playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Dark ดาร์ก season 2 ซีรี่ส์ชวนงงที่กลับมาแก้มือได้ทันเวลาพอดิบพอดี

Dark ดาร์ก season 2

สรุป

นี่แหละที่ Dark ควรจะเป็น season 1 ชวนหลับถึงพล็อตจะดี แต่ season 2 กลับมากู้ชื่อ Dark ได้แบบไร้ข้อกังขา

Overall
9/10
9/10
Sending
User Review
0 (0 votes)
Comments Rating 0 (0 reviews)

Pros

  • ถ่ายทำดี เกรดสีสวย ฉากสวย
  • พล็อตสนุก ลุ้น น่าติดตาม
  • CG VFX ทำได้ดี

Cons

  • มีช่วงวนในอ่างบ้างในบางจุด
  • ยังคงให้เราคิดมากเกินไปในบางฉาก อาจทำให้คนเข้าถึงยาก

ถ้าย้อนเวลากลับไปแก้ไขซีซั่นแรกได้จะทำไหม? นี่เป็นคำถามที่ผมอยากจะถามโปรดิวเซอร์ของซีรีส์นี้จริงๆ ถ้ามีโอกาสได้เจอกัน เนื่องจากว่า Dark ในซีซั่น 1 นั้นได้รีวิวตกมาตรฐานซีรีส์จาก Netflix เป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่พล็อตนั้นน่าสนใจ ใน รีวิว Dark ดาร์ก season 2 นี้ ผมจะพาย้อนเวลากลับไปใน season 1 ก่อนเพื่อช่วยไม่ให้ทุกคนต้องเสียเวลาในการนอนไปมากกว่านี้

เอาเป็นว่าใครที่เกิดสนใจ Dark ขึ้นมาแล้วอยากดูผมอยากจะแนะนำให้ข้าม season 1 ไปเลยนะครับ หาอ่านสรุป หรือว่าอ่านสปอยล์ที่ผมกำลังจะเขียนให้อ่านกันแทน เนื่องจากว่าซีรีส์ที่ผลิตโดย Netflix เรื่องนี้นั้นมีความซับซ้อนค่อนข้างมาก และในซีซั่นที่แล้วก็ทำเอาผมหลับไปหลายตลบ เพราะการดำเนินเรื่องที่ทิ้งปมให้เราคิดแทบจะทุกย่างก้าว การถ่ายทำที่ชวนให้เราคิดและโฟกัส รวมถึงธีมสีที่ดาร์กและสุดแสนจะฮิปสเตอร์ แต่ว่าเรื่องการเกรดสีผมชอบเลย มันเข้ากับฉากและบรรยากาศดีมากๆ การดำเนินเรื่องที่ขาดการดึงดูดทำให้การที่จะดูจบแต่ละตอนจะต้องใช้พลังเยอะ แต่ถ้าอยากดูจริงๆ แนะนำให้ดูแค่ 2-3 ตอนสุดท้ายของซีซั่นแรกครับ


สรุป Dark season 1

เมืองวินเดนเป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งในเยอรมัน ที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ด้วยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

แต่เรื่องวุ่นวายก็ต้องเกิดขึ้นเมื่อมีเด็กคนแรกหายไปชื่อว่าเอริคที่ยังตามหาตัวไม่เจอ และพ่อของโยนาสตัดสินใจแขวนคอตายแบบไม่มีปีไม่มีขลุ่ย พร้อมทิ้งจดหมายปริศนาที่ห้ามเปิดอ่านก่อนวันที่เขียนไว้หน้าซอง ต่อมามิคเคลลูกคนเล็กของ อูลริค นายตำรวจประจำเมืองได้หายสาปสูญไปอีกคน ซึ่งมิคเคลนั้นหายไปหลังจากที่เข้าไปเล่นสำรวจถ้ำในป่ากับก๊วนเพื่อนของพี่ชาย ประกอบไปด้วย โยนาส(พระเอก), มาธาร์(คนรักพระเอก), มักนุส(พี่ชายมาธาร์และมิคเคล), มาโทส(เพื่อนซี้พระเอก), ฟรานซิสกา(แฟนมักนุส) และ มิคเคล

ในระหว่างที่กำลังถกเถียงกันอยู่หน้าถ้ำ อยู่ๆก็เกิดมีเสียงประหลาดดังออกมาจากถ้ำ ทำให้ทุกคนวิ่งหนีกันกระเจิง แต่มิคเคลกับโยนาสขยับช้าสุดเลยทำให้แยกจากกลุ่มเพื่อน โยนาสหกล้มและคลาดกับมิคเคล

