playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว Glitch ซีรีส์เกาหลีแนวทฤษฎีสมคบคิด UFO ที่ทำมาขำๆ มากกว่าจะจริงจังอะไรกับเนื้อหาตรงนี้ (ไม่สปอยล์)

Glitch

Summary

แนวเรื่องดูเป็นไซไฟทฤษฎีสมคบคิดก็จริง แต่ตัวเรื่องกลับเป็นซีรีส์เบาสมองชิลๆ ที่เน้นตลกทั้งเรื่องจนผิดฟีลพอสมควร แล้วก็แทบไม่ได้มีเรื่อง UFO จริงจังอะไร เพราะเป็นแนวสืบสวนลัทธิมากกว่า การดำเนินเรื่องก็เรื่อยๆ ไม่ได้ถึงกับน่าติดตามอะไรมาก มีดีตรงนางเอกสองคนที่แสดงได้ดีลากให้เรื่องน่าติดตาม แต่ความยาว 10 ตอนตอนละ 50 กว่านาทีก็เยอะแบบเยิ่นเย้อวกวนมากไปหน่อย เป็นซีรีส์ที่ดูก็ได้ไม่ดูก็ได้ แต่ก็นับว่าเป็นแนวแปลกแตกต่างเรื่องนึงของซีรีส์เกาหลีที่เน็ตฟลิกซ์สร้างเองครับ

 

Overall
6/10
6/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • แนวทฤษฎีสมคบคิดผสมเรื่องราวของ UFO
  • นักแสดงนางเอกคู่ จอนยอบินกับนานา
  • แนวตลกไม่มีซีเรียสเครียดเลย
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • เน้นตลกทั้งเรื่องจนดูไม่ได้จริงจังกับแนวเรื่องแบบนี้เท่าไหร่
  • ไม่ได้เน้น UFO อะไรจริงจังมาก
  • ความยาว 10 ตอนที่เยิ่นเย้อมากพอสมควรเลย

 

 

 Glitch (2022) on IMDb

รีวิว Glitch (ไม่สปอยล์)

ซีรีส์เกาหลีเรื่องนี้อาจจะดูแหวกกว่าเรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมา ดูเป็นแนวไซไฟลึกลับเหมือนพวกดิเอ็กไฟล์ ทฤษฎีสมคบคิดของฝรั่ง ชื่อเรื่องคำว่า กลิตช์ ก็หมายถึงปรากฎการณ์อุปกณ์อิเล็กทรอนิกส์ขัดข้องตอน UFO โผล่มา แต่ตัวเนื้อเรื่องจริงๆ ก็ยังคงเป็นสไตล์ซีรีส์เกาหลีเน้นดราม่าบันเทิงมากกว่าแนวไซไฟซีเรียสจริงจังอยู่ดี 

ในส่วนของ UFO ในเรื่องแทบจะเรียกได้ว่าเป็นแค่ผิวแบล็คกราวด์ของเรื่องมากกว่า เพราะตัวเรื่องจริงๆ คือแนวลัทธินอกรีตลึกลับที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของผู้คน รวมถึงมีคดีฆ่าตัวตายหมู่ที่เกิดขึ้นในอดีตเชื่อมโยงพัวพันกับเรื่องนี้อีก ซึ่งตัวเรื่องเป็นแนวสืบสวนทฤษฎีสมคบคิดว่าเรื่องการหายตัวไปกับความทรงจำที่หายไปของนางเอกมาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้ยังไง ซึ่งเอาจริงๆ ตัวเรื่องแทบจะเหมือน ทเวนตี้เซนจูรี่บอย มังงะระดับตำนานของญี่ปุ่นที่ถูกสร้างเป็นหนังดังเลยก็ว่าได้ เพราะพล็อตตัวละครในเรื่องคือพยายามค้นหาความลับในอดีตที่พัวพันกับลัทธิประหลาด โดยมีเพื่อนวัยเด็กที่เธอเองก็ลืมเลือนไปกลับมาเข้าคู่กันอีกครั้ง ซึ่งก็ลากโยงให้เป็นดราม่ามิตรภาพที่แตกหักไปค่อยๆ ประสานกลับมาอีกครั้ง ดังนั้นใครที่คิดว่าเรื่องจะเป็นไซไฟ UFO จ๋าเลยนี่แทบไม่มี นอกจากเอเลี่ยนใส่หมวกที่นางเอกเห็นนอกนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว แต่ตัวเรื่องก็พยายามทำให้คนดูคิดตามว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่นางเอกเห็นในอดีตคืออะไร เป็น UFO จริงหรือไม่ หรือนางบ้าไปเองก่อนที่ตอนท้ายเรื่องถึงเฉลยความจริงออกมา แต่ก็ไม่ได้ว้าวหรือหักมุมอะไรนัก 

