playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิวมินิซีรีส์ Twice Upon a Time ย้อนเวลาแก้ไขรักจากกล่อง

มินิซีรีส์ Twice Upon a Time

สรุป

ถ้าใครไม่ชอบหนังอินดี้ก็ข้ามผ่านเลย หนังมีความความเอื่อยๆ เรื่อยๆ เนือยๆ เยอะ แล้วยังไปต่อซีซั่น 2 แต่ถ้ารับได้ก็ถือว่าเป็นหนังที่พล็อตแปลกแหวกแนวดีอยู่ครับ หนังมีปมประหลาดๆ ให้น่าสนใจติดตามพอควร รวมถึงการดำเนินเรื่องที่แหวกแตกต่างจากหนังย้อนเวลาเรื่องอื่น ก็ไม่ถึงกับแย่อะไร แต่ถ้าจริงๆ หนังควรจะทำได้กระชับและไม่ทิ้งเรื่องค้างไว้แบบนี้จะดีกว่าเท่านั้นครับ (หรือทำเป็นหนังเรื่องเดียวจบเลยคงดีกว่านี้เพราะพล็อตเรื่องราวแปลกดีจริงๆ)

 

Overall
6/10
6/10
Sending
User Review
4.33 (3 votes)
Comments Rating 0 (0 reviews)

Pros

  • พล็อตปัญหาการบริหารเวลาไม่ได้ของพระเอกที่ดราม่าเข้าท่าแปลกดี
  • แก้ผ้านอนคุยกันมีฉากเอากันบ่อยมากตามสไตล์ฝรั่งเศส

 

Cons

  • หนังเนื่อยๆ เอื่อยๆ แบบหนังอินดี้ที่ไม่ได้แมส
  • หนังเหมือนจะตลก แต่ดันไม่ตลกเลยสักนิด
  • เปลี่ยนแนวหักดิบตอนจบเรื่องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
  • ไม่ควรจะทำเป็นมินิซีรีส์ ถ้าเป็นหนังเรื่องเดียวจบเลยคงดีกว่านี้

มินิซีรีส์ Twice Upon a Time 4 ตอนจบซีซั่น 1 จากฝรั่งเศสของทาง Netflix ชื่อไทย รักนี้ขอให้ดีกว่าครั้งแรก เรื่องราวของชายหนุ่มช้ำรักจากการเลิกกับแฟน แต่มาวันหนึ่งเขาได้รับพัสดุส่งผิดที่ พอแกะออกมาเป็นกล่องลังไม้ที่ดูธรรมดา แต่มันกลับไม่ธรรมดาเมื่อมุดเข้าไปและไปโผล่ในอดีตที่เขากับแฟนยังคบกันอยู่…

 Twice Upon a Time (2019) on IMDb
คะแนนเว็บ IMDB

 ตัวอย่าง Twice Upon a Time รักนี้ขอให้ดีกว่าครั้งแรก

Netflix เป็นสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มที่เรียกว่ารวมหนังอินดี้สุดแปลกมากมายเข้าไว้ด้วยกัน และเรื่องนี้ก็เป็น 1 ในพล็อตหนังที่ดูธรรมดา แต่แฝงไว้ด้วยพิลึกๆ พิลั่นแบบนี้หาไม่ได้ในที่อื่นทั่วไป หนังบอกเล่าเรื่องราวของ “วินเซนต์” พ่อหม้ายหนุ่มช้ำรักจากการเลิกกับ “ลูอีส” แฟนเก่ามาเกือบปี ชีวิตหลังเลิกกันของเขาเต็มไปด้วยความย่ำแย่ วันๆ หมดไปกับการเฮฮาปาร์ตี้สูบยาเสพติด แต่วันหนึ่งเขาก็ได้รับลังไม้จากคนส่งของที่ส่งมาผิด แต่แล้วเขากลับพบว่าลังไม้นี่ไม่ธรรมดา เมื่อเขาทดลองมุดเข้าไปหลังพบว่ามันไม่มีก้นกล่อง และก็กลายเป็นทะลุมิติไปโผล่ในช่วงเวลาในอดีตปีก่อนที่เขากับลูอีสยังหวานชื่นกันอยู่ ซึ่งนั่นเป็นเหมือนโอกาสที่สองที่เขาจะได้แก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไปได้อีกครั้ง

ฟังๆ ดูเรื่องราวก็อาจจะไม่ได้ใหม่นักกับมุกย้อนเวลาแก้ไขคามผิดพลาดในอดีต แต่สำหรับ Twice Upon a Time นี่บอกเลยไม่ธรรมดา เพราะแม้โจทย์ของเรื่องจะเป็นการแก้ไขอดีต ซึ่งถ้าเดากันก็คงคิดว่าหนังคงมาแนวแก้ไขแล้วแต่อนาคตไม่เปลี่ยนอะไรทำนองนั้น ไม่ก็กลายเป็นความสับสนยุ่งเหยิงในเรื่องทับซ้อนของเวลาตามสูตรปกติทั่วไป แต่กับเรื่องนี้หนังพิลึกพิลั่นแบบอินดี้มากกว่าจะเป็นไซไฟจ๋า หรือถ้าบอกว่าเป็นไซไฟอินดี้ก็คงเข้าใจได้ง่ายกว่า

