รีวิว เลือดรัก นักฆ่า (Netflix) พยายามปั้นใบเฟิร์นให้เป็นจอห์นวิคแบบทื่อๆ
เลือดรัก นักฆ่า
Summary
เลือดรัก นักฆ่า นี่เป็นหนังไทยที่พยายามจะเดินตามรอยหนังแอ็กชั่นเดินหน้าฆ่ามันที่ฮิตๆ ทำกันทั่วโลก แต่ว่าบทมันค่อนข้างแย่มาก เอาเรื่องเลือดพิเศษมาใช้แต่ก็แทบไม่มีอะไรแปลกใหม่ เรื่องราวแบนราบเล่นง่ายๆ เป็นโลกของนักฆ่าที่บทราบเรียบไม่มีความลึกเลย แถมยัดฉากโรแมนติกเข้ามาพร่ำเพรื่อแบบทื่อๆ ทุกฉาก มีดีก็ตรงทั้งเรื่องใส่ฉากแอ็กชั่นยิงปืนกันมาท่วมเรื่อง ผสมกับฉากแอ็กชั่นตัวๆ ที่ให้ใบเฟิร์นได้มีโอกาสกลายเป็นฆ่านักภายในเวลาแค่สองเดือน ซึ่งถึงฉากนี้มันจะพอดูได้ แต่เหตุผลกับรูปร่างเล็กๆ ของเธอก็ไม่ใช่จะมาปั้นเป็นนักแสดงแอ็กชั่นได้จริงจังอยู่ดี แต่สำหรับผู้ชมที่เป็นแฟนผลงานใบเฟิร์นก็คงได้เห็นความแปลกใหม่ตรงนี้ที่น่าติดตามได้อยู่ครับ
Overall
5/10User Review
( votes)Pros
- ฉากแอ็กชั่นเยอะ
- ใบเฟิร์นในบทบู๊แอ็กชั่น
Cons
- โลกของนักฆ่าที่บทราบเรียบไม่มีความลึกเลย
- ฉากโรแมนติกที่เยอะแบบใส่มาทื่อๆ
- รูปร่างใบเฟิร์นไม่เหมาะกับแนวแอ็กชั่นจริงจัง
เลือดรัก นักฆ่า ภาพยนตร์ Original Netflix แนวแอ็กชั่น เด็กสาวที่เกิดมาพร้อมเลือดหายากอย่าง ‘ลัน’ (ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก) ถูกเลี้ยงให้เติบโตขึ้นท่ามกลางเหล่า “นักฆ่า” ที่พร้อมปกป้องเธอด้วยชีวิต แต่อดีตไม่เคยจางหาย เมื่อศัตรูเก่ากลับมาทวงคืนเลือดในตัวเธอ… การหนีตลอดชีวิตจึงต้องยุติลง
รีวิว เลือดรัก นักฆ่า
หนังไทยที่เอาผู้กำกับธี่หยด คุ้ย ทวีวัฒน์ มาทำแนวแอ็กชั่นที่คงตั้งใจจะให้เป็นจอห์นวิคเมืองไทย ซึ่งถ้าดูจากผลงานที่ผ่านมาก็คงพอเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นได้ แต่เอาเข้าจริงๆ หนังแอ็กชั่นดีแค่ไหน แต่ถ้าบทมันแย่ก็พาลงเหวกันได้หมด ถึงแม้จอห์นวิคจะดูมีแค่การตามล้างแค้นให้หมา แต่มันก็มีความลึกมากมายจนทำให้มันขยายจักรวาลไปได้เรื่อยๆ เลย
แต่กับเรื่องนี้ก็มีความพยายามจะสร้างจักรวาลของตัวเอง โดยให้ตัวละครในเรื่องมีกลุ่มนักฆ่าที่แยกกันทำงาน โดยต่างก็ตามหาคนที่มีกรุ๊ปเลือดพิเศษหามากๆ ของโลกที่เรียกว่า ออรั่มบลัด ซึ่งในตอนแรกเป้าหมายของนักฆ่าก็คือ ‘ลัน’ (ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก) เด็กสาวชาวเวียดนามที่ถูกพรากมาจากพ่อแม่ตั้งแต่เด็กโดยนักฆ่าสองกลุ่มมาแย่งชิงกัน