รีวิว Apex ห่วงโซ่สังหาร (Netflix) ไล่ล่าปีนผาระทึกขวัญฆาตกรต่อเนื่องในป่าออสเตรเลีย
Apex ห่วงโซ่สังหาร
Summary
หนังระทึกขวัญหนีฆาตกรต่อเนื่องในป่า ที่ได้ชาร์ลิซ เธอรอน มาโชว์สกิลการเล่นผาดโผนเสี่ยงตายไปกับการไต่หน้าผากับล่องแก่งเองแทบทั้งหมด ทำให้ฉากพวกนี้ดูระทึกสมจริงและสวยงามไปพร้อมกันกับวิวธรรมชาติในป่าลึกออสเตรเลีย ส่วน ทารอน เอเกอร์ทัน ก็พลิกบทบาทจากบทพระเอกมาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่วิปริตสุดๆ กับเกมไล่ล่าในป่าแบบแมวจับหนูพร้อมกับพฤติกรรมท่าทางที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของคนโรคจิตจนน่ากลัว แต่หนังก็แทบไม่มีเรื่องราวลงลึกทำให้เห็นเบื้องหลังตัวละครทั้งคู่เท่าไหร่ เป็นแนวนำเสนอการเอาชีวิตรอดด้วยฉากแอ็กชั่นล้วนๆ ซึ่งก็ดีในมุมมองนี้และหนังก็ทำถึงไม่มีฉากๆ โง่หรือเล่นจั๊มสแกร์แบบทั่วไป เพียงแต่ตอนใกล้จบหนังกลับอยากขายฉากปีนหน้าผาคู่กับฆาตกรจนเกินไปทำให้ดูแล้วประหลาดๆ จากที่ดูทั้งเรื่องกลับมาแอบพังนิดๆ ในตอนท้ายได้เหมือนกันครับ
Overall
7/10User Review
( votes)Pros
- ชาร์ลิซ เธอรอน เล่นสตันท์เองเกือบทั้งหมด
- ทารอน เอเกอร์ทัน เล่นเป็นฆาตกรได้น่ากลัว
- งานภาพในป่าออสเตรเลียสวยงามน่าทึ่ง
- ฉากแอ็กชั่นเข้มข้นลุ้นระทึก
- มีพากย์ไทย
Cons
- บทไม่ลงลึกถึงตัวละครอยู่แค่ผิวๆ
- การไล่ล่าอาจรู้สึกซ้ำซากบ้างๆ
- ฉากปีผาตอนจบดูยัดเยียดให้มีเกินไป
Apex ห่วงโซ่สังหาร ภาพยนตร์ Original netflix แนวทริลเลอร์ ในป่าออสเตรเลีย ซาช่า พบกับ เบน ชายหนุ่มที่ดูเป็นมิตรในตอนแรก แต่หารู้ไม่ว่าเธอได้ติดกับดักในเกมมรณะกับฆาตกรต่อเนื่องที่โหดเหี้ยมเข้าแล้ว
รีวิว Apex ห่วงโซ่สังหาร
หนังของชาร์ลิซ เธอรอน นักแสดงตัวแม่สายแอ็กชั่นเล่นสตันท์เองจาก Mad Max: Fury Road , The Old Guard ร่วมกับทารอน เอเกอร์ทัน พระเอกจาก Kingsman ทั้ง 2 ภาค และงานจากเน็ตฟลิกซ์ Carry-On ที่คราวนี้หันมารับบทตัวร้ายเป็นฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตไล่ฆ่าคนในป่า นับเป็นส่วนผสมที่น่าสนใจมาก และตัวเรื่องก็เน้นหนักไปที่จุดขายของทั้งคู่ได้อย่างตรงจุดจริงๆ
พล็อตเรื่องค่อนข้างเรียบง่ายมาก เรื่องเริ่มด้วยฉากซาช่านักปีนเขาเกิดอุบัติเหตุทำให้สามีของตัวเองเสียชีวิต เธอได้หลีกหนีการไต่เขามาล่องแก่งผจญภัยในป่า แต่ว่ากลายเป็นการมาเจอกับเบน ฆาตกรโรคจิตที่ไล่ฆ่าคนในป่าพร้อมกับเกมล่าที่เธอต้องงัดเอาสกิลที่มีเอาชีวิตรอดไปให้ได้ ซึ่งหนังก็เสิร์ฟเรื่องราวฉากแอ็กชั่นการไล่ล่ากับฉากการผจญภัยในป่าล่องแก่งกับปีนเขากันอย่างจุใจ ด้วยการเล่นเองแทบทั้งหมดของ ชาร์ลิซ เธอรอน ทำให้การแสดงมีพลังและน่าเชื่อโดยเฉพาะการปีนผามือเปล่าที่น่าทึ่งมาก ทำให้หนังมีมุมกล้องสวยๆ โชว์การเสี่ยงตายจนดูแล้วใจหวิวๆ จากฉากปีนหน้าผาของเธอ ถึงขนาดที่หนังจบลงด้วยการจัดการฆาตกรได้แล้วก็ยังเสิร์ฟฉากปีนหน้าผากันต่อไปเลย โดยเป็นการสลายปมที่ติดค้างในใจในตอนเริ่มเรื่อง ซึ่งนี่คือจุดขายที่เด่นสุดของเรื่องนี้มากกว่าฉากไล่ล่าของฆาตกรซะอีก
