playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว Lost Bullet 2 หนังแอ็กชั่นฟอร์มเล็กของ Netflix ที่มีพัฒนาการดีน่าติดตาม

Lost Bullet 2

Summary

ถือเป็นหนังฟอร์มเล็กของ Netflix ที่ดูดีและมีพัฒนาการขึ้นทั้งเรื่องราว บทดราม่า การยัดฉากบู๊ที่สมเหตุผลขึ้น อาจจะไม่ได้สนุกมากแบบสุดๆ แต่ก็เป็นหนังที่น่าติดตามดูตั้งแต่ต้นจนจบ 

Overall
7/10
7/10
Sending
User Review
5 (1 vote)

Pros

  • ฉากแอ็กชั่นทั้งการต่อสู้ตัวกับฉากซิ่งรถที่ไม่เหมือนใคร
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • เนื้อเรื่องสั้นนิดเดียวแทบไม่มีอะไรเลย

รีวิว Lost Bullet 2


เนื้อเรื่องภาคนี้ยังต่อเนื่องจากตอนจบของภาคแรกแบบต่อกันเลย จนเรียกว่าจะเป็นแนวการทำซีรีส์เลยก็ได้ เพราะลักษณะของบทหนังในเรื่องนี้ถูกวางไว้ให้เนื้อเรื่องคืบหน้าไปไม่มาก แต่ไปเน้นการลงรายละเอียดในช่วงเวลาสั้นๆ ทั้งบทบาทดราม่าความแค้นของเรื่องที่พระเอกสูญเสียน้องชายไปในภาคแรก กับหาทางยัดบทคิวบู๊ต่างๆ ลงไปในช่วงเนื้อเรื่องกับเวลาที่ค่อนข้างจำกัดเอามากๆ 

โดยเรื่องหลักเป็นแค่หนึ่งในตัวร้ายภาคก่อนที่ยังไม่ตายในตอนจบหายตัวไป ซึ่งก็เกิดจากคนในทีมพระเอกปกปิดความจริงและต้องการกันเขาไว้เป็นพยาน ซึ่งพอพระเอกรู้เรื่องนี้เข้าก็กลายมาเป็นการไล่ล่ากันในหน่วยกับพระเอกที่พยายามส่งตัวผู้ร้ายรายนี้ข้มแดนไปยังสเปนให้ได้ ซึ่งตัวเรื่องเนื้อหาหลักจริงๆ มีแค่กระจึ๋งเดียวเองจริงๆ เหมือนเป็นซีรีส์ตอนเดียวจบก็ได้ แล้วตอนจบก็เปิดตัวร้ายที่เหลือไว้ให้ทำต่ออีกแบบดูแล้วมีความเป็นไปได้ที่อาจจะไม่ใช่แค่จบใน 3 ภาคด้วย เพราะตัวเรื่องเริ่มมีการขยายขอบเขตตัวร้ายในเรื่องให้มีผู้บงการลึกๆ ขึ้นไปอีก แต่ทั้งนี้เราก็เข้าใจได้ว่านี่เป็นหนังที่ทุนไม่สูงมากที่พยายามใส่ฉากแอ็กชั่นมาเป็นจุดขาย เนื้อเรื่องจริงๆ ผู้ชมก็อาจจะไม่ได้สนใจมากเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าบทของการดำเนินหน้าเรี่องราวภาคนี้ก็ไม่ขี้เหร่เลย บทไม่ได้มีความลึกหรือหักมุมอะไร แทบจะเป็นเส้นตรงง่ายๆ แต่ตัวดีเทลเล็กๆ ในเรื่องก็มีอะไรที่ทำได้ค่อนข้างน่าสนใจ อย่างความแค้นของพระเอกจะดับได้ตามแนวทางผู้รักษากฎหมาย หรือพระเอกจะกลับกลายเป็นอาชญากรแบบเดิมอีกครั้ง

ตัวคิวบู้ในเรื่องยังทำได้ดี การยัดเยียดบทให้มีฉากบู้แบบไม่สมเหตุผลในภาคแรกน้อยลง การมีของฉากเหล่านี้สมูธขึ้น แล้วก็โหดแบบสะใจใช้ได้เลยอย่างฉากพระเอกเล่นงานโจรคืนแบบเอาถึงตาย ส่วนฉากรถซิ่งแบบเดธเรชในภาคนี้ถูกอัพเกรดขึ้นจากรถพุ่งชนแบบเดิมให้กลายเป็นรถที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงวิ่งไล่ช็อตรถผู้ร้ายได้ ซึ่งก็ดูโม้ๆ อยู่ แต่ตัวเรื่องก็พยายามทำให้ดูเป็นไปได้จริง โดยรถมีการออกแบบสายไฟส่งกำลังแรงสูงไว้ด้านหน้า แล้วให้พระเอกขับพุ่งเสียบ+ช็อตให้ระเบิดตูมตามสะใจในช่วงท้าย แต่ตัวเรื่องก็ไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีฉากขับรถไล่ล่าและฉากบู๊ตัวๆ ปิดท้ายเรื่องราวได้สนุกเลย โดยที่ไม่ได้เน้นแค่พระเอก แต่ยังมีคู่หูพระเอกที่เป็นผู้หญิงมาเล่นฉากบู๊โหดๆ เพิ่มขึ้นด้วย 

 

ถือเป็นหนังฟอร์มเล็กของ Netflix ที่ดูดีและมีพัฒนาการขึ้นทั้งเรื่องราว บทดราม่า ฉากบู๊ที่สมเหตุผลขึ้น น่าติดตามดูว่าจะทำไปได้อีกกี่ภาค จะยาวแบบแฟรนไชนส์ฟาสรุ่นพี่ฟอร์มใหญ่นั่นหรือไม่ครับ (ส่วนตัวผู้เขียนดูเรื่องนี้สนุกกว่าฟาสภาคหลังสุดแล้ว)

 

ติดตามรีวิวซีรีส์ หนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!