playinone.com
รีวิว บทความ หนัง ซีรีส์ Netflix สตรีมมิ่งทุกระบบ
Skyscraper – Left
Skyscraper – Right

รีวิว WEDNESDAY ได้ใจแฟนเก่าและดึงดูดหน้าใหม่ให้มารู้จักหลงรักอดัมแฟมิลี่ได้อย่างแน่นอน

WEDNESDAY

Summary

ซีรีส์วัยรุ่น Coming of Age ผสมแนวสืบสวนลึกลับแฟนตาซีที่หยิบเอาตัวละครจากอดัมแฟมิลี่มาเจาะลึก ขยายโลกพิลึกนอกกรอบสังคมได้อย่างสนุกแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร  มีความเป็นตัวเองสูงมาก ตัวเรื่องเต็มไปด้วยแนวคิดเรื่องราวตัวละครหัวขบถขวางโลกแบบร้ายๆ แต่ก็เหตุผล มีเสน่ห์เฉพาะยากที่จะไม่หลงรักความแปลกพิลึกเหล่านี้ได้  ทั้งยังผนวกเอาเรื่องราวสืบสวนแฟนตาซีที่ทำออกมาลึกลับน่าติดตามเดาคนร้ายได้ยาก CG ดีงามเป็นสไตล์รูปแบบเฉพาะตัว ซึ่งที่เป็นแบบนี้ได้ก็เพราะการได้ผู้กำกับทิม เบอร์ตันมาสร้างและคุมงานทำเองทั้งหมด เรียกว่าได้ใจทั้งแฟนภาพยนต์เก่าและดึงดูดแฟนหน้าใหม่ให้มารู้จักหลงรักความเป็นอดัมแฟมิลี่ได้อย่างแน่นอนครับ

Overall
8.5/10
8.5/10
Sending
User Review
3.5 (2 votes)

Pros

  • ต่อยอดเรื่องราวของตระกูลอดัมแฟมิลี่ได้ดีมาก
  • นักแสดงเล่นดีเข้าถึงบทบาททุกคน
  • แนวสืบสวนเดาคนร้ายได้ยาก
  • ส่วนของ CG แฟนตาซีเป็นสไตล์ทิม เบอร์ตัน
  • เนื้อเรื่องวัยรุ่น แต่ไม่มีประเด็น WOKE เลยแม้แต่นิดเดียว
  • มีพากย์ไทย

Cons

  • ตอนเฉลยตัวคนร้ายดูเร่งไปนิดๆ
  • บทของตัวละครสมทบในเรื่องยังกั๊กๆ เรื่องราวไว้เยอะ

WEDNESDAY เว้นส์เดย์ แอดดัมส์ ซีรีส์ Netflix ที่สร้างจากจินตนาการของทิม เบอร์ตัน นำแสดงโดยเจนนา ออร์เทก้าในบทเวนส์เดย์ ร่วมด้วยแคเธอรีน ซีต้า โจนส์, หลุยส์ กัซแมน, เกว็นโดลีน คริสตี้, คริสตินา ริชชี่ และนักแสดงอีกคับคั่ง บอกเล่าเรื่องราวของเว้นส์เดย์ แอดดัมส์ ลูกสาวคนโตของตระกูลนี้ผียังหลบ ในช่วงที่เธอกำลังโตเป็นสาววัยรุ่นและถูกย้ายไปเรียนที่ เนเวอร์มอร์ อะคาเดมี โรงเรียนที่รวมพวกนอกกรอบแบบเธอไว้เต็มโรงเรียน

 Wednesday (2022) on IMDb

WEDNESDAY รีวิว (ไม่มีสปอยล์)