ภาพตัดมาที่มิคเคลเดินออกมาจากถ้ำ แต่ว่าสิ่งที่เขาเจอนั้นกลับกลายเป็นเมืองในอดีตเมื่อ 33 ปีที่แล้ว ไม่ใช่เวลาปัจจุบันที่เขาอยู่

มิคเคลเร่ร่อนไปเรื่อยจน อิเนส นางพยาบาลใจดีรับเขามาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมและได้พบฮันน่าห์(แม่ของโยนาส)

มิคเคลเคว้งและพยายามกลับไปที่บ้านที่ตัวเองเคยอยู่ และได้ไปเจอพ่อของตัวเองตอนที่เป็นวัยรุ่น และน้องชายของเขาได้หายตัวไป ณ เวลานั้นเช่นเดียวกัน

ชีวิตเด็กวัยรุ่นก็ดำเนินไปตามปกติ มิคเคลเองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลานั้นไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ฮันน่าห์ตกหลุมรัก อูลริค แต่อูลริคชอบกับคาธารีน่า ฮันน่าห์ได้แต่แอบมอง สุดท้ายฮันน่าห์ได้ลงเอยพบรักกับมิคเคล ซึ่งเขาเป็นลูกชายที่มาจากอนาคตของอูลริคผู้ชายที่เธอชอบอยู่ตอนนี้ยังไงล่ะ

เริ่มเห็นความซับซ้อนมาหรือยังครับ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทั้งหมด

ดาร์กซีซั่นแรกนั้นจะพูดถึงมิติเวลา 3 ที่ นั่นคือ ปัจจุบัน อดีต และอนาต โดยที่ตัวหลักคือ อดัมที่ตั้งก๊วนขึ้นมา มีโนอาร์เป็นสมุนมือขวาที่คอนเดินทางข้ามเวลามาเซี่ยมและทำให้แน่ใจว่าสิ่งต่างๆจะเกิดขึ้นตามที่วางไว้

ศพเด็กปริศนาศพแรกถูกพบในเวลาปัจจุบัน และตำรวจไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร อูลริคที่ลูกชายหายไปก็พยายามหาคำตอบจากทุกทาง แต่เขาก็ต้องตกใจเมื่อศพเด็กที่พบนั้นคือน้องชายของเขาที่หายตัวไปเมื่อ 33 ปีที่แล้ว แต่กลับเพิ่งมาโผล่และจากการตรวจสอบเขาเพิ่งตายได้ไม่นาน

นั่นก็เพราะเฮลเกอเป็นคนจัดการขังและทดลองอะไรบางอย่างกับเด็กเหล่านี้ที่หายตัวไป

เฮลเกอเป็นเด็กหนุ่มที่เป็นลูกชายของนายทุนที่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในวินเดนขึ้นมา และเขาเองนั้นก็เป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายเหล่านี้ เพราะถูกหลอกใช้มาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

อูลริคเริ่มจะอยู่ไม่ติด เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะตามหามิคเคล และเมื่อเขาค้นพบข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวกับถ้ำปริศนา

ในขณะเดียวกัน ชายนิรนามที่แต่งตัวซอมซ่อก็โผล่มาจากไหนไม่มีใครทราบ เขาพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง และเขาได้ส่งพัสดุอันหนึ่งให้กับโยนาส ในนั้นมีแผนที่ ไฟฉายและเครื่องวัดรังสี และบอกให้เขาตามสัญญาณไป

โยนาสเดินทางไปที่ถ้ำและเจอกับประตูเหล็กประหลาดที่พาเขากลับไปสู่อดีตและได้ไปเห็นมิคเคลที่นั่น เขาพยายามจะเข้าไปหามิคเคลแต่ถูกชายนิรนามซึ่งอยู่ๆโผล่มาเตือนไว้ว่าจะทำอะไรให้คิดดีๆ

อูลริคได้เบาะแสบางอย่างเลยไปสอบถามเฮลเกอในปัจจุบัน(แก่และสติไม่ดี) แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก จนเฮลเกอวันแก่พยายามจะแก้อดีตที่เขาเคยทำไม่ดีไว้ โดยการเดินทางข้ามประตูเวลากลับไปเตือนตัวเองในวัยกลางคน อูลริคจึงสะกดรอยตามไปจนเจอกับประตูเดียวกัน เพียงแต่เขาเดินทางผิด ไปโผล่ในอดีตที่ย้อนไปกว่า 66 ปี

