playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

กดคลิกจองแผ่น PS4 ผ่านร้านบานาน่าที่นี่

รีวิว Scary Stories to Tell in the Dark สยองแบบมีคลาส ภายใต้ลายเซ็นต์ กีเยร์โม เดล โตโร

กดติดตามรับบทความใหม่ได้ที่นี่

85%

นี่เป็นหนังสยองขวัญที่มีคลาสไม่ได้ขายความแหวะหรือแม้แต่การเล่นมุกตุ้งแช่แบบทั่วไป หนังซอยย่อยด้วยนิทานสยองขวัญหลายเรื่องร้อยเรียงต่อกัน แม้ว่าอาจจะดูไม่สดใหม่นัก แต่ก็มีอะไรที่น่าจดจำหลายอย่าง

  • คะแนนเรตติ้ง

รีวิว Scary Stories to Tell in the Dark คืนนี้มีสยอง จากตำนานสู่ความสยอง ภายในเมืองมิลวัลเลย์ ประเทศอเมริกา ปี 1968 เมื่อเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้พบกับหนังสือของ ซาร่าห์ เบลโลวส์ ที่ได้บันทึกเรื่องเล่าสยองขวัญที่ราวกับหลุดออกมาจากความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายในส่วนที่ลึกที่สุดของจิตใจแต่ในเวลาต่อมาพวกเขากลับพบว่าเรื่องที่บันทึกในหนังสือเล่มนั้นกลับกำลังกลายเป็นเรื่องจริงที่จะคร่าชีวิตของพวกเขา

Scary Stories to Tell in the Dark คืนนี้มีสยอง

หนังสยองขวัญพล็อตนิทานที่กลายเป็นจริงๆ ที่ดูแสนธรรมดา แต่พอได้ชื่อ กีเยร์โม เดล โตโร (Guillermo del Toro) ที่ฝากผลงานล่าสุดที่ได้ออสการ์ไปนอนกอดอย่าง The Shape of Water หรือก่อนหน้านี้ก็ Pacific Rim มาร่วมเขียนบท และยกมาเป็นจุดขายของหนังสยองขวัญเรื่องนี้ มันก็กลายเป็นความไม่ธรรมดาขึ้นมาทันที ซึ่งถ้าใครติดตามผลงานเขามาตั้งแต่ยุคแรกๆ ก็คงจดจำกันได้จากงาน Pan’s Labyrinth อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต หนังชื่อไทยแนวนิทานหลอกเด็กร้องไห้จ้ากันทั้งโรง (ยุคนั้นยังไม่กำหนดเรตผู้ชมในไทย) ซึ่งนี่คือลายเซ็นต์จริงๆ ของ กีเยร์โม เดล โตโร ที่ออกแบบสัตว์ประหลาดได้น่าจดจำไม่พอ เรื่องราวยังมีความลึกแฝงนัยยะหลายอย่างไว้เสมอ ซึ่ง Scary Stories ก็เหมือนได้ย้อนลายเซ็นต์กลับไปใกล้เคียง Pan’s Labyrinth มากที่สุดนั่นเอง

pan's labyrinth อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต
Pan’s Labyrinth อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต หนังเก่าปี 2006 ใครยังไม่เคยดู แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ!

หนังเริ่มเรื่องด้วยการย้อนกลับไปอเมริกาในช่วงยุคสงครามเวียดนาม เป็นการเปิดเรื่องดูฉงนสนเท่ห์กับคนดูว่าทำไมถึงเลือกย้อนกลับมาในยุคที่ไกลแบบนี้ แต่นี่แหละคือหนึ่งในสไตล์ของ กีเยร์โม เดล โตโร ที่ชอบทำหนังย้อนกลับไปช่วงยุคสงครามที่มีการขัดแย้งของสังคมโลก และดึงเอาเรื่องราวส่วนนี้มาเล่นกับตัวละครในเรื่องทางใดทางหนึ่ง ซึ่งกับ Pan’s Labyrinth ก็คือยุคนาซีล่าล้างเผ่าพันธ์ยิว ส่วน Scary Stories นี้ก็คือกระแสต่อต้านสงคราม กรณีรัฐบาลส่งหนุ่มวัยรุ่นอเมริกันไปเป็นทหารในสงครามเวียดนาม ซึ่งก็คือการส่งไปตายดีๆ นี่เอง เราจะเห็นประเด็นประวัติศาสตร์การเมืองในยุคนั้นสอดแทรกเป็นระยะไปจนจบ ซึ่งไม่ใช่แค่ใส่มาเล่นๆ แต่มันคือส่วนหนึ่งของเรื่องราว และกลายมาเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่สร้างมอนสเตอร์ไฮไลท์ของเรื่องนี้ ซึ่งแม้ว่าจะไม่ถึงขั้นสุดยอดแบบตัวประหลาดใน Pan’s Labyrinth แต่ก็เรียกได้ว่าน่าจดจำน้องๆ เรื่องนั้นเลยทีเดียว

