playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว Terminator: Dark Fate ถึงได้เจมส์มาช่วย เนื้อเรื่องก็ยังป่วย ย่ำซ้ำรอยเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

Terminator: Dark Fate

สรุป

หนังขาดความสดใหม่ทั้งเรื่อง แถมยังเหมือนเอาชื่อของเจมส์ คาเมรอน มาหากินเรียกแฟนๆ ที่ยังมีศรัทธา แต่กลายเป็นว่าภาคนี้ไม่ได้มาช่วยกอบกู้ชะตาชีวิตของหนังเลยแม้แต่น้อย แถมยังเหยียบย่ำต่อเติมทำให้เรื่องราวตอนจบภาค 2 ที่ดีลงตัวสวยงามเละเทะไปซะอีก ควรจะมี Terminator ส่งไปฆ่าแฟรนไชนส์นี้ให้หมดไปสักทีจริงๆ ครับ

Overall
6/10
6/10
Sending
User Review
5 (1 vote)
Comments Rating 0 (0 reviews)

Pros

  • ฉากแอ็กชั่นยิงกันถล่มทลาย แม้ขาดความสดใหม่ แต่ก็ยังพอดูสนุกได้อยู่
  • ได้เห็น T-800 ในมุมที่มีอารมณ์ขันเสียดสีบทแบบเดิมที่ผ่านมา
  • เกรซสาวจักรกลดูเด่นกว่าตัวหุ่นสังหาร Rev-9

Cons

  • บทวนเวียนกับเรื่องราวสูตรเดิมไม่มีเปลี่ยน
  • ฉากแอ็กชั่นแบบเดิมๆ แนวเดิมๆ
  • วิธีฆ่าหุ่น Rev-9 ที่ไร้ความน่าเชื่อถือ
  • พล็อตความลับในเรื่องไม่มีอะไรแปลกใหม่

รีวิว Terminator: Dark Fate คนเหล็ก: วิกฤตชะตาโลก เรื่องราวคนเหล็กภาคใหม่ที่ไม่นับภาค 3 4 5 มาเกี่ยวข้อง แล้วย้อนกลับมาใช้ไทม์ไลน์ต่อจากภาค 2  เรื่องราวเริ่มหลังจากที่ ซาราห์ คอนเนอร์สามารถช่วยโลกไว้ได้ด้วยการทำลายหุ่นเหล็กทั้งหมดและหยุดวันตัดสิน หรือ Judgment Day ก็ได้มาพบกับ “แดนิ รามอส” ถูกไล่ล่าจากหุ่นเหล็กสังหารตัวใหม่โค๊ดเนมเรฟนายน์ (Rev-9) ที่ถูกส่งมาจากโลกอนาคตเพื่อฆ่าเธอ โดยเธอได้รับการช่วยเหลือจาก “เกรซ” มนุษย์กึ่งจักรกลจากอนาคต ที่มีภารกิจปกป้องเธอเหมือนที่ซาราห์เคยผ่านมา

จากเรื่องย่อจะเห็นว่าเรื่องราวภาคใหม่นี้ แม้จะเคลมตัวเองว่าได้ “เจมส์ คาเมรอน” กลับมาอำนวยการสร้าง แต่เรื่องราวกลับคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเดิมที่ผ่านๆ มา ซึ่งเอาตรงๆ ก็ชักรู้สึกว่าชื่อชั้นของเขาเหมือนจะช่วยไม่ค่อยได้แล้วจากหนังเรื่องหลังสุด Alita: Battle Angel ที่ได้ “โรเบิร์ต รอดริเกซ” มากำกับ แม้งานจะออกมาดี แต่เครดิตชื่อของเจมส์ก็ไม่ค่อยจะช่วยให้หนังรอดทำเงินสักเท่าไหร่แล้ว มาถึงคนเหล็กในภาคใหม่ Terminator: Dark Fate นี้ก็เช่นกัน หนังอ้างอิงเอาเครดิตของเขามาใช้ โดยได้ผู้กำกับ Tim Miller ที่ดังจากเดดพูลมาทำ แต่ก็กลายเป็นผลงานที่ย่ำซ้ำรอยเนื้อเรื่องเดิมๆ ไม่มีเปลี่ยนแปลง 

