playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิวซีรีส์ DMZ (HBO) โลกดิสโทเปียสงครามกลางเมืองอเมริกาที่น่าเบื่อมาก

สรุป

ซีรีส์โลกดิสโทเปียที่เนื้อเรื่องเนือยๆ เรื่อยๆ เน้นบทสนทนากับดราม่ายาวๆ มีฉากแอ็กชั่นนิดเดียว โดยรวมไม่ดีพอให้ดู ข้ามไปได้เลย

 

Overall
5/10
5/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • โลกดิสโทเปียจากสงครามกลางเมืองอเมริกา
  • สร้างจากการ์ตูน DC
  • แนวการเมืองชิงอำนาจ
  • 4 ตอนจบสั้นๆ

Cons

  • ฉากแอ็กชั่นน้อยมากแทบไม่มี มีก็เป็นฉากต่อยตีกันส่วนใหญ่
  • เรื่องราวพยายามดราม่าเยอะ แต่บทไม่ดีพอ ทำให้ไม่อิน
  • นางเอกจู่ๆ ก็พูดแล้วทำให้คนเชื่อตามแบบง่ายเกินไป
  • โลเกชั่นน้อยวนไปวนมาซ้ำบ่อย

 

DMZ มินิซีรีส์ 4 ตอนจบของ HBO สร้างจากคอมิคของ DC แนวดราม่าแอ็กชั่นบนโลกดิสโทเปียของอเมริกาหลังสงครามกลางเมือง แมนฮัตตันกลายเป็นเขตปลอดทหาร มีกลุ่มคนยึดครองตั้งเป็นเขตปกครองกันเองโดยไม่ได้ขึ้นกับฝ่ายไหน และกำลับงมีสงครามครั้งใหญ่เกิดขึ้นจากากรเลือกตั้งผู้ว่าครั้งแรก

 DMZ (2022) on IMDb

ตัวอย่าง

ซีรีส์หนังสือการ์ตูน DC ที่มีชื่อเดียวกันของ Brian Wood และ Riccardo Burchielli ซึ่งทางวอร์เนอร์ที่เป็นบริษัทแม่ของ DC ก็นำมาสร้างเป็นมินิซีรีส์ 4 ตอนจบ โดยเป็นเรื่องราวของอัลม่า แม่ผู้ต้องเข้าไปตามหาลูกชายที่หายตัวไปตั้งแต่ยังเด็กในแมนฮัตตันที่ปัจจุบันถูกเรียกว่า DMZ หรือเขตปลอดทหาร ที่เกิดจากข้อตกลงของอเมริกากับฝ่าย FSA (Free States army) กองกำลังรัฐอิสระที่กำลังทำสงครามกับอเมริกาอยู่ในขณะนั้น

หน้าหนังชวนให้คิดว่านี่เป็นแนวแอ็กชั่นลุยๆ ยิงกัน แต่ตัวเรื่องจริงกลับกลายเป็นแนวดราม่าซะส่วนใหญ่ 90% ฉากแอ็กชั่นเป็นส่วนน้อยนิดของเรื่องมากๆ เรียกว่าใครที่คาดหวังตรงนี้ไว้ข้ามไปได้เลย และฉากแอ็กชั่นในเรื่องก็ไม่ใช่แนวยิงกัน แต่เป็นแนวต่อยตีกันซะมากกว่า เพราะตัวเรื่องถูกเซ็ตว่าเขตปกครองนี้กลายเป็นแหล่งของพวกกลุ่มแก๊งมาเฟียที่ก่อตั้งกันขึ้นมาเองเพื่อปกครองเมืองนี้ ซึ่งส่วนแอ็กชั่นที่มันน้อยแบบนี้เพราะตัวต้นฉบับการ์ตูนก็เป็นแบบนั้นด้วย และอีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่ซีรีส์ทุนสูงอะไร เรียกว่าออกจะต่ำด้วย เพราะตัวเรื่องทั้งหมดแทบจะวนเวียนอยู่กับฉากซ้ำๆ ในที่เดิมอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนดราม่าของเรื่องที่แม่ออกตามหาลูกก็ทำออกมาได้พื้นๆ ไม่ชวนให้อินอะไรเลย เพราะตัวลูกในเรื่องได้กลายเป็นนักฆ่าประจำเมือง บทก็เลยพยายามให้อัลม่าพยายามหาทางทำให้เขากลับใจ ซึ่งดูยังไงก็ไม่อินว่าหน้าตาท่าทางลูกนางที่กลายไปเป็นแบบนั้นแล้วจะกลับมาเป็นเด็กหงิมๆ อย่างที่นักแสดงวัยรุ่นรับบทไว้ตอนเปิดเรื่อง คือนักแสดงแคสออกมาแบบต่างกันลิบโลกเกินไปหน่อย แม้เรื่องจะวางให้เป็นแบบนั้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกคล้อยตามได้เลยว่าตัวนางเอกจะพยายามกล่อมลูกอะไรขนาดนั้น ทั้งๆ ที่เจ้าตัวลูกเองแทบฆ่านางทิ้งซะด้วยซ้ำ

