รีวิว The Big Fake (Netflix) เรื่องราวช่างปลอมงานศิลปะตัวจริงที่ไม่ได้ตรงความจริงเลย
The Big Fake
Summary
The Big Fake เป็นหนังที่ต่อเติมเรื่องจริงในประวัติศาสตร์การเมืองอิตาลีไปไกลมากจนเป็นเหมือนนิยาย หนังไม่ได้ให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่ควรรู้กับผู้ชมทั่วไปเลย แต่ไปเน้นการเล่าเรื่องราวของ Toni Chichiarelli ศิลปินข้างถนนที่กลายมาเป็นนักปลอมแปลงและเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีลักพาตัวนายกอิตาลีแบบแต่งขึ้นมาเองแทบทั้งหมด การเดินเรื่องแม้จะดูลื่นไหลเพลินๆ พอสนุกได้ แต่หนังก็ไม่ได้มีความเข้มข้นมากพอ เรื่องราวทุกอย่างดูไหลไปตามสเต็ปง่ายๆ ความสัมพันธ์ตัวละครก็ขาดเชื่อมโยงทางอารมณ์กับคนดู ถ้าคุณสนใจประวัติศาสตร์อิตาลียุค 1970s เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะปลอม หนังก็พอตอบโจทย์นี้ได้ แต่ก็ไม่ได้ลงลึกในเรื่องนี้มาก หนังแค่พยายามโยงเรื่องราวการปลอมแปลงเขากับคดีที่เกิดขึ้นเท่านั้น ซึ่งมันเบาและก็จบแบบค้างคาจนดูเบาโหวงมากครับ
Overall
6.5/10User Review
( votes)Pros
- อ้างอิงประวัติศาสตร์การเมืองอิตาลี
- ชีวิตนักปลอมแปลงงานศิลปะ
- มีพากย์ไทย
Cons
- ไม่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ช่วงนี้ให้คนทั่วไปรู้เลย
- ขาดความเชื่อมโยงอารมณ์กับคนดู
- จบแบบค้างคา
The Big Fake จอมปลอม หนัง Original Netflix แนวอาชญากรรมดราม่า จากอิตาลี ชื่อเดิม “Il Falsario” สร้างจากเรื่องจริงของ Antonio Chichiarelli ช่างปลอมแปลงระดับเจ้าพ่อในยุค 1970s ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองช่วงวุ่นวายจนมีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์
รีวิว The Big Fake
เรื่องราวเกิดขึ้นในกรุงโรมช่วงเวลาอันวุ่นวายของอิตาลีหลังสงครามโลก เต็มไปด้วยการก่อการร้ายทางการเมืองจากฝ่ายนีโอ-ฟาสซิสต์และกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย รวมถึงการแทรกแซงจากรัฐและแก๊งอาชญากร
Toni Chichiarelli หนุ่มจากชนบทที่มาถึงโรมด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่ว่าจะเป็นจิตรกรชื่อดัง พร้อมกับเพื่อนสมัยเด็ก 2 คน – Vittorio (Andrea Arcangeli) นักบวชที่มีความเชื่อมั่นและระมัดระวัง และ Fabione คนงานที่หันไปสู่การเมืองฝ่ายซ้ายจัด
แต่ความฝันของ Toni กลับไม่เป็นจริง เขาต้องทำมาหากินด้วยการวาดภาพเหมือนตามท้องถนน งานศิลปะต้นฉบับของเขาไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งเขาได้พบกับ Donata (Giulia Michelini) หญิงสาวนายหน้าศิลปะที่มองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของเขา – ความสามารถในการปลอมแปลงภาพวาดและลายเซ็นของศิลปินดังได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งคู่เริ่มทำธุรกิจปลอมภาพวาดและลายเซ็น เงินเริ่มไหลเข้ามา พวกเขาเริ่มมีความสัมพันธ์แบบชู้สาว ชีวิตของ Toni เปลี่ยนไป – ดิสโก้เทค สตรีสวย ชีวิตหรูหรา แต่เขาก็ถูกดึงเข้าสู่โลกมืดที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขายอมรับทำงานโฆษณาชวนเชื่อทางการเมืองที่ไปเกี่ยวข้องกับคดีลักพาตัวนายกรัฐมนตรี Aldo Moro ที่เกิดขึ้นในเวลานั้น จนทำให้ความปลอดภัยในชีวิตของเขาหายไป
