playinone.com
รีวิวหนัง ซีรีส์ Netflix HBO Prime Disney+ Apple TV+ สตรีมมิ่งทุกระบบ

รีวิว Unchosen (Netflix) ลัทธิศาสนาจากความต้องการส่วนตัวของมนุษย์

Summary

ซีรีส์ทำเรื่องราวแนวลัทธิศาสนาคริสต์ผสมจิตวิทยาได้อย่างมีพลัง เป็นการเล่าเรื่องราวสมมุติที่ค่อยๆ ฉีกหน้ากากเบื้องหลังความเป็นคนดีปลอมๆ ที่อ้างพระเจ้ากับคำสอนในไบเบิลมาบังหน้าบิดเบือนเนื้อหาให้เข้าทางสร้างอำนาจ โดยมีเรื่องราวการตื่นรู้ของผู้หญิงที่อยู่ในลัทธินี้มาทั้งชีวิตและต้องการหลุดออกไปจากสามีที่ใช้อำนาจกดขี่เธอผ่านคำสอนพระเจ้าผ่านชายปริศนาที่เป็นคนร้ายหนีคดีมาและช่วยทำให้สิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นจริงได้ แต่แล้วกลายเป็นว่าสิ่งที่เธอหวังไว้กับเขาก็ดูไม่จริงแท้อย่างที่คิดเช่นกัน ซึ่งตัวละครหลัก 3 ตัวแสดงได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยมีความคลุมเครือของตัวละครในช่วงหลังทำให้เรื่องพลิกไปมาและแอบระทึกขวัญพอสมควร โดยมีตอนจบที่ชวนอึ้งพอสมควรกับการจบที่แตกต่างไปจากที่คิดแล้วสะท้อนปัญหาของการเกิดเจ้าลัทธิได้เป็นอย่างดี โดยรวมถ้าคุณชอบแนวดราม่าจิตวิทยาระทึกขวัญถือว่าใช้ได้เลย แต่ถ้าจะหวังให้เรื่องราวหวือหวาระทึกมากๆ ก็ต้องข้ามไปเพราะซีรีส์เรื่องนี้ถูกสร้างโดยอิงจากเรื่องราวจริงเป็นหลักครับ

Overall
7/10
7/10
Sending
User Review
5 (1 vote)

Pros

  • เรื่องราวแนวลัทธิศาสนาจิตวิทยาที่ดูจริงจัง
  • นักแสดงหลักเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม
  • การตื่นรู้เรียกร้องสิทธิของผู้หญิง
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • เรื่องราวระทึกขวัญไม่ได้มีฉากรุนแรงอะไรมาก
  • บางเหตุการณ์ดูไม่น่าเชื่อถืออยู่บ้าง

ADBRO

Unchosen รอยร้าวแห่งศรัทธา ซีรีส์ Original Netflix แนวระทึกขวัญจิตวิทยา 6 ตอนจบจากอังกฤษ เบื้องหลังของกลุ่มลัทธิศาสนาคริสต์อนุรักษ์นิยมที่เข้มงวดกับการเปิดเผยเบื้องหลังที่ซุกซ่อนอยู่ ผ่านการต่อสู้ของผู้หญิงที่ถูกจองจำด้วยคำสอนที่กดขี่เธอไว้ชั่วชีวิต

 

รีวิว Unchosen

ซีรีส์แนวลัทธิศาสนาจิตวิทยาที่เกริ่นมาด้วยคำกล่าวว่ามีลัทธิมากมายในอังกฤษกว่า 2,000 แห่ง ซึ่งเยอะมากเกินคาดยิ่งกว่าประเทศไทยเสียอีก โดยผู้สร้างรีเสิร์ชสำรวจเรื่องราวมาจากคนที่อยู่ในลัทธิเหล่านี้จริงๆ แล้วรวบรวมนำมาสร้างเป็นเรื่องราวใหม่ ในเรื่องก็คือลัทธิสมมุติที่ชื่อ “สหกิจแห่งสวรรค์” “Fellowship of the Divine”  แต่นี่ไม่ใช่แนวลัทธิที่สร้างแนวคิดอะไรขึ้นมาใหม่ ในเรื่องคือการที่ชุมชนแห่งนี้รวมตัวกันสร้างและปกป้องความเชื่อของตนเองโดยอิงไบเบิลเป็นหลัก ซึ่งทุกอย่างก็มาจากศาสนาคริสต์หมด เพียงแต่มีข้อห้ามบางอย่างมากขึ้น อย่างการห้ามใช้โทรศัพท์มือถือเพราะเชื่อว่ามันคือเครื่องมือนำสารจากนรก เปิดเว็บโป๊ลามกแนวๆ นั้น หรือการที่ห้ามเด็กพูดคุยกับคนนอกลัทธิก็เพื่อกันโดนล่อลวง ทำให้นี่ไม่ใช่เรื่องราวแนวลัทธิประหลาด แค่แปลกและมีความจำเพาะเจาะจงเพื่อปกป้องความเชื่อของพวกเขาแค่นั้น

