playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว Interceptor แอ็กชั่นมันส์น็อนสต็อปจากเมียพี่คริส เฮมส์เวิร์ท (ไม่มีสปอยล์)

Interceptor

Summary

นี่เป็นหนังแอ็กชั่นบันเทิงย่อยง่ายที่เน็ตฟลิกซ์ทำมาเสิร์ฟได้พอเหมาะพอดีอย่างน่าชมเชย เรียกว่าครบรสทั้งฉากบู้บุ๋นที่ใส่มาตลอดเวลาอัดแน่นด้วยความบันเทิงกันเต็มท่ี แม้จะมีข้อด้อยตรงความไม่สมเหตุผลของตัวร้ายกับความเก่งเว่อร์ของนางเอกเกินขนาด แต่ความมันส์ที่เสิร์ฟมาต่อเนื่องก็ทำให้หยวนๆ มองข้ามไปได้สบายๆ ครับ

Overall
7.5/10
7.5/10
Sending
User Review
5 (1 vote)

Pros

  • แอ็กชั่นมันต่อเนื่องทั้งบู๊ทั้งบุ๋น
  • เรื่องราวในที่จำกัด แต่สเกลระดับโลก
  • นางเอกเท่สุดๆ
  • มี คริส เฮมส์เวิร์ท ร่วมแสดงในบทตลกขำๆ
  • เสียงพากย์ไทยดีมาก

Cons

  • นางเอกเก่งเว่อร์จนดูเหลือเชื่อไปบ้าง
  • ฉากแอ็กชั่นลาสบอสง่อยมาก
  • CG ไม่ได้เนียนมาก

Interceptor: สงครามขีปนาวุธ หนังแอ็กชั่นบู๊ระห่ำของ Netflix เรื่องราวการหยุดขีปนาวุธล้างบางอเมริกาที่ต้องฝากความหวังไว้ที่ทหารหญิงที่ถูกกองทัพทอดทิ้งเพียงคนเดียว
 Interceptor (2022) on IMDb

ตัวอย่าง Interceptor

หนังเรื่องเป็นผลงานของผู้กำกับมือใหม่เรื่องแรก Matthew Reilly ที่ดูตอนแรกก็น่าห่วงอยู่เพราะเป็นหนังเน็ตฟลิกซ์ แต่ได้นักแสดงนำ Elsa Pataky จากบทเอเลน่าใน Fast & Furious 5 6 7 และเธอยังเป็นภรรยาของ คริส เฮมส์เวิร์ท ซึ่งก็ได้มีบทมาแจมในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน และได้นักเขียนบท Stuart Beattie ที่มีเครดิตชื่อเสียงจาก Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl กับ Collateral ที่ทอมครูสเล่นเป็นนักฆ่า ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลย

หนังมาในแนวแอ็กชั่นน็อนสต็อปในพื้นที่จำกัด บนฐานยิงขีปนาวุธต่อต้านนิวเคลียร์รัสเซียของอเมริกา ที่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกเข้าโจมตีเพื่อทำลายระบบต่อต้านนิวเคลียร์ ในขณะที่อีกฟากของรัสเซียมีผู้ก่อการร้ายขโมยขีปนาวุธนิวเคลียร์ข้ามทวีปเคลื่อนที่ได้ 16 ฐาน และเตรียมยิงมาที่อเมริกา ซึ่งในฐานนี้มีเพียงผู้กองหญิง เจเจ คอลลินส์ ที่รอดชีวิตอยู่และกำลังต้านทานการบุกเข้ายึดสถานีแห่งนี้

