playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว The Art of Sarah (Netflix) แอนนา มายา ลวง เวอร์ชั่นเกาหลีใต้

Summary

The Art of Sarah คือซีรีส์เกาหลีที่เอาเรื่องราวการต้มตุ๋นซับซ้อนระดับโลกที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับแวดวงคนชั้นสูงแบบเดียวกับซีรีส์ที่ดัดแปลงจากเรื่องจริง Inventing Anna แอนนา มายา ลวง ที่เคยมีมาก่อน แต่เรื่องนี้คือแต่งขึ้นมาล้วนๆ จึงทำให้เกิดเรื่องราวการหลอกลวงได้หลายชั้นสุดๆ โดยเป็นการเล่าเรื่องจากหลายตัวละครที่รู้จักกับ ซาราห์ คิม ในแบบที่แตกต่างกันเหมือนแนวราโชมอนที่ความจริงเกิดจากการรับรู้ของแต่ละคนต่างกัน เพียงแต่ว่าเรื่องราวทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาจากซาราห์เอง ซึ่ง Shin Hae-sun แสดงได้สุดยอดมากกับการหลอกที่เต็มไปด้วยมิติของความหรูหราคมคายสมจริง จนแม้แต่ผู้ชมที่ดูไปก็แยกไม่ออกว่าอันไหนคือเรื่องจริงหรือเท็จ โดยมีแก่นของเรื่องอยู่ในประโยคที่ว่า “ถ้าคุณไม่สามารถแยกของปลอมจากของจริงได้ มันยังเป็นของปลอมอยู่หรือเปล่า” แตว่านี่ก็ไม่ใช่ซีรีส์ที่นำเสนอความชั่วช้าของอาชญากรโดยตรง เพราะเธอก็ไม่ใช่นักต้มตุ๋นที่ชั่วช้า เธอเองก็มีแพสชั่นของตัวเองในการสร้างแบรนด์ที่เธอปั้นให้เกิดขึ้นมาจริงๆ แม้จะดูฉาบฉวยกับภาพลักษณ์ที่เธอขายมันออกมา แต่ผู้คนก็ซื้อสินค้าของเธอเอง นั่นจึงเป็นคำถามที่ซีรีส์ทิ้งไว้ให้คิดกับโลกจริงที่กำลังเป็นแบบนั้นอย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นการเล่าเรื่องด้วยหลายไทม์ไลน์มากทำให้เรื่องดูสับสนเกินไปและตอนจบที่ไม่ได้ตอบคำถามได้อย่างสมบูรณ์ว่า ซาราห์ คิม คือใคร ก็ทำให้ดูคลุมเครือและไม่ชัดเจน จนรู้สึกผิดหวังได้เหมือนกัน แต่ถ้าคุณชอบการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนมากๆ กับการแสดงที่ยอดเยี่ยมและงานภาพที่หรูหราสวยงาม ซีรีส์เรื่องนี้ก็สนุกและตอบโจทย์นั้นได้อย่างเต็มที่เลยครับ

Overall
7.5/10
7.5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • แนวอาชญากรรมต้มตุ๋นที่ซับซ้อนสะท้อนโลกจริงที่เป็นอยู่
  • เรื่องราวแบบราโชมอนซับซ้อนมาก
  • นักแสดง Shin Hae-sun แสดงได้สุดยอดมาก
  • งานภาพสวยหรูรางดงามมาก
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • เล่าเรื่องหลายไทม์ไลน์ซ้อนกันจนชวนงง
  • ตัวละครรองหลายตัวบทออกมาเพื่อเล่าเรื่องให้แตกต่างแล้วก็หายไป
  • ตอนจบที่มีความคลุมเครืออยู่

ADBRO

The Art of Sarah ซาราห์ เริ่ดลวงโลก ซีรีส์เกาหลี Original Netflix 8 ตอนจบ เรื่องราวของ ซาราห์ คิม ผู้หญิงลึกลับที่อ้างว่าเป็นผู้อำนวยการภูมิภาคของแบรนด์หรูระดับโลก Boudoir ถูกพบเป็นศพในท่อระบายน้ำใต้กรุงโซล แต่เมื่อตำรวจเริ่มสืบสวนลึกลงไปก็พบกับความจริงที่ซ่อนอยู่หลายชั้นจนไม่รู้เธอคือใครกันแน่

รีวิว The Art of Sarah (ไม่สปอยล์)