แต่เขากลับได้เจอกับเฮลเกอในวัยเด็ก อูลริคที่รู้แล้วว่าเฮลเกอคือคนอยู่เบื้องหลังเด็กหายและตายปริศนา พยายามจะแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นโดยการกำจัดต้นตอด้วยการฆ่าเฮลเกอเด็ก แต่เขากลับไม่ตาย และอูลริคก็โดนจับโดยพ่อของเคลาเดียร์ที่เป็นตำรวจหนุ่มในเวลานั้น ในข้อหาฆ่าเด็ก และเขาถูกส่งไปอยู่ รพ บ้า

ในยุคปัจจุบัน เมื่ออูลริคหายและมิคเคลหายไปด้วย ทำให้คาธารีน่าซึ้งเป็นเพื่อนซี้กับฮันน่าห์แม่ของโยนาสสติแตก และเธอพาลไปกับทุกคน รวมถึงเพื่อนซี้ของเธอด้วย เพราะเธอรู้แล้วว่า อูลริคนั้นแอบไปคบชู้กับฮันน่าห์นั่นเอง

ครอบครัวและความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนของหลายๆคนเริ่มแตกแยก ความจริงที่โยนาสนั้นเป็นลูกชายของลูกเพื่อนแม่ยิ่งทำให้โยนาสสับสน เนื่องจากเขาเองชอบมาธาร์ พี่สาวของมิคเคล ซึ่งจริงๆแล้วก็คือพี่สาวของพ่อเขาเอง มันเลยเกิดความวุ่นวายเข้าไปใหญ่

ชายนิรนามที่คอยโผล่มาให้ข้อมูลและช่วยเหลือเหล่าตัวละครในยุคปัจจุบันนั้นก็คือโยนาสจากอนาคตที่แก่ขึ้น และเขามาพร้อมกับเครื่องมือที่ใช้เดินทางข้ามเวลาได้แบบไม่ต้องผ่านประตูถ้ำ

จุดประสงค์ของโยนาสที่มาจากอนาคตคือการปิดประตูเวลานี้ แต่เขากลับทำให้ทุกอย่างวุ่นวายหนักกว่าเดิม

หญิงแก่ผมขาวปริศนาปรากฏตัวขึ้นพร้อมบอกว่าเธอคือเคลาเดียร์ที่มาจากอนาคต และเธอคือตัวแปรหลักที่จะช่วยให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น

โยนาสในยุคปัจจุบันพยายามเดินทางไปหาพ่อของเขาในอดีตอีกครั้ง แต่รอบนี้ถูกโนอาร์จับขังและระหว่างนั้นโยนาสวัยกลางคนได้พยายามปิดประตูมิติในถ้ำ

ในระหว่างนั้นเช่นกันก็มีประตูมิติเปิดขึ้นในห้องขังของโยนาสและเขาได้เห็นเด็กผู้ชายที่กำลังเลือดอาบอยู่อีกฟากของประตู เด็กคนนั้นคือเฮลเกอที่โดนอูลริคพยายามฆ่าและเมื่อทั้งคู่สัมผัสกัน ก็เกิดการสลับเวลาขึ้น เฮลเกอหลุดเข้ามาในโลกของโยนาสและโยนาสหลุดไปในโลกของเฮลเกอ แต่สิ่งที่แปลกไปก็คือ โลกที่โยนาสอยู่ ณ ตอนนี้คือโลกอนาคตที่ทุกอย่างพังทลายลงไปหมดแล้วเหลือเพียงเศษซากของเมืองวินเดนที่โดนทำลายไปหมดสิ้น…จบ ซีซั่นแรก

ผมพยายามข้ามบางตอนที่ดูแล้วไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่ แต่สรุปของสรุปก็คือ ประตูมิติในถ้ำมี 3 ทางแยก คือเป็นประตูมิติปัจจุบัน อดีตและอนาคต ซึ่งผมเข้าใจมาตลอดว่าฉากที่ดำเนินเรื่องในตอนแรกๆคือปัจจุบัน แต่เปล่าเลยครับ มันคือฉากดำเนินเรื่องในอนาคต (2019) และฉากในอดีตที่มิคเคลหลุดไป เป็นเวลาปัจจุบัน (1986) และอดีตคือเวลาที่ทุกอย่างเริ่มต้น (1953)