แทนที่หนังจะเล่นเรื่องราวย้อนเวลาปกติ แต่หนังกับเล่นเรื่อง “การบริหารเวลาไม่ได้จนชีวิตพัง” ซึ่งก็มาจากการที่เขามุดกล่องไปมาระหว่าง 2 โลก ปัจจุบันกับอดีตแต่มีเวลา 24 ชั่วโมงเท่าเดิม ที่ซึ่งอดีตนี้เป็นโลกที่พระเอกอยากแก้ไขทุกอย่างที่ทำผิดไป แต่ก็ยังต้องมีชีวิตปกติในโลกปัจจุบันต้องทำงานดูแลลูกไปพร้อมกัน ซึ่งมันไม่เหมือนหนังเรื่องอื่นที่ย้อนไปก็จะมีตัวเองอยู่ แล้วก็ห้ามไปเจอกันบลาๆ แต่กับเรื่องนี้คือ พระเอกไปอยู่โลกไหน อีกโลกก็ไม่มีเขา นั่นกลายเป็นว่าเขาต้องหาทางบริหารชีวิตสองโลกให้ได้ดีทั้งคู่ ซึ่งก็คงรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะยังไงเขาก็ต้องนอนพักผ่อนและไปทำงานตามปกติ ซึ่งก็กลายเป็นว่าเขาต้องโกหกถึงการหายไปทั้งสองโลกอยู่ร่ำไป แถมทำให้เขาต้องแต่งเรื่องจริงกึ่งโกหกเกี่ยวกับการมุดกล่องทะลุมิตินี้ให้คนทั้งสองโลกฟัง ซึ่งแน่นอนว่าฟังแล้วไม่มองว่าบ้าก็คิดว่าพระเอกเอาความฝันมาเล่าให้ฟัง จนเพื่อนต้องให้ไปปรึกษาจิตแพทย์ก่อนที่เขาจะเป็นบ้าไปมากกว่านี้ แต่จิตแพทย์กลับกลายเป็นที่ๆ พระเอกใช้ปรึกษาหาทางเข้าถึงจิตใจแฟนเก่ามากกว่าจะรักษาตัวเอง นั่นกลายเป็นทำให้เขาต้องโกหกหมอเพิ่มอีกคนจนเรื่องราวยิ่งแย่ลงๆ

หนังเดินเรื่องราวไปแบบดราม่าอินดี้จ๋าๆ แทบไม่มีความเป็นไซไฟมาเกี่ยวข้องด้วยเลยจนแทบจะทั้งเรื่อง แล้วก็ไม่ได้ตลกใดๆ ทั้งๆ ที่เรื่องราวของการมุดกล่องไปมานี่มันคือหนังตลกดีๆ นี่เอง ซึ่งก็คงเพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนังฝรั่งเศสที่มีแนวทางนิยมสายอินดี้ติสๆ มากกว่าจะเป็นหนังมะกันแนวดราม่าตลกเฮฮา แต่เอาจริงๆ ผู้เขียนก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าถ้าคนชอบแนวนี้จริงๆ แบบดูแล้วซึมลึกกับเรื่องราวปัญหาที่พระเอกพบเจอระหว่างสองโลก ต้องดูแลแฟนที่รวยอินดี้ๆ มีปมปัญหาที่บ้านพร้อมเหวี่ยงใส่คนรัก ต้องดูแลลูกที่หย่ากับเมียให้ดี ซึ่งเขาก็รักลูกคนนี้มาก แต่ก็ทำตัวสะเพร่าทำให้ลูกเหมือนถูกทิ้งอยู่เป็นประจำ ซึ่งถ้าคนเข้าใจว่าเป็นหนังอินดี้มาแต่แรกก็น่าจะพร้อมรับกับการดูหนังดราม่าซึมลึกเรื่องราวความรักความผิดหวังต่างๆ นาๆ ได้มากกว่าจะคาดหวังความเป็นไซไฟ ตลก หรืออะไรที่บิ้วอารมณ์ในแบบหนังอเมริกาที่เคยชินกันอยู่

Twice Upon a Time
Twice Upon a Time หนังแยกโลกอดีตกับปัจจุบันด้วยภาพง่ายๆ ด้วยการทำเป็นสัดส่วน BOX