ซีรีส์เกาหลีที่ดัดแปลงเอาเรื่องราวการโกหกต้มตุ๋นระดับโลกที่มีมากมายใน Netflix มาก่อน อย่างซีรีส์ Inventing Anna แอนนา มายา ลวง ที่ดังไปเมื่อหลายปีก่อนสร้างมาจากเรื่องจริงของสาวปริศนาแอนนาที่อยู่ๆ ก็ปรากฏตัวในชนชั้นสูงพร้อมพยายามสร้างตัวตนให้เกิดในวงการธุรกิจกู้ยืมเงินมาได้มากมายจนร่ำรวย แต่สุดท้ายก็ไม่รอดโดนจับได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็มาในแบบเดียวกัน แต่ต่างกันที่เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งล้วนๆ จึงทำให้เรื่องราวมันโลดโผนซับซ้อนได้มากมายด้วยสไตล์ซีรีส์เกาหลีอยู่แล้วด้วย แต่เนื้อหาเมนหลักของเรื่องก็คือการพิสูจน์ว่า ซาราห์ คิม คือใครกันแน่ในแบบเดียวกับแอนนาที่ตอนนี้ก้ยังไม่รู้ตัวตนชัดเจนเช่นกัน

เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการค้นพบศพของ ซาราห์ คิม ผู้หญิงลึกลับที่อ้างว่าเป็นผู้อำนวยการภูมิภาคของแบรนด์หรูระดับโลก Boudoir ในท่อระบายน้ำใต้กรุงโซล นักสืบ พัค มุกยอง (Lee Jun-hyuk) ได้รับมอบหมายให้สืบสวนคดี แต่สิ่งที่เขาพบไม่ใช่แค่เหยื่อปล้นทั่วไป กระเป๋าแบรนด์หรูที่สั่งทำพิเศษยังอยู่กับศพ และเมื่อเขาเริ่มสอบปากคำผู้ที่รู้จักซาราห์ ทุกคนบอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ชื่อไม่ตรงกัน อายุไม่ตรงกัน อาชีพไม่ตรงกัน แม้แต่บุคลิกก็ไม่ตรงกัน ใคร คือ ซาราห์ คิม ตัวจริง

ซีรีส์เล่าเรื่องผ่านการย้อนอดีตและการสอบปากคำ ค่อยๆ ปอกเปลือกชั้นของความลับออกทีละน้อย ซาราห์ คิม เริ่มต้นเป็นผู้หญิงยากจนที่ใฝ่ฝันความหรูหรา เธอไม่ได้เกิดมาในโลกของคนรวย แต่เธอต้องการเป็นส่วนหนึ่งของมันมากจนยอมทำทุกอย่าง รวมถึงการสร้างตัวตนปลอม แต่งประวัติ และหลอกลวงทุกคนรอบตัว เธอไม่ได้แค่หลอกว่าเป็นคนรวย เธอสร้างทั้งระบบ สร้างแบรนด์ สร้างเรื่องราว สร้างความเชื่อ จนผู้คนเริ่มเชื่อว่า Boudoir เป็นแบรนด์หรูที่เจ้านายยุโรปใช้มาหลายทศวรรษ ทั้งที่ความจริงแล้วมันเพิ่งถูกสร้างขึ้นไม่นาน ด้วยความฉลาด ความมั่นใจ และการหลอกลวงที่ละเอียดรอบคอบ เธอจึงปีนขึ้นสู่สังคมชั้นสูงได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการทรยศหักหลังคนนับไม่ถ้วนที่พร้อมเป็นศัตรูกลับมาแว้งกัดทำลายเธอเช่นกัน

สิ่งที่ทำให้ The Art of Sarah โดดเด่นคือการตั้งคำถามเกี่ยวกับความจริงและความเท็จ ซีรีส์ถาม “ถ้าคุณไม่สามารถแยกของปลอมจากของจริงได้ มันยังเป็นของปลอมอยู่หรือเปล่า” ซาราห์สร้างกระเป๋าที่สวยงามและมีคุณภาพ ผู้คนยอมที่จะซื้อเพราะรู้สึกว่ามันหรูหราและพิเศษ ซึ่งเมื่อผู้คนยอมซื้อเองจะนับว่ามันเป็นของปลอมได้จริงหรือ ตัวเธอเองก็แต่งตัวดี พูดจาดี มีความรู้เกี่ยวกับแบรนด์หรู ผู้คนจึงเชื่อว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นสูงตามภาพแบรนด์ที่เธอสร้างขึ้นไปพร้อมกัน แล้วเธอเป็นคนปลอมจริงหรือในเมื่อสิ่งนั้นก็เกิดจากผู้คนหลงเชื่อกันเอง ซึ่งซีรีส์แสดงให้เห็นโลกปัจจุบันที่ภาพลักษณ์ภายนอกสำคัญกว่าข้อเท็จจริง ความปลอมกลายเป็นเรื่องจริงเมื่อสามารถถูกสร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วและต้องมีการพิสูจน์อะไร ในเมื่อความเชื่อมั่นของผู้คนสำคัญกว่าความจริงที่ผู้คนเองก็ไม่ได้ต้องการค้นหานัก

