playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Collision Course (Netflix) เล่าเรื่อง 5 มุมมองที่แยกขาดจากกันแบบไร้ประโยชน์

Collision Course

Summary

หนังจากสเปนที่เลือกเล่าเรื่องราวการปล้นใหม่ด้วย 5 มุมมอง แต่กลับไม่ใช่เส้นเรื่องเดียวกัน หนังดันเลือกการเล่าเรื่องแยกจากกันเหมือนเป็นมัลติเวิร์สที่เหตุการณ์แตกต่างไปเรื่อยๆ แบบแทบไร้จุดหมายว่าให้ผู้จะดูอะไร เพราะสุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็ไม่ได้เชื่อมต่อกันเลย เป็นเพียงแค่การขยายความต่อยอดแต่ละคนไปคนละทางเท่านั้น มันเลยกลายเป็นเหมือนงานทดลองเอาร่างบทหนังหลายๆ ร่างที่ขยี้ลงถังขยะไปกลับมายำรวมกันถ่ายทำใหม่คนละมุมกล้องเพื่อลดต้นทุนลงสตรีมิ่งเท่านั้น ซึ่งทำให้ทุกอย่างในเรื่องดูเสียเปล่ากับการพยายามเล่าโน่นนี่มากมายแบบไร้ประโยชน์ที่จะดูจริงๆ

Overall
5/10
5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • เล่าเรื่องราวการปล้นแยกจากกันหมด
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • เส้นเรื่องแยกจากกันหมดแบบไร้ประโยชน์
  • ความสัมพันธ์ที่มาตัวละครไม่ลึก
  • ที่มาการปล้นใส่ไว้ลอยๆ

ADBRO

Collision Course ดับเครื่องชน เกมปล้นลวง ภาพยนตร์ Original Netflix สเปน แนวอาชญากรรม เรื่องราวการปล้นธนาคารกลางกรุงมาดริด คนร้ายสี่คนสวมหน้ากากเจาะตู้เซฟจนเจอแต่ความว่างเปล่า ก่อนจะหนีไปจบที่อุบัติเหตุรถชน แล้วเรื่องราวก็แยกออกเป็นหลายเวอร์ชันที่ไม่ตรงกัน

รีวิว Collision Course

หนังปล้นจากสเปนประเทศที่มักทำหนังด้วยบทซับซ้อนทวิสต์กันหลายชั้นจนเป็นเอกลักษณ์ให้คนดูคาดหวังตรงนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็มาในแนวทางนั้นเช่นกัน เมื่อมันเลือกเล่าในมุมมอง 5 แบบของแต่ละตัวละครแตกต่างกันไปเพื่อแตกขยายเรื่องราวออกไปมากกว่าจุดเริ่มต้นที่ทุกคนร่วมกันปล้นธนาคาร แล้วโดนรถชนกลางทางจนกลายเป็นจุดหักเหเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งโดยปกติหนังแนวนี้จะเป็นการเล่าเรื่องซ้ำในมุมมองที่แตกต่างเพื่อเติมเต็มเรื่องราวส่วนที่ขาดหายไปให้มาบรรจบกันในตอนท้าย หรือทำเพื่อให้ผู้ชมเห็นภาพรวมทั้งหมดได้อย่างกระจ่างในตอนหลัง แต่สำหรับเรื่องกลับมาตรงข้ามด้วยกันเล่าทั้ง 5 เรื่องราวโดยเป็นเหมือนพาราเรลเวิร์ลหรือมัลติเวิร์สที่ทำให้ทุกเหตุการณ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไปเลย โดยที่แทบไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มมากมาย เพราะสุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็แยกกันเอกเทศ อย่างเช่นคนที่ตายในรถก็เปลี่ยนคนไปเรื่อยๆ จนถึงแบบที่มีรอดทั้งหมดไม่ตายแล้วก็หนีไปได้ ซึ่งถ้าใครคาดหวังว่าการเล่าแบบนี้แล้วตอนท้ายจะมีเฉลยอะไรให้ว้าวก็เปล่าเลย หนังจบแบบทื่อๆ เรียกว่าจบเหมือนไม่มีอะไรจะเล่าเลยก็ว่าได้ จนมันกลายเป็นเหมือนการสร้างหนังที่เอาบทหลายๆ ร่างที่ขยำทิ้งไปมาสร้างซ้อนกันลดต้นทุนมากกว่า (ซึ่งนี่ก็เป็นแนวทางหากินของหนังสตรีมมิ่งซะด้วยสิ)

นอกจากนี้แล้วตัวหนังเองก็เหมือนแค่บทเขียนขึ้นมาเพื่อทดลองโดยไม่ได้สนใจจะใส่ความลึกให้เรื่องราวตั้งแต่แรกด้วย เพราะหนังย้อนไปปี 2013 เรื่องปัญหาการให้กู้ยืมเงินของธนาคารสเปนจนประชาชนต้องมารับภาระหนักหน่วงจนระเบิดออกมาเป็นอาชญากรรมแบบเดียวกับที่ Money Heist ทำ แต่กับเรื่องนี้คือเกริ่นมาตอนเปิดเรื่องแล้วก็ทิ้งหายไป กลายเป็นแค่พล็อตเปิดเฉยๆ เพื่อให้มาปล้นธนาคารได้เท่านั้น

สิ่งเดียวที่หนังยังพอยึดโยงคนดูไว้ได้คือ ทีมปล้นทั้งหมดเป็นตำรวจในการสืบสวนนี้เอง ซึ่งหนังก็เปิดเผยตั้งแต่ตอนแรก แล้วก็พยายามเล่าให้แต่ละเรื่องมีตำรวจในทีมปล้นคอยช่วยกันจนถึงสอบสวนกันเอง ซึ่งถ้ามันเป็นพล็อตหนังเรื่องเดียวแต่ต่างมุมมองจริงๆ หนังมันก็จะดูมีกึ๋นกว่านี้มาก แต่พอเรื่องนี้มันแยกเป็นเอกเทศ ก็เลยเป็นแค่ทำให้ผู้ชมได้เห็นว่าแต่ละแผนเป็นไง โดยมีดราม่าความสัมพันธ์ตำรวจในทีมปะปนเข้ามา แต่ก็ไม่มีสาระเท่าไหร่ เพราะหนังทั้งเรื่องไม่มีการยึดโยงเนื้อเรื่องให้ตรงกันตั้งแต่แรกแล้ว

สรุป หนังจากสเปนที่เลือกเล่าเรื่องราวการปล้นใหม่ด้วย 5 มุมมอง แต่กลับไม่ใช่เส้นเรื่องเดียวกัน หนังดันเลือกการเล่าเรื่องแยกจากกันเหมือนเป็นมัลติเวิร์สที่เหตุการณ์แตกต่างไปเรื่อยๆ แบบแทบไร้จุดหมายว่าให้ผู้จะดูอะไร เพราะสุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็ไม่ได้เชื่อมต่อกันเลย เป็นเพียงแค่การขยายความต่อยอดแต่ละคนไปคนละทางเท่านั้น มันเลยกลายเป็นเหมือนงานทดลองเอาร่างบทหนังหลายๆ ร่างที่ขยี้ลงถังขยะไปกลับมายำรวมกันถ่ายทำใหม่คนละมุมกล้องเพื่อลดต้นทุนลงสตรีมิ่งเท่านั้น ซึ่งทำให้ทุกอย่างในเรื่องดูเสียเปล่ากับการพยายามเล่าโน่นนี่มากมายแบบไร้ประโยชน์ที่จะดูจริงๆ 

 

 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------