playinone.com
ร่วมเล่นเป็นหนึ่งเดียวกับเรา สังคมข่าวชาวเกมเมอร์

- Advertisement -

เตือนภัย! เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ ฉบับ Netflix กับ “วงจรลูปนรกในตำนาน”

The Melancholy of Haruhi Suzumiya หรือชื่่อภาษาไทยที่ทุกคนอาจคุ้นเคยกันว่า เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ หนึ่งในการ์ตูนสุดฮิต [ซับซ้อนซ่อนเงื่อน] แห่งปี 2006 และได้สร้างบรรทัดฐานการ์ตูนคอมมาดี้สมัยใหม่ที่ควรเอาไปเป็นแบบอย่างเลยก็ว่าได้ ด้วยการนำชีวิตในรั้วโรงเรียนมาผูกปมเรื่องราวหลักทางวิทยาศาสตร์และเรื่องเหนือธรรมชาติมาผสมผสานกันอย่างกลมกลืน จนสามารถกวาดรางวัลอนิเมชั่นมานับไม่ถ้วน แถมได้รับการตอบรับอย่างมากมายมหาศาลจากผู้ชมทั่วโลกอีกด้วย

และในที่สุดการ์ตูนเรื่องดังกล่าวก็ได้นำมาฉายลงบน Netflix พร้อมกันทั่วโลกแล้ววันนี้ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูได้ผ่านทาง คลิ๊กที่นี่ นะครับ เพียงแต่ก่อนที่จะไปรับชมกันนั้น ทีมงาน Play in one ขอพาทุกท่านได้ทราบถึงข้อมูลเบื้องต้นเพื่อฟื้นความจำกันอีกครั้ง พร้อมกับคำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน ขอเตือนด้วยใจจริงว่าภาค 2 (ปี 2009) นั้นจะมีอยู่ช่วงเหตุการณ์หนึ่งที่คิดว่าเลี่ยงได้จะดีกว่า เพราะไม่อย่างงั้นอาจได้สัมผัสกับนรกจริงๆ ก็เป็นได้ T_T

The Melancholy of Haruhi Suzumiya**จากตรงนี้จะสปอยล์เนื้อหาบางส่วน {ทั้งนิยาย, มังงะ และอนิเมะ} ใครทนไม่ไหวก็อ่านต่อ ใครทนได้ก็แนะนำให้อ่านย่อหน้าสุดท้าย แล้วไปดูก่อนค่อยกลับมาอ่านอีกที**


The Melancholy of Haruhi Suzumiya (2006)

The Melancholy of Haruhi Suzumiyaเรื่องย่อ ก็ตรงตามชื่อเรื่องว่าเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ และกลุ่มคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเธอ ในขณะที่ฮารุฮิเป็นตัวละครหลักที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่อง วิธีการดำเนินของเรื่องนี้จะถูกเล่าในมุมมองของพระเอกอย่าง “เคียวน์” ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นของฮารุฮิแทนครับ เคียวน์ก็เหมือนกับคนทั่วไปในวัยเดียวกันที่ได้เลิกเชื่อเรื่องเกี่ยวกับองค์กร ลึกลับ, ผู้เดินทางจากอนาคต และการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างมนุษย์ต่างดาว ว่าง่ายๆ ก็คือใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนแบบเรียบง่ายนั้นเอง

The Melancholy of Haruhi Suzumiyaแต่ทว่าชีวิตประจำวันของเขาก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่ออยู่มาวันหนึ่งเจ้าตัวเข้าไปทัก สึซึมิยะ ฮารุฮิ เพื่อนร่วมห้องที่แปลกประหลาดคนหนึ่ง นับตั้งแต่วันแรกก็แสดงนิสัยและพฤติกรรมไม่เหมือนใคร ซึ่งบ่งบอกออกมาเลยว่าตนเป็น “เด็กสาวผู้มีปัญหาการเข้าสังคม” พร้อมกับเสนอแนวทางไปว่าให้ตั้งชมรมของเธอขึ้นมาเพื่อทำในสิ่งที่ชอบได้อย่างอิสระ แล้วดันไปกระตุ้นต่อมความสนใจของฮารุฮิเข้าจึงชวน (บังคับ) เคียวน์เข้าร่วมชมรมด้วยกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

ฮารุฮิก่อตั้งชมรมที่เรียกว่า “หน่วยเอสโอเอส” [SOS Dan] ย่อมาจาก “Sekai wo Ooini moriagerutame no Suzumiya Haruhi no dan” แปลว่า “หน่วยของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ เพื่อทำให้โลกนี้สนุกสนานครื้นเครงยิ่งขึ้น” โดยมีจุดประสงค์เพื่อค้นหาปรากฏการณ์ประหลาดเหนือธรรมชาติ, มนุษย์ต่างดาว, ผู้เดินทางข้ามกาลเวลา, มนุษย์พลังจิต และผู้มีพลังพิเศษ ซึ่งพอเห็นแบบนี้แล้วเคียวน์จึงจำใจอยู่เพื่อ (พยายาม) ปกป้องเหยื่อที่น่าสงสารจากการ “จับอาสาสมัคร” ของฮารุฮิ