ความยาวของหนังเรื่องนี้คือ 90 นาทีไม่รวมเครดิต ซึ่งสั้นกระชับดีเลยในแง่ของการทำหนังแนวแอ็กชั่นลุยดะแบบเดียวกับเรื่อง Extraction ของพี่คริส ซึ่งดูเหมือนงานหนังเรื่องนี้คือการพาเมียมาเล่นเป็นขาประจำของ Netflix อีกคน เพราะบทบาทของนางเอกในเรื่องนี้ดูทรงแล้วเตรียมไว้เป็นตัวเอกแนวฮีโร่ขายต่อเนื่องกันได้ยาวๆ แน่ถ้าผลตอบรับดี มันมีความคล้ายคลึงคาแรกเตอร์แนวไดฮาร์ดมาก คือคนเดียวสู้กับผู้ก่อการร้ายสเกลใหญ่ที่วางแผนมาระดับประเทศระดับโลก ซึ่งนางเอกในเรื่องนี้ก็ครบเครื่องทั้งบู้ทั้งบุ๋นแบบโคตรอภิมหาเก่งเกินกว่าจะเชื่อว่ามีตำแหน่งแค่นี้มาก่อน ซึ่งจุดนี้เองเรื่องราวก็พยายามปูแบ็คกราวด์ปูมหลังของเธอไปพร้อมกับฉากชิงไหวพริบกับผู้ก่อการร้ายในเรื่องไปด้วยแบบไม่ต้องเสียเวลาเล่าอะไรมาก โดยทำให้ผู้ชมเห็นว่าเธอเป็นทหารหญิงที่มีปัญหากับกองทัพกับนายพลใหญ่ในเรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศมาก่อน ซึ่งบทตรงนี้ก็ไม่ใช่แค่ใส่มาเพื่อให้มีปมดราม่าตบหน้าเรื่องสังคมชายเป็นใหญ่นิดๆ แต่ยังถูกนำมาใช้ในเกมการต่อรองเจรจากับผู้ก่อการร้ายที่มีโปรไฟล์เป็นพวกถูกฝึกมาทางไซโคจิตคู่ต่อสู้ด้วย ซึ่งทำให้เรื่องนอกจากที่ขายแอ็กชั่นกันกระหน่ำแล้ว ยังมีช่วงบีบคั้นด้วยเกมจิตวิทยาของเธอกับตัวร้ายที่ระทึกไม่แพ้กันเลย

ตัวหนังถูกเล่นในที่จำกัดด้วยสเกลงบสร้างที่ไม่สูงนัก แต่ผลลัพธ์ออกมาดีเลยทีเดียว ตัวเรื่องเปิดมาเพียงแค่สิบนาทีแรกก็ใส่กันยับกับกลุ่มตัวร้ายของเรื่องแล้ว เหมือนฉากเปิดตัวนางเอกที่ต้องทั้งยิงทั้งต่อสู้ระยะประชิดกับผู้ชายตัวใหญ่ล่ำหมีควายแบบที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะสู้ได้ แต่คือเธอก็ใช้สกิลเอาตัวรอดได้แบบเหลือเชื่อสะใจคนดูแต่แรกทันที จากนั้นคือเกมการใช้สมองชิงไหวพริบระหว่างเธอกับบอสของเรื่องที่อยู่คนละฝั่งของห้องที่พยายามเจาะประตูเข้ามา เป็นบทสนทนาที่หลอกล่อเชือดเฉือนกันโดยมีเวลาจำกัดว่า ฝ่ายนางเอกต้องพยายามยันห้องนี้ให้อยู่ก่อนที่หน่วยซีลของประธานาธิบดีอเมริกาจะมาถึงในอีก 50 นาที ในระหว่างนั้นก็ยังมีช่องทางอื่นที่ลูกสมุนตัวร้ายค่อยๆ บุกเข้ามา มีซีนแอ็กชั่นต่อเนื่องเป็นคนๆ ที่มีสกิลต่อสู้กันคนละแบบ แถมยังมีการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ในห้องคอนโทรลให้คนอเมริกาได้ดูนาทีหายนะกันทั้งประเทศอีก เรียกว่าหนังใช้เวลากับที่จำกัดตัดสินชะตาโลกที่ฝากไว้เพียงทหารหญิงเพียงคนเดียว ซึ่งพอเรื่องมันถูกบีบทุกอย่างแล้วยังต้องบู๊กับบุ๋นไปพร้อมกัน เลยกลายเป็นความสนุกบันเทิงต่อเนื่องที่ยอมรับเลยนางเอกในเรื่องโคตรเท่จริงๆ เรียกว่าแจ้งเกิดเป็นนางเอกนักบู๊ได้จากเรื่องนี้แน่นอน

