playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว Dark Desire SS2 บทหักมุมถี่ๆ หาย ไปเพิ่มอีโรติกมากไปจนดูยัดเยียด (ไม่มีสปอยล์)

สรุป

ภาคต่อที่ขาดจุดขายการหักมุมรัวๆ ต่อเนื่องไปหมด แล้วมาเน้นฉากอีโรติกเพิ่มเข้ามามากมาย แต่ฉากพวกนี้ก็ไม่ได้มีความสำคัญกับบทเท่ากับที่ภาคแรกทำเอาไว้ จนดูเหมือนพยายามยัดเยียดให้มีเยอะๆ เท่านั้น โดยรวมนับว่าผิดหวังที่คุณภาพตกลงทุกด้านเทียบกับภาคแรกไม่ได้เลย แต่ก็ยังพอดูสนุกแบบทั่วไปได้อยู่ถ้าคิดจะดูให้จบๆ เพราะนี่เป็นภาคที่เรื่องราวจบสมบูรณ์แล้วครับ

Overall
6/10
6/10
Sending
User Review
5 (1 vote)

Pros

  • ขายฉากอีโรติกเยอะกว่าภาคแรกมาก
  • เส้นเรื่องหลักเป็นแนวสืบสวนหาคนร้ายตรงๆ ตั้งแต่เริ่มเรื่อง
  • นักแสดงหญิงในบทอัลม่ายังมีเสน่ห์น่าติดตาม
  • เพิ่มเรื่องราวย้อนอดีตของดาริโอในช่วงวัยรุ่น

Cons

  • บทขาดการหักมุมเด็ดๆ ว้าวๆ แบบภาคแรกไปหมด
  • ผู้หญิงคนใหม่เน้นสูงวัยจนไม่มีเสน่ห์
  • บทยังซับซ้อนแต่ไม่น่าติดตาม
  • ตัวละครที่ดึงกลับมาหลายคนไม่ค่อยมีบทเด่น

 

Dark Desire SS2 ปราถนาในเงามืด SS2 (ชื่อต้นฉบับ Oscuro deseo) ซีรีส์แนวอีโรติกสืบสวนจาก Netflix เม็กซิโก ภาคต่อซีรีส์ที่ขึ้นชื่อว่าหักมุมถี่ยิบมากๆ ในซีซั่นแรก เรื่องราวของอัลม่ากับดาริโอ สองคู่รักที่เต็มไปด้วยแรงตัณหา เล่ห์กลลวง การนอกใจ จนทำให้ชีวิตครอบครัวย่อยยับ มาในซีซั่นนี้เรื่องราวถูกรีเซ็ทเริ่มต้นใหม่อีกรอบ และก็เป็นซีซั่นจบสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน อ่านรีวิวซีซั่น  1 คลิกที่นี่

 

ตัวอย่าง Dark Desire SS2 ปราถนาในเงามืด SS2

เนื้อเรื่องในซีซั่น 2 เกือบต่อจากตอนจบซีซั่นแรกนิดหน่อย โดยเป็นเรื่องราวการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของดาริโอที่กำลังจะแต่งงานกับสาวคนใหม่ แต่แล้วเขากลับมาเจอกับอัลม่าอีกครั้ง ทั้งคู่ดึงดูดเข้าหากันจนกลายเป็นความผิดพลาดซ้ำอีกรอบ แต่คราวนี้คือความตายของว่าที่เจ้าสาวของดาริโอ จากเหตุตึกลงมาจากตึกสูง ที่ยังไม่แน่ชัดว่านี่เป็นการฆ่าตัวตายหรือฆาตกรรมอำพรางกันแน่

