playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Voicemails for Isabelle (Netflix) ปมเยียวยาจิตใจด้วยวอยซ์เมลโดดเด่นกว่าความรัก

Summary

หนังรักโรแมนติกที่พล็อตเรื่องเหมือนสูตรสำเร็จทั่วไปของ Netflix แต่เรื่องนี้กลับมีดีมากกว่านั้นมากด้วยประเด็นการเยียวยาจิตใจของคนที่สูญเสียคนในครอบครัวไปผ่านวอยล์เมล ซึ่งหนังทำให้ประเด็นนี้เด่นตั้งแต่แรกจนจบ โดยเอาเรื่องความรักไว้เป็นบทรองผ่านวอยซ์เมลที่นางเอกส่งไปผิดพลาดแล้วพระเอกปกปิดไว้ ซึ่งมันเป็นส่วนประกอบทำให้ดูเป็นหนังรักโรแมนติกแค่กลางเรื่องที่ดูลักลั่นอยู่บ้างเพราะเป็นการใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดเข้าหานางเอก แต่ด้วยเคมีของทั้งคู่ดูดีทำให้ช่วงเวลานี้ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ฉุดให้เรื่องราวดูสดใส แต่หนังก็ไม่ได้เป็นไปตามสูตรสำเร็จนักเพราะบทพระเอกของเรื่องนี้มาโผล่อีกทีเอาตอนท้าย ที่เหลือคือการสู้ชีวิตของนางเอกที่อยากเป็นเชฟโดยมีตัวร้ายคือเชฟชายที่คอยกดขี่เธอไว้ไม่ให้เกิด ก่อนที่เธอจะทำสำเร็จและจบด้วยการปลดปล่อยตัวเองออกไปในตอนจบที่ดูดีมากกว่าการปิดจบด้วยฉากรักแบบทั่วไป ซึ่งนี่เป็นงานดีมีคุณภาพมากจนสามารถฉายในโรงได้เลยครับ

Overall
7.5/10
7.5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • หนังเยียวยาจิตใจมากกว่าหนังรัก
  • เคมีนักแสดงดีมากๆ
  • สอดแทรกมุกตลกจากหนังรักในอดีต
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • ไม่โรแมนติกมากสำหรับคนที่อยากดูแค่ตรงนี้
  • หนังมีความยาวมากเกือบสองชั่วโมง
  • บทพระเอกดูเป็นบทสมทบ

ADBRO

Voicemails for Isabelle ข้อความเสียงแด่อิซาเบล ภาพยนตร์ Original Netflix แนวโรแมนติกคอมเมดี้ เรื่องราวของพี่สาวที่สูญเสียน้องสาวสุดที่รักไป ทำให้เธอต้องฝากวอยซ์เมลไปยังเบอร์ของน้องสาวเพื่อเยียวยาจิตใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าเบอร์นั้นถูกโอนไปให้คนใหม่แล้ว โดยที่เจ้าของคนใหม่นั้นก็แอบหลงรักเธอจากข้อความเหล่านี้

รีวิว Voicemails for Isabelle ข้อความเสียงแด่อิซาเบล

Jill (Zoey Deutch) รับมือกับการสูญเสียน้องสาว Isabelle (Ciara Bravo) ด้วยการโทรฝากข้อความเสียง (วอยซ์เมล) ให้เธออยู่เรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าเบอร์นั้นถูกโอนให้คนใหม่แล้ว Wes (Nick Robinson) นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ต่างรัฐได้รับเบอร์นั้นมา เริ่มได้ยินข้อความสารภาพส่วนตัวของ Jill ทุกเรื่อง จนหลงรักเธอก่อนที่จะเคยพบหน้า เขาจึงหาทางเข้าไปในชีวิตเธอโดยไม่ได้บอกความจริงเรื่องวอยซ์เมลให้เธอรู้

หนังรักที่พล็อตเรื่องดูธรรมดามากๆ แต่กลายเป็นว่าในความธรรมดานั้นกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีชีวิตชีวิต มีมิติของตัวละครลงลึก พร้อมความโรแมนติกที่ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จเหมือนหนังรัก Netflix เกร่อๆ ที่มีมาทุกเดือนเลย ต้องบอกว่านี่เป็นหนังที่มีคุณภาพในระดับฉายโรงได้เลย แต่คงเพราะผู้กำกับ+เขียนบท Leah McKendrick พึ่งหันเหจากการเป็นนักแสดงมาทำหนังเป็นเรื่องที่ 2 ซึ่งโอกาสแบบนี้ก็คงมีแค่ในสตรีมมิ่ง เรียกว่า Netflix ก็เหมือนแจ็คพ็อตที่ได้ผลงานดีๆ อย่างนี้มาไว้ในแพลตฟอร์มของตัวเอง