The Melancholy of Haruhi Suzumiyaอย่างไรก็ตามกลับกลายเป็นว่าเหล่าบรรดาสมาชิกที่โดนฮารุฮิลากมานั้น แต่ละคนดันเป็นมนุษย์ต่างดาว, ผู้เดินทางข้ามกาลเวลา และมนุษย์พลังจิตของจริงซะงั้น แถมต่างคนก็มีเหตุผลพิเศษในการมาอยู่ในชมรมหน่วยเอสโอเอสอีกด้วย อีกทั้งเคียวน์ยังถูกลากเข้าไปสู่เหตุการณ์อันแปลกประหลาดมากมากซึ่งต่างกับโลกที่เขาเคยเชื่ออยู่สิ้นเชิง พร้อมถูกจับตาเนื่องจากเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเริ่มมาจากการเข้าไปทักสุซุมิยะ ฮารุฮิให้ก่อตั้งชมรมขึ้นมานั่นเองครับ


โดยบรรดาสมาชิกของชมรมหน่วยเอสโอเอสมีอยู่ทั้งหมด 5 คนด้วยกัน โดยมีรายชื่อ + ประวัติคร่าวๆ ดังต่อไปนี้

1. สึซึมิยะ ฮารุฮิ (Suzumiya Haruhi)

สึซึมิยะ ฮารุฮิสึซึมิยะ ฮารุฮิ นักเรียนหญิง ม.4 ผู้มีความสนใจในสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น มนุษย์ต่างดาว คนที่มาจากโลกอนาคต และผู้มีพลังจิต และไม่ลังเลที่จะประกาศให้คนอื่นรู้ถึงความชอบที่แปลกประหลาดนี้ ฮารุฮิเป็นคนสวย เรียนเก่ง แถมยังมีร่างกายแข็งแรงและเล่นกีฬาเก่งแทบจะทุกอย่าง อย่างไรก็ดี เธอไม่ชอบคุยกับ “มนุษย์ธรรมดา” จึงทำให้เพื่อนในชั้นมองว่าเธอเป็นคนประหลาด และทำให้เธอหาเพื่อนและเข้าสังคมกับคนอื่นไม่ได้

พอได้รับแรงบันดาลใจจากเคียวน์ จนทำให้เธอได้ก่อตั้งชมรมหน่วยเอสโอเอสขึ้นเพื่อค้นหาบุคคลและสิ่งเหนือธรรมชาติ และเล่นกับสิ่งเหล่านั้น พร้อมกับตั้งตนเองเป็น “ผู้บัญชาการ” และหาสมาชิกมาร่วมชมรมได้อีก 4 คน เธอเปลี่ยนนิสัยจากผู้โดดเดี่ยวมาเป็นจอมเผด็จการที่มีความคิดแปลกๆ ในห้วตลอดเวลา โดยเธอพร้อมจะใช้ทุกวิธีการเพื่อจะได้มาในสิ่งที่เธออยากได้ โดยมีเพียงเคียวน์เท่านั้นที่สามารถหยุดฮารุฮิไม่ให้ทำอะไรเลยเถิดเกินความพอดีได้

จริงๆ แล้วตัวฮารุฮิเองนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เธอมีความสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ตามที่เธอนึก แต่เธอไม่รู้ว่าตนมีพลังเช่นนี้อยู่ จนเมื่อ 3 ปีก่อน ฮารุฮิสร้างรอยแตกร้าวของมิติเวลา ส่งผลกระทบถึงสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตในจักรวาล มอบพลังวิเศษให้กับมนุษย์จำนวนหนึ่ง และดึงดูดความสนใจของคนในโลกอนาคตและองค์รวมข้อมูลและความคิดแห่งจักรวาลมาที่ตัวเธอโดยไม่ทราบสาเหตุ


2. เคียวน์ (Kyon)

เคียวน์ นักเรียนชาย ม.4 เพื่อนร่วมชั้นของฮารุฮิ ซึ่งให้คำแนะนำซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งกองพัน SOS ของฮารุฮิ และถูกบังคับให้เป็นสมาชิกของชมรมหน่วยเอสโอเอสโดยไม่สมัครใจ แม้ว่าฮารุฮิจะเป็นจุดสนใจของเรื่อง แต่เรื่องราวในนิยายทั้งหมดถูกเล่าผ่านสายตาของเขา เคียวน์เป็นคนมีเหตุผล ไม่เชื่อและวางใจใครง่ายๆ ช่างเหน็บแนมและชอบประชดประชัน

