รีวิว The Night Agent SS3 ยกระดับซีรีส์สายลับ Netflix ขึ้นสู่แนวหน้าของโลก
The Night Agent SS3
Summary
The Night Agent SS3 เป็นซีรีส์สายลับที่ถูกยกระดับให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ของ Netflix มากจริงๆ โดยเฉพาะความเข้มข้นของเรื่องราวที่ล้วงลึกเข้าไปยังภายในทำเนียบขาวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปีเตอร์ต้องรับคำสั่งจากประธานาธิบดีที่เขากำลังสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับนายหน้าที่เขาถูกแบล็คเมลอยู่ตลอด จนกลายมาเป็นความมืดมนที่ปกคลุมอยู่ตลอดทั้งเรื่องว่าจะเขายอมหักกับอุดมการณ์รับคำสั่งเพื่อประเทศชาติได้แค่ไหน (จุดแตกหักสะใจมากด้วยคำสบถเพียงคำเดียว) และยังมีตัวร้ายที่โดดเด่นเป็นนักฆ่ามืออาชีพที่โหดเหี้ยม แต่ก็เป็นพ่อที่รักลูกมาก หรือตัวนายหน้าเองก็มีอดีตที่เคยเป็นคนดีและเกี่ยวพันกับนางเอกคนใหม่ (คนเก่าไม่มีบทแล้ว) รวมถึงคู่หู Night Agent ที่เป็นอดีตทหารเพื่อนเก่าของประธานาธิบดีที่ถูกส่งมาปกป้องและจัดการปีเตอร์ด้วยอุดมการณ์เดียวกัน ทำให้เรื่องราวของตัวร้ายก็มีมิติที่ลึกซึ้งจนน่าเห็นใจ และฉากแอ็กชั่นในซีซั่น 3 ตัวนักแสดง Basso เล่นฉากสตันท์เองเกือบทั้งหมด ทำให้ภาพผลงานออกมาดีมาก และบทก็ถูกทำให้เจ็บหนักหลายรอบไม่ได้เก่งกว่าตัวร้าย ทำให้ดูน่าเชื่อถือ แต่เรื่องก็มีจุดด้อยเล็กๆ แบบเดิมก็คือการหาทางออกได้ง่ายๆ กับการพลิกบทบาทตัวร้ายนายหน้าให้เป็นคนละคนไวเกินไป แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเล่าเรื่องมากนัก ทำให้ซีซั่นนี้ออกมาดีมากขึ้นไปอีก จนเรียกว่าเป็นซีรีส์สายลับชั้นแนวหน้าไปแล้วเรื่องหนึ่งได้เลยครับ
Overall
9/10User Review
( votes)Pros
- เรื่องราวลึกซับซ้อนมาก
- ตัวร้ายมีมิติหลายตัว
- ฉากแอ็กชั่นเล่นสตันท์เองจริง
- มีพากย์ไทย
Cons
- ตัวบทนายหน้าพลิกบทบาทไวเกินไป
The Night Agent SS3 ซีรีส์สายลับ Original Netflix 10 ตอนจบ เล่าเรื่องราวต่อจากตอนจบของซีซั่น 2 เมื่อปีเตอร์ถูกนายหน้าข่าวกรองซื้อตัวไว้ แต่เขาก็เตรียมตัวจัดการซ้อนแผนเช่นกัน จนนำไปสู่ความขัดแย้งกับประธานาธิบดีที่มีสัมพันธ์ลับกับนายหน้านี้อยู่
รีวิว The Night Agent ss2 (Netflix) เข้มข้นซับซ้อนยกระดับจากภาคแรกมากขึ้นไปอีก!