องต์ประกอบแทบทั้งเรื่องนี่เป็นหนังที่ครีเอทมาเพื่อ กีเยร์โม เดล โตโร โดยตรง (แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้กำกับ) หนังได้ความสยองแบบมีชั้นเชิงไต่ระดับพิสดารขึ้นเรื่อยๆ จากเรื่องราวของหุ่นไล่กาปีศาจ ที่เป็นอะไรที่ครีเอทมากตั้งแต่เรื่องแรก ตามมาด้วยผีนิ้วขาดชวนอ๊วก ตุ่มแดงสยองขวัญ ห้องแดงสุดหลอน ทั้งหมดถูกเล่าอย่างมีชั้นเชิงสนุกน่าติดตาม ซึ่งเอาจริงๆ อยากให้ขยายไปทำเป็นซีรีส์เลยน่าจะดีกว่ามาก เพราะนิทานแต่ละเรื่องมีความสยองเป็นเอกลักษณ์ดีไม่แพ้กัน หนังทำให้เราได้ลุ้นติดตามไปว่าเรื่องเล่าในแต่ละคืนจะเป็นยังไง ผ่านกลุ่มตัวเอกที่ถือหนังสือนิทานที่เขียนตัวเองได้ แม้ว่าความสยองหรือแหวะจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็เป็นอะไรที่แบบอุทานในใจว่า เฮ้ย เจ๋งว่ะ! ได้ตั้งแต่เรื่องแรก ซึ่งถ้าใครชอบหนังสยองขวัญสไตล์ไม่แหวะ อันนี้ดูได้เลย หนังทำได้พอดีๆ กับผู้ชมทุกเพศทุกวัย (อเมริกาได้เรต PG13) ไม่หลอกเด็กมาร้องไห้จ้ากลางโรงแบบ Pan’s Labyrinth ซึ่งอันนี้เป็นอะไรที่โหดร้ายมากๆ แม้จะเป็นผู้ใหญ่ดูก็ตามที

นอกจากเรื่องเล่าที่ปรุงแต่งมาอย่างดีแล้ว หนังก็ยังได้ดาราเด็กวัยรุ่นที่เหมาะเจาะลงตัว ทุกคาแรกเตอร์น่าจดจำ และแอบมีเรื่องราวรักวัยรุ่นกุ๊กกิ๊กสอดแทรกไว้ได้อย่างลงตัวพอดี ดูๆ ไปตอนแรกก็แอบคิดถึง Stranger Things อยู่เหมือนกันเพราะองค์ประกอบครบสูตรก๊วนเด็กซ่า ท้าสู้สิ่งที่เหนือธรรมชาติเหมือนกันไม่มีผิด แต่ต่างตรงที่ว่าเรื่องนี้เล่นกันถึงตาย ไม่ได้ปราณีแบบเรื่องราวใน Stranger Things ซึ่งถ้าใครชอบบรรยากาศ เรื่องเล่านิทาน ผีสางรวมถึงมอนสเตอร์ ก็ฟันธงได้เลยว่าต้องชอบเรื่องนี้ไม่มากไม่น้อยไปแน่นอนครับ!

ดารานักแสดง Scary Stories to Tell in the Dark

กดติดตามรับบทความใหม่ได้ที่นี่

Leave A Reply