playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว 1899 ซีรีส์จากผู้สร้างดาร์คที่พล็อตเรื่อง ตัวเรื่อง จุดเฉลย เกร่อสุดๆ (ไม่สปอยล์)

1899

Summary

ซีรีส์แนวลึกลับที่ยำพล็อตฮิตหลายเรื่องเข้าด้วยกัน แล้วพยายามหาทางให้ดูสดใหม่ ด้วยเครดิตชื่อชั้นผู้สร้าง Dark แต่ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ชวนว้าวอย่างที่คิด ตัวเรื่องพยายามทำให้ซับซ้อนเกินจริงแบบดูแล้วล้นๆ ไปหน่อย เรื่องราวของตัวละครสมทบไม่ได้เกี่ยวกับปริศนาหลักอะไรในเรื่องเลย (ขนาดที่ว่าข้ามไปไม่ดูทุกฉากก็ยังได้เลย) และความคิดการกระทำของตัวละครหลักยังดูไร้เหตุผลแบบไม่เข้าท่า ทำให้ตัวเรื่องบางครั้งดูแล้วขัดใจไม่เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องเลย แต่ด้วยงานสร้างที่ปราณีตมีคุณภาพสูงมากทุกด้าน CG ในเรื่องออกแนวลึกลับน่าติดตาม ก็ทำให้ตัวเรื่องยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีที่แนะนำให้ดูได้ แม้อาจจะมีช่วงน่าเบื่ออยู่บ้างก็ตามครับ

Overall
7/10
7/10
Sending
User Review
5 (1 vote)

Pros

  • แนวลึกลับผสมยำหลายๆ เรื่องเข้าด้วย
  • จากผู้สร้างดาร์ค
  • นักแสดงหลายเชื้อชาติ
  • งานโปรดักชั่นคุณภาพสูงมาก
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • พล็อตเรื่องโครงเรื่องจุดเฉลยเกร่อมาก
  • ความคิดการกระทำตัวละครหลักไม่สมเหตุผล
  • เนื้อเรื่องตัวละครสมทบไม่เกี่ยวกับเส้นเรื่องหลักเลย (ทำให้เรื่องยืดเยื้อเกินจำเป็น)
  • พากย์ไทยมีนอกบทเยอะ

1899 ซีรีส์ Netflix แนวลึกลับที่ขายเครดิตชื่อผู้สร้าง Dark ซึ่งแทบจะการันตีได้เลยว่าต้องมีงานสร้างคุณภาพ+เรื่องราวซับซ้อนเป็นเมนหลักสำคัญ โดยเป็นเรื่องราวของเรือโดยสารเคอร์เบอรอสที่ขนผู้คนไปอเมริกา แต่ระหว่างทางกลับได้เจอเรือโพรมีเธียสที่หายสาปสูญไปหลายเดือนก่อนหน้านี้ และพบว่าผู้คนบนเรือพันกว่าชีวิตหายไปอย่างไร้ร่องรอย มีเพียงเด็กชายรอดชีวิตมาหนึ่งคน ก่อนที่จะเริ่มเกิดเหตุการณ์ประหลาดหลายอย่างขึ้นบนเรือเคอร์เบอรอสลำนี้

 1899 (2022) on IMDb

 

รีวิว 1899  (ไม่สปอยล์)

