รีวิว HIS & HERS (Netflix) สองฟากของความจริงที่นำไปสู่ตอนจบที่บ้าคลั่ง!
HIS & HERS
Summary
His & Hers เป็นซีรีส์ที่มีพล็อตเรื่องราวการสืบสวนที่แปลกใหม่ ด้วยการให้ผู้ชมต้องสงสัยตัวเอกทั้ง 2 คนที่เป็นสามีภรรยากันตั้งแต่แรกในคดีฆาตกรรมอดีตเพื่อนวัยเด็กของภรรยาในเมืองเล็กๆ ที่มีเรื่องราวความลับต่างๆ ในอดีตของทั้งสองซ้อนทบกันอยู่อีกหลายชั้น ซึ่งจุดนี้ซีรีส์วางหมากเรื่องราวผูกปมกันได้ดี แต่ซีรีส์ก็มีปัญหากับบทที่พยายามมากจนเกินไปเพื่อทำให้ทั้งคู่ต่างตกเป็นผู้ต้องสงสัยสลับไปมาตลอดเวลา จนกลายเป็นการกระทำที่ไม่เมคเซนส์หลายอย่างตลอดเรื่อง ซึ่งนักแสดงทั้งคู่ต่างแสดงได้ยอดเยี่ยม แต่ก็มาติดหล่มในบทที่ออกแบบมาให้พวกเขามีพฤติกรรมอะไรแปลกๆ แบบนี้ด้วยเช่นกัน ก่อนที่ตอนจบจะพลิกผันเล่นใหญ่โอเวอร์กันสุดๆ กับฉากจบที่ยังไงก็ต้องอึ้งทึ่งว้าวกันแน่ๆ แต่ถ้ามองในมุมของเหตุผลรองรับก็รู้สึกว่าไม่เพียงพอจนน่าประทับใจนักครับ แต่ก็แนะนำให้ดูเพราะถือเป็นซีรีส์ที่แปลกแตกต่างหายากกับการวางเรื่องราวสืบสวนคดีฆาตกรรมแบบนี้ที่ไม่เหมือนใครครับ(ระดับของตอนจบแบบซีรีส์ Behind Her Eyes ซีรีส์ปี 2021 ของ Netflix แต่ยังไม่สมเหตุผลเท่า)
Overall
7/10User Review
( votes)Pros
- พล็อตเรื่องฉีกแหวกแนว
- จุดหักมุมเยอะโดยเฉพาะตอนจบ
- มีพากย์ไทย
Cons
- การกระทำหลายอย่างของตัวละครไม่เมคเซนส์
ADBRO
HIS & HERS สองฟากของความจริง ซีรีส์ Original Netflix แนวสืบสวนทริลเลอร์จิตวิทยา 6 ตอนจบ เรื่องราวคู่สามีภรรยาที่แยกทางกันแล้ว แต่ต้องมาพบกันอีกครั้งจากคดีฆาตกรรมในเมืองเล็กๆ ที่พวกเขาทั้งคู่มีความเกี่ยวข้องด้วย
ซีรีส์ HIS & HERS (ไม่สปอยล์)
เรื่องย่อ
Anna Andrews (Tessa Thompson) ผู้ประกาศข่าวที่กำลังเสื่อมลง แยกตัวจากเพื่อนและอาชีพหลังจากเหตุการณ์ทางอารมณ์ที่สะเทือนขวัญ เมื่อได้ยินข่าวฆาตกรรมใน Dahlonega เมืองเล็กๆ ในจอร์เจียที่เธอเติบโตมา Anna กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พุ่งเข้าคลุกคลีกับคดีและค้นหาคำตอบ
นักสืบ Jack Harper (Jon Bernthal) สามีที่แยกทางกับ Anna กำลังสืบสวนคดีเดียวกัน และเขาสงสัยอย่างแปลกๆ ว่า Anna มีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่ทั้งคู่ตามล่าคำตอบ พวกเขาก็เริ่มไล่ล่ากันและกัน แต่ละคนก็เชื่อว่าอีกฝ่ายอาจเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก
ซีรีส์ที่เน้นย้ำแกนหลักของเรื่องตั้งแต่ชื่อเรื่องจนมาถึงพล็อตสามีภรรยาที่ต่างสงสัยว่าอีกฝ่ายอาจจะมีส่วนรู้เห็นหรือเป็นฆาตกร โดยมีเสียงว้อยโอเวอร์อยู่ตลอดเรื่องว่า “ทุกเรื่องราวมีสองด้าน” ประโยคนี้ถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดซีรีส์ โดยเป็นเสียงตัว Anna ตัวเอกของเรื่องที่บอกให้ผู้ชมรับรู้ว่า “มีคนโกหกเสมอในทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น” ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นหมัดฮุคหลักของซีรีส์ที่เชิญชวนให้ผู้ชมเลือกข้าง พิจารณาว่าจะเชื่อใคร และพยายามแก้ปริศนาไปพร้อมกัน โดยซีรีส์สลับมุมมองเรื่องราวระหว่าง Anna กับ Jack ทำให้ผู้ชมสับสนว่าใครพูดความจริง ใครกำลังปกปิดอะไร ซึ่งนี่เป็นจุดที่ดึงดูดทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีความน่าติดตามและชวนคิดปมปริศนานี้มากกว่าแนวสืบสวนปกติที่เน้นปิดตัวคนร้ายปกติ กลายเป็นการรับชมเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสงสัยตลอดเวลาว่าซีรีส์จะเปิดเผยตัวฆาตกรออกมายังไงให้สมเหตุผลที่สุด