ซีรีส์ไม่ได้ขายความแปลกตรงนั้นเป็นหลัก แต่เล่าเรื่องราวการที่ตัวละครในเรื่องถูกกรอบจำกัดไว้ตลอดชีวิตแล้วต้องการปลดปล่อยมันออกไป โดยมีตัวละครโรซี่ หญิงสาวที่เป็นแม่มีลูกสาวคนเดียว สามีคืออดัมที่กำลังจะได้เป็นผู้นำลัทธินี้คนใหม่ ช่วงแรกคือการได้เห็นว่าเธอถูกกระทำจากสามีในเรื่องการถูกร่วมรักจากด้านหลังเพียงอย่างเดียว ภายใต้คำสั่งโอวาสที่ผู้หญิงต้องเชื่อฟังสามีเสมอ ซึ่งซีรีส์สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงที่อยู่ในลัทธินี้ก็เหมือนต้องจำยอมอยู่ในสังคมชายเป็นใหญ่ แต่เป็นภายใต้คำสอนศาสนาที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าสิ่งนี้ถูกต้องแล้ว ผู้ชายทำงาน ผู้หญิงเป็นแม่บ้าน มีหน้าที่รองรับอารมณ์ใคร่ของสามีเท่านั้น ซึ่งในมุมมองของผู้ชมก็ต้องรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มันเลวร้ายเป็นเผด็จการที่คนปกติไม่อาจจะยอมรับได้ ซึ่งตัวโรซี่เองก็คิดจะหนีออกมาแต่ไม่สามารถทำได้ จนกระทั่งมี “แซม” ชายปริศนาที่บังเอิญเข้ามาช่วยลูกสาวโรซี่ไว้จากการจมน้ำ แต่ตัวเขาเองก็หนีคดีฆ่าคนตายจากการป้องกันตัว การเจอกันของทั้งคู่จึงจุดไฟให้กันและกัน โรซี่เองก็รู้สึกว่ามีผู้ชายคนนอกมาช่วยสร้างความหวัง ตัวแซมเองก็ได้รู้สึกว่ามีโอกาสครั้งที่สองที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ไปกับเธอคนนี้ด้วยเช่นกัน

ซีรีส์เล่าเรื่องราวช่วงแรกให้เหมือนเป็นแนวรักโรแมนติกชู้สาวที่พยายามหนีจากลัทธิที่ครอบงำชีวิตของพวกเขา แต่พอเข้ากลางเรื่องเริ่มดูแตกต่างออกไป มีความคลุมเครือของตัวละครแซม ที่จริงๆ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่ คนดีหรือคนร้าย หรือแค่คนที่ถูกสังคมปกติกดขี่ทำร้ายมา แต่การมีอยู่ของแซมในลัทธินี้ทำให้เรื่องทุกอย่างดูเลวร้ายลงเรื่อยๆ ในขณะที่ตัวละครอดัมสามีโรซี่ที่ดูเป็นเผด็จการในตอนแรก ซีรีส์กลับแสดงให้เห็นด้านที่อ่อนแอและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของเขา ซึ่งก็มาจากการที่เขาใช้ชีวิตในลัทธิมาตลอดและถูกคาดหวังจากทุกคนให้ขึ้นมานำชุมชน ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองรู้สึกมาตลอดว่าเขามีบาป ไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครๆ คิดกัน