ก่อนที่จะตกมาอยู่กับกลุ่มบ้าน 89 ที่ฉากหน้าคือโรงงานร้านขายเฟอร์นิเจอร์ แต่เบื้องหลังคือทีมนักฆ่าต้นๆ ของวงการ โดยที่พวกเขาก็ช่วยกันดูแลลันเติบโตขึ้นมาอย่างดี โดยมี ปรานต์ (ต่อ ธนภพ) และ เอ็ม (ปอร์เช่ ศิวกร) เด็กรุ่นเดียวกันที่ช่วยดูแลเธอจนสนิทกัน แล้วก็กลายเป็นรักสามเส้าไปพร้อมกันด้วย แต่ปัญหาก็คือบ้าน 69 ไม่ให้เธอออกจากบ้านไปไหนด้วยปริศนาเรื่องเลือดพิเศษที่เธอมีอยู่
ปัญหาของเรื่องก็คือการพยายามขายใบเฟิร์นให้กลายมาเป็นนักฆ่าหญิงโดยที่เรื่องราวเหตุผลไม่ค่อยเมคเซนส์เลย หนังพยายามเก็บความลับว่าทำไมบ้าน 89 ถึงเลี้ยงเธอขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่พอเฉลยเรื่องราวตอนกลางเรื่องมันกลับดูแย่ไม่เข้าท่าและเฉยมากกับจุดพีคหักมุมที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับบ้าน 89 เปลี่ยนไป แล้วก็กลายมาเป็นนักฆ่ากันง่ายๆ ในเวลาสองเดือน โดยมีบทอิงเหตุผลไว้ว่าเธอแอบครูพักลักจำการต่อสู้ของพี่ๆ ในบ้านมาฝึกบนเตียงตอนนอน ทำให้สามารถก้าวรุดหน้าจากเด็กสาวธรรมดากลายมาเป็นนักฆ่าที่ใช้ทั้งปืนและมีดอย่างคล่องแคล่ว โดยมีจุดประสงค์คือต้องฆ่าคนที่พรากชีวิตพ่อแม่เธอตอนเด็กให้ได้ ซึ่งก็คือตัวร้ายบอสใหญ่สุดของเรื่องนี้เอง แต่ความน่าเชื่อถือของเรื่องมันไม่พอจริงๆ แม้ใบเฟิร์นจะแสดงแอ็กชั่นพอผ่านได้ แต่ก็ไม่สามารถไปเทียบชั้นพวกนักแสดงแอ็กชั่นสายตรงที่เป็นผู้หญิงได้เลยอย่าง ช็อกโกแลต ของ จีจ้า ญาณิน Furies วาเนสซ่า โง ของเวียดนาม หรือ ‘BALLERINA’ หนังสปินออฟภาคแยกจอห์นวิคที่เล่นโดย อานา เดอ อาร์มัส ซึ่งพวกนี้คือหนังแอ็กชั่นที่นักแสดงหญิงขายความจริงจังของบทบู๊แบบลุยเจ็บกันเลือดท่วมกันจริงๆ ไม่ใช่เอานักแสดงสายสวยน่ารักดราม่าอย่างใบเฟิร์นมาเล่น ซึ่งรูปร่างเธออ้อนแอ้นมาก ไม่มีการฟิตกล้ามขึ้นมาให้ดูเป็นนักฆ่าที่ใช้มีดเตะต่อยสู้กับตัวร้ายได้เลย แต่ก็คงยกเว้นคนที่ต้องการดูใบเฟิร์นในลุคที่แตกต่าง อันนั้นก็คงพอได้อยู่
แต่หนังก็ไม่ได้ขายฉากแอ็กชั่นแค่ของใบเฟิร์น ยังมี ต่อ ธนภพ และ ปอร์เช่ ที่ก็แทบไม่มีแบ็คกราวด์ให้น่าเชื่อสักเท่าไหร่เลยว่ากลายมาเป็นนักฆ่ากันง่ายๆ โดยต่อในบทปรานต์ก็คือลูกชายของหัวหน้ากลุ่มบ้าน 89 ที่ไม่เคยให้เห็นเลยว่าไปฝึกฝนวิชาการต่อสู้และยิงปืนตอนไหนเพราะพ่อสั่งให้ดูแลแค่ลันพอไม่ต้องไปทำอย่างอื่น แต่หนังมีบอกว่าปรานต์ฝึกช่วยเอ็มแบบลับๆ ก่อนที่ฉากต่อมาหนังก็หาฉากเปิดตัวให้พวกนี้เล่นฉากแอ็กชั่นที่ดูเว่อร์เกิน อย่างไล่ยิงผู้ร้ายที่บุกเข้ามาบ้านมากมายในแบบจอห์นวิคกันง่ายๆ เลย ซึ่งในเรื่องนี่สองคนนี้ก็ไม่เคยฆ่าใครมาก่อนแน่นอน แต่หนังกลับละเลยข้ามเหตุผลพวกนี้โดยหันไปมุ่งเน้นฉากแอ็กชั่นให้มากที่สุด ซึ่งมันก็อาจจะดีกับคนที่ชอบหนังที่มีฉากยิงกันทั้งเรื่อง+ท่ายิงสวยๆ หน่อย แต่ในยุคนี้เรียกว่าแนวนี้ทำกันมาทั่วโลกจนเกร่อแล้ว ฉากที่เห็นถือว่าธรรมดามากไม่มีความแปลกใหม่หรือฉากที่ต้องจดจำเลยจริงๆ
นอกจากแอ็กชั่นแล้วหนังก็พยายามจะยัดฉากโรแมนติกเข้ามาพร่ำเพรื่อจนเกินไป โดยที่ฉากพวกนี้ก็ไม่ได้มาช่วยทำให้หนังดูดีเป็นแนวดราม่ารักท่ามกลางแอ็กชั่นได้ มันกลับกลายเป็นบททื่อๆ อย่างรักสามเส้าที่ไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์อะไรเลยนอกจากตอนจบที่พยายามให้ดูซึ้งแค่นั้น แล้วก็ใส่ฉากเลิฟซีนจูบของต่อกับใบเฟิร์นเข้ามาก่อนที่จะทำเป็นเหมือนฉากมีอะไรกันแบบที่คิดเอาเองละกัน แล้วก็มาใส่เฉลยตอนจบให้ดูแล้วอีหยังวะกับลูกที่เกิดมาตอนไหนก็ไม่ทราบ เพราะระหว่างเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรให้เห็นเลย แถมตัวปรานต์เองก็ดันบอกฝากให้เอ็มดูแลเพราะรู้ว่าเอ็มรักลัน แต่ตัวเองกลับแอบมีสัมพันธ์กับลัน ซึ่งบทมันค่อนข้างวุ่นวายแบบงงๆ ไม่รู้ว่าทำมาเพื่ออะไรจริงๆ
ส่วนตัวร้ายก็ดูทื่อๆ ไม่มีมิติ ทั้งเรื่องมีแต่การแสดงว่าหมอนี่มันโรคจิตชอบฆ่าคนง่ายๆ ก็แค่นั้น โดยมีตัวร้ายรองลงมาอีก 2 คน ซึ่งบืก็พยายามให้ซีนว่าสองคนนี้กล้ารับงานฆ่าบ้าน 89 ที่เป็นเบอร์หนึ่งของวงการ แต่ก็ดันไม่มีความโดดเด่นอะไรเลยจริงๆ แถมยังเป็นกะเทยอีก
สรุป เลือดรัก นักฆ่า นี่เป็นหนังไทยที่พยายามจะเดินตามรอยหนังแอ็กชั่นเดินหน้าฆ่ามันที่ฮิตๆ ทำกันทั่วโลก แต่ว่าบทมันค่อนข้างแย่มาก เอาเรื่องเลือดพิเศษมาใช้แต่ก็แทบไม่มีอะไรแปลกใหม่ เรื่องราวแบนราบเล่นง่ายๆ เป็นโลกของนักฆ่าที่บทราบเรียบไม่มีความลึกเลย แถมยัดฉากโรแมนติกเข้ามาพร่ำเพรื่อแบบทื่อๆ ทุกฉาก มีดีก็ตรงทั้งเรื่องใส่ฉากแอ็กชั่นยิงปืนกันมาท่วมเรื่อง ผสมกับฉากแอ็กชั่นตัวๆ ที่ให้ใบเฟิร์นได้มีโอกาสกลายเป็นฆ่านักภายในเวลาแค่สองเดือน ซึ่งถึงฉากนี้มันจะพอดูได้ แต่เหตุผลกับรูปร่างเล็กๆ ของเธอก็ไม่ใช่จะมาปั้นเป็นนักแสดงแอ็กชั่นได้จริงจังอยู่ดี แต่สำหรับผู้ชมที่เป็นแฟนผลงานใบเฟิร์นก็คงได้เห็นความแปลกใหม่ตรงนี้ที่น่าติดตามได้อยู่ครับ