ถึงตัวเรื่องเป็นแนวสืบสวนลัทธินอกรีตเลยก็จริง แต่ก็ไม่ได้มีอารมณ์ซีเรียสจริงจังอะไรเลยสักนิด ทั้งเรื่องเน้นโทนยิงมุกตลกเบาสมองไปเรื่อยตามเรื่องตามราว ตำรวจในเรื่องที่ทำออกมาเป็นเส้นเรื่องสืบสวนคดีนี้โดยตรงก็ยังออกขำๆ  โดยตัวละครทุกตัวก็เน้นสร้างเสียงหัวเราะขำๆ ซึ่งมุกตลกก็พอได้ แต่ก็รู้สึกผิดฟีลแนวเรื่องแบบนี้ที่ควรจะซีเรียสสักหน่อย ขนาดตัวร้ายยังใช้แค่ปืนใส่กระสุนยาง ในเรื่องแทบไม่ได้มีความรุนแรงอะไรให้เห็น 

สิ่งที่เด่นของเรื่องคือนางเอกทั้งสองคนที่แสดงโดย จอนยอบินกับนานา ซึ่งนางก็แสดงเป็นโอตาคุบ้า UFO ได้เด๋อๆ ด๋าๆ ดี โดยเฉพาะนานาที่สวยน่ารักแบบแซ่บๆ กับบทเพื่อนรักห้าวๆ สมัยเด็กที่ดมกาวกินเหล้าตั้งแต่ประถม แล้วก็เป็นจุดเริ่มเรื่องที่ทำให้นางเอกคิดว่ากาวของเธอทำให้เธอเมาแล้วก็จำอะไรไม่ได้ จนเป็นเหตุให้แยกทางก่อนโตมาเจอกันอีกครั้งในสภาพคู่กัดที่ไม่ยอมกัน ก่อนจะคืนดีกันได้ที่สุด เรียกว่าทั้งคู่เป็นตัวหลักที่ดึงดูดให้ดูเรื่องได้ไม่เบื่อมากกว่าเนื้อเรื่องจริงๆ ที่ไม่ค่อยมีสาระอะไรเท่าไหร่

ด้าน CG ด้วยความที่ตัวเรื่องก็แทบจะไม่ได้เกี่ยวกับไซไฟ UFO อะไรจริงๆ ก็เลยแทบไม่มีฉากที่ต้องใช้ CG อะไร ยกเว้นแค่เอเลี่ยนที่นางเอกหลอนเห็นตอนแรก แต่ก็มีโผล่มาแค่นั้นสั้นๆ เท่านั้นเองครับ 

ถือเป็นซีรีส์เบาสมองชิลๆ ไม่ได้ถึงกับน่าติดตามอะไรมาก ดูก็ได้ไม่ดูก็ได้ แต่ก็นับว่าเป็นแนวแปลกแตกต่างเรื่องนึงของซีรีส์เกาหลีที่เน็ตฟลิกซ์สร้างเองครับ

 

อ่านรีวิวหนัง Netflix ในเว็บไซต์เพิ่มเติมคลิกที่นี่

รีวิว THE MIDNIGHT CLUB netflix มุมมองสัจธรรมชีวิตกับความตายผ่านเรื่องผีวัยรุ่น (ไม่สปอยล์)

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!