คำเตือน: งานรีวิวต่อจากนี้มีสปอยล์เรื่องราวบางส่วนไปพร้อมกันครับ เพราะคิดว่าหนังไม่ได้มีเซอร์ไพรส์อะไรสักอย่าง (สปอยล์หนักจะมีปิดไว้) แม้จะทำตัวอย่างกับเรื่องราวเคลมตัวเองว่าตัดไทม์ไลน์ภาค 3 4 5 ไป แต่กลายเป็นว่าหนังไม่ได้มีอะไรใหม่ให้เราได้ว้าว หรือตื่นต้นกับพล็อตล้ำๆ งานแอ็กชั่นไซไฟเจ๋งๆ อะไรเลย บอกเลยว่าภาคก่อนนี้อย่าง Terminator: Salvation กับ Terminator: Genisys ยังรู้สึกมีความพยายามฉีกออกไปทำอะไรใหม่ๆ มากกว่าภาคนี้ซะอีก

จากที่สงสัยกันว่า ซาราห์ คอนเนอร์ กลับมาเชื่อมต่อกับเรื่องราวยุคใหม่ นางเอกคนใหม่ รวมถึงสาวมนุษย์จักรกลเกรซ ที่มาจากอนาคตอีกแบบได้ยังไง หนังกลับอธิบายแบบขอไปทีด้วยการบอกว่ายังไงถึงไม่มี Skynet อนาคตหุ่นล้างโลกแบบนั้นก็มาอยู่ดีจากในชื่ออื่น ซึ่งในที่นี้เรียกว่า “ลีเจียน” ซึ่งก็คือ Skynet นั่นแหละ ก็กลายเป็นการขึ้นเรื่องราวใหม่แบบกำปั้นทุบดินมากๆ เพราะในตอนจบ Judgment Day ก็เห็นกันอยู่ว่าหนังปิดเรื่องราววันสิ้นโลกได้ดีแค่ไหน กลายเป็นภาคนี้มารื้อทำลายให้ภาค 2 เสียหายไปด้วยอีก ซึ่งคราวนี้ผู้มีส่วนทำให้เสียหายกลายเป็นเจมส์ คาเมรอน เองเสียด้วยสิ

รีวิว Terminator: Dark Fate
รีวิว Terminator: Dark Fate

ในเมื่อที่มาที่ไปมันแทบจะโคลนนิ่งแนวคิดพล็อตเรื่องเดิมๆ กับการย้อนเวลามาปกป้องกับสังหารตัวเอก ที่ต่อมาจะกลายเป็นผู้นำกอบกู้โลกจากหุ่นยนต์ ทำให้เรื่องราวต่อมามันก็กลายเป็นน้ำเน่าดีๆ นี่เอง หนังอาจจะพยายามหลอกคนดูว่าจะมีอะไรใหม่ แต่พอเฉลยมาก็สูตรเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม้แต่ที่มาที่ไปของ “เกรซ” สาวไซบอร์กที่ดูเหมือนจะน่าสนใจที่สุดในเรื่อง ซึ่งหนังเก็บความลับเธอไว้เกือบท้ายๆ เรื่อง แต่พอเฉลยออกมานี่ทำเอาส่ายหน้ากับมุกหากินแบบเดิมๆ ที่หนังยังกล้าเอามาใช้เล่นซ้ำได้อีก

เกรซถูกส่งมาโดยแดนิเอง เพื่อให้มาช่วยตัวเอง ก่อนที่แดนิจะกลายเป็นผู้นำกอบกู้โลก

แค่พล็อตที่มาที่ไปของแดนิกับเกรซซ้ำเหมือนยังไม่หนำใจผู้สร้าง ก็เลยลากเอา T-800 มายำใหญ่ซ้ำรอยเดิมๆ อีกที ซึ่งอันนี้คงไม่ต้องมาเดาว่าเขามาทำหน้าที่อะไร หนังไม่ได้มีบทซับซ้อนหรือหักมุมอะไรๆ กับการกลับมาครั้งนี้ทั้งสิ้น แต่ก็มีข้อดีอยู่นิดนึงตรงที่บท T-800 ในครั้งนี้มีความเป็นมนุษย์ให้อาร์โนลด์ได้เล่นอะไรที่แตกต่างออกไป แล้วก็ได้ยิงมุกเสียดสีภาพลักษณ์คนเหล็กเดิมๆ หลายครั้ง แอบขำกับอะไรตรงนี้อยู่เหมือนกัน