ส่วนตัวฆาตกร เบน หนังทำให้นี่เป็นตัวละครที่มีความลึกลับซับซ้อน เขาเปิดฉากมาในเมืองด้วยท่าทีเป็นมิตรและช่วยแนะนำทางไปผจญภัยให้ซาช่า แต่การเจอกันในป่าเขากลับกลายเป็นคนละคน นี่เป็นเกมไล่ล่าที่เขาถนัดและออกแบบกับดักไว้ทั้งหมด ซึ่งหนังก็ค่อยๆ ใช้เกมไล่ล่านี้บีบให้เรื่องลุ้นระทึกไปพร้อมกับค่อยๆ อธิบายว่าเขาทำไปเพื่ออะไร ซึ่งตัวทารอน เอเกอร์ทันก็เก่งมากที่พลิกบทบาทจากพระเอกมาเป็นผู้ร้ายโรคจิตได้อย่างน่ากลัว มีความรู้สึกสยองขวัญแผ่ซ่านออกมาจากคำพูดและการกระทำของเขาตลอดเวลา อย่างการร้องเสียงนกตอนไล่ล่า ฟันที่ถูกเหลาจนแหลมเหมือนสัตว์ประหลาด วิธีการพูดจาที่หยอกล้อเหยื่ออยู่ตลอด หนังไม่ได้ทำให้นี่เป็นเกมไล่ฆ่า แต่เป็นการไล่ล่าเพื่อทรมานเหยื่อ โดยมีพิธีกรรมของเขาซ่อนอยู่ในป่านี้อีกที ซึ่งก็ไม่ได้เดายากเพราะหนังก็เผยๆ ไว้ตั้งแต่แรกแล้วครับ
หนังดูสนุกลุ้นระทึกได้ตลอดเวลา 90 นาทีเต็ม แต่ว่าการที่เรื่องราวมันมีแค่นั้นแบบเล่าง่ายๆ ไม่ลงลึก เพื่อต้องการเสิร์ฟฉากระทึกพวกนี้มากกว่า มันก็เลยทำให้หลายๆ อย่างดูตื้นเขินมาก ผู้ชมแทบไม่ได้รู้จักตัวซาช่าจริงๆ ว่าเป็นใครยังไงนอกจากการไต่หน้าผา ส่วนเบนหนังพยายามใส่ปมที่มาของเขาไว้ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เข้าใจได้ว่าเขาทำมาหากินอะไรในป่านี้ หรือชีวิตปกติเขาอยู่ที่ไหน จุดเปลี่ยนมาเป็นฆาตกรเกิดขึ้นได้ยังไงก็เป็นปริศนา ซึ่งถ้ามองในมุมหนังเอาชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้ผู้ชมคิดเองก็ถูกต้อง แต่อย่างน้อยก็รู้สึกว่าถ้าเติมเรื่องราวชีวิตของทั้งคู่ลงลึกอีกหน่อยหนังน่าจะดีขึ้นอีกมาก

ด้วยความที่หนังเป็นการไล่ล่าในป่า ไม่ใช่แนวฆาตกรไล่เชือดในบ้านในเมือง หนังจึงไม่มีพวกมุกจั๊มสแกร์เลย แต่หันมาเล่นกับความน่าตรงๆ ฉากต่อฉาก ไม่ได้มีตัวละครทำตัวโง่ๆ ออกมา ซึ่งทำให้เรื่องดูสมจริงดี แต่ว่าตอนท้ายเรื่องไคลแม็กซ์กับเบนกลับดูประหลาดๆ เมื่อเป็นฉากที่ต้องปีนผาร่วมกันเพื่อเอาตัวรอดจากป่า ฉากนี้ทำให้เรื่องดูยัดเยียดเพื่อจะขายการไต่หน้าผาของชาร์ลิซ เธอรอน จนเกินไป ทำให้ทั้งเรื่องที่ดูดีกลับมาดูโง่ประหลาดๆ อยู่เหมือนกันครับ
สรุป
หนังระทึกขวัญหนีฆาตกรต่อเนื่องในป่า ที่ได้ชาร์ลิซ เธอรอน มาโชว์สกิลการเล่นผาดโผนเสี่ยงตายไปกับการไต่หน้าผากับล่องแก่งเองแทบทั้งหมด ทำให้ฉากพวกนี้ดูระทึกสมจริงและสวยงามไปพร้อมกันกับวิวธรรมชาติในป่าลึกออสเตรเลีย ส่วน ทารอน เอเกอร์ทัน ก็พลิกบทบาทจากบทพระเอกมาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่วิปริตสุดๆ กับเกมไล่ล่าในป่าแบบแมวจับหนูพร้อมกับพฤติกรรมท่าทางที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของคนโรคจิตจนน่ากลัว แต่หนังก็แทบไม่มีเรื่องราวลงลึกทำให้เห็นเบื้องหลังตัวละครทั้งคู่เท่าไหร่ เป็นแนวนำเสนอการเอาชีวิตรอดด้วยฉากแอ็กชั่นล้วนๆ ซึ่งก็ดีในมุมมองนี้และหนังก็ทำถึงไม่มีฉากๆ โง่หรือเล่นจั๊มสแกร์แบบทั่วไป เพียงแต่ตอนใกล้จบหนังกลับอยากขายฉากปีนหน้าผาคู่กับฆาตกรจนเกินไปทำให้ดูแล้วประหลาดๆ จากที่ดูทั้งเรื่องกลับมาแอบพังนิดๆ ในตอนท้ายได้เหมือนกันครับ
ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่