เขาเป็นมนุษย์โลกธรรมดา [ไม่เหมือนสมาชิกคนอื่น] ที่อยากมีชีวิตนักเรียนมัธยมปลายอย่างปกติทั่วไป แต่กลับถูกดึงเข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติต่างๆ เพราะฮารุฮิ เขาเป็นคนเดียวที่กล้าและตักเตือนฮารุฮิเมื่อเธอทำอะไรเกินเลย อาจเรียกได้ว่าเป็นเสียงแห่งเหตุผลของชมรมหน่วยเอสโอเอสก็ว่าได้

“เคียวน์” นั้นไม่ใช่ชื่อจริงของเขา แต่เป็นชื่อเล่นที่คุณป้าเรียก จากนั้นน้องสาวของเคียวน์จึงเรียกเขาด้วยชื่อนี้จนกระทั่งรู้ไปถึงเพื่อน ที่โรงเรียน แม้นิยายจะถูกตีพิมพ์ถึงเล่มอวสานแล้ว ชื่อจริงของเคียวน์ก็ยังไม่ปรากฏในนิยายเล่มใดเลย


3. นางาโตะ ยูกิ (Nagato Yuki)

นางาโตะ ยูกิ นักเรียนหญิง ม.4 หนึ่งในสมาชิกของชมรมหน่วยเอสโอเอสเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ถูกฮารุฮิบังคับหรือชักจูงให้เข้าชมรม เดิมทีเธอเป็นสมาชิกที่เหลือเพียงคนเดียวของชมรมวรรณกรรม จนกระทั่งฮารุฮิยึดห้องชมรมวรรณกรรมมาใช้เป็นห้องของชมรมหน่วยเอสโอเอส ยูกิเป็นคนไม่แสดงอารมณ์ พูดน้อยมาก และเวลาตอบคำถามก็จะถามคำตอบคำ เธอชอบอ่านหนังสือและเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

จริงๆ แล้วยูกิเป็นมนุษย์ต่างดาวที่เรียกว่า “อายตนะ” (humanoid interface) ซึ่งถูกส่งมาโดยสิ่งมีชีวิตที่ประกอบขึ้นจากข้อมูลทั่วจักรวาล ซึ่งยูกิเรียกว่า “องค์รวมข้อมูลและความคิด” เพื่อสังเกตการณ์ฮารุฮิซึ่งเป็นต้นเหตุของ “การระเบิดของข้อมูล” เมื่อ 3 ปีก่อน โดยหวังว่าความสามารถในการสร้างข้อมูลขึ้นมาโดยไม่อาศัยวัตถุดิบใดของฮารุฮินั้นจะเป็นกุญแจนำไปสู่วิวัฒนาการของตัวองค์รวมข้อมูลและความคิดเอง

ยูกิมีความสามารถในการควบคุมข้อมูล ต่างๆ ซึ่งหมายถึงเธอสามารถเปลี่ยนแปลงโลกที่อยู่รอบๆ ตัวได้อย่างใจนึก อย่างไรก็ดีเธอไม่สามารถสร้างสิ่งของขึ้นมาใหม่ได้เนื่องจากหน่วยรวมแห่ง ข้อมูลและความคิดไม่มีความสามารถในการสร้างข้อมูลจากความว่างเปล่า ตอนเริ่มเรื่องยูกิสวมแว่นตา แต่เลิกสวมไปหลังจากที่เคียวน์บอกว่าถอดแว่นแล้วดูดีกว่า หลังจากเหตุการณ์ที่ต่อสู้กับอะซากุระ เรียวโกะ


4. อาซาฮินะ มิคุรุ (Asahina Mikuru)

อาซาฮินะ มิคุรุ นักเรียนหญิง ม.5 ที่ถูกฮารุฮิจับตัวเธอได้ระหว่างที่เธอกำลังนั่งฝันกลางวันอยู่ในห้องเรียน แล้วโดนบังคับให้เธอออกจากชมรมคัดลายมือมาเป็นสมาชิกของชมรมหน่วยเอสโอเอส โดยเหตุผลที่ฮารุฮิอยากให้มิคุรุมาเข้าชมรมคือความที่มิคุรุเป็นคนสวยและมีหน้าอกใหญ่ เหมาะที่จะเป็นสัญลักษณ์นำโชคและตัวดึงดูดคนของชมรม

มิคุรุมีนิสัยเป็นคนสุภาพเรียบร้อย แต่อ่อนต่อโลก ซุ่มซ่าม ขี้กลัว ขี้ตกใจ ไม่มีความมั่นใจในตัวเองและไม่สู้คน ทำให้ฮารุฮิสามารถใช้เธอเล่น “แต่งตัวตุ๊กตา” เพื่อแก้เบื่อได้อย่างง่ายดาย แต่จริงๆ แล้ว มิคุรุถูกส่งมาจากโลกอนาคตเพื่อสืบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนในมิติเวลา ซึ่งเป็นเหตุให้คนในโลกอนาคตไม่สามารถย้อนเวลาไปในอดีตก่อน 3 ปีก่อนที่ฮารุฮิจะเข้าโรงเรียนมัธยมปลายได้