ซีซั่นนี้มีความยาวทั้งหมด 15 ตอน แต่ละตอนยาวราวๆ 30 นาที ถือว่าสั้นลงนิดหน่อยจากซีซั่นแรก 18 ตอน ซึ่งความยาวมากกว่าซีรีส์ปกตินี้โดยทั่วไปมักยืดๆ จนน่าเบื่อ แต่ในซีซั่นแรกเนื้อเรื่องกลับอัดแน่นกระชับเล่าเรื่องไวเต็มไปด้วยปริศนาน่าติดตามตลอด มาในซีซั่น 2 จุดดีที่เคยทำไว้กลับหดหายมลายไปสิ้น คือโดยรวมบทของภาคนี้ยังทำออกมาได้ซับซ้อนมีความน่าติดตามดูได้เรื่อยๆ อยู่ แต่ปัญหากลับอยู่ที่เส้นเรื่องหลักมีทิศทางเดียวคือการสืบหาว่าใครฆ่าว่าที่เจ้าสาวของดาริโอกันแน่ ซึ่งต่างจากซีซั่นแรกที่มีหลายปมซับซ้อน ทั้งเรื่องฆาตกรรมในอดีตกับปัจจุบัน เรื่องปมเงินมรดก ความรักของดาริโอว่าจริงหรือลวง มาซีซั่นนี้พอเหลือเส้นเรื่องหลักอยู่เรื่องเดียวก็เลยกลายเป็นเหมือนซีรีส์สืบสวนธรรมดาทั่วไป ที่มุ่งตามหาว่าใครคือคนร้ายตลอดเรื่อง การเดินเรื่องอาจจะไม่ได้น่าเบื่อ แต่มันขาดบทหักมุมฉลาดๆ ถี่ๆ แบบที่ซีซั่นแรกเคยทำไว้ดีมาก ซึ่งพอจุดขายหลักของเรื่องนี้ไม่ว้าวแล้ว ที่เหลือเรื่องก็เลยพยายามเน้นไปที่ความอีโรติกหนักๆ เข้ามาแทน ซึ่งภาคนี้เยอะมากจริงๆ เอะอะก็ใส่ฉากฟัดกันนัวเนียทุกตัวละครหญิงในเรื่องคือต้องแก้ผ้ามีฉากเซ็กส์ซีนเห็นจะๆ กันทุกคน โดยมีดาริโอเป็นตัวหลักที่ฟาดเรียบหมด ต่างกับซีซั่นแรกที่มีหลายคู่หน่อย ซึ่งถ้าใครชอบจุดขายแบบนี้ก็โอเคอยู่ แต่ขอบอกว่าเอาจริงๆ พอฉากพวกนี้มันมีบ่อยมากไปกลับทำให้เรื่องนี้ดูลดเกรดลงไปมากจนเหมือนซีรีส์เกรดบี เทียบไม่ได้เลยกับซีซั่นแรกที่แต่ละฉากมีความหมายกับเรื่องทั้งนั้น

ตัวเรื่องพยายามเปิดตัวละครผู้หญิงคนใหม่ที่ชื่อ “ลิส” เป็นสาวใหญ่ปริศนาที่ดูเหมือนเคยคบหากับดาริโอมาก่อน แต่ด้วยความที่ตัวละครนี้รุ่นสูงวัยมาก ทำให้ดูขาดเสน่ห์ไม่รู้สึกถึงอะไรแบบนี้ได้เลย แล้วตัวบทของลิสเองก็ไม่ชัดเจนว่าจะเอายังไง คือไม่ได้เป็นบทแบบร้ายสุดๆ หรือมีลูกหลอกล่ออะไรนัก เหมือนเป็นตัวละครที่สร้างมาเพื่อให้มีเซอร์ไพรส์กับปมในอดีตของดาริโอที่ภาคนี้พยายามเล่าเพิ่มเท่านั้น โดยเป็นดาริโอในช่วงวัยรุ่น 16-17 เป็นนักแสดงที่มาเล่นแทนตอนโต แต่ก็หานักแสดงเด็กที่หน้าตาสอดคล้องกับตอนโตไม่ได้ ทำให้ดูแปลกแยกขัดแย้งทุกครั้งที่มีซีนตัดสลับกลับไปยังอดีตของดาริโอ โดยมีลิสเป็นตัวละครที่เกี่ยวข้องกับตรงนี้โดยตรง

