playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Tall Girl รักยุ่งของสาวโย่ง

Tall Girl รักยุ่งของสาวโย่ง

สรุป

นี่เป็นหนังที่ผิดหวังที่สุดในช่วงหลังที่ดูบน Netflix ด้วยหน้าหนังน่าสนใจ กดดูแล้วก็ดีมากๆ แต่กลายเป็นว่าหนังงงตัวเอง อยากฉีก อยากแตกต่าง แต่ทำการบ้านไม่พอ แล้วก็กลายเป็นหนังที่ไม่น่าจดไปสักเท่าไหร่นัก

Overall
6/10
6/10
Sending
User Review
0 (0 votes)
Comments Rating 0 (0 reviews)

Pros

  • หนังเปิดเรื่องมาดีครึ่งแรก
  • นางเอกโดดเด่นสูงจริง
  • มุมมองบูลลี่กับคนตัวสูง

Cons

  • เนื้อเรื่องช่วงกลางไปเละเทะ
  • ฉากจบเดาได้ง่ายมากๆ
  • หนังหักมุมไปมาแบบไม่มีเหตุผลรองรับพอ

Tall Girl รักยุ่งของสาวโย่ง (คลิกรับชมผ่าน Netflix ได้ที่นี่) หนังรักวัยรุ่นไฮสคูลอเมริกันที่คราวนี้มาเก๋ไก๋ เปลี่ยนนางเอกจากขี้เหร่แอบสวยภายหลังเชยๆ กลายมาเป็นสาวโย่งสูงปรี๊ดที่แม้จะหน้าตาดีไม่ขี้เหร่ ก็ไม่มีใครเอาอยู่ดี

ตัวอย่างหนัง Tall Girl รักยุ่งของสาวโย่ง

หนังรักแนวนี้มักจะเล่นพล็อตเดิมมาเรื่อยๆ แค่เปลี่ยนโครงร่างหน้าตาเล่าเรื่องใหม่ ซึ่ง Tall Girl นี่ก็เหมือนจะฉีกกฎแตกต่างออกไปได้ในตอนแรก แต่แล้วก็กลายเป็นหนังสูตรเหล้าเก่าในขวดใหม่อีกครั้งจนได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผู้สร้างทำการบ้านไม่พอ หรือว่าหนังแนวนี้มันตันในตัวเองหรือเปล่าถึงไม่มีเรื่องไหนดังขึ้นมาได้ในยุคหลังๆ เลย ที่จำได้ก็ตั้งแต่ She’s all that ที่พึ่งครบรอบ 20 ปีและมีข่าวว่ากำลังหาทางรีบู๊ตรีเมคใหม่อยู่เร็วๆ นี้ (ใครไม่เคยดูลองอ่านความเห็นจาก FB นี้คลิกเลยครับ)

ซึ่งปัญหาของสาวโย่งนี่จริงๆ ก็ไม่ควรเกิดขึ้นได้เลย เพราะหนังเล่นเปิดมาดีแบบได้ใจมากๆ กับประเด็นที่ไม่เคยมีเรื่องไหนหยิบมาก่อนว่าสาวสูงกว่าผู้ชายก็มีปมด้อยในโรงเรียนเหมือนกัน (เธอสูง 185 สูงกว่าผู้ชายทุกคนในโรงเรียน) ซึ่งหนังเปิดมาได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก ทั้งตลก สนุก จุกทุกมุกทุกประเด็นที่หนังยิบมาเล่า ไม่ใช่เรื่องราวของนางเอกที่ดี ตัวละครสมทบต่างๆ ทั้งเพื่อนและครอบครัวก็ทำได้น่าสนใจ กลายเป็นว่าทุกคนจริงๆ แล้วก็มีปมด้อยแตกต่างกันหมด แต่หนังโฟกัสไปที่นางเอกโย่งว่าเสียความมั่นใจจากสิ่งที่ตัวเองมี อีกทั้งโดดเด่นกว่าใคร กลายเป็นไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองได้เปรียบ ซึ่งแน่นอนว่าสูงไปก็ไม่ใช่ว่าจะดี แต่กรณีนางเอกคือหนังเล่นปม “การไม่ยอมรับตัวตน” จนกลายเป็นทัศคติแง่ลบตลอดเวลากับทุกเรื่อง ซึ่งถ้าในชีวิตจริงปล่อยไปเรื่อยๆ คงได้เป็นโรคซึมเศร้าเข้าสักวันแน่ๆ