แม้หนังเหมือนจะไม่มีความเป็นไซไฟมาเกี่ยวมากนัก แต่ก็ไม่ได้ทิ้งไปซะทีเดียว เมื่อพระเอกมุดกลับไปในอดีต ภาพในหนังจะถูกตัดเปลี่ยนเป็น BOX สี่เหลี่ยมแบบในรูปด้านบนนี่แหละครับ พร้อมโทนสีภาพเปลี่ยนไปแบบวินเทจเก่าๆ หน่อย ทั้งๆ ที่พระเอกแค่ย้อนเวลาไปไม่ถึงปีนี้เอง แล้วหนังก็วางให้พระเอกพยายามพิสูจน์แล้วว่าเขาบ้าไปเองหรือเปล่าจากการเสพยากับช้ำรักจนจิตอาจจะหลอน เลยพยายามบอกเล่าเรื่องราวนี้กับทุกๆ คนที่เขารู้จัก แต่ก็นั่นแหละไม่มีใครเชื่อ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเมื่อน้องชายที่เป็นโรคจิตเภทป่วยอยู่ในโรงพยาบาลกลับเชื่อเรื่องที่เขาเล่าทั้งหมด แถมยังเหมือนเข้าใจไอ้กล่องบ้าๆ นี่ในมุมของคนบ้าด้วยทฤษฎีวิทยาศาสตร์พิลึกๆ ในแบบไม่น่าเชื่อ แต่กลายเป็นว่าพระเอกต้องพึ่งพาความบ้าของน้องตัวเองในการแก้ไขปริศนาการทำงานของกล่องใบนี้ ซึ่งนี่ก็เป็นอะไรที่ไซไฟแบบอินดี้น้อยนิดเพียงอย่างเดียวในเรื่อง

แต่ส่วนที่หนังแย่จริงๆ ไม่ใช่ความอินดี้ในเรื่อง แต่เป็นการที่หนังยืดเยื้อเรื่องราวไปถึง 4 ตอนวนเวียนฉายซีนซ้ำๆ ของโลกปัจจุบันพระเอก แล้วก็ไปฉายซ้ำในโลกอดีตอีกรอบในแบบ BOX เก่าๆ ทำให้เรื่องไม่ค่อยเดินหน้า ดูน่าเบื่อว่าเมื่อไหร่จะขมวดปมจริงจังเสียที ดูแล้วไม่น่ามาเป็นซีรีส์เลยเหมาะกับการทำหนังรวดเดียวจบน่าจะดีกว่า แถมจบแบบค้างเพื่อไปต่อซีซั่น 2 โดยทิ้งปมตอนท้ายเป็นสิ่งที่คนดูเรื่องนี้สงสัยมากที่สุดว่าไอ้กล่องนี้มาจากไหน ใครประดิษฐ์แบบแพลมๆ แถมหักลำจากเรื่องราวดราม่ามาเป็นดาร์คๆ แบบปุ๊บปั๊บทำเอางงไปหมดว่า ตกลงนี่คือแนวทดลองก่อนจะไปเล่นแนวใหม่ที่ดูเหมือนดราม่าอาชญากรรม จากการที่มีผู้ก่อการร้ายวางระเบิดโผล่มาท้ายเรื่อง แถมเป็นเพื่อนบ้านที่แสนดีของพระเอกในแบบที่เราดูมาทั้งเรื่องก็แค่สงสัยนิดๆ แต่หนังไม่ได้เชื่อมโยงอะไรไว้ให้เห็นชัดเจนเลย เป็นการหักลำเปลี่ยนแนวไปต่อซีซั่นแบบไม่เกรงใจคนดูเลย ซึ่งไม่เคว้ง แต่เซ็งครับเหมือนโดนหลอกให้ดูจนจบเพื่อจะเฉลยเรื่องกล่องแต่กลับไม่มีแม้แต่น้อย (ไม่นับเรื่องเล่าบ้าๆ ของน้องชายพระเอกนะครับ)

หนังฝรั่งเศส
แก้ผ้ากันทั้งเรื่องแบบบางทีก็ไม่เข้าใจว่าหนังฝรั่งเศสมีจุดขายแบบนี้จริงๆ ใช่ไหม เพราะทุกเรื่องจะมาแนวๆ นี้หมด

ถ้าใครชอบหนังสไตล์อินดี้ฝรั่งเศส ทั้งเรื่องชอบแก้ผ้าทั้งพระเอกนางเอกนอนคุยกันเอากัน แบบพร่ำเพรื่อด้วยเพราะพระเอกเจอก็พยายามมีอะไรด้วยตลอด แต่ก็มีผลกับเรื่องราวสำคัญอยู่ รวมถึงรับได้กับความเอื่อยๆ ของหนัง แล้วไม่ติดใจที่หนังทำค้างไปต่อซีซั่น 2 ก็โอเคอยู่ครับ พล็อตถือว่าดีเลย แล้วก็มีปมประหลาดๆ อะไรให้น่าสนใจพอควร รวมถึงการดำเนินเรื่องที่แหวกแตกต่างจากหนังย้อนเวลาเรื่องอื่น ก็ไม่ถึงกับแย่อะไร แต่ถ้าจริงๆ หนังควรจะทำได้กระชับและไม่ทิ้งเรื่องค้างไว้แบบนี้จะดีกว่าเท่านั้นครับ

ติดตามรีวิวหนัง Netflix อื่นๆ ในเว็บคลิกที่นี่

Leave a comment
The Devil’s Hour ช่วงเวลาปีศาจ ตี 3.33 นาที ที่เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์เกินคาด!