playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว แก๊งโอเวอร์ Netflix ฮาสุดปั่นเกินเบอร์ยิ่งกว่าหนังอินเดียแท้ๆ ซะอีก

แก๊งโอเวอร์

Summary

หนังตลก Netflix เรื่องที่สองจากผู้กำกับ พฤกษ์ เอมะรุจิ ที่คราวนี้ทำผลงานได้เข้าเป้าเหมือนตอนที่เขาทำหนังโรงเป๊ะ ด้วยความฮาแบบบ้าๆ บอๆ สุดๆ กับการเอาโทนหนังตลกอินเดียมาแปลงเป็นไทยแล้วขยายความโอเวอร์จัดเต็มยำใหญ่เข้าไปแบบสุดๆ โดยไม่ต้องมีเหตุผลความเป็นจริงอะไรรองรับทั้งนั้น (ซึ่งก็เป็นข้อเสียได้เหมือนกัน) ขอแค่ฉากนั้นทำให้ผู้ชมหัวเราะจากความบ้าบอที่หนังกล้าโชว์ไอเดียเหมือนคนเมากาวมาเขียนบท ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ โดยยัดกันมาถี่มากทั้งเรื่องแทบไม่ได้เว้นจังหวะเป็นแนวอื่นกันเลย จนกระทั่งตอนจบของเรื่องก็ค่อยกลับมาปิดท้ายด้วยดราม่าซึ้งๆ ที่วางเรื่องราวไว้เป็นฉากหลังมาตั้งแต่แรก ซึ่งมันก็ส่งผลให้หนังยังมีหัวใจเรื่องความรักของพ่อลูกแฝงอยู่ แม้จะไม่อินมากเพราะทั้งเรื่องล่อกันด้วยมุกตลกรัวๆๆ มาตลอด แต่มันก็เป็นการปิดจบความตลกและกลับมาซึ้งกินใจตอนท้ายได้ดีพอตัวเลย รวมถึงเอนเครดิตที่ไล่เก็บปมเล็กๆ ที่เหลือที่หนังใส่ใจอยากให้คำตอบได้ครบจบถ้วนกระบวนความจริงๆ ครับ

Overall
7.5/10
7.5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • หนังของ พฤกษ์ เอมะรุจิ
  • ตลก​ฮาแบบจัดเต็มมากๆ
  • นักแสดงลงตัวเข้ากับบทบาท

 

Cons

  • บทยัดความบ้าจนถ้าใครไม่ชอบก็ปิดได้เลย

ADBRO

แก๊งโอเวอร์ ภาพยนตร์ Original Netflix แนวตลก เมื่อสารวัตรปลดเกษียณ ป่วยความจำสับสน ลูกสาวจึงตั้งหน่วยตำรวจกำมะลอ ทำมิชชั่นแก้ปมหลังฝังใจพ่อ ก่อนแผนการเล่นใหญ่ จะเกิดเหตุบานปลายกลายเป็นความวายป่วง

รีวิว แก๊งโอเวอร์

หนังตลกจากผู้กำกับ พฤกษ์ เอมะรุจิ ผู้กำกับที่สร้างชื่อจาก ไบค์แมน หนังตลกผสมดราม่าเคล้าน้ำตาที่ประสบความสำเร็จสูง และก็กลายมาเป็นผู้กำกับแนวตลกดราม่าที่มีผลงานต่อเนื่องมากมาย จนมาทำให้ Netflix ครั้งแรกกับเรื่อง ปฏิบัติการกู้หวย เมื่อปี 2565 ซึ่งออกมาแย่มากเป็นตลกตีหัวเข้าบ้านแบบทื่อๆ (อ่านรีวิวที่นี่) ต่างกับตอนที่เขาทำหนังลงโรงมากมาย แต่กับเรื่องใหม่นี้ผู้กำกับเหมือนมีเวลาได้แก้มือกับทำงานมานาน 4 ปีผ่านไปเขาก็ได้ทำหนังตลกดราม่าที่ให้ความรู้สึกถึงผลงานที่เป็นลายเซ็นต์การกำกับจากเขาอีกครั้ง!