สำหรับดาร์คอาจจะมีความซับซ้อนคาดเดาเรื่องได้ยาก แต่กับเรื่องนี้ผู้สร้างพยายามอย่างมากที่จะทำให้เรื่องซับซ้อนคาดเดายากแบบเดิม แต่ด้วยความที่พล็อตเรื่องแนวเรือหายไปกลางทะเล ก่อนที่เรืออื่นจะไปเจอแล้วก็บลาๆ จะเป็นผีสิง ไซไฟ ความลึกลับของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า แอตแลนแลนติส ก็ทำกันมาเยอะจนเกร่อมากๆ แล้ว (อย่างหนังเกรดบีดังเรื่อง Triangle เรือสยองมิตินรก) การที่ผู้สร้างมาย้อนรอยใช้พล็อตเก่าแบบนี้ก็ต้องหาจุดที่แตกต่างออกไปให้ได้ ก็เลยไปเอาไอเดียดังที่พักหลังทำจนเกร่อมายำลงไปอีก ซึ่งผู้เขียนจะบอกแนวเรื่องที่มาผสมนี้ไปเลยเพราะจริงๆ ตัวเรื่องก็ไม่ได้จะปกปิดอะไรแต่แรกอยู่แล้ว ตัวละครนางเอกในเรื่องมีพูดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นฉากแรกๆ ถึงเรื่องนี้เลย แต่ถ้าใครกลัวสปอยล์มากก็ข้ามท้ายย่อหน้านี้ไปครับ ////////สปอยล์////// แนวที่ว่านั่นคือ แนวโลกซ้อนโลก ซึ่งก็แบ่งเป็นแนวโลกในจิตใจ โลกจำลองในคอมพิวเตอร์ โลกจำลองของจริงอย่างซีรีส์ดัง เวสเวิลด์ของ HBO นั่นแหละครับที่มีการผสมแนวพวกนี้เข้าไว้ด้วยกันหมดเลย หรือแม้แต่ในเน็ตฟลิกซ์เองก็มีหลายเรื่องที่ทำมาก่อนนี้แล้ว ซึ่งพองานนี้มันเป็นการยำแนวดังเกร่อสมัยเก่ากับใหม่มาชนกันก็เลยกลายเป็น ความเกร่อที่ดูใหม่ขึ้นมา “หน่อยนึง” เท่านั้น

สำหรับผู้ชมที่เป็นคอแนวลึกลับไซไฟก็คงเฉยๆ กับหลายอย่างที่เรื่องนี้พยายามปั้นแต่งสร้างให้ดูสดใหม่ แต่แทบทั้งหมดไม่ได้ใหม่อะไรจริง ปริศนาระหว่างทางยัดมาเยอะ แต่จนถึงตอนเฉลยกับตอนจบก็ไม่ได้ว้าวอะไร เพราะหลายเรื่องก็ทำกันมาก่อนแล้ว บางเรื่องก็อยู่ในเน็ตฟลิกซ์นี่ด้วย เป็นหนังไซไฟชื่อดังด้วยกันนี่แหละครับ (ตอนจบเหมือนกันอย่างกะแกะเลยดีกว่า ใบ้ๆ ชื่อว่าขึ้นต้นด้วยตัว O ลงท้ายด้วยตัว N) และหลายอย่างในเรื่องนี้เป็นความพยายามสร้างให้เรื่องดูมีปริศนาแบบออกหน้าออกตาเกินจำเป็น แบบแทบทุกตัวละครในเรื่องต้องมีอะไรลับๆ ล่อๆ มีความลับเลวร้ายเป็นเหมือนบาปติดตัวจากอดีตมาตามหลอกหลอน (อันนี้ก็เกร่อมาก) ซึ่งโดยปกติแนวนี้ความลับของตัวละครมักจะไปเกี่ยวพันกับปริศนาหลัก แต่เรื่องนี้ความลับตัวละครแทบทั้งหมดที่ไม่ใช่ตัวหลักๆ เป็นแค่เรื่องคั่นเวลาให้มีแนวลึกลับให้คนติดตามเพิ่มขึ้นเท่านั้น แม้ไม่ถึงกับน่าเบื่อหรือทำให้เสียเวลา แต่พอดูจบแล้วก็รู้สึกเลยว่าใส่มาเป็นน้ำทำไมฟระ! ในเมื่อมันไม่ได้มีอะไรสำคัญกับกุญแจไขปริศนาของเรื่องเลยแท้ๆ มิหนำซ้ำหลายอย่างในเรื่องก็ดูน็อนเซนส์เกินเหตุ อย่างตัวละครเด็กลึกลับในเรื่องที่ไม่พูดไม่เล่าเรื่องอะไรให้ใครฟังเลย แต่พอเฉลยมาตัวเองก็ต้องการความช่วยเหลือ แล้วจะปิดบังเพื่ออะไร? ตัวเรื่องพยายามให้ตัวเด็กเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในเรือแบ่งฝ่ายพยายามล่าเด็กว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายคนตายบนเรือ อีกฝ่ายก็ขวางเชื่อว่าเด็กไม่เกี่ยว ซึ่งถ้าคิดตามจริงมันจะไม่เกี่ยวได้ไง??? ในเมื่อเรื่องก็เดินไปแบบเห็นกันอยู่โต้งๆ ว่าปริศนาสำคัญคือเด็กคนนี้แหละ ทำให้รู้สึกว่าตัวละครในเรื่องพยายามเป็นคนดีเกินจริงแบบไม่คิดตั้งคำถามตามเหตุและผลกันเลย จะตายกันหมดลำอยู่แล้วยังมาปกป้องอะไรที่ตัวเองก็ไม่ได้รู้เรื่องกันอยู่อีก แถมยังมีช่วงที่ออกไปนอกเรือได้กันหมดแล้ว เรือใกล้พังจมลงก้นทะเล อยู่ๆ ก็กลับมาบนเรือกันอีก โดยไม่ได้มีเหตุผลอะไรว่าทำไมหนีไปได้แล้วต้องกลับมาอีก ซึ่งในเรื่องมีจุดอิหยังวะแบบนี้อยู่เนืองๆ ถ้าเป็นคนที่คิดถึงเหตุผลเยอะหน่อยระหว่างดูมีติดใจแน่นอน แต่ถ้าผู้ชมที่ดูแบบไม่สนใจจุดนี้ก็คงคล้อยตามเรื่องไปได้เรื่อยๆ ครับ