แต่ถึงซีรีส์จะเดินเรื่องแบบล็อคเป้าไว้ที่ 2 ตัวละครหลัก แต่เรื่องก็ยังมีการเปิดตัวละครสมทบที่ถูกสร้างมาเพื่อให้เป็นทั้งเป้าหลอกล่อหรือผู้มีส่วนเชื่อมโยงกับการฆาตกรรมอีกหลายคน อย่างสามีของเหยื่อที่มีปัญหานกเขาไม่ขันแล้วต้องปล่อยให้แฟนสาวไปหลับนอนกับคนอื่น ตากล้องของ Anna ที่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว โดยที่เรื่องก็โยนบทบาทให้พวกเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยตามแนวการสืบสวนที่ Jack ตั้งธงไว้ ทั้งๆ ที่เขาก็คือตัวผู้ต้องสงสัยหลักในสายตาผู้ชมซ้อนกันอีก โดยที่มีนักสืบสาวชาวอินเดียเป็นมือใหม่ที่พึ่งมาทำงานกับ Jack ตั้งธงสงสัยในการกระทำของเขาอีกที กลายเป็นเรื่องราวการสืบสวนที่ยอกย้อนซ้อนทับกันระหว่างเหตุการณ์ในเรื่องและผู้ชมว่าจะเลือกเชื่อของใครกันแน่
นอกจากการเดินเรื่องหลักในคดีฆาตกรรม ตัวเรื่องยังมีพล็อตซ้อนกันอีกสองอย่างคือ ปมการแยกทางของสองตัวเอกที่มีการตายของลูกสาวมาเกี่ยวข้อง ซึ่งซีรีส์ค่อยๆ เผยปมนี้มาเรื่อยๆ ทำให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นแรงจูงใจบางอย่างที่ทำให้ทั้งคู่สามารถเป็นฆาตกรได้ทั้งสองคน
อีกปมคือความลับในวัยเด็กของ Anna และเพื่อนๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี ซีรีส์สร้างบรรยากาศของเมืองเล็กที่ทุกคนรู้จักทุกคนได้ดี ความลับที่ฝังอยู่นานแล้วค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมาเช่นกัน

แต่เรื่องนี้ก็มีจุดที่ดูแล้วชวนหงุดหงิดก็คือ ตัวละครทั้งคู่มักทำอะไรที่ดูปกปิดความจริงจนเกินไปเพียงเพื่อจะให้เป็นฉากต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมไปเรื่อยๆ ให้ผู้ชมดู แต่ไม่สมจริงกับเหตุการณ์ในเรื่องเลย อย่างฉากแรกที่พบศพ Anna ยิ้มเยาะเหมือนเป็นคนร้ายกับร่องรอยเบาะแสมากมายเหมือนเธอทำ หรือ Jack ที่พยายามลนลานปกปิดความผิดตัวเองกับเหยื่อแบบไม่เมคเซนส์ ซึ่งพอเล่นสูตรนี้ย้ำๆ มากไป สุดท้ายผู้ชมก็เลิกคิดตามว่าใครเป็นคนร้าย เพราะดูแล้วมันมีทางออกของเรื่องรายล้อมมากกว่านั้นมากมาย โดยเฉพาะจุดแข็งที่ซีรีส์เดิมพันไว้คือพล็อตทวิสต์ตอนจบแบบโอเวอร์กันสุดๆ ที่ต้องมีผู้ชมที่ว้าวสุดๆ กับอีกส่วนที่ส่ายหัวได้เลยเหมือนกัน ส่วนผู้เขียนว้าวจริงแต่ก็มีพล็อตโฮลมากมายจนไม่น่าประทับกับการเฉลยอะไรแบบนี้เหมือนกัน (ระดับของตอนจบแบบซีรีส์ Behind Her Eyes ซีรีส์ปี 2021 ของ Netflix แต่ยังไม่สมเหตุผลเท่า)
สรุป
His & Hers เป็นซีรีส์ที่มีพล็อตเรื่องราวการสืบสวนที่แปลกใหม่ ด้วยการให้ผู้ชมต้องสงสัยตัวเอกทั้ง 2 คนที่เป็นสามีภรรยากันตั้งแต่แรกในคดีฆาตกรรมอดีตเพื่อนวัยเด็กของภรรยาในเมืองเล็กๆ ที่มีเรื่องราวความลับต่างๆ ในอดีตของทั้งสองซ้อนทบกันอยู่อีกหลายชั้น ซึ่งจุดนี้ซีรีส์วางหมากเรื่องราวผูกปมกันได้ดี แต่ซีรีส์ก็มีปัญหากับบทที่พยายามมากจนเกินไปเพื่อทำให้ทั้งคู่ต่างตกเป็นผู้ต้องสงสัยสลับไปมาตลอดเวลา จนกลายเป็นการกระทำที่ไม่เมคเซนส์หลายอย่างตลอดเรื่อง ซึ่งนักแสดงทั้งคู่ต่างแสดงได้ยอดเยี่ยม แต่ก็มาติดหล่มในบทที่ออกแบบมาให้พวกเขามีพฤติกรรมอะไรแปลกๆ แบบนี้ด้วยเช่นกัน ก่อนที่ตอนจบจะพลิกผันเล่นใหญ่โอเวอร์กันสุดๆ กับฉากจบที่ยังไงก็ต้องอึ้งทึ่งว้าวกันแน่ๆ แต่ถ้ามองในมุมของเหตุผลรองรับก็รู้สึกว่าไม่เพียงพอจนน่าประทับใจนักครับ แต่ก็แนะนำให้ดูเพราะถือเป็นซีรีส์ที่แปลกแตกต่างหายากกับการวางเรื่องราวสืบสวนคดีฆาตกรรมแบบนี้ที่ไม่เหมือนใครครับ