แต่ด้วยความที่ตัวเรื่องเล่นในที่จำกัดกับบีบให้นางเอกแทบไม่มีตัวช่วยจากใครเลย ก็เลยกลายเป็นบทถูกเขียนมาให้นางเก่งควบคุมสติได้เป๊ะเว่อร์จนทำอะไรเหลือเชื่อได้หลายครั้ง รวมถึงตัวร้ายที่ปูโปรไฟล์มาอย่างดี แต่พอเรื่องดำเนินไปถึงจุดพลิกที่จัดการนางเอกได้หลายครั้งดันปล่อยไว้ ทำให้ตัวร้ายทั้งหลายในเรื่องดูโง่ทันที กลายเป็นขาดความสมเหตุผลอย่างมาก แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะถ้าเขียนบทให้นางเอกโดนยิงแสกหน้าเรื่องราวคงจบไปตั้งแต่แรกๆ นั่นคือบทยอมเขียนให้อ่อนเหตุผลของตัวร้ายไว้เพื่อให้เกิดฉากต่อสู้ตามมาเรื่อยๆ ซึ่งเอาว่าถ้าไม่คิดมากเราก็ดูสนุกกับฉากแอ็กชั่นมากกว่าจะคิดเรื่องความสมจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ

ตัวเรื่องจบลงด้วยฉากไคลแม็กซ์แบบที่ลุ้นกันระดับวินาทีว่าจะหยุดนิวเคลียร์ได้สำเร็จไหม ซึ่งเรื่องก็ทำสำเร็จอย่างมากที่ทำให้คนดูลุ้นตามได้ แต่ที่แย่หน่อยคือฉากดวลตัวตัวกับลาสบอสที่ง่อยเกินคาด ทำให้ฉากปิดท้ายเรื่องดูดรอปลงทันทีและฉากแอ็กชั่นก็อ่อนมากเทียบกับที่ทำมาทั้งเรื่องไม่ได้เลย (ฉากต่อสู้กับลูกสมุนแต่ละคนยังทำได้ดีกว่าทั้งหมด)

ส่วนพี่คริสก็มาแจมในบทตลกที่มีส่วนลุ้นกับเขาทั้งเรื่องด้วย จนไปถึงช่วงเอนด์เครดิตเลย เรียกว่าเป็นบทเอ็กตร้าที่มีสีสันมาก และก็ลงตัวดีกับการที่มาเชียร์เมียรักเล่นหนังแอ็กชั่นดันขึ้นแท่นคู่กับตัวเองใน Netflix ด้วยกัน

นี่เป็นหนังแอ็กชั่นบันเทิงย่อยง่ายที่เน็ตฟลิกซ์ทำมาเสิร์ฟได้พอเหมาะพอดีอย่างน่าชมเชย เรียกว่าครบรสทั้งฉากบู้บุ๋นที่ใส่มาตลอดเวลาอัดแน่นด้วยความบันเทิงกันเต็มท่ี แม้จะมีข้อด้อยตรงความไม่สมเหตุผลของตัวร้ายกับความเก่งเว่อร์ของนางเอกเกินขนาด แต่ความมันส์ที่เสิร์ฟมาต่อเนื่องก็ทำให้หยวนๆ มองข้ามไปได้สบายๆ ครับ

อ่านรีวิวหนัง Netflix ในเว็บไซต์เพิ่มเติมคลิกที่นี่

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!