ซีรีส์เลือกเล่าแนวการเติบโตของเว้นส์เดย์ในแบบ Coming of Age ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยความเป็นคนนอกกรอบกฎเกณฑ์ด้วยความแปลกของตัวเองซึ่งไม่เข้าพวกกับใคร ซึ่งเป็นการขยายต้นฉบับอดัมแฟมิลี่ได้เจาะลึกน่าสนใจมาก โดยที่คุณไม่ต้องเคยดูเรื่องราวของพวกเขามาก่อนก็ได้ เพราะซีรีส์เรื่องนี้ก็เหมือนสตาร์ทเริ่มต้นใหม่กับชีวิตของตัวเอกเว้นส์เดย์ที่เด่นสุดแล้วของตระกูลนี้ และถูกนำมาขยายต่อเติมให้เราได้เห็นชีวิตและมุมมองทุกอย่างของเธอในแบบที่โตขึ้นกว่าสมัยก่อน โดยมีเรื่องลึกลับให้เธอสืบสวนเป็นแกนหลักของเรื่อง ผสมกับเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นที่ดูคล้ายๆ สูตรสำเร็จแบบเรื่องอื่น แต่เว้นส์เดย์ เป็นตัวละครที่ทำให้เรื่องนี้แหวกแนวกว่าเรื่องไหนๆ ที่เคยมีมา ด้วยพฤติกรรมสุดพิลึกกึกกือ รวมถึงความเป็นตัวตนไม่แคร์ความรู้สึกใคร แต่กลับมีเสน่ห์แปลกประหลาดดึงดูดให้ใครๆ ก็ต้องมาสนใจเธอ

ตัวเรื่องนี้ภายใต้เงินทุนของ Netflix ดูเหมือนว่าจะสามารถฉีกกรอบหลุดจากสูตรภาคบังคับเดิมๆ ของเน็ตฟลิกซ์ได้ ด้วยการที่เรื่องนี้ไม่ได้เล่นเรื่องความเท่าเทียม LGTB ความรักแบบเพศเดียวกันเลยแม้แต่น้อย ซึ่งคงเพราะผู้กำกับทิมเบอร์ตันก็คงไม่ยอมที่จะให้ประเด็นหลักของเรื่องเขวไปจนมีปัญหา WOKE แบบเรื่องอื่นๆ ซึ่งก็ทำให้เรื่องนี้มีบทที่จับจุดเล่าเรื่องตรงประเด็นทุกตอนเกี่ยวกับคนนอกกรอบ แม้ในเรื่องนี้จะใช้ตัวละครที่มีพลังพิเศษแบบต่างๆ มารวมกันในโรงเรียน แต่ความจริงมันก็คือจินตนาการที่มาแทนที่ช่วงเวลาวัยรุ่นที่หลายคนก็คงรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอกรอบ มีความแปลก ไม่เข้าพวกใคร หาเพื่อนสนิทได้ยาก ซึ่งผู้กำกับทิม เบอร์ตันก็ถนัดทำเรื่องราวแบบนี้มาตั้งแต่เอ็ดเวิร์ดมือกรรไกร หรือแม้แต่แบทแมนก็ใช่ แต่เรื่องนี้คือสาวน้อยที่คนนอกมักมองว่าเธอคือตัวขวางโลก ซึ่งเธอก็แค่เป็นตัวของตัวเองเท่านั้น แม้เธอจะมีความคิดประหลาดๆ ที่พาลก่อเรื่องเดือดร้อนอยู่เรื่อย แต่ก็ไม่ใช่ตัวละครน่ารำคาญ แต่ทุกการกระทำของเธอมีเหตุมีผลในแบบของตัวเองรองรับเสมอ ซึ่งผู้ชมไม่มีทางจะเกลียดเธอได้ลง แถมยังรู้สึกแอบลุ้นช่วยให้เธอทำสิ่งต่างๆ สำเร็จในแบบฉบับของตัวเองด้วยซ้ำ ซึ่งนักแสดง  เจนนา ออร์เทก้า เองก็สวมบทบาทนี้ได้อย่างไม่มีที่ติ มีความเป็นอดัมแฟมิลี่ยุคเก่าผสมยุคใหม่ได้อย่างลงตัว แบบที่แฟนๆ ภาพยนต์เก่าเรื่องนี้ก็ต้องชอบ และยังดึงดูดแฟนหน้าใหม่ให้มารู้จักความเป็นอดัมแฟมิลี่จากตัวละครนี้ได้เป็นอย่างดี และน่าจะถูกใจวัยรุ่น Gen ใหม่ด้วยบุคลิกหัวขบถแบบมีสีสันท้าทายขนบธรรมเนียมเก่าๆ แต่เป็นไปในแบบตั้งคำถามด้วยมุมมองที่ต่าง Gen แบบมีเหตุผลมากด้วย