ซีรีส์เล่นกับเรื่องการสำนึกผิดบาปทางคริสต์จริงจังโดยมีเรื่องราวคำสอนจากไบเบิลประกอบให้ดูเหมือนว่าหลายๆ อย่างที่ทุกคนต้องพบเจอนั่นคือสิ่งที่พระเจ้ากำหนดมาให้อย่างเหมาะเจาะ โดยเฉพาะตัวละครในเรื่องที่มีความเชื่อพระเจ้าสูงส่ง แม้แต่แซมเองก็เริ่มเชื่อและนำพระเจ้านี้มาใช้ให้เข้ากับสถานการณ์เอาตัวรอดที่เขาต้องพยายามปกปิดทุกคนจากคดีที่หนีมา ในขณะที่ต้องพยายามช่วยโรซี่หนีด้วยความหวังไปสร้างชีวิตใหม่ ซึ่งตัวโรซี่เองก็เริ่มรู้สึกสับสนว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมกับชีวิตของเธอกันแน่ ซึ่งซีรีส์เล่าเรื่องได้ระทึกน่าติดตามกับตัวละครที่คาดเดาไม่ได้อย่างแซมกับอดัมไปพร้อมกับความน่าสงสารของโรซี่ที่ถูกกระทำจากการใช้อำนาจในทางที่ผิดผ่านคำสอนของพระเจ้าที่เธอเองก็นับถือเช่นกัน ซึ่งในเรื่องศาสนาไม่ได้ผิด แต่คนที่นำมาใช้ต่างหากที่ผิด และไม่ได้มีการนำศาสนาคริสต์มาลบหลู่เลย แต่สะท้อนให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายจากการตีความผิดๆ ของมนุษย์เพื่อประโยชน์ของตัวเองนั่นแหละคือปัญหาที่ไม่มีทางแก้ได้ตลอดไป

Screenshot

ตัวนักแสดง Molly Windsor ส่งมอบการแสดงที่มีพลังในฐานะโรซี่ ผู้หญิงที่ถูกกดขี่ซึ่งค่อยๆ ตื่นรู้ เธอแสดงความขัดแย้งภายใน ความกลัว ความปรารถนา และความมุ่งมั่นได้น่าเชื่อ Asa Butterfield แสดงอดัมได้ซับซ้อน เขาไม่ใช่แค่ตัวร้ายโดยสมบูรณ์ แต่เป็นผลิตผลของระบบที่กดขี่เขามาตลอดเช่นกัน Fra Fee เล่นเป็นแซม เป็นคนอันตรายน่ากลัว แต่ก็น่าสงสารในเวลาเดียวกัน

ซีรีส์ยังมีตอนจบปิดท้ายที่หักมุมไม่มาก แต่ก็ชวนให้อึ้งกับฉากจบที่ค่อนข้างแตกต่างไปจากที่คิด ซึ่งส่วนตัวชอบฉากจบนี้และมันก็สะท้อนให้เห็นวงจรการกำเนิดของลัทธิพวกนี้ที่ถ่ายทอดส่งต่อกันมาเรื่อยๆ โดยมีเบื้องหลังความลับที่ปกปิดไว้เสมอ

 

สรุป

ซีรีส์ทำเรื่องราวแนวลัทธิศาสนาคริสต์ผสมจิตวิทยาได้อย่างมีพลัง เป็นการเล่าเรื่องราวสมมุติที่ค่อยๆ ฉีกหน้ากากเบื้องหลังความเป็นคนดีปลอมๆ ที่อ้างพระเจ้ากับคำสอนในไบเบิลมาบังหน้าบิดเบือนเนื้อหาให้เข้าทางสร้างอำนาจ โดยมีเรื่องราวการตื่นรู้ของผู้หญิงที่อยู่ในลัทธินี้มาทั้งชีวิตและต้องการหลุดออกไปจากสามีที่ใช้อำนาจกดขี่เธอผ่านคำสอนพระเจ้าผ่านชายปริศนาที่เป็นคนร้ายหนีคดีมาและช่วยทำให้สิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นจริงได้ แต่แล้วกลายเป็นว่าสิ่งที่เธอหวังไว้กับเขาก็ดูไม่จริงแท้อย่างที่คิดเช่นกัน ซึ่งตัวละครหลัก 3 ตัวแสดงได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยมีความคลุมเครือของตัวละครในช่วงหลังทำให้เรื่องพลิกไปมาและแอบระทึกขวัญพอสมควร โดยมีตอนจบที่ชวนอึ้งพอสมควรกับการจบที่แตกต่างไปจากที่คิดแล้วสะท้อนปัญหาของการเกิดเจ้าลัทธิได้เป็นอย่างดี โดยรวมถ้าคุณชอบแนวดราม่าจิตวิทยาระทึกขวัญถือว่าใช้ได้เลย แต่ถ้าจะหวังให้เรื่องราวหวือหวาระทึกมากๆ ก็ต้องข้ามไปเพราะซีรีส์เรื่องนี้ถูกสร้างโดยอิงจากเรื่องราวจริงเป็นหลักครับ

 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว Black Doves พิราบเงา (Netflix) ซีรีส์สายลับที่ตัวละครมีเสน่ห์ซับซ้อนคมคายสุดๆ
------------------------------------------------------------