playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว Black Adam พยายามยัดแอ็กชั่นมันส์ดุเดือดตลอดเรื่อง จนบทอ่อนมากแทบไร้เหตุผล (ไม่สปอยล์)

Black Adam

Summary

หนังซูเปอร์ฮีโร่สไตล์เดอะร็อคที่ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงมาก เพราะเน้นแอ็กชั่นมันส์บันเทิงตลอด 2 ชั่วโมง ทำออกมาเด่นมากทั้งแบล็คอดัมกับทีมจัสติสโซไซตี้สูสีกัน อัดกันเต็มเหนี่ยวดุเดือดถล่มทลายในโลกของ DC รองจาก Man of steel ซึ่งก็ทำให้เป็นข้อเสียไปในตัวด้วยเมื่อบทถูกเขียนขึ้นมาเพื่อยัดเยียดให้มีฉากต่อสู้เกิดขึ้นเท่านั้น จนดูลวกๆ ไร้เหตุผลในหลายครั้ง รวมถึงการตัดข้ามไม่อธิบายที่มาของทีมจัสติกโซไซตี้ในเรื่องด้วยที่เรียกว่ามักง่ายคิดว่าผู้ชมที่ไม่ใช่แฟนดีซีจะเข้าใจ และเส้นเรื่องไทม์ไลน์ที่เชื่อมกับ DCEU ก็ชวนงงๆ ว่าช่วงไหน แต่ถึงบทจะอ่อนและขาดเหตุผลรองรับที่ดีพอ ตัวเรื่องก็ยังถือว่าน่าสนใจกับแนวทางการเสิร์ฟฉากแอ็กชั่นมันส์เต็มพิกัดได้ตลอดเรื่องอยู่ดีครับ รวมถึงฉากเอนด์เครดิตสำคัญที่ช่วยทำให้หนังเรื่องนี้มีดีพอคุ้มค่าแก่การรับชมในโรงมากๆ ครับ

Overall
7/10
7/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • ฮีโร่แนวกึ่งดีกึ่งร้ายพลังระดับซูเปอร์แมนที่ได้เดอะร็อคมาคุมงานเล่นเอง
  • ทีมจัสติสโซไซตี้โดดเด่นมาก
  • ไซโคลนกับอะตอมน่ารัก
  • งาน CG สวยอลังการ
  • ตัวเรื่องโหดสุดในเรต PG13 ไม่มีเลือด
  • ฉากเอนด์เครดิตสำคัญ

Cons

  • บทอ่อนยัดเยียดฉากต่อสู้แบบขาดเหตุผลรองรับที่ดีพอ
  • ตัวละครมนุษย์ดูเป็นส่วนเกินน่ารำคาญ
  • พยายามติดตลก แต่มีแป๊กหลายครั้ง

 

Black Adam แบล็คอดัม หนังซูเปอร์ฮีโร่จาก DC ที่ถูกมอบบทบาทให้เป็นหนังพลิกเกมเปลี่ยนแปลงโลก DCEU โดยมีเดอะร็อคนำแสดง กับการเปิดบทบาทแอนตี้ฮีโร่ที่เป็นได้ทั้งดีและร้าย คาดเดาไม่ได้

 Black Adam (2022) on IMDb

รีวิว Black Adam

หนังซูเปอร์ฮีโร่สไตล์เดอะร็อคที่ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงมาก เพราะเน้นแอ็กชั่นมันส์บันเทิงตลอด 2 ชั่วโมง ซึ่งก็ทำให้เป็นข้อเสียไปในตัวด้วยเมื่อบทถูกลดความสำคัญลงไปจนกลายเป็นอ่อนมากแทบทั้งเรื่อง

สำหรับคนที่คาดหวังฉากแอ็กชั่นดุเดือดถล่มทลายแบบ DC ก็การันตีได้เลยว่านี่เป็นหนังที่แอ็กชั่นที่เดือดมากรองจาก Man of steel แค่นั้น เพราะพลังของแบล็คอดัมจริงๆ ก็แทบจะเหมือนซูเปอร์แมนดีๆ นี่เอง พลังเหมือนชาแซมก็จริง แต่ใช้ได้โหดกว่า แล้วก็ไม่คิดจะปราณีใดๆ กับคู่ต่อสู้ แต่สเกลทำลายล้างในเรื่องนี้ยังถูกยั้งๆ ไว้ให้อยู่ในเมืองสมมุติขนาดเล็กในเรื่องนี้ที่ถูกเล่าว่าเป็นเมืองที่เท็ธอดัม ทาสอียิปต์สมัยก่อนได้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับผู้ปกครองจนกลายเป็นฮีโร่ แต่เรื่องเล่าผ่านมา 5 พันปีแล้ว และตำนานได้กลับมาเป็นจริง ผู้คนในเมืองต่างยินดีบูชาการกลับมาของเขา ซึ่งตัวเรื่องจะเป็นการท้าทายว่าฮีโร่แบบที่ผ่านมาคือความถูกต้องจริงหรือไม่ เมื่อเทียบกับการกระทำของแบล็คอดัมที่ฆ่าคนเป็นว่าเล่น โดยมีทีมจัสติกโซไซตี้ (JS) เป็นคู่ต่อสู้ที่ยืนยัดในแนวทางฮีโร่แบบเก่า ที่ฮีโร่ไม่ฆ่าคน แต่แบล็คอดัมฆ่า