หนังเริ่มด้วยการปูพื้นฐาน 10 นาทีแรกให้เห็นชีวิตความสัมพันธ์ของพี่น้องที่คนนึงป่วยตั้งแต่เด็ก ส่วนตัวนางเอกที่เป็นพี่สาวก็เลยใช้ชีวิตแทนเธอพร้อมกับเล่าเรื่องราวกลับมาให้น้องสาวที่อยู่บนเตียงฟัง และร่วมกันทำความฝันการเป็นเซฟให้สำเร็จ ก่อนที่น้องสาวจะจากไป ซึ่งหนังใส่ใจมากกับการปูเรื่อง 10 นาทีแรกนี้เพราะมันคือหัวใจของทั้งเรื่องนี้ไปจนจบเลย เนื่องจากนี่ไม่ใช่หนังรักโรแมนติกหรือรอมคอมแท้ๆ แต่มันเป็นหนังเยียวยาจิตใจด้วยประเด็นการสูญเสียคนสำคัญในชีวิตแล้วพยายามจะไปต่อโดยที่ยังโหยหาคนที่จากไปแล้วอยู่ ซึ่งเป็นปมสำคัญของทั้งเรื่องว่านางเอกไม่ได้ต้องการผู้ชายหรือความรัก เธอเพียงแค่ต้องการเยียวยาจิตใจ ซึ่งจุดนี้นี่แหละที่มันแปลกแตกต่างไปจากหนังรักเรื่องอื่นๆ ทันที เพราะเธอไม่คิดอยากมีความรัก  แม้จะมีช่วงเวลาที่ให้เธอได้เหมือนพบเจอความรักชั่วคราวที่แวบเข้ามา แต่ก็เป็นแค่ซีนสั้นๆ ที่เป็นเหมือนบาดแผลมาซ้ำเติมมากกว่า แต่หนังก็ไม่ได้ทำออกมาหดหู่ แต่เป็นการสู้กลับแบบห่ามๆ ของนางเอกต่อสิ่งต่างๆ ที่เข้ามา แล้วก็ใช้วอยซ์เมลระบายความในใจเสมือนว่ายังมีน้องสาวอยู่เสมอ ซึ่งมันเป็นฉากที่ทำให้ผู้ชมได้รู้ตัวตนของนางเอกว่าทั้งเหงาเศร้า แต่ก็ต้องไปต่อกับชีวิตให้ได้มากที่สุด

ด้วยความที่หนังเน้นประเด็นการเยียวยาจิตใจมากกว่า ฟังดูอาจจะรู้สึกว่า แล้วหนังมันจะโรแมนติกตอนไหน ก็ต้องบอกว่าฉากโรแมนติกของเรื่องนี้คือช่วงเวลาที่พระเอกที่ได้รับวอยว์เมลแล้วหลงรักเสียงปลายสายอยู่ฝ่ายเดียว แต่ไม่กล้าโทรกลับไปบอกนางเอก ซึ่งมันดูน่ารักแล้วก็สนุกที่ได้เห็นการตกหลุมรักข้างเดียวแบบเพ้อไปเองของพระเอก โดยหนังใช้เวลาเกือบชั่วโมงด้วยถึงทำให้เขาตัดสินใจมาพบเธอโดยไม่บอกความจริง แต่ใช้ประโยชน์จากคำสารภาพที่เขาฟังมาเข้าหาเธอ ซึ่งมันก็ดูโรคจิตน่าขนลุกอยู่ แต่เรื่องก็ปูพื้นให้มีเรื่องราวของพระเอกประกอบว่าเขาก็มีปัญหาเรื่องความรักมาอีกแบบเหมือนกัน แต่เป็นแบบคนที่เข้าถึงยาก มีงานอดิเรกสะสมการ์ดเกม บทพยายามทำให้พระเอกดูเป็นคนที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นตัวตนจริงๆ สักเท่าไหร่ นอกจากพี่สาวกับพี่เขยที่กำลังจะแต่งงานกันและรู้เรื่องวอยซ์เมลนี้ด้วย ซึ่งช่วงเวลาโรแมนติกนี้ผู้ชมก็คงรู้ว่ามันเป็นการหลอกลวงนางเอก แต่หนังก็ทำให้มันดูจริงใจซื่อตรงมากที่สุด ไม่ใช่การหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์เพราะพระเอกก็ไม่เคยล่วงเกินเธอเลย ก่อนที่ความจริงจะเปิดเผยออกมาจากความผิดพลาดก็เป็นช่วงแตกหักตามสูตรหนังรักปกติ แต่หนังก็ไม่เลือกเดินตามสูตรสำเร็จที่พระเอกต้องหาทางกลับมา แต่กลับตัดบทของเขาไปเลย (มาอีกทีเอาตอนท้ายใกล้จบเลย) แล้วหันไปเล่าเรื่องชีวิตของตัวนางเอกที่ต้องไปต่อกับความฝันในอาชีพเชฟ ซึ่งมันแปลกมากที่หนังเลือกให้พระเอกเรื่องนี้ดูเป็นแค่บทสมทบมากกว่าตัวหลัก แต่ว่าเคมีของทั้งคู่ก็ดูดีมากจนทำให้ช่วงเวลาที่ทั้งคู่อยู่ด้วยมันมีเสน่ห์ออร่าทำให้ชีวิตของนางเอกดูสดใสขึ้นมาทันที

