รีวิว The Bluff ชำระแค้นราชินีโจรสลัด (prime) แอ็กชันโหดจริงจัง แต่บทอ่อนสุดๆ
The Bluff
Summary
The Bluff ได้นางเอก Priyanka ที่ทุ่มเทแสดงฉากแอ็กชั่นได้ดี มีความรุนแรงระดับเรต R จริงๆ และในเรื่องยังใส่ดราม่าครอบครัวที่เธอต้องปกปิดตัวตนโหดร้ายในอดีต คาแรกเตอร์เลยไม่ออกมาทื่อๆในสไลต์หนังแอ็กชั่นแนวลุยเดี่ยวฆ่ามันแบบนี้ ซึ่งหนังให้เธอใช้วิธีการวางกับดักมากกว่าจะสู้ตรงๆ (แต่ก็มีซีนสู้ลองเทคด้วย) ทำให้ดูแล้วเป็นไปได้ที่ผู้หญิงคนเดียวจะจัดการโจรสลัดชายได้ทั้งก๊วน แต่ทุกอย่างก็ถูกทำลายด้วยเรื่องราวที่เล่นง่ายแบบทื่อๆ มาก อดีตของเธอกับตัวร้ายก็ไม่ได้ลงลึก แถมตัวร้ายที่เล่นโดย Karl Urban จากซีรีส์ The boys ก็ก๊อปลุคเดิมมากจนเกินไป แถมยังแสดงแบบทื่อๆ เหมือนเข้าฉากมารับเงินไปให้จบๆ และบทของเขาก็ไม่ได้ขยายมิติตัวละครให้ลึกเลย ทำให้ดูเหมือนมีแต่ความแค้นเพราะถูกสาวทิ้งแล้วยังมารีรอไม่ฆ่าเธอทั้งๆ ที่ทำได้ เลยทำให้ฉากแอ็กชั่นตอนท้ายดูปลอมไปเลย แถมยังจบแบบเผื่อทิ้งเชื้อไว้ต่ออีก ซึ่งก็ไม่น่าจะได้ทำต่อถ้าบทยังอ่อนขนาดนี้นะ แต่ถ้าใครอยากดูหนังเน้นแอ็กชั่นลุยๆ ทั้งเรื่องไม่สนใจบทมากก็โอเค มันตอบโจทย์ได้อยู่ครับ
Overall
6.5/10User Review
( votes)Pros
- Priyanka กับบทนำแอ็กชั่นเต็มตัว
- หนังโจรสลัดที่มีฉากแอ็กชั่นที่รุนแรง
- มีพากย์ไทย
Cons
- บทอ่อน เรื่องราวตรงสคิปต์แนวนี้แบบทื่อๆ
- นักแสดง Karl Urban ที่เล่นทื่อๆ ขอผ่านฉากไปที
The Bluff ชำระแค้นราชินีโจรสลัด ภาพยนตร์ Original Prime แนวแอ็กชั่น เรื่องราวของโจรสลัดหญิงที่หลบหนีมาใช้ชีวิตสงบสุขกับลูกสาว จนกระทั่งอดีตกัปตันตามมาล้างแค้นโทษฐานที่เธอทรยศ
รีวิว The Bluff ชำระแค้นราชินีโจรสลัด
หนังอำนวยการสร้างจากพี่น้องรุสโซ่ กำกับโดย Frank E. Flowers จากสายมิวสิควิดีโอมาทำงานให้ โดยเป็นเรื่องราวของช่วงสุดท้ายของโจรสลัด ในปี 1846 ในทะเลแคริบเบียน Ercell (แสดงโดย Priyanka Chopra Jonas) อดีตโจรสลัดสาว Bloody Mary ที่น่ากลัวที่สุดในทะเล หลบมาใช้ชีวิตเงียบๆ บนเกาะ Cayman Brac กับสามี T.H. Bodden ลูกชายพิการและน้องสาวของสามี ไม่มีใครรู้อดีตของเธอ จนกระทั่งกัปตัน Connor (Karl Urban) อดีตพี่เลี้ยงและคนรักของเธอ ตามล่ามาเพื่อแก้แค้นและทวงทองที่เธอเอาไป เธอจึงต้องใช้ทุกทักษะที่ปกปิดไว้เพื่อปกป้องครอบครัว
สิ่งที่หนังทำได้ดีคือการที่ Priyanka แสดงเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ตัดมะพร้าวดูแลลูก กลายเป็นนักรบที่โหดเหี้ยมได้อย่างน่าเชื่อ โดยเธอเล่นฉากสตันท์เองเกือบทั้งหมดด้วย ทำให้ทุกการต่อสู้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ดาราที่ถูกบังคับให้แสดงแอ็กชั่นแบบหลอกๆ หรือต้องหลบมุมกล้องไม่ให้เห็นหน้าตาเวลาใช้สตันท์ และในบทนี้ยังให้เธอแสดงความเปราะบางของแม่ที่กลัวจะสูญเสียครอบครัวไป และความแข็งแกร่งของอดีตโจรสลัดสาวสุดโหดที่ไม่ยอมแพ้ได้พร้อมกัน ตัวละครนี้จึงมีมิติ ไม่ใช่แค่บทผู้หญิงบู๊ทื่อๆ แบบที่มักเป็นกัน นอกจากนั้นแล้วในฉากแอ็กชั่นหนังยังได้เรต R ทำให้ฉากสตันท์ที่เธอเล่นเองนั้นดูโหดน่ากลัว และยังมีฉากลองเทคในช่วงแรกที่ให้เธอต่อสู้กับโจรที่เข้ามาทำร้ายอย่างต่อเนื่อง ก่อนจบด้วยการใช้เปลือกหอยทุบหน้าที่แม้จะไม่ได้ทำให้เห็นโดยตรงแต่ก็รุนแรงเอาเรื่อง นอกจากนั้นคือฉากโหดจากการวางกับดักของเธอไว้เต็มไปหมด หนังทำให้เห็นว่าผู้หญิงคนเดียวสามารถสู้กับฝูงโจรสลัดได้ยังไง ซึ่งหนังก็สามารถทำให้เราพอเชื่อได้ตามนั้นจริงๆ