5. โคอิซึมิ อิสึกิ (Koizumi Itsuki)

โคอิซึมิ อิสึกิ “นักเรียนปริศนา” ที่ย้ายเข้ามาเรียน ม.4 โรงเรียนของฮารุฮิหลังจากเปิดเทอมได้ 1 เดือน และถูกฮารุฮิชักชวนให้เข้าชมรมหน่วยเอสโอเอสทันที ซึ่งเขาก็ยอมเข้าชมรมด้วยความสมัครใจ อิทสึกิมีหน้าตายิ้มแย้มอยู่เสมอ และจะปฏิบัติตามคำสั่งของฮารุฮิทุกอย่างโดยไม่ขัดข้องหรือสงสัยแม้แต่น้อย เขามีนิสัยชอบอธิบายเรื่องราวต่างๆ อย่างมีหลักการ เต็มไปด้วยรายละเอียด + ยืดยาว ใช้การอุปมาอุปไมยที่เข้าใจยาก พร้อมมักจะใช้มือแสดงท่าทางประกอบด้วยเวลาพูด

จริงๆ แล้วอิทสึกิเป็นหนึ่งในมนุษย์พลังจิตที่ได้รับพลังเหนือธรรมชาติเหล่านี้เมื่อ 3 ปีก่อน โดยพวกเขามีหน้าที่ต่อสู้กับ “มนุษย์เทพ”  ซึ่งจะปรากฏตัวในมิติอยู่คู่ขนานกับโลกเมื่อฮารุฮิมีอารมณ์ไม่ดี คนเหล่านี้รวมตัวกันเป็น “องค์การ” และองค์การก็ได้ส่งอิทสึกิมาสังเกตการณ์ฮารุฮิและรักษาอารมณ์ของเธอให้ดีอยู่เสมอ โดยเกรงว่าฮารุฮิจะทำลายโลกหากเธอหมดหวังในโลกที่เธอและพวกเขาอาศัยอยู่


The Melancholy of Haruhi Suzumiya (2009)

The Melancholy of Haruhi Suzumiyaบอกตามตรงว่าการแนะนำตัวละครก็แทบสปอยล์เนื้อเรื่องครึ่งหนึ่งของภาคแรก (ปี 2006) ดั้งนั้นที่เหลือขอแนะนำให้ไปรับชมต่อกันเอาเองดีกว่า แล้วก็มาต่อกันที่ภาค 2 (ปี 2009) ซึ่งทำออกมาตามกระแสเรียกร้องของผู้ชม แต่อนิจจากลับได้รับเสียงวิจารณ์ด้านลบอย่างท้วมท้นแทยซะงั้น เนื่องมาจากทางสตูดิโอ Kyoto Animation กล้าเสี่ยงกล้าลองนำเสนอแนวทางให้แหวกแนวกว่าเดิมชนิดที่ว่าไม่เหมือนใคร เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมทั่วโลก

กลับกลายเป็นว่าแนวคิดแบบนี้กลายมาเป็นผลเสียอย่างใหญ่หลวงไปเสียได้ โดยเฉพาะช่วงตอน “Endless Eight” หรือ “สิงหาอลวน” ที่โดนถล่มจนทำเอาชื่อเสียงของสตูดิโอดิ่งลงเหวติดลบกันเลยทีเดียว ทำไมมันถึงกลายเป็นฉากในตำนานที่ใครหลายคนต่างไม่อยากจดจำ เอาล่ะ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้…

“Endless Eight” หรือ “สิงหาอลวน” อยู่ในช่วงระหว่างตอนที่ 12 – 19 โดยเนื้อหาเป็นช่วงปิดเทอมหน้าร้อนของมัธยมปลายปี 1 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเคียวน์และพรรคพวกได้ทำกิจกรรมมากมาย ตามแนวคิดของฮารุฮิที่ว่า “ปิดเทอมมีหนเดียว มันต้องเล่นสนุกให้สุดเหวี่ยงสิ” ไม่ว่าจะเป็นออกค่ายฤดูร้อน, ว่ายน้ำที่สระน้ำ, บงโอโดริ, ไปเที่ยวเทศกาลดอกไม้ไฟ, ดูดาว, ซ้อมตีเบสบอล ฯลฯ ซึ่งพวกฮารุฮิได้ทำกิจกรรมที่ว่าทั้งหมด หากแต่ระหว่างทำกิจกรรมนั้นเองเคียวน์ก็สัมผัส “เดจาวู” [เป็นอาการที่รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งพบครั้งแรกนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดมา แล้ว แต่จำไม่ได้ว่าเกิดขึ้นในฝันหรือในอดีต] อย่างรุนแรงจนแทบปวดหัว

