playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว Westworld SS4 หวนกลับไปจุดเริ่มต้นได้ว้าวมากในครึ่งแรก ก่อนค่อยๆ หมดพลังในครึ่งหลัง (ไม่สปอยล์)

Westworld SS4

Summary

ซีซั่น 4 ที่ครึ่งแรกเล่าเรื่องด้วยไทม์ไลน์สลับซับซ้อนแต่สนุกเหมือนเดิม แล้วก็นำอุทยานกับตัวละครเก่าสำคัญจาก 1-2 กลับมาเล่าเรื่องใหม่ ทำให้คนดูคิดถึงสิ่งที่ดีจากซีซั่นแรกเป็นอย่างมาก ดูเป็นซีซั่นที่ทำให้คนดูว้าวกับการเริ่มต้นใหม่ที่ดีเลย แต่หลังจากตัวเรื่องเฉลยไทม์ไลน์ไปหมดแล้วในตอน 4 ก็กลายเป็นการเดินเรื่องที่เรื่อยๆ ความน่าสนใจลดน้อยถอยลงไม่สนุกแบบช่วงครึ่งแรก ก่อนที่จะจบแบบสเกลเล็กเหมือนไม่ค่อยมีงบทำฉากแอ็กชั่นอะไรมาก แล้วก็รีเซ็ทโลกใหม่อีกครั้งเพื่อไปต่อซีซั่น 5 ที่เป็นซีซั่นสุดท้ายแล้วครับ

Overall
7/10
7/10
Sending
User Review
0 (0 votes)

Pros

  • ย้อนกลับไปจุดกำเนิดเรื่องในอุทยานอีกครั้ง
  • นำตัวละครเก่ากลับมาเเล่าใหม่
  • บทซับซ้อนชวนคิดเหมือนเดิม
  • มีโลกใหม่ที่ฉีกออกไปจากเดิมได้อีก

Cons

  • ครึ่งหลังเรื่องค่อยๆ ลดความน่าติดตามลง
  • สร้างโลกยิ่งใหญ่ แต่ถูกจำกัดให้เป็นสเกลเล็กเพราะงบงานสร้างจำกัด

Westworld SS4 มหากาฬซีรีส์ไซไฟของ HBO ที่ดำเนินมาถึงซีซั่น 4 อย่างยากลำบากพอสมควร เพราะถูกหั่นงบ ลดระดับซีรีส์ลงจากซีซั่น 1-2 ลงมาเยอะตั้งแต่ซีซั่น 3 จนตอนนี้แทบจะเป็นซีรีส์ฟอร์มกลางๆ เลย ตัวเรื่องยังคงเล่นกับโลกจำลองซ้อนโลกจริงอยู่เช่นเดิม พร้อมกับการนำตัวละครเก่าๆ จาก SS1-2 กลับมาแทบทั้งหมด

รีวิว Westworld SS4 (ไม่มีสปอยล์)

ซีรีส์เริ่มเดินเรื่องต่อจากซีซั่น 3 โดยตรง หลังจากที่เคเลบตัวเอกใหม่กับเมฟได้เข้าไปทำลายศูนย์กลางพยากรณ์ควบคุมคนบนโลกเพื่อปลดปล่อยให้คนมีอิสระในการเลือกตัดสินใจทำอะไรต่างๆ ด้วยตัวเอง ตัวเรื่องเริ่มจากเคเลบมีครอบครัวกับลูกมีความสุข แต่เคเลปก็ยังคงระแวงภัยอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเมฟกลับมาหาเขาพร้อมแจ้งข่าวร้ายว่าชาล็อต เฮล กลับมาอีกครั้งกับวิลเลียมที่กลายเป็นสมุนของเธอไปแล้ว ทำให้เคเลปต้องออกไปทำภารกิจทิ้งลูกเมียไว้ ก่อนที่โลกทั้งใบจะเปลี่ยนไปจากที่เขารู้จักอย่างสิ้นเชิง