รีวิว The Night Agent SS3 (มีสปอยล์บางส่วน)
ซีรีส์สายลับที่ถูกยกระดับจนกลายเป็นอันดับ 1 ของ Netflix ไปแล้ว ซีซั่น 3 เริ่มต้นเวลาผ่านมาประมาณหนึ่งปีหลังจากเหตุการณ์ซีซั่น 2 (ตัวนางเอก Rose Larkin จะไม่ปรากฏตัวในซีซั่นนี้) ปีเตอร์ยังคงทำงานให้กับ Night Action ภายใต้การนำของ Catherine Weaver (Amanda Warren) แต่เขาถูกหลอกหลอนโดยการตัดสินใจที่ผิดพลาดในซีซั่น 2 ที่เขาต้องร่วมมือกับ Jacob Monroe (Louis Herthum) นายหน้าข่าวกรองตลาดมืด ภารกิจใหม่เริ่มต้นเมื่อเครื่องบินพาณิชย์ถูกยิงตก และเขาถูกส่งไปอิสตันบูลเพื่อติดตามเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังหนุ่มที่หลบหนีไปพร้อมกับข้อมูลลับของรัฐบาลหลังจากฆ่าหัวหน้าของเขา สิ่งที่ดูเหมือนภารกิจตามล่าธรรมดากลายเป็นการเปิดเผยเครือข่ายเงินสกปรกที่เชื่อมโยงกับการก่อการร้ายของ Jacob Monroe และความลับที่ไปถึงทำเนียบขาวโดยตรง
ตัวนักแสดง Gabriel Basso ยังคงเป็นหัวใจของซีรีส์ ปีเตอร์ในซีซั่น 3 มืดมนและทำงานด้วยความหนักใจกว่าที่ผ่านมาทั้งหมด เขาต้องต่อสู้กับความผิดที่รู้สึกจากการตัดสินใจในอดีต ต้องการนำ Jacob Monroe มาลงโทษให้ได้ แต่ก็รู้ว่าทุกก้าวที่เขาเดินอาจทำให้เขาจมลึกลงไปในโลกมืดมากขึ้นเรื่อยๆ เขาแสดงความขัดแย้งจากภายในจิตใจได้ดีมาก เขาต้องการทำสิ่งที่ถูกต้อง ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่งานที่เขาทำส่วนใหญ่กลับต้องการให้เขาเลือกระหว่างสิ่งที่ผิดกับสิ่งที่ผิดมากกว่า โดยเฉพาะการต้องรับใช้ประเทศภายใต้คนที่เขากำลังสงสัยว่าทำลายประเทศอยู่ จนกลายเป็นความเจ็บปวดในการที่ต้องเลือกทำสิ่งที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ของตัวเอง ซึ่งนั่นคืองานที่ยากสุดของการเป็นสายลับ Night Action อย่างเขา

แต่ตัวละครที่โดดเด่นและน่าจดจำที่สุดในซีซั่น 3 ไม่ใช่ปีเตอร์ แต่เป็น The Father หรือพ่อ (ไม่มีชื่อจริง) นักฆ่ามืออาชีพที่แสดงโดย Stephen Moyer เขาคือคู่ปรับของปีเตอร์ เป็นนักฆ่ามืออาชีพที่เย็นชา มีระเบียบวินัย และน่ากลัวอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่ทำให้ The Father พิเศษคือความซับซ้อนของตัวละคร เขาไม่ใช่แค่นักฆ่าที่ฆ่าคนเพื่อเงิน ซีรีส์สลับฉากระหว่างภารกิจฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมของเขากับชีวิตส่วนตัวที่อบอุ่น เขาเป็นพ่อที่รักลูก ตรวจการบ้านของลูกชาย สอนและให้ลูกชายเรียนรู้สิ่งที่ดีต่างจากเขา และยังสอนให้เป็นเด็กที่ช่างซักถามสงสัยอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่เขาเองทำงานฆ่าคนที่ต้องเก็บเป็นความลับ ความขัดแย้งนี้สร้างมิติที่น่าสนใจ ทำให้เขาไม่ใช่แค่วายร้ายมิติเดียว แต่เป็นมนุษย์ที่มีความรัก มีครอบครัว แต่ก็ทำงานฆ่าคนอย่างมืออาชีพ โดยความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่เป็นไฮไลท์สำคัญของครึ่งหลัง เมื่อปีเตอร์ถูกจับตัวเพื่อรีดเค้นข้อมูล เขาพยายามเจรจา พูดคุย หาจุดอ่อน และจุดอ่อนที่เขาพบคือ นักฆ่าคนนี้รักลูกชายมาก กลายเป็นจุดอ่อนเดียวที่ช่วยทำให้ปีเตอร์จะรอดชีวิตได้ และก็กลายเป็นจุดหักเหของบทสรุปเรื่องราวทั้งหมดในตอนท้ายไปด้วย ทำให้ตัวละครนี้มีบทบาทที่น่าจดจำ ถึงขั้นอยากให้ทำซีรีส์แยกของเขาโดยเฉพาะเลยก็ยังได้
ซีซั่นนี้มีตัวนางเอกที่เป็นละครใหม่ที่โดดเด่นคือ Isabel De Leon (Genesis Rodriguez) นักข่าวการเงินที่เชื่อว่าเธอเชื่อมต่อระหว่างการก่อการร้ายกับคนที่จ่ายเงิน Isabel ทำงานอิสระ ไม่กลัวใคร และมุ่งมั่นที่จะเปิดเผยความจริงไม่ว่าจะต้องเสี่ยงอะไร เธอและปีเตอร์ต้องร่วมมือกัน แม้จะมีวิธีการที่แตกต่างกัน เคมีระหว่างทั้งคู่ดี โดยไม่ต้องมีความรักมาปะปนแบบนางเอกซีซั่นก่อน เธอมีความเข้มแข็งในแบบของตัวเอง และนอกจากนั้นเธอยังมีความลับสำคัญในอดีตที่เป็นตัวตัดสินทำให้เรื่องราวของ Jacob Monroe ต้องพลิกบทบาทเปลี่ยนไปอีกด้วย ซึ่งซีรีส์ก็เล่าเรื่องในอดีตของเขาแยกออกไปเต็มๆ ทำให้ได้รู้เรื่องราวความเป็นมาในชีวิตก่อนมาเป็นนายหน้าข่าวกรองในปัจจุบัน ซึ่งชีวิตที่พลิกผันนี้ก็สร้างความเจ็บปวดให้เขามาตลอดชีวิต
ตัวละครใหม่อีกคนที่น่าสนใจคือ Adam Corrigan (David Lyons) สายลับ Night Agent อีกคนที่ถูกมอบหมายโดยประธานาธิบดีให้ทำงานปกป้องปีเตอร์ โดยเป็นคู่หูที่มีอารมณ์ขันชอบเล่าเรื่องตลกและความเป็นคนที่มีประสบการณ์มายาวนาน จากทหารเพื่อนร่วมรบกับประธานาธิบดี มาเป็น CIA ก่อนเป็น Night Agent ซึ่งทำให้ปีเตอร์มีคู่หูที่เก่งกาจร่วมงานด้วย แต่ก็มีความอันตรายลึกลับในตัวเมื่อเขาขึ้นตรงกับประธานาธิบดีที่มีส่วนพัวพันกับเรื่องราวของ Jacob Monroe ในตอนจบซีซั่น 2 ด้วยเช่นกัน
Chelsea Arrington (Fola Evans-Akingbola) กลับมาและได้รับบทบาทที่ใหญ่ขึ้น เธอตอนนี้เป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของครอบครัวประธานาธิบดี Richard Hagan ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง และเธอก็ได้แต่งงานในซีซั่นนี้ ทำให้เธอได้รับฉากที่มีอารมณ์และแอ็กชั่นมากขึ้น โดยเรื่องราวความใกล้ชิดคุ้มครองสุภาพสตรีหมายเลข 1 ทำให้เธอได้ล่วงรู้ความลับที่จะนำมาเชื่อมต่อเรื่องราวกับปีเตอร์ในภายหลัง