แต่จุดแข็งของผู้สร้างก็ยังคงทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีงานสร้างที่เนี๊ยบละเอียดใส่ใจกันมากๆ ตั้งแต่พวกรายละเอียดเรือย้อนยุคที่เหมือนจำลองเรือยักษ์ขึ้นมาทั้งลำ งานไซไฟที่ผสมผสานเข้ามาแบบแนวลึกลับได้เนียนๆ อย่างประตูช่องว่างในอากาศที่มีปรากฎขึ้นมาหลายครั้งในเรื่อง ฉากหยุดเวลา ฉากไซไฟตามยุคที่คลาสสิคแต่ดูแล้วล้ำ หรือเครื่องมือประหลาดที่มีกลไกลเครื่องเคราเป็นของยุคคลาสสิคในปีนั้น รวมถึงโลเกชั่นย้อนยุคไปหลายที่นอกเหนือจากเรือ โดยตัวเรื่องเลือกเล่าย้อนไปตอนละคน ซึ่งด้วยคุณภาพงานโปรดักชั่นมาตรฐานที่สูงของทีมนี้ ก็เลยทำให้ตัวซีรีส์อยู่ในเกณฑ์ดีแนะนำให้ดูได้ ไม่ตกเกรดอะไรมาก

จุดเด่นของเรื่องอีกอย่างคือตัวละครหลากเชื้อชาติในเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากขาประจำซีรีส์ดังในเน็ตฟลิกซืนี่แหละมารวมตัวกันเล่นเรื่องนี้ โดยภาษาที่ใช้เมนหลักจะเป็นอังกฤษ แล้วก็มีเสียงพูดภาษาอื่นแทรกมาบ้าง  แต่ถ้าดูพากย์ไทยก็จะเป็นพากย์ทับมาทั้งหมด แล้วไม่แน่ใจว่าทีมพากย์พันธมิตรหรือเปล่าพราะตัวประกอบมีนอกบทกันค่อนข้างเยอะเหมือนกัน บางฉากไม่มีเสียงพูดก็พากย์ตลกแทรกมา ซึ่งผู้ขมที่ดูพากย์ไทยอยู่แล้วก็คงไม่คิดอะไรมากครับ 

 

ตัวเรื่องจบแบบมีต่อชัดเจน ซึ่งก็คงได้ทำต่อแน่นอนเพราะเป็นทีมงานลูกรักของเน็ตฟลิกซ์ ดังนั้นผู้ชมสบายใจได้เลยว่าได้ดูต่อยาวๆ จนจบที่ผู้สร้างคิดไว้แน่นอนครับ

 



แถมท้ายแอบขายแนวเรื่องซับซ้อนอาหารสมองที่หลายๆ คนน่าจะพลาดเพราะเป็นซีรีส์อยู่ Amazon Prime พึ่งมาไม่นานนี้ The Devil’s Hour แนะนำเลยว่าถ้าคอแนวลึกลับห้ามพลาดเรื่องนี้โดยเด็ดขาดครับ ผู้เขียนยกให้เป็นซีรีส์ที่เซอร์ไพรซ์ที่สุดของปีนี้เลยละกัน มีแค่ 6 ตอนจบ ลองหาดูกันครับ
อ่านรีวิวคร่าวๆ ไม่มีสปอยล์ได้ที่นี่

รีวิว The Devil’s Hour ช่วงเวลาปีศาจ ตี 3.33 นาที ที่เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์เกินคาด! (ไม่มีสปอยล์)


 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!