เรื่องนี้ค่อนข้างดูยากนิดนึงนะครับ เนื่องจากไทม์ไลน์ซับซ้อนและตัวละครก็เยอะ


รีวิวกันต่อ สำหรับ season 2 จะเป็นการดำเนินเนื้อเรื่องต่อจากตอนจบของซีซั่นแรกเลย ไม่มีพัก และการเดินเรื่องทำได้ดีกว่าเดิมเยอะครับ แม้ว่าจะยังมีปมให้ชวนคิดอยู่แบบเดิมก็ตาม แต่เมื่อเราเข้าใจคอนเซ็ปต์ของมันแล้ว การดูใน season 2 นี้ก็ค่อนข้างลื่นไหลเลยทีเดียว

“พล็อตแหกกฏเกณฑ์จากพล็อตสไตล์นี้ได้อย่างน่าสนใจ”

หลายๆ อย่างจะถูกเฉลยในซีซั่นนี้ การปะติดปะต่อและการเล่าเรื่องราวมีการพัฒนาที่ดีขึ้นจากเดิมค่อนข้างมาก ผมดูแล้วรู้สึกถึงความน่าติดตามมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ เราจะได้รู้เรื่องราวเบื้องลึกหลายๆอย่างรวมถึงสร้างคำถามเพิ่มเข้ามาอีกเช่นกันครับ ซึ่งในตอนท้ายๆ ของเรื่องนั้นมีจุดที่เอื่อยและไม่ค่อยสนุกอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับพาหมดอารมณ์ในการดู

การถ่ายทำและการนำเสนอยังคงมาแนวเดิม แบบชวนให้คิดเพียงแต่ว่าไม่ปล่อยให้เราคิดและงงนาน ด้วยการดำเนินเรื่องที่ไวขึ้น ทำให้ตรงนี้ดูสนุกขึ้น หรือไม่ก็เพราะผมชินกับมันไปแล้ว(ตายด้าน)…

เรื่องนี้พล็อตค่อนข้างน่าสนใจและฉีกกฏเกณฑ์หนังพล็อตแนวนี้พอสมควรเลยครับ นี่เป็นจุดขายหลักที่ผมยังทนทรมานดูจนจบซีซั่นแรกเลยนะ

ปกติหนังที่เกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลา มักจะสอนเราว่าห้ามไปแทรกแซงอดีต แต่เรื่องนี้ แหกทุกกฏเกณฑ์แบบไม่มีเกรงใจกันเลย มันสนุกก็ตรงนี้แหละครับ

แต่ทั้งหมดทั้งมวล ผมขอยกความสุดยอดให้คนเลือกนักแสดงครับ นักแสดงที่ต้องรับบทบุคคลนั้นๆในวัยต่างๆ มีความคล้ายกันค่อนข้างมาก และคุมโทนได้ค่อนข้างดีครับ คือดูแล้วเดาไม่ยากเลย แทบไม่ต้องใบ้อะไรมากว่าคนนี้เป็นใครในแต่ละช่วงวัย และแอบสปอยล์แบบไม่สปอยล์ ดาร์คไม่จบในซีซั่นนี้นะครับ เตรียมดู season 3 กันได้เลย


Dark หรือว่าชื่อไทยว่า ดาร์ก (ต่างกันตรงไหน) ถือเป็นซีรีส์ที่ผลิตโดย Netflix จากประเทศเยอรมันที่มีพล็อตน่าติดตามมากๆ อันหนึ่งเลย การนำเสนอสุดแสนจะดาร์ก (การเกรดสีและการถ่ายทำ) เข้ากันได้ดี แม้ว่าในซีซั้นแรกจะทำออกมาค่อนข้างน่าผิดหวังจากการนำเสนอที่ไม่เร้าใจและดูยากเลยทำให้รีวิวบน Netflix ออกมาไม่ถูกใจคอหนังมากนัก แต่อยากให้โอกาสซีซั่น 2 นะครับ โดยเฉพาะคนที่ชอบหนังแนวเดินทางข้ามเวลา เรื่องนี้คอนเซ็ปต์ดีเลยล่ะ ผมเองก็ไม่คิดว่า Netflix จะทำต่อ แต่เลือกทำต่อก็แสดงว่ายอดดูน่าจะดีพอสมควรเลย ก็ถือว่าออกมาแก้มือได้ดีเลยนะครับ ผมก็ได้แต่หวังว่า season 3 จะไม่พาเราออกทะเลก็แค่นั้นเอง

 

ความเห็นจากเรา: STREAM IT 

อ่านรีวิวอื่นๆคลิก

Leave a comment
The Devil’s Hour ช่วงเวลาปีศาจ ตี 3.33 นาที ที่เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์เกินคาด!