รีวิว Vladimir (Netflix) ได้ราเชล ไวซ์มาแบกฉากอีโรติกทั้งเรื่องเท่านั้น
Vladimir
Summary
Vladimir คือซีรีส์ที่ได้นักแสดงอย่าง ราเชล ไวซ์ มาแบกทั้งเรื่องไว้บนบ่าได้ดีเพียงคนเดียวแค่นั้นจริงๆ โดยเป็นเรื่องราวการสำรวจความปรารถนาของผู้หญิงวัยกลางคนกับจินตนาการถึงฉากอีโรติกกับหนุ่มวัยอ่อนกว่า ผ่านแวดวงการวิชาการในมหาวิทยาลัย แต่ 7 ตอนแรกยืดเยื้อและวนๆ อยู่กับเรื่องนี้จนแทบไม่ไปไหน และตัวละครอื่นก็อ่อนแอไร้สภาพไม่สามารถขึ้นมาเทียบรัศมีของราเชลได้เลยเพราะบทแทบไม่ได้เปิดโอกาสให้พัฒนาไปไหนเหมือนกัน แม้แต่ตัวเอกหนุ่มคู่จิ้นของเธอก็ไม่หล่อและบทอ่อนมากจนเหมือนตัวประกอบให้เธอไว้จิ้นฉากอย่างว่าเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายตอนจบที่รอคอยก็เลยมีแค่เธอจะสมหวังหรือทั้งหมดเป็นได้แค่การจิ้นฝ่ายเดียวของเธอ แต่บอกเลยว่ามันไม่คุ้มค่ากับเวลาเลยจริงๆ
Overall
5.5/10User Review
( votes)Pros
- การแสดงของ ราเชล ไวซ์ แบกทั้งเรื่อง
- ฉากอีโรติกมีเยอะมาก
- มีพากย์ไทย
Cons
- 7 ตอนแรกยืดเยื้อและวนๆ
- ตัวละคร Vladimir อ่อนแอและไม่มีมิติ
- ตัวละครรองไม่ได้รับการพัฒนา
- ฉากจบไม่คุ้มค่าการดู
Vladimir หัวใจใฝ่หา วลาดิเมียร์ ซีรีส์ Original Netflix 8 ตอนจบ แนวดราม่าอีโรติก เรื่องราวของอาจารย์สาววัย 40 ที่หมกหมุ่นกับอาจารย์หนุ่มวัย 30 จนเกินขนาด โดยที่ทั้งคู่ต่างก็มีครอบครัวอยู่แล้ว จนกลายเป็นแรงดึงดูดเข้าหากัน แต่นั่นเป็นเพียงแค่จินตนาการจากตัณหาราคะที่เกิดขึ้นหรือไม่
รีวิว Vladimir
ซีรีส์แนวอีโรติกที่มีศูนย์กลางของเรื่องราวอยู่ตัวนักแสดง ราเชล ไวซ์ ซึ่งเธอก็แสดงได้สุดยอดจริงๆ เธอแบกซีรีส์ทั้งหมดไว้คนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ โดย M เป็นตัวละครซับซ้อน เธอฉลาด ตลก เปราะบาง หมกมุ่น เห็นแก่ตัว และบางครั้งก็น่ารังเกียจ Weisz แสดงทุกมิติของตัวละครได้น่าเชื่อ เธอทำให้เรารู้สึกเห็นใจ M แม้ว่า M จะทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งนั่นก็คือการจินตนาการถึงเรื่องอย่างว่ากับอาจารย์หนุ่ม Vladimir ที่เป็นชื่อเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาทุกฉากที่เธอเข้าคู่กับเขาคือเรื่องราวความคิดว่าเขาจะทำอะไรกับเธอบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นความจริงที่เกิดขึ้นสักที ซึ่งนี่คือสิ่งที่ซีรีส์ต้องการดึงให้ผู้ชมติดตามว่าสุดท้ายแล้วความปราถนาของเธอจะสำเร็จหรือไม่ โดยที่ตอนแรกมีการเปิดตัวเกริ่นนำว่าเธอมัดเขาไว้และใครๆ ก็เกลียดเธอเป็นฉากเรียกน้ำย่อยไว้ก่อนด้วย

แต่ถึงแม้การดึงให้ผู้ชมติดตามความคิดเธอจะน่าสนใจ แต่ปัญหาคือเรื่องราวทั้ง 7 ตอนแทบจะวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่กับเรื่องความคิดอย่างว่านี้ตลอด จนทำให้เรื่องมันแทบไม่ไปไหนเลยจริงๆ ถ้ามีสัก 6 ตอนก็อาจจะลงตัวกว่านี้ก็ได้ แต่ซีรีส์ไม่สามารถทำให้เรื่องราวมันไปไกลกว่านี้ได้เลยเพราะจุดเฉลยคือตอน 8 สุดท้ายเท่านั้น โดยที่สุดท้ายมันก็ไม่ได้คุ้มค่าแก่การดูมาทั้งหมดเลยจริงๆ แม้ในแต่ละตอนจะไม่ยาวมากก็ตาม ราวๆ แค่ 30 นาทีเท่านั้น