ตัวนักแสดง Shin Hae-sun แสดงได้สุดยอดในบท ซาราห์ คิม นี่คือการแสดงที่ดีที่สุดในอาชีพของเธอ ซาราห์ไม่ใช่ตัวละครมิติเดียว เธอไม่ใช่แค่คนโกหกที่ชั่วร้าย เพียงแค่เธอเป็นผู้หญิงที่มีความทะเยอทะยาน มีความฉลาด มีความกล้า และมีความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใน Shin Hae-sun แสดงให้เห็นทุกมิติของซาราห์จากความมั่นใจที่แข็งแกร่งภายนอก ไปสู่ความกลัวและความเหงาที่ซ่อนอยู่ภายใน ด้วยฉากที่เธอนั่งร้องไห้อยู่บนบันไดจนนักสืบ พัค เห็นใจและถอดเนคไทให้ซับน้ำตา โดยไม่รู้ว่าตัวเขาจะตกมาเป็นตัวละครในบทที่เธอวางไว้ด้วยเช่นกัน ตัวละครซาราห์แม้เธอจะดูประสบความสำเร็จภายนอก แต่ภายในเธอยังคงเป็นผู้หญิงที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เพียงพอ ไม่ดีพอ และต้องการพิสูจน์ตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการวางแผนซับซ้อนเพียงเพื่อการปลุกปั้นแบรนด์ในฝันของเธอให้เป็นจริง

ส่วน Lee Jun-hyuk ในบท นักสืบ พัค มุกยอง แสดงได้ดีเช่นกัน นักสืบที่ดูเย็นชาและใช้เหตุผล แต่ก็มีความหมกมุ่นที่จะหาความจริง แม้ความจริงนั้นจะซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เคมีระหว่าง Shin Hae-sun และ Lee Jun-hyuk ยอดเยี่ยม และเป็นคู่ปรับที่เชือดเชือนกันได้ตลอด แม้ว่าบทจะเทไปให้ซาราห์เป็นตัวเอกที่หลอกล่อเขาได้ตลอดเวลาก็ตาม

การถ่ายทำและการออกแบบภาพสวยงามมาก ทุกเฟรมดูเหมือนภาพถ่ายแฟชั่น การใช้แสง สี และองค์ประกอบภาพสร้างบรรยากาศที่หรูหราแต่เย็นชา สะท้อนโลกของซาราห์ที่ดูสวยงามภายนอกแต่ว่างเปล่าภายใน ฉากในร้านค้า งานเลี้ยงชนชั้นสูง และออฟฟิศหรูๆ ทุกอย่างถูกถ่ายทำอย่างพิถีพิถัน ทำให้รู้สึกถึงโลกของความหรูหราที่เธอพยายามเข้าถึงและไขว่คว้ามาตลอด

อย่างไรก็ตาม ซีรีส์มีจุดอ่อนที่ชัดเจน ปัญหาใหญ่ที่สุดคือโครงสร้างการเล่าเรื่องที่สับสน ซีรีส์กระโดดไปมาระหว่างไทม์ไลน์ต่างๆ บ่อยมาก จนบางครั้งผู้ชมคงรู้สึกสับสนว่าอยู่ในช่วงเวลาไหนกันแน่ โดยมีฉากที่วนซ้ำในมุมมองที่ต่างออกไป จนไม่รู้ว่าอะไรเป็นความจริง อะไรเป็นเท็จ การเล่าเรื่องแบบสลับตัวละครแต่ละตัวในฉากเดียวกันเหมือนราโชมอนมันใช้ได้ผลกับการทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ดูแล้วผู้ชมก็คงสับสนตามนักสืบ พัค ว่าสรุปลแ้ว ซาราห์คือใครกันแน่ แต่ซีรีส์นี้บางครั้งเล่าออกมาได้สับสนจนเกินไป จนรู้สึกว่าหลายครั้งเรื่องวนอยู่กับที่ ไม่มีความคืบหน้า แค่เพิ่มความสับสนโดยไม่มีคำตอบให้ชัดเจน จนถึงตอนจบที่รู้สึกไม่สมบูรณ์ หลังจากสร้างความลึกลับงงงววยมาทั้งเรื่อง ตอนจบกลับทำแค่ปิดคดีให้ตัวละครอย่างซาราห์แค่นั้น แต่ทิ้งคำถามว่า ซาราห์ คิม คือใครกันแน่ไว้อยู่ดี กลายเป็นตอนจบที่พยายามลึกซึ้ง แต่กลับทำให้รู้สึกจบแบบค้างคา