ในเรื่องไม่ได้เด่นแค่เว้นส์เดย์ แต่ยังมีตัวละครอื่นๆ ที่เด่นไม่แพ้กันทั้งจากพ่อแม่ของเธอที่มีบทอยู่พอประมาณในช่วงครึ่งแรกที่เว้นส์เดย์ ต้องสืบสวนเรื่องอดีตของพ่อแม่ที่เคยเรียนอยู่ที่นี่ และมีความเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมที่อาจจะโยงมาถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันได้ ซึ่งบทพ่อแม่ก็ยังคงถอดแบบมาจากสมัยภาพยนตร์เลย คือเป็นคู่รักที่คลั่งไคล้กันอย่างหนัก ถอดจูบแบบไม่แคร์ใครตลอดเวลา รวมถึงแนวคิดวิธีเลี้ยงลูกที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งมีส่วนทำให้เว้นส์เดย์กลายมาเป็นเด็กแบบนี้ แต่เธอก็ต่อต้านพ่อแม่ในแบบของตัวเอง ไม่ยอมให้ถูกบงการชี้นำอะไรอีกต่อไป เหมือนซีรีส์วัยรุ่นหัวขบถพ่อแม่ แต่ไม่ปกติเพราะความเป็นเว้นส์เดย์ ซึ่งความจิกกัดพ่อแม่ในเรื่องก็ทั้งสร้างสีสันและยังชวนให้คิดต่างได่เป็นอย่างดี

อีนิด เป็นอีกตัวละครที่ทำให้เรื่องดูมีสีสันสดใสตัดกับเว้นส์เดย์ได้เป็นอย่าง เธอเป็นรูมเมตสาวน้อยหมาป่าที่มีปมแปลงร่างไม่ได้ เป็นเหมือนตัวแทนของสาววัยรุ่นปกติที่สนใจสิ่งเร้าต่างๆ ทั่วไป และพยายามเชื่อมสัมพันธ์เปลี่ยนเว้นส์เดย์ตลอดเรื่อง ด้วยความน่ารักสดใสของนักแสดงหน้าใหม่อย่าง ​​Emma Myers กับบทความพยายามเป็นเพื่อนกับเว้นส์เดย์ให้ได้ ทำให้ตัวเรื่องดำเนินแบบน่ารักชวนลุ้นเล็กๆ ว่าเมื่อไหร่เว้นส์เดย์จะเปลี่ยนไปใจอ่อน โดยที่ยังคงความเป็นเว้นส์เดย์แบบเดิมไว้ด้วย ซึ่งตัวเรื่องสามารถรักษาสมดุลย์ในจุดนี้ไว้ได้เป็นอย่างดี เป็นเรื่องแนวมิตรภาพของเพื่อนที่ทุกอย่างแตกต่างกัน แต่ก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้