ตัวเรื่องยังเล่นกับการสลับไทม์ไลน์อยู่เช่นเดิม โดยมีไทม์ไลน์ของเคเลบเป็นตัวเรื่องหลักว่าเขากำลังไปทำภารกิจจัดการเฮลให้ได้ มีของเบอร์นาร์ดเป็นอีกเส้นเหมือนผู้หยั่งรู้ที่เข้ามาแทรกแซงเหตุการณ์ในเรื่อง และก็มีตัวละครใหม่คริสติน่าที่เล่นโดย Evan Rachel Wood คนเดิมที่รับบทโดโรเลสตัวเอกหลักประจำซีรีส์นี้มา 3 ซีซั่น ซึ่งทั้ง 3 ไทม์ไลน์นี้จะไม่บอกว่าช่วงเวลาไหนคือปัจจุบัน อดีต อนาคต โลกจริง โลกจำลอง ทำมาเนียนมากแบบที่คนดูเองก็เดาไม่ถูกแน่นอน ถือว่าตัวซีรีส์ยังคงความเจ๋งของบทตรงนี้ได้ แต่ตัวเรื่องจะเลือกเฉลยตอน 4 ซึ่งก็ว้าวพอสมควรกับการที่เนื้อเรื่องยังหาทางไปต่อแบบใหม่ได้ แม้อาจจะไม่ถึงกับสดใหม่มาก แต่ก็ชวนให้น่าติดตามต่อในครึ่งหลังมาก

หลังจากตอน 5 ไปตัวเรื่องไม่มีการสลับไทม์ไลน์อีกแล้ว เรียกว่าเรื่องเดินแบบเส้นตรงไปสู่จุดหมายเดียวเลย เป็นการทำลายระบบทั้งหมดแบบภาคก่อนๆ เหมือนเดิม แต่ความสนุกของเรื่องค่อยๆ ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ตามจำนวนตอน ดูเหมือนงบงานสร้างฉากพีคๆ ช่วงหลังจะไม่มี ตัวเรื่องจึงเป็นการต่อสู้ในสเกลเล็กๆ แบบตัวต่อตัวทั้งหมด แล้วก็จบเรื่องแบบเคลียร์ทุกอย่างพร้อมรีเซ็ทโลกใหม่อีกครั้งเพื่อไปจบในซีซั่น 5 ที่ผู้สร้างประกาศออกมาแล้วว่าเป็นซีซั่นสุดท้ายของซีรีส์ชุดนี้ครับ

จุดเด่นจริงๆ ของซีซั่นนี้ก็คือพยายามเอาตัวละครเก่าที่ล้มหายตายจากไปกลับมาเกือบทั้งหมด ซึ่งครึ่งแรกแทบจะยกฉากในอุทยานของซีซั่นแรกกลับมาเลย พร้อมเนื้อเรื่องใหม่ที่ต่อเติมขึ้นมาจากของเดิม ซึ่งการที่ซีรีส์วกกลับไปจุดแรกเริ่มของเรื่องเป็นอะไรที่ดีมาก แต่ก็ต้องวงเล็บไว้ว่าเนื้อเรื่องช่วงอุทยานนี้มีแค่ช่วงครึ่งแรกของซีซั่นเท่านั้น ดังนั้นมันจึงเป็นการคืนกลับมาแค่แก้ให้หายยาก ไม่ใช่การรีเทิร์นย้อนกลับไปที่จุดนั้นอีกครั้งครับ

จุดด้อยของซีซั่นก็คงเป็นสเกลงานสร้างที่ลดลงมามากไม่สมกับเนื้อเรื่องที่ทะเยอทะยานไปใหญ่โตสุดๆ จนบางจุดก็รู้สึกเอ๊ะกับสเกลฉากในเรื่องที่ถูกบีบจำกัดให้เล่าแค่เมืองๆ เดียว ตัวเรื่องไม่พยายามอธิบายโลกทั้งโลกเท่าไหร่ ทำให้ดูไม่เมคเซนส์ในภาพรวมของเรื่องอยู่บ้างครับ

 

แต่ยังไงถ้าเป็นแฟน Westworld มาแล้วก็ยังแนะนำให้ดูต่อ เพราะซีซั่นนี้มีหลายอย่างที่ดูดีกว่าซีซั่น 3 ที่เรียกว่าแย่สุดก็ว่าได้ อย่างน้อยๆ ก็ทำให้คนดูพีคมากในครึ่งแรกกับการนำอุทยานกลับมาอีกครั้ง ซึ่งนี่คือคอร์หลักของเรื่องที่คนชอบมากที่สุดจนเป็นจุดกำเนิดของซีรีส์มหากาฬเรื่องนี้ครับ

 

อ่านรีวิวหนังซีรีส์ HBO เรื่องอื่นเพิ่มเติมคลิกที่นี่

Metal Lords หนัง Coming Of Age ผ่านเฮวี่เมทัล ผสานปมแปลกแยกวัยรุ่นที่ดีต่อใจมาก