวางไว้ว่าเป็นลิมิเต็ดซีรีส์ที่จบแล้วจบเลย แต่ก็ดันค้างเติ่งลอยแพคนดูไว้ แม้อาจจะมีแววว่าจะทำต่อได้ แต่สำหรับ Netflix ส่วนใหญ่การทำต่อยากมากเพราะมันไม่ใช่สัญญาณเปิดให้ทำต่อได้ตั้งแต่แรกแล้ว และก็เชื่อว่าถ้าทำต่อก็คงไม่สนุกเท่าที่เล่ามาเพราะตอนจบมันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าซีรีส์หมดพลังการนำเสนออะไรที่สดใหม่ในเรื่องราวสยองขวัญแยกตอนต่างธีมแบบนี้ครับ
แต่ที่ต้องชมจริงๆ ก็คือการผนวกเอางานจริงๆ ของพวกพาร์ทไทม์มาปรับให้เป็นแนวสยองขวัญสะท้อนสังคมได้อย่างลงตัวมาก ซีรีส์ไม่ได้มีแค่การเจอเรื่องสยอง แต่มันเผยให้เห็นว่าเงินสามารถพาให้คนไปพบกับนรกของงานได้ยังไง โดยที่ตอนนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องมีฉากสยองอะไรมากนอกจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในงานปกติ อย่างงานก่อสร้างที่คนพลาดตายก็ถูกปิดบังไว้ในตึกหรูที่สร้างเสร็จก็จะทำเงินให้กับเจ้าของมหาศาล โดยเรื่องก็ทำให้มีตัวละครเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสิทธิของพนักงานพาร์ทไทม์เพิ่มมาอีก เหมือนให้โลกนี้เป็นอีกด้านของนรกแรงงานพาร์ทไทม์ที่ซ่อนเร้นไว้โดยผู้จ้างที่พร้อมเอาเงินฟาดๆ หาแรงงานมาทำเป็นเครื่องจักรปั๊มเงินให้พวกเขา แต่ไม่พร้อมรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าประเด็นนี้มันอาจจะไม่กระโดดออกมาชัดเพราะในแต่ละตอนเน้นไปที่ฉากสยองกันหมด
ตัวนักแสดงเองนั้นก็ยอดเยี่ยม อีแจอุค รับบทตัวเอกที่หมดอาลัยตายยากในชีวิต แต่ต้องมาสู้ชีวิตใหม่ด้วยงานนรกที่ล่อให้เขามารับงานได้เรื่อยๆ เขาเล่นในบทนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมมากจากชายขี้แพ้ในตอนแรกๆ ที่คนดูก็ลุ้นเอาใจช่วยว่าคนที่ทำอะไรก็ไม่สำเร็จแบบนี้จะรอดออกมาได้ยังไงจากนรกสุดโหดในแต่ละงาน ซึ่งนักแสดงค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาได้เรื่อยๆ ทำให้ได้เห็นพัฒนาการความเข้มแข็งที่โตขึ้นตามงาน รวมถึงการตัดใจเลือกชีวิตมากกว่าเงินในช่วงหลัง การแสดงของเขาดูมุ่งมั่นสมจริงทั้งการแสดงออกและท่าทางอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้จากชายขี้แพ้ค่อยๆ กลายมาเป็นฮีโร่มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนท้ายที่กลายเป็นฮีโร่กู้โลกได้เลยนั่นแหละ
ส่วน คิมมินฮา ที่เล่นเป็นน้องสาวก็ดูแตกต่างตรงข้ามกับพี่ชาย โดยเธอก็มีเสน่ห์น่ารักแบบน้องสาวที่คอยช่วยพี่ชายที่ยังไม่แน่ใจกับชีวิตให้ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดในทุกๆ เรื่องที่เธอรู้ว่ามันไม่ดีกับพี่ชายแน่ๆ รวมถึงบุคลิกที่พร้อมท้าชนกับทุกอย่างแบบมึนๆ ซึ่งถ้าเป็นพี่ชายคงทำอีกแบบ แต่สำหรับน้องสาวคนนี้คือกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งนั้นตรงๆ ทำให้พอราวทั้งสองคนไว้ในตอนเดียวกันมันเลยมีความสัมพันธ์พี่น้องที่ต้องช่วยกันเอาชีวิตรอดได้ค่อนข้างน่าเชื่อถือลงตัวเลย
สรุป ซีรีส์สยองขวัญแยกตอนละ 1 งาน 1 ที่จัดเต็มในเรื่องราวกับฉากสยองขวัญที่ทำออกมาดูดีมาก มีความแตกต่างกันไปในแต่ละตอน แม้จะเป็นสูตรสำเร็จแนวเอาเงินมหาศาลมาหลอกให้ไปทำงานเสี่ยงอันตราย แต่มันก็ลงตัวทั้งคอนเซ็ปต์การเอางานพาร์ทไทม์ที่ไม่ต้องแคร์สวัสดิการลูกจ้างมาใช้โดยปรับให้เป็นงานโหดนรกกับการเจอพวกผีปีศาจเรื่องเหนือธรรมชาติแยกแตกต่างกันไป โดยที่ผสมความตลกร้ายที่ขำได้จริงๆ และยังมีดราม่าความสัมพันธ์พี่น้องที่สอดแทรกได้อย่างลงตัวพอดีๆ ซึ่งเรื่องไต่ระดับฉากสยองและความแปลกประหลาดของงานได้มากขึ้นเรื่อยๆ และดึงดูดผู้ชมให้ติดตามความลึกลับว่าจะเฉลยออกมาได้ยังไง แต่ก็นั่นแหละสุดท้ายเรื่องก็ไปหมดพลังเอาตอนท้ายกลายเป็นแฟนตาซีผีปีศาจที่ดูธรรมดาเกินจากจุดเปิดเรื่องที่น่าจะมีอะไรเด็ดกว่านี้ แล้วยังทิ้งค้างปริศนาไว้มากมายตอนจบ โดยที่ติดป้ายไว้ว่าเป็นลิมิเต็ดซีรีส์ ก็เลยไม่รู้ว่าถ้าไม่ได้ทำต่อจะจบแบบนี้ทำไมกัน ตั้งใจลอยแพผู้ชมกันตั้งแต่แรกงั้นหรือ? แต่ถึงตอนท้ายจะเป็นแบบนี้ก็ยังแนะนำว่าควรดูอยู่ดีเพราะมันก็ไม่ใช่ซีรีส์ที่จะมองข้ามไปได้ง่ายๆ ถ้าไม่ได้ลองดูตัดสินใจด้วยตัวเองก่อนครับ