การปะทะกันสองความเชื่อที่ว่า ตัวหลักของ JS คือฮอว์คแมนกับด็อกเตอร์เฟท ซึ่งสองคนนี้แทบจะเป็นตัวละครที่มีบทบาทคู่กันกับแบล็คอดัมแทบทุกฉากเลยก็ได้ แม้ฮอว์คแมนจะดูลิเกๆ ก็จริง แต่ด้วยบทที่เป็นคนดูมุ่งมั่นจะปราบอธรรมแบบไม่เกรงกลัวความตายก็ทำให้เกิดการประทะกับแบล็คอดัมมากกว่าใคร ซึ่งก็ทำออกมาให้ดูดีไม่ลิเกอย่างภายนอกที่เห็น ส่วนด็อกเตอร์เฟทที่เพียร์ซ บรอสแนนเล่นคือตัวละครที่ดีที่สุดของเรื่อง มีบทบาทในภาพรวมทั้งหมดที่ทำให้เรื่องนี้มีเป้าหมายแก่นเรื่องจากพลังของเขาที่มีนิมิตรมองเห็นอนาคตว่า สรุปแล้วแบล็คอดัมคือฮีโร่หรือวายร้าย เป็นตัวละครที่คอยชักจูงคนอื่นๆ ในเรื่องให้เข้าใจในตัวแบล็คอดัม แต่ตัวด็อกเตอร์เฟทเองก็ต้องต่อสู้กับเขาด้วยเช่นกัน ซึ่งฉากต่อสู้ครั้งแรกระหว่างแบล็คออดัมกับฮอว์คแมนคู่กับด็อกเตอร์เฟทนี่เป็นอะไรที่เยี่ยมยอดมากจริงๆ ดีกว่าฉากสู้ในตอนหลังเสียด้วยซ้ำ

ส่วนสมาชิกอีก 2 คนอะตอมสแมชเชอร์กับไซโคลนก็ไม่น้อยหน้า แม้บทจะวางให้สองคนนี้เป็นแค่ผู้ช่วยทีม ตัวละครสมทบที่ไม่ได้มีบทเด่นเป็นหลัก แต่ด้วยเคมีนักแสดง 2 คนที่เข้าคู่กันดีอยู่แล้วแบบหนุ่มสาวแอบจีบกันผ่านบทพูดขำๆ ของอะตอมที่เหมือนเป็นตัวฮาประจำทีม นักแสดงหน้าตาหล่อแบบน่ารักด้วยเป็นการแคสต์ที่ออกมาดีลงตัวมาก  ไซโคลนก็สวยน่ารักทุกฉาก พลังของทั้งคู่ก็ทำออกมาดี มีฉากที่ช่วยทีมในจังหวะสวยๆ ไม่น้อยหน้ารุ่นใหญ่ เรียกว่าแม้บทจะไม่มาก แต่ก็ไม่ใช่ตัวประกอบจืดจางแต่อย่างใด และยังทำให้คนรัก 2 ตัวละครนี้ได้แน่นอน ซึ่งจริงๆ ทีม JS นี่มีเสน่ห์ทั้งทีมจนแทบจะสูสีกับแบล็คอดัม เหมือนหนังเปิดตัวทีมเลยก็ว่าได้เช่นกันครับ (อยากเห็นภาคแยกหรือการมีบทบาทต่อไป ขอเพิ่มอีกเยอะๆ เลย)

CG ในเรื่องนี้มีจำนวนมหาศาล เพราะแทบทุกฉากมีแต่การใช้พลังทำลายไม่ยั้ง ซึ่งก็ออกมาสวย อลังการโดยเฉพาะพลังของด็อกเตอร์เฟทที่เป็นกระจกแพรวพราว ทั้งหลอกล่อ กักขัง สวยงามตระการตรา CG แทบไม่รู้สึกว่ามีปัญหาหลุดลอยเลย