ภายหลังเคียวน์ก็ได้รู้ว่าพวกตนได้ติดห้วงเวลา “วนลูป” ที่ฮารุฮิสร้างขึ้น (โดยไม่ได้ตั้งใจ) เพื่อไม่ให้สิงหาคมต้องหมดไป ซึ่งมีแต่เคียวน์และพรรคพวกจำได้ (ยกเว้นฮารุฮิและทุกคนบนโลก) พวกเขาต้องติดอยู่ช่วงเวลา 17 – 31 สิงหาคม ในเดือนเดียวกันซ้ำไปซ้ำมาแบบไม่รู้จบจักสิ้น และที่น่าตกใจคือพวกเคียวน์ติดอยู่ในวนลูปซ้ำมากกว่า 15,498 ครั้ง!! (คิดปีราว 594 ปี!!) อย่างไรก็ตามสุดท้ายเคียวน์ก็สามารถหลุดพ้นได้ด้วยการทำฮารุฮิพอใจและใช้ชีวิตจนคุ้มกับช่วงปิดเทอมนี้ ทำให้การวนลูปสิ้นสุดลง และกลายเป็นวันเปิดเทอมใหม่ในที่สุด

The Melancholy of Haruhi Suzumiyaอนิเมะนั้นดัดแปลง ในช่วงฤดูร้อน ของนิยายฮารุฮิในตอน “ความไม่สิ้นสุดของสึซิมิยะ ฮารุฮิ” ซึ่งเนื้อหาอารมณ์เกี่ยวกับการทำกิจกรรมหน้าร้อนของพวกเคียวน์ ที่ตอนแรกสนุกสนาน แต่ตอนหลังเริ่มเกิดความเบื่อหน่าย และอยากให้สิ้นสุดเสียที อย่างไรก็ตามเนื้อหาของนิยาย / มังงะก็ไม่ได้ยาวอะไรมาก แต่ฉบับอนิเมะดันลากยาวถึง 8 ตอน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความซ้ำซาก ไม่ว่าจะทั้งเนื้อเรื่องเดิม การกระทำเดิม หรือฉาก + บทสนทนาเดิม แม้จะมีจุดแตกต่างแต่ก็เปลี่ยนรายละเอียดนิดหน่อยเท่านั้น (มุมกล้อง – มุมมอง)

The Melancholy of Haruhi Suzumiyaแม้ว่าทางสตูดิโอจะออกบอกว่าสาเหตุที่ทำแบบนี้ เพื่อทำให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงการวนลูปที่เกิดจากสิ่งที่ฮารุฮิได้พูดไว้ว่าต้องการหน้าปิดเทอมฤดูร้อนตลอดไป แน่นอนผลก็คือทำให้คนดูได้ความรู้สึกเบื่อหรืออึดอัดแบบในตัวละครจริงๆ พวกเคียวน์วนลูปถึงหมื่นครั้ง ในขณะที่ผู้ชมอย่างเราๆ วนลูป 8 ครั้งก็แทบบ้าแล้ว อย่างไรก็ตามไม่มีใครสนใจสิ่งที่สตูดิโอพยายามสื่อ เพราะในอีกมุมมองหนึ่งถือว่าทำอะไรมักง่าย เสียความรู้สึกที่รออย่างยาวนานกว่าตอนใหม่จะออกฉาย พร้อมขนามนามว่าเป็นอนิเมะที่น่าเบื่อน่าหน่ายที่สุดในวงการก็ว่าได้ (เห็นเขาว่าน่ะ) แม้ว่ามันมีส่วนเชื่อใมโยงไปถึงฉบับ Movie พร้อมกับกู้ชื่อเสียงคืนมาในภายหลังได้ก็ตาม

เพลง God Knows ของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ

อย่างน้อยก็ยังมีความโชคดีอยู่ที่ฉบับฉายลงบน Netflix สามารถเลือกรับชมตอนได้อย่างอิสระ ดังนั้นหากมาถึงช่วงตอน “Endless Eight” หรือ “สิงหาอลวน” ขอให้เพื่อนๆ รวมไปถึงเด็กรุ่นใหม่รับชมแค่ตอนที่ 12 – 13 และตอนที่ 19 ก็พอแล้วครับ นอกจากนี้แม้ตอนที่เหลืออาจไม่พีคเท่าภาคแรกมากนัก แต่อย่างน้อยก็เต็มไปด้วยฉากที่ชวนจดจำเต็มไปหมด ซึ่งผู้เขียนขอแนะนำฉากฮารุฮิร้องเพลง God Knows ในงานโรงเรียนนะครับ ถือเป็นเพลงที่ฮิตติดชาร์จถล่มทลาย จนเกือบทำยอดวิวทะลุ 100 ล้านวิวกันเลยล่ะครับ ซึ่งเพลงจะเพราะขนาดไหนก็รับชมคลิปวิดีโอข้างบนได้เลย


The Disappearance of Haruhi Suzumiya (Movie)

จากนั้นก็มาถึงช่วงที่นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไปกับภาพยนตร์อย่างเป็นทางการนามว่า The Disappearance of Haruhi Suzumiya หรือชื่่อภาษาไทยที่ทุกคนอาจคุ้นเคยกันว่า การหายตัวไปของสึซึมิยะ ฮารุฮิ พร้อมจำนวนความยาวที่เล่นใหญ่เอาเรื่องถึง 150 นาที (2 ชั่วโมง 30 นาที) ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของวงการภาพยนตร์อนิเมะที่ไม่มีกล้าทำถึงขนาดนี้มาก่อน (และไม่มีใครคิดจะกล้าเสี่ยงด้วย อย่างต่ำสุดก็แค่ 1 ชั่วโมงครึ่ง) แถมไปด้วยเรื่องราวปริศนาซับซ้อนอีกด้วย โดยเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามอ่านกันได้เลย

เรื่องย่อ The Disappearance of Haruhi Suzumiya เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม ฮารุฮิเตรียมงานกินเลี้ยงหม้อไฟกันในห้องของชมรมหน่วยเอสโอเอสภายในวันที่ 24 ธันวาคมที่จะถึงนี้ เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในคริสตสมภพ แม้ว่าโรงเรียนห้ามก่อประกายไฟในอาคารก็ตาม จนกระทั่งเช้าวันที่ 18 ธันวาคม เคียวน์มาถึงโรงเรียนและพบว่าทุกสิ่งเปลี่ยนไป นั้นก็เพราะ สึซึมิยะ ฮารุฮิ และ โคอิซึมิ อิสึกิต่างหายสาญสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

แถมไม่ใช่แค่นั้น อาซาฮินะ มิคุรุ และ นางาโตะ ยูกิ กลับกลายเป็นคนธรรมดาที่จำเรื่องราวของชมรมหน่วยเอสโอเอสไม่ได้แม้แต่น้อย อีกทั้งอาซากุระ เรียวโกะ มนุษย์ต่างดาวที่เคยถูกปราบในภาคแรกกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง สร้างความสับสนแก่เคียวน์ว่าเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงแค่ความฝันงั้นหรือ แต่ทว่าความหวังก็เริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อเคียวน์พบเบาะแสที่นางาโตะ ยูกิ [มนุษย์ต่างดาว] บนที่คั่นหนังสือแล้วเสียบทิ้งไว้ก่อนเกิดความเปลี่ยนแปลงว่า อีกสองวันให้หลังเขาต้องรวบรวม “กุญแจ” มาไขโปรแกรมหนึ่งซึ่งสร้างทิ้งเอาไว้สำหรับหลบหนีโลกใบนี้

สึซึมิยะ ฮารุฮิต่อจากนี้จะเป็นการสปอยล์เนื้อหาแบบละเอียด สำหรับใครที่ยังไม่ได้รับชม กรุณาอย่าอ่านเด็ดขาด ไม่งั้นจะเสียอรรถรสในการรับชมถึง 50% นะครับผม ถือว่าเตือนแล้วน่ะ!!! [ดูได้ที่นี่]

ระหว่างครุ่นคิดถึงเงื่อนงำนั้น เคียวน์ได้ทำความรู้จักกับยูกิที่เป็นมนุษย์มากขึ้น และพบว่า บัดนี้ ยูกิชอบเขาเป็นอันมาก จนวันที่ 20 ธันวาคม เคียวน์ทราบจากทานิงุจิ เพื่อนร่วมห้องว่าฮารุฮิที่หายตัวไปนั้น ที่จริงเป็นนักเรียนอยู่โรงเรียนมัธยมอื่นตลอดเวลา เคียวน์จึงตามไปและพบฮารุฮิกับอิซึกิ ทว่า ทั้งคู่จดจำเขามิได้ ในที่สุดเคียวน์บอกเธอว่า เขาคือ “จอห์น สมิธ” (John Smith ชื่อที่เขาคิดขึ้นมาเล่น ๆ แล้วบอกฮารุฮิ ครั้งที่เขาย้อนเวลาไปสู่ช่วงเทศกาลทะนะบะตะเมื่อสามปีก่อน เพื่อช่วยฮารุฮิในวัยมัธยมต้นเขียนพื้นสนามโรงเรียนเป็นข้อความถึงเจ้าหญิงทอผ้า)

เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นความทรงจำเดียวที่ฮารุฮิมีอยู่เกี่ยวกับโลกเดิมแต่ก่อนแล้ว เธอจึงเชื่อเขาและร่วมมือด้วย ฮารุฮิช่วยเขาตามหาและรวบรวมสมาชิกของชมรมหน่วยเอสโอเอสได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งปรากฏว่าการรวบรวมสมาชิกทั้งหลายได้อยู่พร้อมหน้ากัน คือ “กุญแจ” สำหรับโปรแกรมย้อนวันเวลาไปเมื่อ 3 ปีก่อน