คนเขียนบทพยายามอย่างมากในการเอาทุกตัวละครหลักในซีซั่นแรกกลับมารวมกันในที่ใหม่ ซึ่งกรณีของอัลม่าถูกเซ็ทเรื่องไว้ว่าเธอยังโหยหาเรื่อง SEX กับดาริโอจนเข้าขั้นหมกหมุ่น แล้วการมาเจอดาริโอโดยบังเอิญทำให้เธอคิดว่านี่เป็นแผนการปั่นหัวใหม่ ทำให้สามีเก่าที่แยกทางไปก็ตามมาช่วยอีกเพราะแค้นดาริโอ คิดว่าเขากำลังวางแผ่นปั่นหัวอัลม่าอีกรอบ ส่วนลูกสาวของอัลม่าก็ทนเห็นแม่กลับไปหมกหมุ่นกับดาริโออีกรอบไม่ได้จนต้องลงมาช่วยสืบคดีนี้เองลับๆ แต่ตัวละครที่เด่นสุดในซีซั่นนี้คือ เอสเตบัน ชายขาเป๋ที่เป็นคนวางแผนทั้งหมดในภาคแรก มาคราวนี้เรื่องตัดตอนกระโดดข้ามนิดๆ ในตอนแรกว่าเขาติดคุกแล้ว จากความขัดแย้งกับดาริโอ และก็กลายมาเป็นคนอุทิศตัวให้ศาสนาคริสต์ ซึ่งบทของเขาจะเป็นการเข้ามาร่วมสืบคดีนี้โดยตรงกับทีมสืบสวนที่มีคู่หูเก่าเป็นอัยการสาวผิวดำที่เคยทำคดีเอาเขาเข้าคุกมาก่อน โดยบทยังคงเป็นตัวละครที่แอบลึกลับว่าเขากลับตัวแล้วจริงหรือ? หรือว่าเป็นคนบงการเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้งกันแน่ ซึ่งถือว่าเป็นตัวละครที่นำกลับมาเล่นได้ดีสุด ต่างกับคนอื่นที่กลับมาเหมือนแค่เสริมๆ เรื่องนิดหน่อย ไม่ใช่ตัวละครที่มีบทหลักแบบเขา แถมบางคนอย่างลูกสาวอัลม่าเหมือนแค่อยากยัดบทให้เธอเป็นเลสเบียนที่นอกใจไปมีอะไรกับผู้ชายเพื่อขายฉากเซ็กส์ซีนเท่านั้น ซึ่งไม่ได้สำคัญอะไรกับเส้นเรื่องหลักเลยแม้แต่น้อย

อีกอย่างที่คนเขียนบทพยายามมากคือการดึงเอาฉากเก่าๆ ในซีซั่นแรกมาขยายเพื่อเพิ่มเรื่องราวใหม่ลงไป อย่างการดึงฉากตอนอัลม่าคุยถึงการสืบหาตัวตนของดาริโอ ที่ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องเล่าที่สืบมาคนละแบบ มาในภาคนี้เลยทำให้มีปมใหม่ว่าดาริโออาจจะมีฝาแฝด ซึ่งจุดนี้เป็นปมรองจากเส้นเรื่องฆาตกรรมที่ทำออกมาได้โอเคอยู่ แต่ก็ไม่ได้ออกมาบ่อยนัก ปรากฎตัวมาแค่ฉากสั้นๆ เหมือนเป็นตัวหลอกในแต่ละช่วงที่เรื่องเหมือนจะตันๆ ก็ใส่แทรกมาให้น่าตื่นเต้นหน่อยเท่านั้น แต่ก็นับว่าคนเขียนบทหยิบจับเอาเนื้อหาที่ตอนดูภาคแรกก็อาจจะไม่คิดอะไรมาขยายทำให้เป็นเรื่องใหม่ได้ดี แม้จะรู้ว่าเป็นการต่อเติมเรื่องขึ้นมาดื้อๆ จากที่ไม่ได้คิดเผื่อไว้ก็ตามครับ

 

สรุป Dark Desire SS2 สนุกและดีไหม

เนื้อเรื่องยังถือว่าดูสนุกแบบเรื่อยๆ ไปจนจบได้ แต่ถ้าเทียบกับความดีงามกับซีซั่นแรกก็คือความล้มเหลวเป็นอย่างมาก จนไม่แนะนำให้ดูต่อสักเท่าไหร่ ยกเว้นอยากดูให้จบๆ ไปก็คงพอได้อยู่ครับ

Metal Lords หนัง Coming Of Age ผ่านเฮวี่เมทัล ผสานปมแปลกแยกวัยรุ่นที่ดีต่อใจมาก