รีวิว Tall Girl แน่นอนตามสูตรเมื่อนางเอกมีปมและแก้ไม่ได้ ก็ต้องมีคนมาเปิดมุมมองใหม่ให้เธอได้เห็น หนังก็ส่งบทหนุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยนสวีเดนที่สูงหล่อฉลาดสมาร์ทมาให้ ซึ่งกลายเป็นเปอร์เฟ็กต์กายของโรงเรียนนี้ไปในทันที แต่ปัญหาก็ยังแบบเดิมๆ คือเขาก็ไม่ได้สนใจเธออยู่ดี ซึ่งเพื่อนเธอให้เหตุผลไว้ว่าเธอก็แค่สูงโย่งเท่าๆ กับคนในประเทศสวีเดนที่มีแบบนี้เต็มไปหมดเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้เธอต้องหาทางเปลี่ยนรูปลักษณ์ด้านอื่นๆ ให้เขาหันมาสนใจให้ได้

เมื่อหนังมาถึงช่วงนี้ผู้สร้างอาจจะรู้สึกเหมือนเดินตามสูตรไป เลยหาทางเล่นใหม่พลิกกลับลำ 180 องศา ให้นางเอกจู่ๆ ก็เลิกพยายามทันทีทั้งๆ ที่เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองไปแล้ว แถมให้หนุ่มสวีเดนจู่ๆ ก็มาสนใจได้อย่างบังเอิญ แล้วก็พลิกกลับเหมือนเธอโดนหักอกเอาดื้อๆ กลายเป็นเหมือนหนังพยายามจะหาทางไปใหม่ๆ แต่แล้วก็เหมือนยิ่งเล่นไปความน่าสนใจของเรื่องก็ลดลงๆ จากตอนแรกให้ 10 เต็มมาตอนนี้คงเหลือสัก 5 แล้วก็มีทีท่าว่าจะดิ่งลงไปเรื่อยๆ ด้วยเพราะเนื้อเรื่องเริ่มเลอะเทอะแบบจะได้ใจคนก็ไม่ จะหักมุมก็ไม่ได้รู้สึกว่าน่าสนใจอะไร แถมไปกระจายบทให้ตัวละครอื่นๆ มีบทมาแทรกเกี่ยวกับนางเอกเพิ่มไปอีก

สุดท้ายเหมือนผู้สร้างงงตัวเองว่าจะเอาไงดี สุดท้ายก็เลยกลับมาจบที่สูตรเดิมๆ กับงานพรอมประจำโรงเรียนที่นางเอกได้รีวิชั่นตัวเองใหม่จนคนฮือฮา (ตามสูตร) แล้วก็ตามด้วยการคิดได้ว่าควรรักใคร แบบหวยล็อคไว้ใครๆ ก็เดาได้ ซึ่งมันก็ดูดีล่ะนะกับทางออกของเรื่องราวที่พาไปหลายทิศทางจนเละเทะแบบนี้ แต่ก็รู้สึกว่าหนังมีทางแตกต่างไปได้ตั้งแต่แรกๆ แล้ว ไม่น่าเขวจนเสียศูนย์ไปตอนกลางเรื่องเลยจริงๆ

รักยุ่งของสาวโย่นี่เป็นหนังที่ผมผิดหวังที่สุดในช่วงหลังที่ดูบน Netflix ด้วยหน้าหนังน่าสนใจ กดดูแล้วก็ดีมากๆ แต่กลายเป็นว่าหนังงงตัวเอง อยากฉีก อยากแตกต่าง แต่ทำการบ้านไม่พอ แล้วก็กลายเป็นหนังที่ไม่น่าจดไปสักเท่าไหร่นัก ก่อนนี้ก็มีเรื่อง Sierra Burgess Is a Loser ซึ่งเรื่องนี้เล่นประเด็นเรื่องสาวอ้วน แม้หนังอาจจะจบไม่ลงตัวนัก (แถมมีดราม่าจากคนดูชอบบทเพื่อนนางเอกจนยกให้กลายเป็นนางเอกตัวจริง) แต่หนังก็ยังมีหลายอย่างให้น่าจดจำกว่าครับ ซึ่งถ้าใครดูแล้วชอบสาวโย่งแบบไม่ผิดหวังเลยก็แนะนำลองดูต่อกันได้เลยครับ ส่วนเรื่องนี้ผมขอลบออกจากลิสต์หนังรักวัยรุ่นที่มีติดในความทรงจำไปละกันครับ

ความเห็นจากเรา: SKIP IT 

ติดตามรีวิวหนังเรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว In The Shadow Of The Moon ไล่ล่าฆาตกรย้อนเวลา

Leave a comment
The Devil’s Hour ช่วงเวลาปีศาจ ตี 3.33 นาที ที่เต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์เกินคาด!