เพื่อให้ทุกสิ่งกลับเป็นเหมือนเดิม เคียวน์กดปุ่มให้โปรแกรมทำงาน โดยพาเขาย้อนกลับไปสู่เทศกาลทะนะบะตะเมื่อสามปีก่อนดังกล่าว ณ ที่นั้น เขาได้พบมิคุรุในวัยสาวที่เดินทางมาจากโลกอนาคตเพื่อรอคอยช่วยเหลือเขา ทั้งในการที่เขาจะได้ช่วยฮารุฮิวัยเด็กเขียนพื้นสนามโรงเรียน และที่เขาจะได้ฟื้นฟูโลก

แต่ก่อนถึงเวลาสมควร มิคุรุกับเคียวน์ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในค่ำคืนนั้นให้มากที่สุด และมิคุรุซบบ่าเขาหลับไปใต้แสงดาว เมื่อตื่นขึ้นแล้วทั้งคู่ก็พากันไปหายูกิซึ่งในเวลานั้นอยู่ในวัยมัธยมต้นเช่นเดียวกับฮารุฮิ ยูกิมอบโปรแกรมล้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่เคียวน์ โปรแกรมดังกล่าวบรรจุในปืนกระบอกหนึ่ง และจำต้องยิงใส่บุคคลผู้ยังให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนั้น

จากนั้นเคียวน์และมิคุรุวัยสาวก็เดินทางกลับมายังวันที่ 18 ธันวาคม ของโลกปัจจุบัน เพื่อยิงปืนเช่นว่าใส่ตัวต้นเหตุ ซึ่งก็คือ นางาโตะ ยูกิ เจ้าตัวได้ทำการเปลี่ยนแปลงความทรงจำของคนบนโลกทั้งปวง ด้วยหวังว่าจะทำให้ทุกคนเป็นสุขขึ้นเมื่อมีชีวิตอันราบเรียบราวกับไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อน

เพียงแต่ยกเว้นเหลือเคียวน์ไว้คนเดียว เพื่อให้เขาเลือกระหว่าง โลกใบเดิมที่สับสนอลหม่าน กับโลกใบใหม่ที่เธอเปลี่ยนให้ เคียวน์ไต่ตรองอยู่กับตนเองสักพัก จนในที่สุดก็เห็นว่โลกเดิมซึ่งมีฮารุฮิที่ดื้อรั้นซุกซนไม่เกรงกลัวใครนั้นมีชีวิตชีวาและเป็นสุขยิ่งกว่าไหนๆ

ทว่าก่อนที่เขาและมิคุรุจะได้ยิงปืนใส่ยูกิ เขาก็ถูกเรียวโกะโผเข้าแทงจนบาดเจ็บสาหัสด้วยสำคัญว่าเขาจะทำร้ายยูกิ อย่างไรก็ดี ตัวเขาเอง, มิคุรุวัยเด็ก และยูกิในช่วงเวลาอนาคตกลับมา ณ เวลานั้นเพื่อจัดการเรื่องราวต่อได้อย่างทันท่วงที

โดยยูกิจากอนาคตประมือด้วยเรียวโกะ รักษาเคียวน์ที่นอนเจ็บอยู่บนพื้น แล้วเคียวน์จากอนาคตก็คว้าปืนไปยิงยูกิ (ปัจจุบัน) แทนเคียวน์ (ปัจจุบัน) ส่วนมิคุรุวัยสาวนั้นสะกดให้มิคุรุวัยเด็กหมดสติไปเพื่อป้องกันมิให้เธอทราบเรื่องเกี่ยวกับตนเองในวัยสาวอันจะยังให้ประวัติศาสตร์เสียสมดุลและเพื่อรักษาความลับราชการตามหน้าที่

หลังจากนั้นเคียวน์ตื่นขึ้น เขาพบว่าโลกกลับเป็นปรกติแล้ว โดยที่คนอื่นๆ ไม่มีความทรงจำของโลกใบใหม่แม้แต่น้อย อิซึกิซึ่งนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างเตียงแจ้งแก่เคียวน์ว่า ในวันที่ 18 ธันวาคม ระหว่างที่สมาชิกชมรมหน่วยเอสโอเอสพากันไปซื้อข้าวของ เพื่อเตรียมเลี้ยงหม้อไฟในวันที่ 24 ธันวาคม และจัดงานเลี้ยงให้เด็ก ๆ ในวันที่ 25 ธันวาคมนั้น