นี่เป็นหนังการเมืองสร้างจากเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์ของอิตาลี ซึ่งผู้ชมไทยก็คงไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย โดยปกติหนังการเมืองแบบนี้ควรจะเล่ารายละเอียดของโครงสร้างประวัติศาสตร์มาให้ผู้ชมทั่วไปได้พอเข้าใจเหตุการณ์ในตตอนนั้น แต่เรื่องนี้คือแทบตรงข้าม เพราะหนังใช้การเล่าเรื่องราวที่เป็นเหมือนการผจญภัยข้างถนนของชายผู้มีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์โดยเหมือนทุกคนรู้จักเขาอยู่แล้ว แต่ผู้เขียนเองก็ไม่รู้จักมาก่อนเหมือนกัน จนกระทั่งไปค้นดูภายหลัง จึงพบว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ก็เป็นเหมือนอีกด้านที่หนังเสริมเติมแต่งขึ้นมาล้วนๆ เพราะเรื่องจริงของตัวเอก Toni Chichiarelli ไม่ได้มีรายละเอียดลึกแบบที่หนังเรื่องนี้เล่าเลย ออกแนวทฤษฎีสมคบคิดมากกว่าว่าเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับช่วงความขัดแย้งทางการเมืองของแต่ละฝ่ายได้ยังไง โดยที่ตัวละคนเพื่อนสนิทของเขาทั้งสองคนที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องราวในหนังนี้ก็ไม่ได้มีตัวตนจริงบันทึกไว้เลยด้วย ดังนั้นถ้าจะมองในแง่หนังประวัติศาสตร์ก็ไม่ได้เลย จึงเหลือแค่เรื่องราวความบันเทิงที่หนังใส่ไว้เท่านั้น
ในมุมของความบันเทิงก็ถือว่าหนังเล่าเรื่องของคนธรรมดาที่ไต่เต้าขึ้นมาจากการปลอมแปลงจนไปเกี่ยวข้องกับการเมืองได้ค่อนข้างลื่นไหลดีเลย หนังใส่เรื่องราวชีวิตรัก การผจญภัยแบบซื่อๆ จากนิสัยของ Toni ที่มักใจกว้างช่วยใครก็ได้ง่ายๆ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แม้เพื่อนของเขาจะเป็นกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย แต่หนังก็แสดงให้เห็นว่ามิตรภาพของเพื่อนสำคัญที่สุดเสมอ ซึ่งการที่เขาใจกว้างช่วยคนไปหมด แม้จะทำเพื่อเงินแต่ก็ไม่เกี่ยงใครจ้าง มันกลับทำให้เขาเข้าไปติดกับอยู่ในอาชญากรรมทางการเมืองทั้ง 3 ฝ่าย กลายเป็นตัวละครที่ตกกระไดพลอยโจนอย่างน่าสงสาร ในขณะที่ชีวิตรักก็เริ่มพังไปด้วย ซึ่งหนังสะท้อนเรื่องราวของนักปลอมแปลงที่ไม่เคยมีอะไรจริงในชีวิตจนกระทั่งทุกอย่างถูกสูญเสียไปหมดถึงเริ่มคิดได้ขึ้นมา แต่เวลานั้นอาจจะสายไปแล้วก็ได้เช่นกัน
แต่สิ่งที่หนังทำได้ไม่ดีเลยคือตอนจบที่นำมาใส่ไว้ในตอนต้นก่อนตัดฉากไปตอนจบเฉลยให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเรื่องราวมันค่อนข้างค้างคาแบบงงๆ แม้จะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่หนังก็ไม่ได้เลือกจบตามชีวิตจริงของ Toni ที่ถูกยิงตาย แต่จบแบบปลายเปิดเหมือนเป็นนิยายชีวิตรักการแก้แค้นกับเพื่อนเท่านั้น ซึ่งทำให้เรื่องดูเบาโหวงใสตอนจบไม่มีความรู้สีกพีคกับหนังเลย
อีกทั้งเรื่องราวตกอยู่ในรูปแบบซ้ำๆ ของอาชญากรที่ถูกล้อมรอบด้วยอาชญากรที่เลวร้ายกว่า ทำให้ภาพของ Toni ดูเป็นอาชญากรที่มีความผิดเบาบางเพราะเขาเป็นแค่นักปลอมแปลงไปวันๆ สามารถทำผิดไปได้เรื่อยๆ โดยไม่มีฉากที่เจอแรงกดดันอะไรเกิดขึ้นเลย ทั้งๆ ที่หนังมาแนวเรื่องแต่งเติมเองแล้ว แต่เรื่องราวคาดเดาได้และขาดแรงบันดาลใจ ไม่มีจุดหักมุมใดๆ นัก ยิ่งความรู้สึกร่วมกับตัวละครก็ไม่มีเลยเหมือนกัน
สรุป
The Big Fake เป็นหนังที่ต่อเติมเรื่องจริงในประวัติศาสตร์การเมืองอิตาลีไปไกลมากจนเป็นเหมือนนิยาย หนังไม่ได้ให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่ควรรู้กับผู้ชมทั่วไปเลย แต่ไปเน้นการเล่าเรื่องราวของ Toni Chichiarelli ศิลปินข้างถนนที่กลายมาเป็นนักปลอมแปลงและเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีลักพาตัวนายกอิตาลีแบบแต่งขึ้นมาเองแทบทั้งหมด การเดินเรื่องแม้จะดูลื่นไหลเพลินๆ พอสนุกได้ แต่หนังก็ไม่ได้มีความเข้มข้นมากพอ เรื่องราวทุกอย่างดูไหลไปตามสเต็ปง่ายๆ ความสัมพันธ์ตัวละครก็ขาดเชื่อมโยงทางอารมณ์กับคนดู ถ้าคุณสนใจประวัติศาสตร์อิตาลียุค 1970s เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะปลอม หนังก็พอตอบโจทย์นี้ได้ แต่ก็ไม่ได้ลงลึกในเรื่องนี้มาก หนังแค่พยายามโยงเรื่องราวการปลอมแปลงเขากับคดีที่เกิดขึ้นเท่านั้น ซึ่งมันเบาและก็จบแบบค้างคาจนดูเบาโหวงมากครับ