เหตุผลที่มาช่วยก็เล่นง่ายๆ ว่า T-800 ตัวใหม่คนละตัวกับที่ตายไปในภาค 2 หมดเป้าหมายจากการฆ่า จอห์น คอนเนอร์ได้แล้ว และก็ไม่มี Skynet โปรแกรมสั่งอะไรต่อ ก็เลยเรียนรู้วิถีชีวิตของมนุษย์ แล้วก็คิดได้ว่าต้องไถ่บาป โดยการช่วยเหลือแดนิต่อสู้กับ Rev-9 อีกครั้ง ซึ่งพล็อตตรงนี้เหมือนเป็นการแถว่าถึงหยุด Skynet ได้ แต่หุ่นแบบ T-800 ก็ถูกส่งมาจากอนาคตคนละช่วงเวลาล่วงหน้าไว้อยู่แล้ว กลายเป็นการเปิดลูปไทม์ไลน์ที่ไม่รู้จบ ทำให้เนื้อเรื่องเริ่มเลอะเทอะหนักกว่าภาคหลังๆ ที่พยายามไม่ให้เส้นเรื่องราวมีปัญหากับช่วงเวลาดีแล้วแท้ๆ 

 

คนเหล็ก 6

ตัวละครซ้ำไม่พอ ตัวหุ่น Rev-9 เองก็ไม่ได้มีความสามารถอะไรใหม่ๆ จากที่ผ่านมาเลย นอกจากผสมรวม T-800 กับ T-1000 ไว้ด้วยกัน ก็มีประโยชน์แค่แยกร่างได้ตามตัวอย่างที่เห็น แต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่สดใหม่ให้รู้สึกว้าวกับฉากแอ็กชั่นเลยสักนิด แม้จะดูแล้วรู้สึกว่าสนุกอยู่บ้างจากงานสร้างที่เน้นยิงระเบิดถล่มทลายใส่กันก็ตามที ส่วนตัวยังรู้สึกว่าภาค Genisys ยังมีความสามารถใหม่ๆ ที่พยายามคิดมาให้แตกต่างได้มากกว่าภาคนี้ซะอีก อย่างร่างเป็นอนุภาคเหล็กประกอบกันระดับโมเลกุล  แถมสุดท้ายวิธีกำจัดก็สิ้นคิด ไร้ความน่าเชื่อถือ แบบดูยังไงก็ไม่น่าเชื่อว่าฆ่าด้วยวิธีแบบนี้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาโดนหนักกว่านั้นก็ยังไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร เหมือนเป็นการจบแบบเอาไม่ลงซึ่งก็เป็นปัญหาของหนังชุดซีรีส์นี้ที่ต้องหาทางฆ่าให้แตกต่างไปเรื่อยๆ แต่คราวนี้คงหมดมุกจริงๆ เลยกลายเป็นไคลแม็กซ์ปิดเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือเอามากๆ

ฆ่าโดยการยัดเข้าฟันเฟืองเจเนอเนเตอร์ปั่นไฟของเขื่อน จนทำให้ร่างโลหะเหลวของ Rev-9 หายไป เหลือแต่โครงหุ่น T-800 แล้วก็โดนระเบิดจากแหล่งพลังงานในตัวเกรซทำลายอีกที 

Terminator: Dark Fate หนังขาดความสดใหม่ทั้งเรื่อง แถมยังเหมือนเอาชื่อของเจมส์ คาเมรอน มาหากิน ให้ความหวังเรียกแฟนๆ ที่ยังมีศรัทธาว่าเจมส์จะกลับมากอบกู้หายนะซีรีส์นี้ได้ แต่กลายเป็นว่าภาคนี้ไม่ได้มาช่วยกอบกู้ชะตาชีวิตของหนังเลยแม้แต่น้อย แถมยังเหยียบย่ำทำให้ตอนจบซึ้งๆ ของภาค 2 Judgment Day เสียหายเข้าไปอีก ส่วนตัวดูหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก มีความชอบและติดตามดูทุกภาค แม้ภาคหลังที่ว่าแย่ๆ ก็ยังรู้สึกว่าพอดูได้ แค่หนังสู้ภาค 2 ไม่ได้เท่านั้น แต่ ณ ตอนนี้จากใจแฟนคนหนึ่ง ขอให้จบหนังคนเหล็กเสียที อย่าปลุกขึ้นมาทำอีกเลย เพราะยิ่งทำยิ่งเลอะเทอะเกินไปแล้วครับ

ปล.เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง กลับมาเล่นด้วยเทคนิคพิเศษใช้เด็กคนอื่น แล้วสวมหน้าตาลงไปแทน ปรากฎในเรื่องตอนต้นไม่สัก 10-15 วินาทีได้ ก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้เรื่องราวของภาค 2 กลายเป็นไม่มีค่าไปด้วยครับ

รีวิว Terminator: Dark Fate คนเหล็ก: วิกฤตชะตาโลก

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!