แต่ปัญหาของหนังกลับเป็นนักแสดง Karl Urban ที่เรารู้จักกันดีจากซีรีส์ The boys เขากลับแสดงทื่อๆ ในแบบเดียวกัน และยังใช้ลุคหน้าตากับเคราแบบเดียวกันเป๊ะ ซึ่งใน The boys นั่นอาจจะดูลงตัว แต่พอมาได้เห็นเขาแสดงในเรื่องนี้แบบทื่อๆ มันเลยกลายเป็นคาแรกเตอร์ที่ก๊อปกันมาจากเรื่องก่อน และไม่มีพลัง ไม่มีความน่ากลัว ไปเลยเพราะในเรื่องนี้เขาไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรนอกจากปืนกับดาบ ซึ่งพอต้องมาแสดงในฉากแอ็กชั่นคิวบู๊โบราณแบบนี้มันก็เลยไม่มีอะไรแปลกใหม่จริงๆ แถมในบทนี้ยังเป็นการไล่ล่าเพราะความแค้นที่ถูกคนรักทิ้งมากว่าจะเป็นความแค้นต้องการฆ่าจริงๆ ทำให้กลายเป็นตัวละครที่อ่อน มีฉากที่จะฆ่านางเอกได้ก็ไม่ทำ จนกลายเป็นทำให้การต่อสู้ตัวๆ ดูไม่น่าเชื่อถือไปด้วยในฉากสุดท้าย
หนังยังมีปัญหาใหญ่ที่สุดมากกว่านักแสดงคือเรื่องน่าเบื่อและคาดเดาได้ทุกอย่าง พล็อตของอดีตนักรบพยายามหลบหนี อดีตตามกลับมาไล่ล่า เธอต้องสู้เพื่อปกป้องครอบครัว หนังสูตรนี้ไม่มีอะไรแปลกใใหม่เลย พล็อตทวิสต์ก็ไม่มี ไม่มีความซับซ้อนใดๆ ในเรื่องราวที่เล่า ผู้ชมไม่ได้รู้อะไรมากเกี่ยวกับอดีตของ Ercell เลย ไม่ได้มีการเจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ Connor เลย ทำไมพวกเขาถึงแยกทาง? ทำไม Connor ถึงหมกมุ่นกับเธอ? หนังไม่อธิบายอะไรตรงนี้เลย ปล่อยให้บทเฉลยไปแบบทื่อๆ ว่ามาตามล่าเพราะเกี่ยวกับการอภัยโทษของทางการที่ต้องการกำจัด Bloody Mary ด้วยเท่านั้น ซึ่งเหมือนหนังต้องการเก็บไว้ทำภาคต่อด้วยในตอนจบ แต่คาดว่าคงไม่ได้ทำเพราะคุณภาพของบทไปไม่ถึงจริงๆ
สรุป
The Bluff ได้นางเอก Priyanka ที่ทุ่มเทแสดงฉากแอ็กชั่นได้ดี มีความรุนแรงระดับเรต R จริงๆ และในเรื่องยังใส่ดราม่าครอบครัวที่เธอต้องปกปิดตัวตนโหดร้ายในอดีต คาแรกเตอร์เลยไม่ออกมาทื่อๆในสไลต์หนังแอ็กชั่นแนวลุยเดี่ยวฆ่ามันแบบนี้ ซึ่งหนังให้เธอใช้วิธีการวางกับดักมากกว่าจะสู้ตรงๆ (แต่ก็มีซีนสู้ลองเทคด้วย) ทำให้ดูแล้วเป็นไปได้ที่ผู้หญิงคนเดียวจะจัดการโจรสลัดชายได้ทั้งก๊วน แต่ทุกอย่างก็ถูกทำลายด้วยเรื่องราวที่เล่นง่ายแบบทื่อๆ มาก อดีตของเธอกับตัวร้ายก็ไม่ได้ลงลึก แถมตัวร้ายที่เล่นโดย Karl Urban จากซีรีส์ The boys ก็ก๊อปลุคเดิมมากจนเกินไป แถมยังแสดงแบบทื่อๆ เหมือนเข้าฉากมารับเงินไปให้จบๆ และบทของเขาก็ไม่ได้ขยายมิติตัวละครให้ลึกเลย ทำให้ดูเหมือนมีแต่ความแค้นเพราะถูกสาวทิ้งแล้วยังมารีรอไม่ฆ่าเธอทั้งๆ ที่ทำได้ เลยทำให้ฉากแอ็กชั่นตอนท้ายดูปลอมไปเลย แถมยังจบแบบเผื่อทิ้งเชื้อไว้ต่ออีก ซึ่งก็ไม่น่าจะได้ทำต่อถ้าบทยังอ่อนขนาดนี้นะ แต่ถ้าใครอยากดูหนังเน้นแอ็กชั่นลุยๆ ทั้งเรื่องไม่สนใจบทมากก็โอเค มันตอบโจทย์ได้อยู่ครับ