หนังใส่เรื่องราวการสู้ชีวิตของนางเอกที่อยากเป็นเชฟจริงจังเพราะมีเหตุผลมาจากสมัยที่ฝันทำขนมกับน้องตอนเด็กๆ แต่ในชีวิตจริงเธอกลับโดนเชฟชายกดขี่รังแกตลอด แม้เธอมีความสามารถแต่โดนเลือกปฏิบัติ ซึ่งหนังก็เลือกเล่าช่วงเวลานี้ให้มีตัวร้ายใส่มาเป็นสีสันประกอบ ซึ่งมันทำให้เรื่องราวดูมีมิติมากกว่าหนังรักที่มีปัญหาแล้วก็ต้องให้พระเอกมาช่วย แต่เรื่องนี้คือนางเอกสู้ชีวิตทุกอย่างคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบเลย แล้วตอนจบก็คือเชื่อมต่อไปยังฉากใน 10 นาทีแรกเหมือนไม่เคยลืมว่านี่เป็นหนังเยียวยาจิตใจมากกว่าความรัก ซึ่งมันทำให้เรื่องราวดูมีชีวิตจริงจังมากกว่าฉากจบที่พระเอกนางเอกจูบกันตอนจบแบบปกติมาก

นอกจากนี้หนังยังแทรกพวกกิมมิคเล็กๆ จากพวกหนังรักรอมคอมในอดีตเข้ามาโดยมีบทพูดถึงชื่อหนังกับนักแสดงเรื่องต่างๆ ที่เหมือนเป็นเหตุการณ์แบบเดียวกันอย่าง You’ve Got Mail ทอมแฮงค์ แล้วก็หยิบเอาพวกฉากสูตรสำเร็จมาใช้เป็นสไตล์ของตัวเอง อย่างฉากวิ่งไปหานางเอกตอนท้ายที่หนังทุกเรื่องมันต้องมี แต่เรื่องนี้คือการเอามาล้อเลียนให้ขำเล็กๆ แถมยังมีฉากล้อเลียนหนังดังอย่าง weapons ด้วยท่าวิ่งอย่างนารูโตะ ซึ่งฉากพวกนี้ใครตามทันก็ต้องแอบขำกับมุกตลกเล็กๆ ที่สอดแทรกมาได้อย่างมีสีสันมาก

 

สรุป

หนังรักโรแมนติกที่พล็อตเรื่องเหมือนสูตรสำเร็จทั่วไปของ Netflix แต่เรื่องนี้กลับมีดีมากกว่านั้นมากด้วยประเด็นการเยียวยาจิตใจของคนที่สูญเสียคนในครอบครัวไปผ่านวอยล์เมล ซึ่งหนังทำให้ประเด็นนี้เด่นตั้งแต่แรกจนจบ โดยเอาเรื่องความรักไว้เป็นบทรองผ่านวอยซ์เมลที่นางเอกส่งไปผิดพลาด ซึ่งมันเป็นส่วนประกอบทำให้ดูเป็นหนังรักโรแมนติกแค่กลางเรื่องที่ดูลักลั่นอยู่บ้างเพราะเป็นการใช้ประโยชน์จากความผิดพลาดเข้าหานางเอก แต่ด้วยเคมีของทั้งคู่ดูดีทำให้ช่วงเวลานี้ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ฉุดให้เรื่องราวดูสดใส แต่หนังก็ไม่ได้เป็นไปตามสูตรสำเร็จนักเพราะบทพระเอกของเรื่องนี้มาโผล่อีกทีเอาตอนท้าย ที่เหลือคือการสู้ชีวิตของนางเอกที่อยากเป็นเชฟโดยมีตัวร้ายคือเชฟชายที่คอยกดขี่เธอไว้ไม่ให้เกิด ก่อนที่เธอจะทำสำเร็จและจบด้วยการปลดปล่อยตัวเองออกไปในตอนจบที่ดูดีมากกว่าการปิดจบด้วยฉากรักแบบทั่วไป ซึ่งนี่เป็นงานดีมีคุณภาพมากจนสามารถฉายในโรงได้เลยครับ

 

 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------