 

ด้วยการตั้งใจเสิร์ฟฉากแอ็กชั่นความมันส์ตลอดเรื่อง ก็ทำให้บทในเรื่องนี้ถูกเขียนมาแบบยัดเยียดให้เกิดฉากต่อสู้ต่อเนื่องติดๆ กัน ที่บางครั้งก็เกินความจำเป็น กลายเป็นฉากต่อสู้แบบไม่มีเหตุผลรองรับดีพอ โลกในเรื่องก็ดูประหลาดที่ฝ่ายตัวร้ายมีพวกพาหนะไฮเทคมากมายเกินปัจจุบันแบบไม่มีคำอธิบายใดๆ ไปจนถึงตัวร้ายหลักของเรื่องที่โผล่มาตอนหลังแบบทื่อๆ เพื่อให้มีฉากต่อสู้ให้จบๆ เรื่องไปเท่านั้นด้วย แล้วก็ทำออกมาไม่สนุกเท่ากับช่วงที่เจอกับ JS ด้วย

และการที่ตัดข้ามไม่เล่าเรื่องที่มาทีม JS เลยว่าโผล่มาจากไหน? ตั้งทีมตอนไหน? มีแค่ตัวอแมนด้าจากซุยไซด์สควอดที่มารับบทว่าเป็นคนให้งานทีม JS ซึ่งผู้ชมที่ไม่ได้ตาม DC หรือไม่ใช่แฟนจริงจังก็ต้องมีงงกันบ้างว่านี่ใคร หรือแฟน DC เองก็ต้องสงสัยว่านี่มันไทม์ไลน์ไหนใน DCEU กันแน่ เพราะมันไม่มีการปูจุดเชื่อมไทม์ไลน์ให้เข้าใจด้วย (ยังมีตัวละครอื่นจากดีซีโผล่มาด้วย)

นอกจากนี้ตัวละครมนุษย์ในเรื่องก็ดูประดักประเดิดกับที่ทางในเรื่อง ตัวบทพยายามใส่บทอเดรียน่า หญิงสาวแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ปลุกแบล็คอดัมขึ้นมาเหมือนเป็นคนที่พูดคุยเจรจากับเขาได้ แต่บทก็แทบไม่ส่งให้เด่นอะไร ซ้ำยังแอบน่ารำคาญเล็กๆ กับปัญหาที่พยายามสอนลูกไม่ให้ใช้ความรุนแรง แต่ตัวเองสนับสนุนสิ่งที่แบล็คอดัมทำ ดูย้อนแย้งกันสุดๆ ซึ่งตัวลูกชายที่พยายามให้มีบทบาทตลอดเรื่องก็เช่นกัน ดูแล้วเป็นตัวถ่วงของเรื่องมากกว่า ทำตัวงี่เง่าจนเป็นาภาระให้หลายครั้ง อารมณ์ดูคนในทรานฟอร์เมอร์หรือจูราสสิคปาร์คแบบที่คนดูไม่ได้อยากดูพวกนี้เลย แต่ต้องพยายามมีบทแทรกมาตลอดเรื่อง รวมถึงการพยายามให้ตัวละครมนุษย์เป็นคนยิงมุกตลกหลายครั้งก็ออกแนวแป๊กซะมากกว่าด้วย

และด้วยความที่เรตเรื่องนี้ถูกตัดให้เป็น PG13 จึงไม่เห็นเลือดหรือความรุนแรงในฉากที่แบล็คอดัมฆ่าคนมาก ตามข่าวที่ว่าตัดฉากไปหลายฉากเพื่อให้ได้เรตนี้ก็ทำให้เรื่องดูซอฟท์ลงกว่าความเป็นจริงมากจนรู้สึกได้ ซึ่งตัวเต็มคงไปอยู่ในสตรีม HBO ภายหลังหรือขายเวอร์ชั่นไม่ตัดอีกครั้งแน่นอนครับ

 

แต่ถึงบทจะอ่อนขาดเหตุผลรองรับที่ดีพอ ตัวเรื่องก็ยังถือว่าน่าสนใจกับแนวทางการเสิร์ฟฉากแอ็กชั่นมันส์เต็มพิกัดได้ตลอดเรื่องอยู่ดีครับ รวมถึงฉากเอนด์เครดิตที่หลายคนอยากให้เป็นจริงนั่นด้วยที่ช่วยทำให้หนังเรื่องนี้มีดีพอคุ้มค่าแก่การรับชมในโรงมากๆ ครับ

 

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!