นอกจากนี้ตัวละครรองบางตัวไม่ได้รับการพัฒนาเพียงพอ มีตัวละครหลายตัวที่ปรากฏตัวมาเพื่อเล่าเรื่องแล้วก็หายไป โดยไม่มีผลกระทบที่ชัดเจนต่อเรื่อง ความสัมพันธ์บางอย่างถูกเริ่มต้นแต่ไม่ได้รับการสรุป ทำให้รู้สึกว่าซีรีส์พยายามยัดเยียดตัวละครเข้ามาเล่าเรื่องราวให้ซาราห์ คิม มีความแตกต่างกันจนมากเกินไป ซึ่งหลายครั้งก็ฟังแล้วไม่เมคเซนส์ แต่ซีรีส์ก็ใช้วิธีการบอกว่าทุกเรื่องที่คุณฟังไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไปเพราะมันมีหลายมุมมอง ซึ่งสุดท้ายเรื่องราวจริงแค่ไหนก็ไม่ได้ถูกเฉลยให้ชัดเจน กลายเป็นความคลุมเครือที่มีมากเกินไปเหมือนกัน

 

สรุป

The Art of Sarah คือซีรีส์เกาหลีที่เอาเรื่องราวการต้มตุ๋นซับซ้อนระดับโลกที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับแวดวงคนชั้นสูงแบบเดียวกับซีรีส์ที่ดัดแปลงจากเรื่องจริง Inventing Anna แอนนา มายา ลวง ที่เคยมีมาก่อน แต่เรื่องนี้คือแต่งขึ้นมาล้วนๆ จึงทำให้เกิดเรื่องราวการหลอกลวงได้หลายชั้นสุดๆ โดยเป็นการเล่าเรื่องจากหลายตัวละครที่รู้จักกับ ซาราห์ คิม ในแบบที่แตกต่างกันเหมือนแนวราโชมอนที่ความจริงเกิดจากการรับรู้ของแต่ละคนต่างกัน เพียงแต่ว่าเรื่องราวทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาจากซาราห์เอง ซึ่ง Shin Hae-sun แสดงได้สุดยอดมากกับการหลอกที่เต็มไปด้วยมิติของความหรูหราคมคายสมจริง จนแม้แต่ผู้ชมที่ดูไปก็แยกไม่ออกว่าอันไหนคือเรื่องจริงหรือเท็จ โดยมีแก่นของเรื่องอยู่ในประโยคที่ว่า “ถ้าคุณไม่สามารถแยกของปลอมจากของจริงได้ มันยังเป็นของปลอมอยู่หรือเปล่า” แตว่านี่ก็ไม่ใช่ซีรีส์ที่นำเสนอความชั่วช้าของอาชญากรโดยตรง เพราะเธอก็ไม่ใช่นักต้มตุ๋นที่ชั่วช้า เธอเองก็มีแพสชั่นของตัวเองในการสร้างแบรนด์ที่เธอปั้นให้เกิดขึ้นมาจริงๆ แม้จะดูฉาบฉวยกับภาพลักษณ์ที่เธอขายมันออกมา แต่ผู้คนก็ซื้อสินค้าของเธอเอง นั่นจึงเป็นคำถามที่ซีรีส์ทิ้งไว้ให้คิดกับโลกจริงที่กำลังเป็นแบบนั้นอย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นการเล่าเรื่องด้วยหลายไทม์ไลน์มากทำให้เรื่องดูสับสนเกินไปและตอนจบที่ไม่ได้ตอบคำถามได้อย่างสมบูรณ์ว่า ซาราห์ คิม คือใคร ก็ทำให้ดูคลุมเครือและไม่ชัดเจน จนรู้สึกผิดหวังได้เหมือนกัน แต่ถ้าคุณชอบการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนมากๆ กับการแสดงที่ยอดเยี่ยมและงานภาพที่หรูหราสวยงาม ซีรีส์เรื่องนี้ก็สนุกและตอบโจทย์นั้นได้อย่างเต็มที่เลยครับ

 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------