ฉากแอ็กชั่นในซีซั่น 3 ตัวนักแสดง Basso มุ่งมั่นที่จะเล่นสตันท์เองเกือบทั้งหมด ทำให้ออกมาดี ตัวพระเอกเจ็บ บาดเจ็บหนักได้ และไม่ได้ทำให้เก่งกว่าตัวร้าย ทำให้แอ็กชั่นในซีซั่นนี้รู้สึกจริง มีน้ำหนัก และน่าเชื่อถือ ทำให้ทุกฉากตื่นเต้นและยังรู้สึกว่าพลาดมาก็ตายได้จริงๆ ไปพร้อมกัน
การถ่ายทำซีซั่นนี้ยังพาไปทั่วโลก จากอิสตันบูล เม็กซิโกซิตี้ นิวยอร์ก วอชิงตัน ไปจนถึงสาธารณรัฐโดมินิกัน ทุกสถานที่ถูกถ่ายทำจริง ไม่ใช่ในสตูดิโอ ซึ่งทีมงานใส่ใจมากทำให้ซีรีส์ถูกยกระดับขึ้นเป็นสายลับแนวหน้าของวงการขึ้นจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ซีรีส์ก็ยังมีปัญหาการเล่าเรื่องบางจุดหาทางออกได้ง่ายๆ ไป ปัญหาของ Jacob Monroe ที่ค้างมาถูกเปลี่ยนภาพลักษณ์อย่างกะทันหันมากไป และก็ถูกตัดจบแบบง่ายๆ โดยมีความค้างคากับตัวละครนี้อยู่ซึ่งไม่ใช่จุดที่ลงตัวนัก และซีซั่นนี้ก็จบแบบไม่เปิดปมไปต่อ แต่ก็น่าจะได้รับไฟเขียวในไม่นานนี้ครับ
สรุป
The Night Agent SS3 เป็นซีรีส์สายลับที่ถูกยกระดับให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ของ Netflix มากจริงๆ โดยเฉพาะความเข้มข้นของเรื่องราวที่ล้วงลึกเข้าไปยังภายในทำเนียบขาวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปีเตอร์ต้องรับคำสั่งจากประธานาธิบดีที่เขากำลังสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับนายหน้าที่เขาถูกแบล็คเมลอยู่ตลอด จนกลายมาเป็นความมืดมนที่ปกคลุมอยู่ตลอดทั้งเรื่องว่าจะเขายอมหักกับอุดมการณ์รับคำสั่งเพื่อประเทศชาติได้แค่ไหน (จุดแตกหักสะใจมากด้วยคำสบถเพียงคำเดียว) และยังมีตัวร้ายที่โดดเด่นเป็นนักฆ่ามืออาชีพที่โหดเหี้ยม แต่ก็เป็นพ่อที่รักลูกมาก หรือตัวนายหน้าเองก็มีอดีตที่เคยเป็นคนดีและเกี่ยวพันกับนางเอกคนใหม่ (คนเก่าไม่มีบทแล้ว) รวมถึงคู่หู Night Agent ที่เป็นอดีตทหารเพื่อนเก่าของประธานาธิบดีที่ถูกส่งมาปกป้องและจัดการปีเตอร์ด้วยอุดมการณ์เดียวกัน ทำให้เรื่องราวของตัวร้ายก็มีมิติที่ลึกซึ้งจนน่าเห็นใจ และฉากแอ็กชั่นในซีซั่น 3 ตัวนักแสดง Basso เล่นฉากสตันท์เองเกือบทั้งหมด ทำให้ภาพผลงานออกมาดีมาก และบทก็ถูกทำให้เจ็บหนักหลายรอบไม่ได้เก่งกว่าตัวร้าย ทำให้ดูน่าเชื่อถือ แต่เรื่องก็มีจุดด้อยเล็กๆ แบบเดิมก็คือการหาทางออกได้ง่ายๆ กับการพลิกบทบาทตัวร้ายนายหน้าให้เป็นคนละคนไวเกินไป แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเล่าเรื่องมากนัก ทำให้ซีซั่นนี้ออกมาดีมากขึ้นไปอีก จนเรียกว่าเป็นซีรีส์สายลับชั้นแนวหน้าไปแล้วเรื่องหนึ่งได้เลยครับ