มาคราวนี้เขาทำหนังตลกแอ็กชั่นดราม่าที่มาในสูตรเดียวกับหนังอินเดียเลย โดยหนังเน้นขายความบ้าบอโอเวอร์เกินขีดกันตั้งแต่ฉากเปิดเรื่อง ที่แม้จะเป็นแค่ความฝันของพ่อนางเอกที่เป็นตำรวจเกษียณแล้ว ไล่จับโจรร้ายด้วยสไตล์หนังอินเดียเว่อร์ๆ ที่เขาดูก่อนนอนแล้วจำมา อย่างการใช้รถตุ๊กตุ๊กส่งเขาทะยานบินร่อนไล่โจรขี่มอเตอร์ไซค์ให้ทัน โดยใช้เหล็กเสียบของย่างมาเป็นอาวุธแบบวูลฟ์เวอรีนใน X-men แต่มันก็เป็นฉากที่แสดงให้เห็นว่าต่อจากนี้หนังเรื่องจะไปทิศทางไหนอย่างเด่นชัด เพราะหลังจากนั้นถึงหนังจะเดินเรื่องอยู่ในโลกความเป็นจริง แต่ความเว่อร์แบบนั้นก็ไม่ได้จางหายไป แถมยังเว่อร์ๆๆๆๆ บ้าบอๆๆๆๆ ขึ้นไปอีก ด้วยฉากที่พ่อนางเอกสวมบทตำรวจกลับมาจับโจรฉายาร้อยญาติ ที่มีญาติมากันทั้งตลาดมาช่วยโจร โดยวิชากางเกงหมุนทอนาโดที่คนเขียนบทไม่รู้ไปเมาอะไรมาถึงคิดบทบ้าบอแบบนี้ขึ้นมาได้ แต่มันตอบโจทย์ผู้ชมอย่างผมที่ค่อนข้างเป็นคนตลกได้ยากกับหนังตลก แต่กับฉากนี้คือขำฮาไม่หยุดจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เป็นแค่การขำช็อตเดียวเรื่องเดียว แต่หนังสร้างให้ตัวร้ายที่ต้องปะทะก็ฮาพอกันกับลุคบ้าๆ บอๆ หรืออย่างพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้พวกลูกชิ้นไส้กรอกมาเป็นอาวุธต่อสู้กับนางเอกที่ใช้ลูกชิ้นมาตีกัน ซึ่งฉากบ้าๆ บอๆ แบบนี้ใส่กันมาไม่หยุดแทบจะทั้งเรื่องยัดความบ้าฮากันเต็มเหนี่ยว เรียกว่าไม่มีทางเลยที่ใครจะรอดจากหนังตลกเรื่องนี้ไปได้จริงๆ โดยที่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องมานั่งจับผิดอะไรเลยด้วยเพราะตัวหนังทำให้เห็นแล้วหนังเรื่องนี้พร้อมบ้าได้แค่ไหนกันตั้งแต่แรกครับ

นอกจากตลกแบบไร้ขีดจำกัดแล้ว หนังยังคงเป็นแนวรักดราม่าตามสไตล์ของผู้กำกับไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเรื่องเซ็ตเส้นเรื่องไว้ว่าลูกสาวคนเดียวที่อยากเป็นดารามาตลอด ทั้งๆ ที่พ่อเป็นมือปราบอยากให้ลูกเดินตามรอยตาม แต่เธอก็พยายามทำตามฝันมาตั้งแต่เด็กจนโต แม้ตอนเด็กจะได้แสดงละครจักรๆ วงศ์ๆ น่ารักๆ แต่พอโตมาไม่มีใครจ้างเพราะความน่ารักนั้นหายไปหมด หนังทำให้เรื่องนี้มาเป็นเหตุผลหลักที่สอดแทรกไว้กับภารกิจช่วยพ่อให้หลุดพ้นจากปัญหาโรคความจำเสื่อม จำได้แค่ตัวเองในอดีต แล้วร่วมกันหลอกพ่อทั้งแก๊งเพื่อไม่ให้พ่อตกใจจนมีปัญหากับสุขภาพแบบที่หมอเตือนไว้ ก่อนนำละครโรงพักตำรวจปลอมกับแก๊งเพื่อนมาใช้แก้ปมช่วยให้พ่อที่มีเรื่องค้างคาใจคือ เสือหาว โจรร้ายคนเดียวที่รอดมือพ่อไปได้ (แสดงโดยโจ๊ก โซคูล ที่การันตีความฮาตั้งแต่เห็นหน้า) ซึ่งหนังก็ใช้มันมาผลักดันให้เรื่องราวตำรวจจริงห้องแอร์กับตำรวจปลอมอย่างเขามาบรรจบและเคลียร์ดราม่ารอยร้าวในใจไปพร้อมกับฉากตลกไล่ล่าที่ทำเอาฮาซึ้งน้ำตาเล็ด และก็จบเรื่องราวลงด้วยฉากดราม่าสะเทือนใจเล็กๆ ได้อย่างสวยงาม ซึ่งนี่เป็นลายเซ็นต์ปะในทุกงานของผู้กำกับที่ตลกก็ใส่ให้วุด แต่ตอนจบต้องกระชากอารมณ์คนดูกลับมาดราม่าที่วางไว้หลวมๆ ทั้งเรื่องเพื่อมาขยี้ตอนท้ายให้ได้อยู่หมัด ซึ่งผู้กำกับก็ทำมันได้อีกครั้ง แม้มันอาจจะไม่ถึงขั้นอินอะไรมาก แต่มันก็เป็นฉากที่ทำให้รู้ว่าบทเรื่องนี้ไม่ได้เขียนมากากๆ แต่วางแผนลำดับเรื่องราวอารมณ์ให้มาถึงจุดนี้ได้จริงๆ ก่อนที่จะมีเครดิตฮาๆ ปิดท้ายเรื่องอีกครั้ง ทำให้หนังจบพร้อมเก็บตกเคลียร์ปมเล็กๆ น้อยได้อย่างลงตัวจริงๆ ครับ