แต่ขณะนั้นเองเคียวน์ตกบันไดหัวฟาดพื้นสลบไปสามวัน เคียวน์ยังพบด้วยว่า ฮารุฮินอนเฝ้าเขาอยู่ข้างเตียงไม่ห่างตลอดสามวันนั้น จนทำให้เคียวน์พอปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดว่าต้องมีใครช่วยจัดฉากแน่นอน หลังจากนั้นเคียวน์ก็ได้พูดคุยกับยูกิในยามวิกาลถึงประเด็นที่ตนได้สร้างเอาไว้

โดยยูกิกล่าวว่าตนอาจถูกลงโทษและลบให้หายไป เพราะเบื้องบนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ผิดพลาด แล้วจากนั้นเคียวน์ก็ฝากให้โต้กลับไปถึงเบื้องบนว่าลองลบยูกิให้หายไปดูสิ พ่อจะปูดเรื่องพลังของฮารุฮิแล้วช่วยนางาโตะออกมาให้ได้ ถ้าไม่อยากเจอดีล่ะก็ ซึ่งทางฝั่งยูกิขอบคุณเคียวน์ที่พยายยามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ

ไม่กี่วันต่อมา เคียวน์ก็ออกจากโรงพยาบาล และใช้ชีวิตประจำวันอันแสนวุ่นวายเช่นเดิม จนผ่านมาในวันที่ 24 ธันวาคม เคียวน์มุ่งหน้าไปยังห้องของชมรมหน่วยเอสโอเอส เขาหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูเมื่อได้กลิ่นหอมโชยมาจากข้างใน ซึ่งหมายความว่า ฮารุฮิและคนอื่น ๆ ตั้งหม้อไฟกันแล้ว เขาเดินเข้าไปพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุขบนใบหน้า

และหลังจากนี้ก็ถือเป็นการสิ้นสุดเนื้อหาของอนิเมะ เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ ซึ่งหากใครอยากติดตามเรื่องราวต่อจากนี้ ผู้เขียนขอให้แนะนำไปหานิยาย / มังงะอ่านต่อจากนี้นะครับ เพราะทางสตูดิโอไม่ทำต่อแล้ว แถมยิ่งกว่านั้นนิยาย / มังงะก็จบบริบูรณณแล้วด้วย คิดว่าตอนนี้ทางร้านหนังสือการ์ตูนคงอาจมีขายเป็นชุดเซ็ตพร้อมลดราคากระหน่ำอยู่แน่ๆ เลยล่ะครับ


ความแปลกใหม่ สมจริง แหวกแนว และเสน่ห์ของ เรียกเธอว่าพระเจ้า สึซึมิยะ ฮารุฮิ กลายเป็นความสำเร็จอย่างล้นหลาม และได้เปลี่ยนโฉมหน้าของวงการอนิเมะไปอย่างสิ้นเชิงซึ่งหลังจากนั้นเราก็จะได้เห็นอนิเมะที่เริ่มหันมาสร้างตัวละครโมเอะออกมาโดนใจผู้ชมมากๆ รวมถึงสร้างคาแรคเตอร์ของตัวละครออกมาไม่ซ้ำกัน

ยิ่งไปกว่านั้นอนิเมะช่วงหลังๆ ลดจำนวนตอนในการฉายให้สั้นอย่างจ้าระหวั่น อย่างจบภายใน 12 ตอนถือว่ากำลังดี ส่วนเนื้อเรื่องยาวๆ หน่อยก็จบภายใน 26 ตอนเป็นอย่างต่ำ เพื่อลดการยืดเรื่อง / ออกทะเลเกินความเป็นจำเป็น มุ่งโฟกัสไปในส่วนของเนื้อหาแบบเข้มข้นแทน ผลก็คือประสบความสำเร็จสูงเลยทีเดียว [ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้น]

สึซึมิยะ ฮารุฮิถึงแม้ว่าบทสรุปของ The Melancholy of Haruhi Suzumiya จะเป็นที่ถูกถกเถียงถึงกันมาอย่างยาวนาน อาทิ ความนิยมชมชอบที่ถ้าไม่รักก็เกลียดไปเอย ทฤษฎีให้ขบคิดเยอะบ้างเอย ปริศนาที่แฝงให้คิดต่อ เป็นต้น ด้วยความยอดเยี่ยมของมันยังคงผลิดอกออกผลเป็นวงกว้างอยู่จนถึงทุกวันนี้ และไหนๆ ก็ไหนๆ ที่เขาอุตส่าห์เอามาให้ดูแบบไม่ต้องหาของเถื่อนหรือไล่หาแผ่นดีวีดีมือสองราคาแพงแล้ว ผู้เขียนขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง [ยกเว้นช่วง “Endless Eight” หรือ “สิงหาอลวน” อะนะ] ว่าแล้วผมก็คงต้องขอตัวไปดูอีกรอบดีกว่าแฮะ

ติดตามผลงานผู้เขียนได้ที่นี่

Mr.T-Rat Jongjumruspun

กดติดตามรับบทความใหม่ได้ที่นี่

Leave A Reply

Skip to toolbar