แม้ตัวละครเว้นส์เดย์จะเป็นแนวไม่แคร์หรือทำตามสังคม แต่ในเรื่องก็ยังสอดแทรกแนวความรักลงไปได้แบบกำลังดี แถมเป็นแนวรักสามเส้า หนุ่มหล่อสองคนมารักเธอ แต่เธอไมไ่ด้คิดจะสนใจใคร ในขณะทีทั้งคู่ก็พยายามชนะใจเธอให้ได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอเป็นคนไม่สนใจเรื่องความรักไม่แคร์ความรู้สึกของคนที่ทมาจีบด้วย  แต่ตัวเรื่องก็ค่อยๆ ทำให้เราได้เห็นและรู้สึกว่าเว้นส์เดย์ก็มีเปลี่ยนไปทีละนิดๆ แบบน้อยมากๆ แต่ก็เผยออกมาให้เห็นได้ ซึ่งนักแสดง เจนนา ออร์เทก้า เองก็เล่นแบบแสดงออกน้อยๆ แต่ก็รู้สึกถึงจุดนี้ได้เป็นอย่างดี เอาว่าผู้ชมที่ชอบแนวรักเบาๆ อะไรแบบนี้ก็ต้องถูกใจแน่ เพราะความไม่เหมือนใครของตัวละครที่ไม่แคร์ผู้ชาย แต่กลับกลายเป็นมีเสน่ห์ดึงดูดสูงมากแทน

ในส่วนของความเป็นแฟนตาซีลึกลับก็ยังทำหน้าที่เป็นตัวหลักในการดำเนินเรื่องได้เป็นอย่างดี ด้วยบทแนวสืบสวนเรื่องลึกลับที่มีเว้นส์เดย์เป็นนักเรียนนักสืบที่เชื่อมโยงหาหลักฐานต่างๆ มาปะติดปะต่อสร้างทฤษฎีของตัวเอง และยังมีพลังนิมิตรเข้ามาช่วยทำให้เห็นทั้งอดีตและอนาคตบางส่วน รวมถึงมีมือขาดที่เป็นเหมือนผู้ช่วยหรือสัตว์เลี้ยงประจำตระกูลตามมาช่วยในการสืบสวนด้วย บทในส่วนนี้ดึงเอาเรื่องราวลับของตระกูลมาเกี่ยวพัน ซึ่งทำให้ผู้ชมได้เห็นที่มาที่ไปของต้นตระกูลอดัมครั้งแรก และตัวเรื่องก็ยังปกปิดตัวร้ายของเรื่องไว้ได้อย่างมิดชิด แบบเดายากมาก และน่าจะเดาผิดกันไปหลายครั้งด้วย และก็ดูใจร้ายพอดูกับการเฉลยว่าเป็นใคร

งาน CG ในเรื่องทำออกมาดีมากทั้งฉากต่างๆ กับสัตว์ประหลาดในเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์แบบของทิม เบอร์ตันเองจริงๆ ไม่ต้องมองว่าเหมือนจริง เพราะทิมก็ไม่เคยทำให้เหมือนหรือสมจริงอยู่แล้ว แต่ก็มีความหลอนน่ากลัวพอประมาณ แบบเด็กดูแล้วอาจจะมีกรี๊ดได้เหมือนกัน (เรื่องนี้เรต 13+ ต้องมีผู้ชมให้คำชี้แนะระหว่างดู)

ตัวเรื่องซีซั่นนี้จบแบบปิดทุกอย่างได้สมบูรณ์หมดในตัว แต่ก็ทิ้งเปิดเรื่องราวใหม่ไว้ รวมถึงมีการขยายโลกในเรื่องไปยังที่อื่นๆ รวมถึงตัวละครสมทบหลายตัวที่ยังมีเรื่องราวเปิดทิ้งไว้นิดๆ ให้ได้เล่าต่อไปอย่างคู่แข่งของนางเอกที่เป็นไซเรนค่อนข้างเด่น แต่เรื่องเลือกเล่าแบบแง้มชีวิตของเธอมานิดเดียวเท่านั้น ซึ่งน่าสนใจติดตามต่อทุกอย่าง เป็นซีรีส์ที่ทิม เบอร์ตันคุมงานเองและน่าจะมีไอเดียอีกมากที่เขายังคงเก็บไว้ทำต่อได้อีกยาวแน่นอนครับ

 

 

 

ติดตามรีวิวหนัง Netflix เรื่องอื่นคลิกที่นี่

รีวิว The Playlist ซีรีส์กำเนิด Spotify สุดครีเอทด้วยเรื่องเล่า 6 ตอน 6 มุมมองแบบราโชมอน!