แต่เส้นเรื่องหลักของเรื่องก็คือการที่นางเอกเป็นคนนอกแล้วเข้ามาทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเมือง ที่แต่ละฝ่ายพยายามสร้างเขตปกครองส่วนตัวขึ้นมา โดยมีกำหนดการเลือกตั้งผู้ว่าครั้งแรก ซึ่งแต่ละฝ่ายก็จะพยายามหาหัวคะแนนมาหนุนตัวเอง ซึ่งตัวนางเอกบังเอิญมีความสัมพันธ์พิเศษกับหัวโจกในปัจจุบัน ทำให้เธอต้องเข้าไปเกี่ยวพันและพยายามทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นทางออกใหม่ของเมืองนี้ที่ไม่ต้องมาอยู่ใต้การปกครองของใครทั้งสิ้น ตัวเรื่องสอดแทรกการเมือง ประชาธิปไตย เสรีภาพ เข้าไปในโลกสมมุติไร้กฎหมายของเมืองนี้ได้ดี ทำได้น่าสนใจ เหมือนหนังแก๊งสเตอร์ในโลกดิสโทเปีย โดยมีเรื่องราวของกองทัพอเมริกากับ FSA หนุนเป็นเกมการเมืองเบื้องหลังอีกชั้น

แต่บทก็เหมือนให้นางเอกอยู่ๆ ก็มีดี พูดดีวาทะศิลป์ดี จนพวกหัวโจกเหล่านี้หันมาฟังเธอเชื่อเธอไวเว่อร์เกินไป จนทำให้เรื่องดูเหมือนเล่นง่ายๆ นางเอกเข้ามาไม่กี่วันกลายเป็นคนสำคัญสุดของเมืองไปทันที ซึ่งไม่สมเหตุผลเอามากๆ

จุดดีที่สุดของเรื่องก็คือตอนจบ ตัวเรื่องหาทางลงให้ทุกฝ่ายได้ดี คือระหว่างดูมาอาจจะไม่สนุกหรืออินไปเรื่องราวนัก แต่บทสรุปสุดท้ายของเรื่องกับทุกตัวละครทำได้ลงตัวดี สมเหตุผล เป็นดราม่าซึ้งๆ ตบท้ายเรื่องที่ทำให้ซีรีส์เรื่องดูโอเคขึ้นมา

สรุป DMZ สนุกและดีไหม

การดำเนินเรื่องไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ ออกแนวเนือยๆ เรื่อยๆ เน้นบทสนทนากับดราม่ายาวๆ มีฉากแอ็กชั่นนิดเดียว โดยรวมไม่ดีพอให้ดู ข้ามไปได้เลย

อ่านรีวิวหนังซีรีส์ HBO เรื่องอื่นเพิ่มเติมคลิกที่นี่

 

Metal Lords หนัง Coming Of Age ผ่านเฮวี่เมทัล ผสานปมแปลกแยกวัยรุ่นที่ดีต่อใจมาก