อีกอย่างที่เรื่องราวออกจะน่ารำคาญก็คือ สไลต์การเล่าเรื่องที่ให้ M หันมาพูดกับผู้ชมโดยตรง เพื่อเล่าเรื่องผ่านความคิดของเธอ โดยไม่มีอะไรหลบซ่อนไว้ ซึ่งมันก็ดีในมุมหนึ่ง แต่ซีรีส์เน้นฉากพูดนี้เยอะมากแทบจะมากกว่าการสนทนากับตัวละครในเรื่องซะอีก เลยทำให้เราได้เห็นการตัดไปมาในฉากปกติที่เรื่องกำลังดำเนินอยู่แบบแปลกๆ จนดูสะดุดสุดๆ ออกจะน่ารำคาญไปแทน
นอกจากนี้ตัวละคร Vladimir ก็ดูไม่หล่อพอ แถมดูไม่มีบุคลิกที่มีเสน่ห์ชัดเจน ไม่มีความลึก เขาแค่ชายหนุ่มหล่อที่ M หมกมุ่น โดยที่ผู้ชมก็แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาจริงๆ นอกจากว่าเขาเขียนหนังสือ มีภรรยา และลูกสาว ซึ่งซีรีส์ก็เอาเรื่องครอบครัวเขามาเป็นปมเกี่ยวโยงกับของ M ไม่มากพออีกด้วย
สิ่งที่แปลกสักหน่อยในเรื่องนี้ก็คือ เนื้อเรื่องพยายามแทรกเรื่องการเมืองในรั้วมหาวิทยาลัยและวัฒนธรรมแบนบุคคลแบบ cancel culture จากสังคมในนั้น โดย M เป็นผู้หญิงที่มีชีวิตแต่งงานแบบเปิด ซึ่งหมายถึงใครจะไปมีอะไรกับคนอื่นก็ได้ เหมือนแต่งงานกันในนามแค่นั้น แต่ก็มีลูกด้วยกัน ซึ่งลูกก็เป็นไบเซ็กชวลด้วย เลยเป็นความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดในสังคมมหาวิทยาลัยเพราะเธอก็ไม่ได้ไปเที่ยวบอกใคร แต่เมื่อสามีของเธอถูกจับได้ว่ามีสัมพันธ์กับลูกศิษย์แบบยินยอม แล้วถูกฟ้องเขากลับมาในภายหลัง M ถูกนักศึกษาหญิงมองว่าอาจารย์ที่ถูกสามีนอกใจควรยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน แต่เธอกลับต่อสู้เพื่อปกป้องสามีแทน ซึ่งเรื่องได้แทรกเรื่องราวนี้ไว้เยอะ แต่ก็แทบไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นหลักเลย มันเป็นเหมือนพล็อตรองที่เปิดโอกาสให้จินตนาการของ M เกิดขึ้นได้โดยผู้ชมไม่รู้สึกว่าผิดเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายก็จบแบบไม่ได้มีคุณค่าอะไรเหมือนกันไปอีก
สรุป
Vladimir คือซีรีส์ที่ได้นักแสดงอย่าง ราเชล ไวซ์ มาแบกทั้งเรื่องไว้บนบ่าได้ดีเพียงคนเดียวแค่นั้นจริงๆ โดยเป็นเรื่องราวการสำรวจความปรารถนาของผู้หญิงวัยกลางคนกับจินตนาการถึงฉากอีโรติกกับหนุ่มวัยอ่อนกว่า ผ่านแวดวงการวิชาการในมหาวิทยาลัย แต่ 7 ตอนแรกยืดเยื้อและวนๆ อยู่กับเรื่องนี้จนแทบไม่ไปไหน และตัวละครอื่นก็อ่อนแอไร้สภาพไม่สามารถขึ้นมาเทียบรัศมีของราเชลได้เลยเพราะบทแทบไม่ได้เปิดโอกาสให้พัฒนาไปไหนเหมือนกัน แม้แต่ตัวเอกหนุ่มคู่จิ้นของเธอก็ไม่หล่อและบทอ่อนมากจนเหมือนตัวประกอบให้เธอไว้จิ้นฉากอย่างว่าเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายตอนจบที่รอคอยก็เลยมีแค่เธอจะสมหวังหรือทั้งหมดเป็นได้แค่การจิ้นฝ่ายเดียวของเธอ แต่บอกเลยว่ามันไม่คุ้มค่ากับเวลาเลยจริงๆ