 

นอกจากนี้ก็ต้องให้ความดีความชอบแก่เหล่านักแสดงทั้งหมดในเรื่อง ที่เหมือนรวมพลอินฟลูกับดาราสายตลกมารวมกัน ซึ่งเท่งก็การันตีมืออาชีพความฮาได้อยู่แล้ว แต่อย่าง โบว์ เมลดา สุศรี ที่ก่อนนี้เล่นเรื่องอนงค์เป็นผีตลกก็น่ารักมากแล้ว มาเรื่องนี้ก็ยังน่ารักไม่เปลี่ยน แถมบทยังเปิดโอกาสให้เธอได้ตลกโอเวอร์แอคติ้งบ้าบอๆ ไปกับเรื่องด้วย ซึ่งเธออาจจะมีขัดๆ อยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เสียอารมณ์อะไรนักเพราะบทจริงๆ ของเธอคือลูกสาวที่ปลอมตัวเป็นตำรวจที่คอยช่วยพ่อมากกว่าตัวตลกที่เป็นจริงๆ อย่างพวกแก๊งเพื่อนของเธอที่เป็นตุ๊ด 3 หน่อกับอดีตแฟนที่เป็นตำรวจจราจร ซึ่งก้องห้วยไร่เล่นบทนี้ได้อย่างเหมาะเจาะกับตำรวจที่ไม่เคยถือปืนจับคนร้ายเด๋อๆ ด๋าๆ แต่ต้องมาเป็นตำรวจจริงคอยช่วยแก๊งตำรวจปลอม ซึ่งก้องเล่นได้ผ่านฉลุยและแอบมีรักเล็กๆ ระหว่างเขากับโบว์ที่หนังก็ไม่ได้ทำให้กลายเป็นหนังรัก แต่มันก็มีความรักให้เห็นอยู่ลึกๆ ภายใน โดยเฉพาะตอนจบที่แอบหากับนางเอกที่พร้อมทำลายความรักของเขาแบบไม่แคร์ เพราะจริงๆ แล้วเธอก็น่าจะยังชอบอดีตแฟนคนนี้อยู่เช่นกัน

สรุป หนังตลก Netflix เรื่องที่สองจากผู้กำกับ พฤกษ์ เอมะรุจิ ที่คราวนี้ทำผลงานได้เข้าเป้าเหมือนตอนที่เขาทำหนังโรงเป๊ะ ด้วยความฮาบ้าบอสุดๆ กับการเอาโทนหนังตลกอินเดียมาแปลงเป็นไทยแล้วขยายความโอเวอร์จัดเต็มยำใหญ่เข้าไปแบบสุดตรีนเกินกว่าหลักฟิสิกส์บนโลกจะอธิบายได้ โดยไม่ต้องแคร์หตุผลความเป็นจริงอะไรรองรับทั้งนั้น ขอแค่ฉากนั้นทำให้ผู้ชมหัวเราะจากความบ้าบอที่หนังกล้าโชว์ไอเดียเหมือนคนเมากาวมาเขียนบท ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ โดยมุกตลกยัดกันมาถี่มากทั้งเรื่องแทบไม่ได้เว้นจังหวะเป็นแนวอื่นกันเลย จนกระทั่งตอนจบของเรื่องก็ค่อยกลับมาปิดท้ายด้วยดราม่าซึ้งๆ ที่วางเรื่องราวไว้เป็นฉากหลังมาตั้งแต่แรก ซึ่งมันก็ส่งผลให้หนังยังมีหัวใจเรื่องความรักของพ่อลูกแฝงอยู่ แม้จะไม่อินมากเพราะทั้งเรื่องล่อกันด้วยมุกตลกรัวๆๆ มาตลอด แต่มันก็เป็นการปิดจบความตลกและกลับมาซึ้งกินใจตอนท้ายได้ดีพอตัวเลย รวมถึงเอนเครดิตที่ไล่เก็บปมเล็กๆ ที่เหลือที่หนังใส่ใจอยากให้คำตอบได้ครบจบถ้วนกระบวนความจริงๆ ครับ

 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------